ไม่ดูหมิ่นในบุญแม้เพียงเล็กน้อย
ขอกราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า ขอกราบนมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญลูกหลานคุณยายทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ หลวงพี่มีความรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาแสดงพระธรรมเทศนาเพื่อบูชาธรรมแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงในวันนี้ หลวงพี่ได้เคยมีโอกาสได้พบคุณยายครั้งแรก เมื่อครั้งที่หลวงพี่ได้บวชในพรรษาแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ หลวงพี่ยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี นึกครั้งใดก็มีความปีติใจ
ในวันนั้นมีพระภิกษุสามเณร ๙ รูป รวมทั้งหลวงพี่ ก็ได้ออกบิณฑบาตที่หน้าวัด ในตอนขากลับ ได้เดินผ่านกุฏิของคุณยาย และอุปัฏฐากของท่านก็ได้มานิมนต์ให้อยู่รอก่อน ในระหว่างนั้นหลวงพี่ก็ได้ตรึกธรรมะทำใจใส ๆ เพื่อให้คุณยายได้บุญมาก ๆ และไม่นานอุปัฏฐากท่านนั้นก็ ได้เข็นรถเข็นซึ่งมีคุณยายนั่งอยู่ มาที่ประตูรั้ว แล้วก็ได้ตระเตรียมขนมสำหรับใส่บาตร เสร็จเรียบร้อย คุณยายก็ได้ใส่บาตรพระทีละรูป หลวงพี่อยู่ในลำดับที่ ๔ ได้สังเกตเห็นคุณยายสวมเสื้อสีขาว สวมหมวกสีขาว และท่านค่อย ๆ หยิบขนมซึ่งบรรจุหีบห่ออย่างประณีต บรรจง ใส่ลงในบาตรอย่างช้า ๆ ด้วยตัวของท่านเอง และด้วยความเคารพในทานเป็นอย่างมาก
และเมื่อท่านเงยหน้าขึ้นมอง หลวงพี่ได้เห็นใบหน้าของท่านอันผ่องใส และดวงตาของท่านที่บ่งบอกถึงความเต็มเปี่ยม ไปด้วยความเมตตา มุ่งมั่นจริงจังและจริงใจ แม้ว่าท่านจะอายุใกล้ ๙๐ ปีแล้วก็ตาม แต่ท่านยังมีสติสัมปชัญญะและเรี่ยวแรงดีอยู่ เมื่อท่านได้ใส่บาตรพระครบทุกรูปแล้ว ท่านก็ได้พนมมือขึ้น และรับพรพระเป็นภาษาบาลีตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังความปีติ ดีใจให้บังเกิดขึ้นแก่พระภิกษุสามเณรทั้ง ๙ รูปนั้นเป็นอย่างมาก บางรูปถึงกับน้ำตาคลอและร้องไห้ด้วยความปีติดีใจที่ได้เจอคุณยาย ไม่นาน หลังจากนั้นไม่นานหลวงพี่ได้มาทราบภายหลังว่าคุณยายนี้ไม่ได้ออกมาพบปะญาติโยมเมื่อช่วง ๑ ถึง ๒ ปีที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้หลวงพี่เคยได้ฟังเรื่องราวประวัติและคุณธรรมของท่านจากพระอาจารย์ และเมื่อฟังแล้วก็รู้สึกว่าท่านเป็นคนที่เข้มแข็ง อดทน มุ่งมั่น และเด็ดเดี่ยวมาก ๆ เพราะท่านเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่รู้หนังสือ ไม่เคยเดินทางไกล ได้เดินทางออกจากบ้านที่นครปฐม เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาวิชชาที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลังจากนั้นไม่นาน มีหลวงพี่รูปหนึ่งได้ถวายหนังสือคำสอนของคุณยายเล่มแรกให้กับหลวงพี่ หลวงพี่ได้อ่านแล้วก็รู้สึกเหมือนกับได้อยู่ใกล้กับคุณยาย ได้ฟังคำสอนจากท่านโดยตรง คำพูดของท่านเป็นคำพูดที่มีค่าและทรงพลัง และยังบ่งบอกถึงภูมิปัญญาอันสูงส่ง และจิตใจอันใสสะอาด บริสุทธิ์ของท่านเป็นอย่างดี
จากความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยวของคุณยายนี่เอง ทำให้หลวงพี่นึกถึงเรื่องของนายมาลาการ ผู้ที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ได้ยอมสละชีวิต เพื่อทำความดีดังที่หลวงพี่จะได้เล่าเรื่องดังต่อไปนี้ ในสมัยพุทธกาลได้มีชายคนหนึ่งชื่อนายมาลาการ มีหน้าที่นำดอกมะลิจำนวน ๘ กำไปถวายแด่พระราชาคือพระเจ้าพิมพิสารทุกวันในเวลาเช้า โดยเขาจะได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน
มีอยู่วันหนึ่งเขาได้ ขณะที่กำลังเดินนำดอกมะลิไปถวายพระราชา เขาก็ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขณะกำลังเดินบิณฑบาต ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก จึงได้คิดว่าถ้าเราถวายดอกมะลิแด่พระราชา เราก็จะได้เพียงแต่ความสุขแต่เพียงในชาตินี้ แต่ถ้าถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะได้ประโยชน์สุขในชาติหน้าได้ ดังนั้นเราก็จะถวายดอกมะลินี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ว่าพระราชาจะฆ่าเราหรือลงโทษเราก็ตาม
คิดดังนั้นจึงได้ถวายดอกมะลิทั้งหมดแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ได้ทรงยังปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น โดยที่ดอกมะลิทั้ง ๘ กำนั้นได้ลอยท่ามกลางอากาศ ได้มาล้อมรอบพระองค์ทั้ง ๔ ทิศ เบื้องขวา เบื้องซ้าย เบื้องบนและเบื้องหลัง เป็นประดุจกำแพงกั้น
นายมาลาการ ได้เห็นเช่นนั้นก็เกิดความปีติดีใจเป็นอย่างมาก และมหาชนได้เห็นเข้าก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธามากจึงได้ชักชวนกันมาชื่นชมเป็นจำนวนมาก เมื่อนายมาลาการได้กลับไปที่บ้านก็ได้เล่าให้กับภรรยาของตนฟัง เมื่อภรรยาได้ฟังแล้วกลับไม่เห็นด้วย และคิดว่าตัวเองจะพลอยมีภัยไปด้วย จึงได้รีบไปเฝ้าพระราชา และได้ทูลเล่าเรื่องให้ฟัง และบอกว่าสิ่งที่สามีของตนทำ เธอไม่เกี่ยว
พระเจ้าพิมพิสารซึ่งบรรลุเป็นพระโสดาบันแล้ว ก็ได้คิดว่าหญิงคนนี้เป็นคนที่มีมิจฉาทิฏฐิ ดังนั้นจึงทรงแสร้งโกรธนายมาลาการ แล้วก็ รับเรื่องไว้แล้วก็เสด็จไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้เห็นปาฏิหาริย์นั้นก็บังเกิดความปีติดีใจ และได้มอบทรัพย์สิ่งของ ๘ อย่างให้กับนายมาลาการ อันมีช้าง ๘ ม้า ๘ ทาสชาย ๘ หญิง ๘ และทรัพย์สินเงินทองอีกมากมายเป็นต้น
ต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ถึงคติของนายมาลาการแก่พระอานนท์ว่า อย่าคิดว่าบุญนี้เพียงเล็กน้อย นายมาลากาลได้สละชีวิตเพื่อบูชาเรา เขาจะไม่ไปสู่ทุคติเลยตลอดแสนกัป เขาจะท่องเที่ยวแต่ในมนุษยโลก และเทวโลกตลอดแสนกัป และในภพชาติสุดท้ายนี้ เขาจะได้บรรลุธรรมเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ทรงพระนามว่าพระสุมนะปัจเจกพุทธเจ้า
จากเรื่องนี้ทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่างจากนายมาลาการนักสร้างบารมี หลวงพี่อยากจะขอยกตัวอย่างของคุณยายเพื่อมาเปรียบเทียบให้กับนักสร้างบารมี เพื่อชี้ เป็นหัวข้อของคุณสมบัติของนักสร้างบารมี เพื่อชี้ให้เห็นว่าคุณยายนั้นเป็นนักสร้างบารมีผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งดังนี้คือ
ประการแรก นายมาลาการเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต เขาไม่ได้คิดแต่เพียงในชาตินี้ แต่ยังได้คิดถึงชาติหน้า โดยคิดว่าถ้าถวายดอกมะลินี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาก็จะได้บุญติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ ถ้าหากว่าเขาคิดเหมือนกับภรรยา ไม่มีศรัทธา เป็นผู้ประมาทในชีวิต เขาก็คงจะไม่ได้ทรัพย์สมบัติทั้ง ๓ คือมนุษย์สมบัติ ทิพย์สมบัติ และนิพพานสมบัติ มากมายถึงเพียงนี้
คุณยายของเราท่านเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต ท่านคิดว่าท่านแก่แล้ว ตั้งแต่ท่านยังสาว ท่านจึงเร่งสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เมื่ออายุ ๒๙ ปีท่านคิดว่าคนเราย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย ตายไปก็เอาทรัพย์สินเงินทองติดตัวไปไม่ได้ เอาไปได้แต่เพียงบุญและบาปเท่านั้น แนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีที่สุดก็คือการปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงความหลุดพ้น และการปฏิบัติธรรมได้อย่างสะดวก ก็จะต้องอยู่ในเพศของนักบวชนั่นเอง ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจที่ประพฤติพรหมจรรย์ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ประการที่ ๒. นายมาลาการเป็นผู้ที่ไม่ดูหมิ่นในบุญแม้เพียงเล็กน้อย ได้ตัดสินใจที่จะถวายดอกมะลิที่ตนมีอยู่ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว ยอมสละชีวิตเพื่อบูชาบุคคลที่ควรบูชาคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และการทำบุญด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ครบทั้ง ๓ วาระ คือก่อนทำก็ดีใจ ขณะทำก็เลื่อมใส หลังทำก็มีความปีติดีใจ ใจชุ่มชื่นเบิกบานตลอดเวลา
หากนายมาลาการคิดว่าการถวายดอกมะลิเป็นบุญเพียงเล็กน้อยหรือกลัวว่าจะถูกลงโทษ หรือถูกฆ่า เขาก็คงจะไม่ได้ถวายกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็คงจะไม่ได้บุญมากมายถึงเพียงนี้ หรือหากว่าเขามีใจขุ่นในช่วงใดช่วงหนึ่ง ขณะที่ทำบุญคือก่อนทำ ขณะทำ หรือหลังทำ บุญของเขานั้นคงจะตก ๆ หล่น ๆ
คุณยายของเรา ท่านเป็นผู้ที่ไม่ดูหมิ่นในบุญแม้เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าบุญเล็กบุญใหญ่ของท่าน ท่านทำหมด ท่านคิดว่าแม้น้ำหยดทีละหยด ย่อมเต็มตุ่มได้ บุญก็เช่นกัน ท่านกลัวแต่เพียงว่าจะตามบุญของคนอื่นไม่ทันเท่านั้น และเมื่อสร้างวัดในขณะนั้นคุณยายอายุได้ ๖๐ กว่าปีแล้ว โดยปกติคนในวัยนี้ก็ย่อมที่จะเกษียณอายุแล้ว แต่ท่านเพิ่งเริ่มสร้างวัด เวลาที่ท่านทำงาน ท่านได้ทำงานด้วยความเต็มใจ เต็มที่และเต็มกำลัง และได้ทุ่มเทอย่างชนิดเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสร้างวัดให้เป็นบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเหมาะสำหรับสร้างพระ สร้างคนดี เมื่อท่านสร้างวัด ท่านก็คิดแต่เพียง ทำตัวเหมือนกับจุ่มอยู่ในบุญอยู่ตลอดเวลา โดยที่ท่านสามารถสร้างวัดจนสำเร็จได้ ก็ด้วยบุญนั่นเอง
การจุ่มในบุญนั้นก็คือการนึกถึงบุญที่ได้ทำมาในอดีต ได้ทำมาในปัจจุบัน และที่จะทำในอนาคต ท่านจึงนำบุญทั้งหมดนี้มารวมกันแล้วอธิษฐาน เวลาทำบุญท่านจะ รักษาใจให้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้บุญมาก ๆ บุญไม่ตกไม่หล่น และ ท่านไม่ยอมให้ใจขุ่นมัวหรือเศร้าหมองเลย
ประการที่ ๓ นายมาลาการเป็นกัลยาณมิตรให้กับภรรยา โดยเล่าเรื่องข่าวบุญที่ตนได้ทำให้กับภรรยาได้ฟัง แล้วแม้ว่าภรรยาจะไม่เห็นด้วย เขาก็ไม่ใจขุ่น ยังคงรักษาจิตใจให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ตลอดเวลา หากเขาคิดว่าจะไม่เป็นกัลยาณมิตรให้กับภรรยา ไม่ชักชวนทำความดี ในชาติหน้าเขาและภรรยาก็คงจะไม่ได้เกิดมาเป็นสามีภรรยาร่วมกันอีก
และคุณยายของเรา ท่านเป็นกัลยาณมิตรให้กับชาวโลก ท่านได้สืบสานมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก โดยเริ่มที่บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข ๑ ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ และก่อตั้งร่วมกับหมู่คณะชุดแรก ก่อตั้งวัดพระธรรมกายขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ก็ได้ขยายไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ตลอดระยะเวลามากกว่า ๓๐ ปีที่คุณยายได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรนี้ ท่านได้เป็นทั้งต้นบุญและต้นแบบให้กับชาวโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเรื่องความเคารพในพระรัตนตรัย ความกตัญญูต่อบิดามารดา และครูบาอาจารย์ ความเคารพในการต้อนรับปฏิสันถาร และความอดทนเป็นต้น
โดยสรุป คุณยายมีคุณสมบัติของนักสร้างบารมี ๓ ข้อคือ
๑. ไม่ประมาทในชีวิต
๒. ไม่ดูหมิ่นในบุญแม้เพียงเล็กน้อย ทุ่มเทสร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และรักษาจิตใจให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใสอยู่ตลอดเวลา
๓. ท่านเป็นกัลยาณมิตรให้กับชาวโลก
ดังนั้น ท่านจึงเป็นนักสร้างบารมีผู้ยิ่งใหญ่ที่พวกเราทุกคนควรจะสรรเสริญพระคุณของท่าน ท่านรักษาความดีดุจเกลือรักษาความเค็ม ท่านทำแต่ความดีและรักษา กาย วาจา ใจให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ตลอดทั้งชีวิตของท่าน แม้ว่าท่านจะละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่ท่านยังอยู่ในดวงใจของพวกเราทั้งหลาย รวมทั้งผู้มีบุญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะได้มา ณ บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ได้มาทราบประวัติและเรื่องราวของคุณยาย เรื่องราวการสร้างบารมีของคุณยาย ท่านจึงเป็นสุดยอดปูชนียาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ช่วยชี้หนทางแห่งพระนิพพาน ซึ่งหาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบันนี้
ต้นไม้ที่ได้รับการดูแลให้น้ำ ให้ปุ๋ย บำรุงเลี้ยงลำต้นจนโต ก็ย่อมออกดอกออกผลให้แก่เจ้าของฉันใด คนที่ได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เมื่อมีโอกาส ก็ย่อมตอบแทนคุณบิดามารดาและผู้มีอุปการะคุณฉันนั้น ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงควรเคารพกราบไหว้บูชา ระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน มีใจนักสร้างบารมีอันยิ่งใหญ่เหมือนอย่างท่าน และช่วยกันประกาศคุณงามความดีของท่าน ให้เลื่องลือไปไกล โดยนำคำสอนของท่านมาปฏิบัติให้สมกับเป็นลูกหลานของยาย คุณยายผู้ซึ่งที่เป็นที่เคารพรักยิ่งของพวกเราทั้งหลาย
ไม้จันทร์ แม้แห้ง ยังไม่สิ้น กลิ่นหอม
อ้อย แม้ถูกหีบ ยังไม่สิ้น รสหวาน
เกลือ แม้ถูกสตุ ยังไม่สิ้น รสเค็ม
บัณฑิต แม้ตกทุกข์ ยังไม่เลิก ประพฤติธรรม
ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญทุกท่านนั่งสมาธิเจริญภาวนาเพื่อปฏิบัติธรรมบูชาแด่คุณยายอาจารย์ของเรา ให้หลับตาของเราเบา ๆ หลับพอสบาย ๆ แล้วให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของเราให้พอเหมาะพอดี ให้นั่งอยู่ในท่าที่สบาย และให้ปรับใจของเรา ปลดปล่อยภาระเครื่องกังวลทั้งหลายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต เรื่องครอบครัว เรื่องการงานหรือการศึกษา ให้ปล่อยวางให้หมดเลย ให้น้อมนำใจของเรามาวางไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
ให้นึกถึงภาพของคุณยาย นึกถึงภาพของท่านใส ๆ ที่กลางท้องของเรา และให้น้อมนำใจของเรามาวางไว้ที่กลางกายของท่าน วางใจนิ่ง ๆ เบา ๆ สบาย ๆ ตรึกระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน ที่ท่านได้เป็นทั้งต้นบุญและต้นแบบ ช่วยชี้แนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องให้กับเรา
ให้เรานึกถึงบุญกุศลที่เราได้บำเพ็ญมาดีแล้วในอดีต ได้กระทำในวันนี้และที่ตั้งใจจะกระทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต ให้น้อมบุญทั้งหลายเหล่านี้ถวายบูชาธรรมแด่คุณยาย และให้เราขอพรจากท่าน ให้เรามีจิตใจที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้เรามีกาย วาจา ใจที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ เหมือนอย่างท่าน และให้เราศึกษาและประพฤติปฏิบัติธรรม ก็ขอให้เชี่ยวชาญชำนาญคล่องเหมือนอย่างท่าน และให้เราตั้งจิตอธิษฐานตามแต่ความปรารถนาของแต่ละท่านนะ
*********************************** จบ ***********************************