ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การประพฤติพรหมจรรย์เป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระครูปลัดภูเบศ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในอดีตในปัจจุบัน และในอนาคตทั้งหลาย ขอถวายความเคารพแด่พระเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการทั้งหลาย สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้นำบุญ ผู้เป็นลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทั้งหลาย พฺรหฺมจริยา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การประพฤติพรหมจรรย์เป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง ปรารภเหตุในวันพรุ่งนี้ คือวันวิสาขบูชา อันเป็นวันแสงสว่างของโลก ซึ่งพวกเราได้รู้กันดีแล้วว่า วันวิสาขบูชานั้น เป็นวันคล้ายวันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา และก็อยากจะให้พวกเราได้บุญใหญ่อย่างที่ นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก และไม่อยากให้พวกเราพลาดโอกาสอันดีอย่างนี้ วันพรุ่งนี้นี่ จะมีขุนพลกล้าแห่งกองทัพธรรม สามเณร ๑๐ รูป ประกาศตัวอุทิศชีวิต ถวายเป็นพุทธบูชา เข้ามาสู่ร่มกาสาวพัตร พวกเราชาววัดพระธรรมกาย อาจจะได้มีโอกาสร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่ๆ แบบนี้มาตลอด อาจจะนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของพวกเรา หมู่คณะที่นี่ แต่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ของชาวโลกเลยทีเดียว ใหญยังไงล่ะ การที่เด็กหนุ่มๆ คนหนุ่มๆ มา ซึ่งยังอยู่ในวัยเจริญ วัยเจริญ มีอนาคตทั้งทางโลกได้ตัดความหวังทางโลก มุ่งมาแสวงหาทางไปพระนิพพานด้วยวัย เพียงแค่ ๒๑ ๒๒ เศษๆ เท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย พวกเราแต่ละท่าน แต่ละท่าน ที่อยู่ที่นี้ ก็คงจะรู้ดี แล้วสิ่งที่จะปรากฏขึ้นมานั้น เป็นที่โจษจัน ทั้งของชาวโลก ของมนุษย์ ของเทวดา ของพรหมทั้งหลายเลยทีเดียว เรื่องนี้พวกเราลองนึกดูให้ดี สามเณรน่ะแต่ละรูป แต่ละรูปที่จะมาบวชในวันพรุ่งนี้น่ะ ตอนที่ยังไม่ได้บวชเณร เป็นลูกโทนของคุณพ่อคุณแม่นะ บางคนก็เป็นลูก มีลูกชายลูกสาว ลูกชายก็มาบวชเณรบ้าง การที่พ่อแม่จะให้ลูก มาสู่เส้นทางสร้างบารมีประพฤติพรหมจรรย์แบบนี้น่ะ เราลองคิดดูแล้วกัน เหมือนกับเอาดวงตา เอาดวงใจของพ่อของแม่มาฝากไว้กับพระพุทธศาสนา ฝากไว้กับหลวงพ่อเลย แล้วเด็กนี่ตอนยังไม่ได้บวชเณร ก็ไม่ใช่เป็นเด็กเกเรเด็กอะไรนะ เรียนหนังสือนี่อยู่ในระดับ ๔ เฉลี่ย ๔ มาตลอด สอบได้ก็ที่ ๑ ที่ ๑ มาตลอด เป็นเด็กเรียบร้อย บางคนก็ได้รับรางวัลดีเด่นทางด้านความประพฤติบ้าง ทางด้านศีลธรรมบ้าง เป็นตัวอย่างที่ดีของโรงเรียน เพื่อนนักเรียนเดียวกัน เป็นที่เชิดหน้าชูตาของโรงเรียน ครั้นมาบวชเป็นเณรสามเณรก็ เป็นสามเณรที่ดี มีอาจาระเรียบร้อยฝึกตัวมาตลอด อาตมาน่ะ ได้เห็นเณรที่จะบวชในวันพรุ่งนี้น่ะ บางรูปน่ะตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ ออกมาน่ะเห็น แม่พามาที่วัดเตาะแตะๆ อายุ ๒ ขวบ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นได้แล้ว เอาหนังสือสวดมนต์มากาง กลับหัวกลับหางตีลังกา แต่ว่าสวดนี่เสียงแจ๋วเลย แล้วพอโตขึ้นมาหน่อย นั่งสมาธิ ๔ ขวบ ๕ ขวบ ได้ประสบการณ์ภายในกัน เณรบางรูป สมัยก่อนยังเป็นเด็กอยู่ ได้ความสว่าง ได้ดวง ได้องค์พระ เป็นเรื่องปกติเลย ปฏิบัติตั้งแต่อยู่ในบ้าน มาที่วัด คุ้นอยู่กับวัด วิ่งเหมือนกับวัดนี่เป็นบ้าน หกคะเมนตีลังกาไปตามประสาเด็ก แต่ว่าอยู่รอดปลอดภัยมา เมื่อก่อนมาบวชบางคน อยู่ในโรงเรียนในสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วง อย่างที่เรารู้อยู่ เข้าไปในห้องน้ำนี่ โดนรุ่นพี่บ้าง คว้าล็อคคอเอา เอามีดขู่ จะให้เสพยาเสพย์ติด ก็โชคดีบุญรักษาน่ะดิ้นหลุดมาได้ ในที่สุด ก็ได้เข้ามาสู่เส้นทางของสามเณร เหล่ากองของสมณะ ซึ่งอันนี้นี่เยาวชนของเรา จำนวนมากเลยที่เป็นปัญหาระดับชาติน่ะ อยู่ทุกวันนี้น่ะ ยังแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ตกเลย คือการติดยาเสพย์ติดตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน แต่ว่าสามเณรต่างๆ ที่มาบวชนี่ หลุดมาได้ต้องถือว่ามีบุญเก่าคุ้มครองมาดี และในสมัยก่อน สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ การที่จะบวชอุทิศชีวิตแต่ละครั้ง แต่ละครั้งนี่ มันก่อให้เกิดกระแสแห่งความใหม่ ขึ้นในสังคมของเราอยู่ เพราะว่า การที่คนหนุ่มๆ สักคนหนึ่ง ลุกขึ้นมาประกาศ ว่าจะบวชอุทิศชีวิต ถวายเป็นพุทธบูชานี่ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาบ่อยเลย จะมีนี่ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนี่ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ประกาศนำมา แล้วรุ่นหลังๆ ก็ตามมาทีละองค์ ทีละองค์ จากอุบาสกหลายๆ รูป เป็นอุบาสกฝึกตัวอยู่หลายปี กว่าจะมาประกาศตรงจุดนี้ได้ เพราะฉะนั้น พอเวลามีการบวช อุทิศชีวิตขึ้นมาองค์หนึ่งนี่ หลวงพ่อทั้งคุณยาย แล้วพี่ๆ น้องๆ กัลยาณมิตรนั่งเข้าที่กัน อธิษฐานจิตกันตัวตั้งเลยทีเดียว สมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ อนุโมทนากันเต็มที่เลย วัดปากน้ำภาษีเจริญ โบสถ์สถานที่แน่นขนัดไปเลยทีเดียว คับแคบไปถนัดใจเลย เพราะเป็นสิ่งที่ใหม่ เป็นเรื่องใหม่ขึ้นมา จะว่าเป็นเรื่องใหม่เฉพาะในยุคนี้ก็ได้ แต่ถ้ามองย้อนไปในสมัยพุทธกาลแล้วนี่ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย ในสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนมายุอยู่ ซ้ำรอย ผู้ที่ออกมาปฏิบัติ ในธรรมวินัยของพระองค์นี่ แต่ละคนแต่ละท่านแต่ละท่านนี่ มาจากที่ ไม่ใช่ว่าไม่มีอนาคตทางโลก แล้วหลบมาบวชไม่ใช่เลย แต่ว่ามองเห็นภัยในวัฏสงสารแล้วก็มาบวช ไปดูแต่ละองค์น่ะ ยสกุลบุตรเอยนี่ ใส่รองเท้าเป็นทองคำ เจอบริวารเพื่อนฝูงมากมาย ในที่สุดเกิดไม่สบายใจขึ้นมาก็เดินไปบ่นไปนี่ ที่นี่วุ่นวายจริงหนอ ที่นี่วุ่นวายจริงหนอ ที่นี่ทุกข์จริงหนอนี่ จนกระทั่งมาเจอพระผู้มีพระภาคเจ้า ถอดรองเท้าทองคำเอาไว้น่ะ แล้วมาขอฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า พระองค์บอกว่าที่นี่ไม่วุ่นวายหนอ ที่นี่ไม่ทุกข์หนอน่ะ เข้าไปหาเลยแล้วก็ฟังธรรมจากพระองค์ จนเขาได้ดวงตาเห็นธรรม พ่อเป็นมหาเศรษฐีอะไรของเมือง เดินตามมาอีก เอ๊ะ ลูกเราไปไหนหายไปทั้งคืน มาเจออีกทีพระพุทธเจ้าบังเอาไว้ด้วยฤทธิ์ของพระองค์ พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพ่ออีก พ่อได้ดวงตาเห็นธรรมอีก เอ๊ะ สมัยก่อนนี้นะ แต่ละคน แต่ละคนที่มาบวชมีเจ้าชายศากยวงศ์ เจ้าชายจากตระกูลต่างๆ แม้กระทั่งกษัตริย์ พอรู้ว่าพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นนี่ กษัตริย์บางพระองค์น่ะ ปีติขนาดมาก เป็นลมสลบไปเลย ๓ ครั้ง ๓ ครา ไม่เชื่อหูตัวเองว่า พุทโธ โลเก อุปันโน นี่ พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี่ รู้ข่าวจากพ่อค้าที่มาเฝ้าพระองค์ พอรู้ว่าพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในโลกน่ะ สละราชสมบัติหมดออกบวช ข้าราชภาร อำมาตย์ทั้งหลายแหล่น่ะ ทิ้งตำแหน่งออกบวชตาม โดยเสด็จตามไปหมดเลย นั้นพุทธศาสนาของเราน่ะ ในสมัยไหนก็ตามนี่ เป็นศาสนา เป็นคำสอนของผู้มีปัญญา ผู้มีบุญ มีบารมีแก่ๆ นะ ไม่ใช่เป็นเรื่องพอดีพอร้ายเลย แล้วก็ยุคในสมัยนั้นน่ะ ที่ได้ยินมาก็น้อยลงไปเรื่อยๆ น้อยลงไปเรื่อยๆ หลังพุทธปรินิพพานมาแล้ว จนกระทั่งมาถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำของเรานี่ เพราะท่านเห็นภัยในการครองเหย้าครองเรือน เห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านก็ออกบวช ออกบวชเสร็จท่านก็ประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วก็ตั้งสัจจาอธิษฐานว่าเมื่อบวชแล้วน่ะก็จะไม่สึก จะถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา เป็นทนายแก้ต่างให้กับพระศาสนา คุณยายของเรามาเจอ คุณยายอาจารย์ของเรามาเจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ตามหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกเหมือนกัน ไม่ได้เรียกร้องเลยว่าสิทธิสตรีเสมอภาค จะต้องบวชเป็นนั้นเป็นนี้น่ะ คุณยายไม่ปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ก้มหน้าก้มตาทำความเพียร ทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้น ไม่ได้เรียกร้องว่าจะต้องเป็นภิกษุณีอะไรต่ออะไรนี่ พอความรู้สึกเกิดขึ้นมานี่ก็ได้ที่พึ่งอันยิ่ง แล้วก็จนกระทั่งเป็นที่พึ่งให้กับตัวเองได้แล้ว ก็มาเป็นที่พึ่งให้กับพวกลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเรา ณ บัดนี้ ก็ตามเจริญ ตามรอยมา หลวงพ่อธัมมชโยหลวงพ่อของเรา ก็ตามคุณยายมาอีก ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ อยากจะบวชปฏิบัติธรรมดี ตั้งแต่ตอนสมัยเป็นนักเรียน เป็นนักศึกษา ผลการปฏิบัติธรรมก้าวหน้า แล้วก็มีความมั่นคงอยากจะบวช มองเห็นภัยในวัฏสงสาร มองเห็นความสุข มองเห็นอนาคตจากการไปให้ถึงพระนิพพานให้ได้ จะขอบวชน่ะ คุณยายบอกต้องให้เรียนให้จบก่อน แล้วค่อยบวช เพื่อจะได้เป็นหลักให้กับน้อง ๆ ที่ตามนักสร้างบารมีที่จะตามมาในภายภาคหน้า แล้วก็บวช แล้วก็ตามมา หลวงพี่ฐิตะ หลวงพ่อทัตตชีโวก็ตามมาเป็นแถว อุบาสกเมื่อก่อนกว่าจะได้บวช ฝึกตัวนะ ถือศีล ๘ ถือบางทีไม่ได้ถือแค่ ๕ วัน ๑๐ วันนะ แล้วก็ไม่ใช่ปี ๒ ปี ถือที ๑๐ ปี ๑๒ ปี ๑๕ ปี กว่าจะได้บวชกัน ทดสองกำลังใจ ทดสอบความ เอ่อ จิตใจของตัวเอง ทดสอบกันอย่างหนักหน่วง พอฝึกตัวเองได้ระดับหนึ่งแล้วน่ะ ให้คุณยายฝึก ให้หลวงพ่อฝึก พอถึงระดับหนึ่งหลวงพ่อก็คณะสงฆ์ก็ มีฉันทานุมัติให้บวชถึงจะได้บวช เพราะฉะนั้นการบังเกิดขึ้นของวัดพระธรรมกายในสมัยแรกๆ จึงเกิดผลกระทบในเชิงบวก ในเชิงดีต่อพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรงเลยทีเดียว แล้วก็มาถึงสามเณรของเรานี่ นี่เป็นคณะแรกนะสามเณรคณะแรกที่ประกาศบวชอุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนา แล้วสามเณรแต่ละรูป แต่ละรูปที่เห็นมานี่ เห็นมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งมาบวชเณร รู้จักคุณพ่อคุณแม่ รู้จักเทือกเถาเหล่ากอนี่ ไม่ธรรมดาเลย แล้วตัดใจมาบวชแบบนี้ได้ ก่อนจะบวช ความจริงบางรูป อายุ ๒๒ ถึงได้บวช อายุ ๒๑ ถึงได้บวช ก็แปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมข้างนอกเขาประมาณ ๒๐ อายุ ๒๐ เขาก็ให้บวชกันแล้ว นี่ทำไมถึงต้องรอให้ ๒๑ ทำไมถึงรอให้ ๒๒ ถึงให้บวช เอ่อ พวกเราสงสัยไหม ก็ได้ถามดู ว่าทำไมถึงไม่บวชตอน ๒๐ ล่ะ ทำไมต้องบวชตอนที่ ๒๑ ๒๒ พวกเราฟังดูให้ดีนะ เผื่อบางทีจะได้คิดแล้วก็จะได้เอาไปใช้ หลวงพ่อบอกว่า เณรของหลวงพ่อนี่ หน้าตาอ่อนกว่าอายุ ดูเป็นเด็ก เพราะเณรนี่ปฏิบัติธรรมตลอด เพราะฉะนั้น ถ้าพวกเราอยากจะให้ดูหน้าอ่อนกว่าอายุนะ นั่งสมาธิเยอะ ๆ นะ แล้วไอ้หนูสกิน ไอ้เบบี้เฟรส อะไรต่ออะไรไม่ต้องใช้เลยนะ มานั่งปฏิบัติธรรมกันนี่แหละ หน้าตาเราจะนวลและอ่อนกว่าวัยเลยล่ะ งั้นเณรของเรานี่หน้าตาอ่อนกว่าวัยนี่ หลวงพ่อเลยบอกรอเอาไว้ให้ถึง ๒๑ ก่อน เสร็จแล้วนี่ เณรข้างนอก หมายถึงที่ทั่วๆ ไปน่ะ ของวัดพระธรรมกาย กว่าจะได้รับอนุมัติให้บวชนี้นะ ต้องสอบเปรียญธรรม นักธรรมเอกได้ เปรียญธรรมต้อง ๓ ประโยคขึ้นไป ข้างหลังก็เอาเลย เอากับเขาบ้าง ต้องให้ได้ บวชเสร็จให้เป็นมหาเลยนะ ตอนนี้เป็นสามเณรก็สามเณรมหา ไม่ใช่สามเณรธรรมดา พูดเร็วไปหรือเปล่า สามเณรมหานะ สามมหา มหานี่ พอบวชเป็นพระ ก็เป็นพระมหา พระมหาทันทีเลย นี่สามเณรของหลวงพ่อที่เลี้ยงมานี่ แล้วก็หลวงพ่อก็ฝึกมา งั้นบางรูปนี่ก็จะ ๒๑ ปีบ้าง บางรูป ๒๒ ปีบ้าง แล้วรุ่นนี้นี่เป็นรุ่นที่ปฏิบัติธรรมได้ดี เหมือนกับว่าเวลาลงมาเกิดนี้นะ มาพร้อมๆ กันเลย บางคนมาเกิดในกรุงเทพฯ บางคนไปเกิดที่พิษณุโลก บางคนไปเกิดที่อื่นๆ เชียงใหม่ก็มี เวลาลงมานี่ มาพร้อม ๆ กันนักสร้างบารมี แล้วรักการปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เด็กเลยทั้งนั้นเลย แต่ละรูป แต่ละคน แล้วก็ประคับประคองกัน เสร็จแล้วตอนอายุ ๒๑ ได้แล้ว จะบวชแล้ว ทดสอบความมั่นของตัวเองอีกปีหนึ่งว่า เอาแน่นะ ไหวนะ ทดสอบตัวเองอีก เป็นเณรมาแล้วแต่ละรูปนี้นะ ไม่ต่ำกว่า ๖ ปี แล้วทดสอบตัวเองอีก ทดสอบถามตัวเองอีก แน่นะ แน่นะ มันแน่จนไม่รู้จะแน่อย่างไรนะ ก็เลย เอาล่ะ มาบวชกัน การบวชอุทิศชีวิตของวัดเราน่ะ เกิดขึ้นทุกปี เกิดขึ้นบ่อยๆ พวกเราอาจจะรู้สึกว่าคุ้นๆ กันนะ แต่อย่าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เกิดเรื่องได้ง่ายเลย ในสมัยก่อนเมืองไทยเราน่ะ มีประชาชนพลเมืองอยู่ ๑๘ ล้านคน มีพระ มีพระ ๓ แสนรูป ตอนมีวัดอยู่ ๓ หมื่นวัด ๓ หมื่นกว่าวัด นั่นปีประมาณปีพ.ศ.๒๕๐๐ หรือก่อนหน้านั้นนิดหนึ่ง ณ วันนี้ ไทย ประเทศไทยเรามีประชาชนอยู่ ๖๕ ๖๖ ล้านคน มีพระเหลืออยู่ ๒ แสน ๖ หมื่นกว่ารูป นี่คือตัวเลขสถิติเมื่อปี ๒๕๔๒ มีวัดไม่ถึง ๓ หมื่นวัด เป็นวัดร้างสัก ๕ พันกว่าวัด แล้วพระ ๒ แสนกว่ารูปนี่ ๒ แสน ๖ หมื่นกว่ารูปนี่ ที่จะบวชยาว ๆ บวชนาน ๆ นี่ ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เมื่อก่อนจะบวชกันอย่างน้อยก็ ๓ พรรษา บวชกัน ๓ พรรษาศึกษาเล่าเรียนกัน บ้านเมืองสมัยก่อน สังคมสมัยก่อนถึงอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่เดี๋ยวนี้นี่จะบวชกันน่ะสักพรรษาหนึ่งก็หายากแล้ว จะบวชกัน ๑๕ วัน เดือนหนึ่ง บางคนบวชแค่ ๗ วัน ครองจีวรยังไม่คล่องเลย เอ้าสึกแล้ว นะ บางคนบวชแล้ว บอกบวชอะไร บวชหน้าไฟ นี่ มันน้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการที่จะหาพระ ที่ประกาศตัวจะบวชอุทิศชีวิตน่ะ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดาเลย แล้วที่พูดมาทั้งหมดนี่ อยากจะให้พวกเราน่ะ ได้บุญใหญ่นี้กันโดยทั่วหน้าโดยทั่วตากัน อย่าพลาดโอกาสอันดีนี้ พรุ่งนี้นี่ เป็นวันแสงสว่างของโลก เราก็จะมาทำความสว่างให้เกิดขึ้นในใจของพวกเราทุกคน มาร่วมอนุโมทนาบุญกับสามเณรทั้งหลายที่จะบวชเป็นพระ และให้พวกเราได้ไปบอกข่าวบุญอันนี้ให้ถ้วนทั่ว ญาติสนิท มิตรสหาย บุคคลที่เป็นที่รักของเราอยู่ที่ไหนไปตามมาอย่าให้พลาดโอกาสนี้เลยทีเดียว มาเป็นสักขีพยาน มาเป็นกำลังใจให้กับนักรบผู้กล้าแห่งกองทัพธรรม สามเณรที่จะบวชพรุ่งนี้นี่ ความจริงท่านบวชแล้ว ท่านบวชภายใน หลายๆ รูปภายในของท่านนี่บวชไปเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เพียงแต่มาบวชภายนอกเท่านั้น บวชกายเนื้อเท่านั้นเอง และสามเณรเหล่านี้นี่ ก็จะได้เป็นที่พึ่งของพวกเรา ของพระศาสนากันต่อ ๆ ไป มีนะสามเณรบางรูปน่ะ ตั้งแต่อายุ ๓ ขวบ ๔ ขวบ ขอแม่จะบวช จะบวชตั้งแต่อายุ ๓ ขวบ ๔ ขวบ บางรูปบอกว่าจะบวชแล้วจะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นี่ตั้งแต่ ๓ ขวบ พูดออกมาให้ได้ยินน่ะ เอ้อ น่าอนุโมทนาจริงๆ เลย แล้วบารมีของท่านแต่ละรูป แต่ละรูปนี่แก่ ๆ กัน เป็นบารมีแก่ ๆ กัน แล้วก็แปลกเป็นเรื่องที่แปลกที่ว่า คนที่มาอยู่ใกล้คุณยาย ใกล้หลวงพ่อนี่ จะมีความคิดแบบนี้กันทั้งนั้น จะมาเกิดการ เอ่อ เหนี่ยวนำหรือบารมีของท่านก็ไม่ทราบนะ เวลาเข้าไปใกล้ท่านแล้วนี่ ทั้งหลวงพ่อทั้งคุณยายพวกเรานี่ จะรู้สึกรักชีวิตพรหมจรรย์มาก อยากจะประพฤติพรหมจรรย์ อยากจะบวชว่างั้นเถอะ และเข้าไปใกล้ท่านมันก็เย็นไปหมดเลย เณรทั้งหลายเหล่านี้ เห็นภาพหลวงพ่อมาตั้งแต่ตอนก่อนบวชเณรน่ะ ตามคุณพ่อคุณแม่มาวัด เห็นหลวงพ่อมาก็อยากจะเป็นแบบหลวงพ่อ แล้วเข้าไปใกล้ๆ ท่านมันก็เย็นไปหมดเลยน่ะ เณรทั้งหลายเหล่านี้เห็นภาพหลวงพ่อมาตั้งแต่ตอนก่อนบวชเณรแล้ว ตามคุณพ่อคุณแม่มาวัด เห็นหลวงพ่อมาก็อยากจะเป็นแบบหลวงพ่อ แล้วก็มีความคิดแบบมาตลอด กระแสแห่งความดีงาม ความบริสุทธิ์ กระแสแห่งความรักในการประพฤติธรรมนี้ เกิดขึ้นมาจากไหน ให้พวกเรามองย้อนกัน มองย้อนให้ไปถึงหลวงพ่อ ต่อไปอีกก็มองไปถึงคุณยายที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเรา เป็นผู้ที่มีชีวิตที่สะอาด มีชีวิตที่บริสุทธิ์ มีความประพฤติเยี่ยงพรหม ประพฤติพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้นทั้งนี้ทั้งนั้นเลยนี่ คุณยายคือต้นบุญ คือต้นแบบในการประพฤติพรหมจรรย์ ให้กับพระลูก พระหลาน ให้กับสามเณรต่างๆ ให้กับพวกเรา ทั้งอุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายตามกันมา ในสมัยก่อน เมื่อสักปี ๒๕๐๐ เศษ ๆ อะไรต่ออะไรนี้ ช่วงนั้นนะ ๕๐๐ เศษๆ อุบาสิกานี่ คนไหนถ้าไม่แต่งงาน อุบาสกคนไหนถ้าไม่แต่งงาน ถ้าอยู่ทางโลกเขาจะมองดูว่า เอ๊ะๆ ผิดปกติหรือเปล่านะ แล้วก็จะไปค่อนขอดจะไปกระแนะกระแหนกัน มีหมู่คณะของพวกเราเท่านั้นน่ะ วัดพระธรรมกาย ลูกศิษย์ของคุณยาย ลูกของหลวงพ่อนี่ ที่รักการประพฤติพรหมจรรย์ แล้วก็ไม่ ไม่หวั่นไหวต่อคำกระแหนะกระแหน ถ้าเดี๋ยวนี้เขาอาจจะเรียกว่าพวกเราเหล่า ไม่ใช่เศรษฐี ว่าเป็นคานทองแท้นะ ไม่ใช่คานทองแท้ แต่เป็นผู้ที่รักในการประพฤติพรหมจรรย์จริง ๆ แล้วก็อยู่กันครองตัวประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติธรรมกันมาตลอด พวกผู้ชายอุบาสก ก็จะทยอยบวชกัน พวกผู้หญิงก็ประพฤติพรหมจรรย์เป็นอุบาสิกากันล่ะ ไม่ได้สนใจอะไรต่ออะไรต้องโกนหัว ต้องอะไรไม่ได้คิดเลย เอาบวชข้างใน บวชข้างในให้สะอาด บวชข้างในให้เป็นพระ ในหมู่คณะของเราเยอะแยะไปหมดเลย มีตัวอย่างให้เห็นนะ เพราะฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์น่ะ จึงเป็นการประพฤติที่มีแต่ความเย็น มีความสงบ แล้วก็มีความสุข การประพฤติพรหมจรรย์ จึงเป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราทั้งหลายนี่ ได้รวมใจกันนิ่งๆ นึกถึงคุณยาย ผู้ที่เป็นต้นบุญ ต้นแบบในการประพฤติพรหมจรรย์ให้กับหมู่คณะพวกเรากันสักครู่นะ ให้รวมใจกัน ให้ตรึกนึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมาดีแล้วในวันนี้น่ะ ได้ถวายแด่คุณยาย อาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นต้นบุญต้นแบบของพวกเหล่าลูกหลานทั้งหลาย ขอบารมีของคุณยายนี่ ให้มากลั่นแก้ กลั่นแก้ธาตุธรรมในตัวของเรา ให้สะอาด บริสุทธิ์ โรคภัยไข้เจ็บอันใดที่มีอยู่ในตัวให้ละลายหายสูญไปหมดเลย ขอบารมีคุณยายของเรา ช่วยมาคุ้มครองเรา พร้อมทั้งครอบครัว บริษัทบริวารทั้งหลายนี่ ให้เราได้สร้างบารมีไปอย่างสะดวกสบาย ราบรื่น แล้วได้เจริญรอยตามของคุณยายไปแล้วพรุ่งนี้เราจะได้มาร่วมอนุโมทนาบุญกับลูกหลานของคุณยายที่จะบวช ถึง ๑๐ รูป ให้เรารวมใจกันนิ่งๆ นะ (นั่งสมาธิ) สัพเพพุทธา… หน้า PAGE 8 FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\พฤษภาคม\44-05-06 EW-CNT.doc