ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์ของคุณยายอาจารย์
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐทุก ๆ พระองค์ ทั้งในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคตด้วยเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีครับเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเหล่ากัลยาณมิตรลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่านนะ (สาธุ)
ดวงจันทร์ลับ ดับไป เพียงสักครู่
ดวงดาวรู้ ต่างมุ่งหน้า มาไต่ถาม
ดวงจันทร์เจ้า จากไป อย่างงดงาม
ดวงดาวต่าง ขอติดตาม สร้างความดี
ในวันนี้ดวงจันทร์ นั้นยังคงอยู่
ยังเฝ้าดู ดวงดาวน้อย เปล่งรังสี
ดวงจันทร์ยิ้ม ยามดวงดาว ทุ่มชีวี
ทุกนาที ดวงจันทร์อยู่ คู่ดวงดาว
นับตั้งแต่วันที่คุณยายของพวกเราละสังขารลงจนกระทั่งมาถึงวันนี้ ก็นับรวมอายุเวลาแล้วก็ได้ ๑ ปีกับอีก ๔ วัน และตั้งแต่วันแรกที่มีการสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลงานคุณยายนั้น มีพวกเราทั้งหลายได้พากันมาเอาบุญกับคุณยาย บางคนได้มาทุกวันเลย ไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง บางท่านมาได้เกือบทุกวัน แม้บางครั้งจะมีภารกิจที่ทำให้ไม่สามารถมาได้ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็ยังส่งใจมา บางท่านบ้านอยู่ไกล กว่าจะเดินทางมาก็ต้องใช้เวลานาน แต่ถึงกระนั้นก็ยังอุตส่าห์มาเอาบุญกับคุณยาย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องอนุโมทนามากทีเดียว
ดังนั้นหลวงพี่ในนามของพระภิกษุ สามเณรทุกรูป จึงขอกล่าวคำอันเป็นมงคลกับพวกเราอีกครั้งหนึ่งว่าหลวงพี่ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะ (สาธุ) แม้ฝนจะตก แดดจะออก ฟ้าจะผ่าคำรามเพียงใด พวกเราลูกหลวงพ่อก็ไม่เคยหวั่นไหวในการสร้างบารมี
คราวนี้ สำหรับท่านที่มาบ้างไม่มาบ้าง บางทีมีอารมณ์ดี ๆ หน่อยก็มา บางครั้งมีอารมณ์น้อยหน่อยก็ไม่มา คราวนี้เราจะเอาใหม่ เราจำเป็นจะต้องสร้างให้มีอารมณ์ที่จะมาทุกวัน เพราะถ้าจะนับวันเวลาไปแล้ว วันเวลาที่เหลือจากนี้ จนกระทั่งถึงวันสลายร่างของคุณยาย ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อเลื่อนเข้ามาให้เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ ๓ กุมภาพันธ์ ถ้านับระยะเวลาแล้วก็เหลือแค่ ๑๔๑ วัน หรือว่า ๔ เดือนเศษเท่านั้นเอง
และหลังจากนั้นไปแล้ว แม้ตอนนั้นเราจะมีอารมณ์มาทุกวัน หรือสะดวกที่จะมาทุกวันก็ตาม ก็จะไม่มีสรีระของคุณยายมาให้พวกเราสร้างบารมีแบบวันนี้อีกแล้ว ตรงนี้หลวงพี่อยากจะให้พวกเราตระหนักกันไว้ จะได้ทุ่มเทสร้างบารมีเอาบุญกับคุณยายกันให้เต็มที่เลย
สาเหตุที่หลวงพี่ยกเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่าไม่อยากให้พวกเราประมาทในโอกาสทองของชีวิต ที่พวกเราทุกคนเป็นเจ้าของกันอยู่ โดยเฉพาะมีคำ ๆ หนึ่งที่พวกเราได้ยินกันมาบ่อย และทุกครั้งที่ได้ยินคำ ๆ นี้ ก็จะยังความภาคภูมิใจ ปลื้มปีติใจให้กับเราทุกครั้งเลย คำ ๆ นั้นก็คือคำว่าลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายนั่นเอง โดยเฉพาะคำว่าหลานคุณยายนั้น ไม่ใช่คำธรรมดาทีเดียวนะ เพราะถ้าพวกเรามองไปแล้ว ตลอดทั่วทั้งโลก ซึ่งประชากรโลกปัจจุบันนี้ มีประมาณ ๖ พันกว่าล้านคน บุคคลที่เป็นหลานของคุณยาย ถ้าจะนับแล้วก็คงไม่ถึง ๑ ล้านคน แต่ในจำนวน ๑ ล้านคนนั้นนี้ที่น่าภาคภูมิใจมากก็คือเราที่เป็นหนึ่งในนั้นด้วย พวกเราคงจะเห็น แล้วว่าคำว่าหลานของคุณยายเป็นคำที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ และถ้าหากจะนับเอาความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นหลานของคุณยายแล้ว ก็พอที่จะสรุปออกมาได้ ๕ ประการด้วยกันตามช่วงเวลาดังนี้
ประการแรก สำหรับผู้ที่ได้มาทันคุณยายตั้งแต่สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งใครที่มาทันในช่วงนั้น จะทำให้ได้ฝึกสมาธิกับคุณยายโดยตรงเลย แล้วได้ร่วมพิธีบูชาข้าวพระตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที แล้วก็หลายๆ ท่านสามารถประคับประคองตัวเองจนกระทั่งสร้างบารมีมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ประการที่ ๒. สำหรับผู้ที่ได้มาทันคุณยายสมัยรุ่นบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย ซึ่งสมัยนั้นคุณยายของเรายังแข็งแรงอยู่ ถ้าใครมาทันตอนนั้นก็จะมีโอกาสได้เข้าไปกราบท่าน ขอพรท่าน ได้ร่วมบุญกับท่าน แล้วก็ได้ฟังธรรมะจากท่านเองโดยตรง
ประการที่ ๓. สำหรับผู้ที่มาทันคุณยายในช่วงกำลังก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ถึงแม้ตอนนั้นสุขภาพของท่านจะไม่ค่อยแข็งแรงนักก็ตามที ซึ่งถ้าใครมาตอนนั้นก็จะมีโอกาสได้ร่วมทอดกฐินสามัคคี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ช่วง ๙๐ ปีทองของคุณยายประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และ ๒๕๔๑ และยังได้ร่วมบุญหล่อรูปหล่อทองคำของคุณยายขึ้นในวันปีใหม่ ๒๕๔๒ แล้วก็ได้ร่วมฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่ ๑ โดยมีคุณยายของเราเป็นประธาน
ประการที่ ๔. คือผู้ที่ได้มาทันคุณยายในช่วงนี้ ขณะที่สรีระหยาบของท่าน ยังอยู่ให้พวกเราสร้างบารมีกัน ซึ่งใครที่ได้เข้าวัด ได้มารู้ว่าเป็นหลานของคุณยายในช่วงนี้ ก็จะได้มีโอกาสร่วมบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวบูชาธรรมท่าน แล้วก็ได้มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมกับท่านสม่ำเสมออย่างวันนี้แหละ ได้ร่วมบุญสร้างโป้งประวัติศาสตร์บูชาธรรมคุณยาย แล้วก็ได้ทุ่มชีวีสร้างมหาวิหารทอดกฐินสามัคคีสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี แล้วก็ที่พวกเราได้ทราบกัน ตระหนักกันตอนนี้ก็คือได้ร่วมบุญทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างอนุสรณ์สถาน เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ และที่เราจะได้สร้างบารมีครั้งสุดท้าย ในขณะที่คุณยายยังมีสรีระหยาบอยู่ ก็คือการได้ร่วมงานวันสลายร่างคุณยายนั่นเอง
ที่เล่าตรงนี้ให้ฟัง ก็อยากให้พวกเราได้ภาคภูมิใจแล้วก็ได้ย้อนรำลึกถึงบุญที่พวกเราได้ทำมา ในขณะที่เราได้มาเป็นลูกหลานของคุณยาย แล้วก็ประการสุดท้าย สำหรับผู้ที่ยังมาไม่ถึงตอนนี้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นหลานของคุณยายอยู่ เมื่อเขามาถึงในอนาคตแล้ว เขาก็จะได้ยินได้ฟังเรื่องราวปฏิปทา คุณธรรมแล้วก็คำสอนของท่าน ซึ่งเหลือไว้เป็นมรดกแห่งธรรม ซึ่งก็ยังมีโอกาสได้สถาปนาวิหารของคุณยายขึ้น ซึ่งจะใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของท่าน เรื่องวิหารของคุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านมีดำริจะให้สร้างขึ้นในพื้นที่ ๑๙๖ ไร่ ใกล้ ๆ กับหอระฆัง บริเวณหลังโบสถ์ในวัดนั่นแหละ
พวกเราจะเห็นว่าความภาคภูมิใจและบุญบารมีที่พวกเราได้สร้างในขณะที่มาเป็นหลานของคุณยายทั้ง ๕ ประการหรือว่ามากกว่านี้ก็ตาม แต่ละคนก็มีความภาคภูมิใจ และได้มีโอกาสสร้างบุญบารมีร่วมกับคุณยายแตกต่างกันไป เพราะบางคนได้มาทันคุณยายตั้งแต่สมัยแรก ๆ บางคนเพิ่งได้มา และบางคนแม้ในตอนนี้ก็ยังมาไม่ถึงเลย แต่ไม่ว่าจะมาช้าหรือมาเร็วก็ตาม สิ่งที่พวกเรามีเหมือนกันก็คือความเป็นหลานของคุณยายนั่นเอง
คราวนี้ เมื่อเราได้เกิดมาเป็นหลานของคุณยาย ได้มีโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตขนาดนี้แล้ว ในฐานะของผู้เป็นหลาน เราควรจะทำอะไรให้กับผู้เป็นยายดี โดยเฉพาะผู้เป็นยายของเรานั้นไม่ใช่ยายทั่ว ๆ ไป เพราะท่านนอกจากจะเป็นคุณยายของเราแล้ว ท่านยังเป็นครูบาอาจารย์ผู้เลิศของเราอีกด้วย
ดังนั้น สิ่งที่เราควรปฏิบัติต่อท่านที่สุดในตอนนี้ก็คือการบูชาท่านนั่นเอง ซึ่งการบูชา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่า ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ การบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นมงคลอันสูงสุด
นอกจากนี้พระพุทธองค์ยังทรงแนะนำว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชานั้น เราสามารถกระทำได้ ๒ วิธีด้วยกัน
วิธีแรก ก็คืออามิสบูชา หมายถึงการบูชาท่านด้วยสิ่งของนั่นเอง ถ้าจะพูดถึงการบูชาคุณยายด้วยสิ่งของแล้ว พอสรุปให้พวกเราได้ ๒ ประการในปัจจุบันนี้
ประการแรก คือการบูชาท่านด้วยของหอมนั่นเอง ที่พวกเราหลาย ๆ ท่านก่อนจะมาฟังสวดพระอภิธรรม ได้เดินทางมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย และจะนำดอกไม้โดยเฉพาะดอกบัว หรือว่าพวงมาลัยดอกมะลิมาบูชายาย โดยการเอามาวางบนแท่นบูชาทั้ง ๒ ฝั่งด้านหน้าเรา
อีกประการหนึ่ง คือการได้สถาปนามหาวิหาร และอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของท่าน ซึ่งทั้งการทอดกฐินแล้วก็ทอดผ้าป่านี้ คุณยายเราก็เป็นประธานทั้ง ๒ แห่งเลย
การบูชาอีกอย่างหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ก็คือ การปฏิบัติบูชา ก็คือการบูชาด้วยการปฏิบัติ ซึ่งเรื่องการปฏิบัติบูชาต่อคุณยายนั้น ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่ท่านอยากให้ลุกหลานของท่านทำมากที่สุดด้วย โดยท่านได้ฝากมากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อก่อนที่ท่านจะละสังขารว่า ถ้ารักยาย ให้นั่งสมาธิเหมือนอย่างยาย จึงจะถือว่ารักยายจริง
เรื่องของการปฏิบัติบูชาบุคคลที่ควรบูชานั้น แม้ในสมัยพุทธกาล บัณฑิตทั้งหลายก็ได้ทำกันมาเป็นตัวอย่างมากมาย ซึ่งวันนี้หลวงพี่จะขอยกตัวอย่างให้พวกเราได้ฟังกันสัก ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องของพระภิกษุรูปหนึ่ง ท่านมีชื่อว่าพระติสสเถระ ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพาน เมื่อพระติสสเถระได้ทราบข่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาพาธใกล้จะปรินิพพานแล้ว ท่านจึงได้เร่งทำความเพียร เพื่อปฏิบัติบูชาพระศาสดาในขณะที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระศาสดาจึงได้ตรัสสรรเสริญท่านไว้ว่า ผู้มีความรักในเรา พึงเป็นเหมือนติสสะเถอะ แม้คนที่กระทำการบูชาเราด้วยของหอมและดอกไม้มากมาย ก็ยังไม่ชื่อว่าบูชาเรา แต่ผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรมนั่นแหละ จึงได้ชื่อว่าบูชาเรา
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของพระภิกษุเช่นกัน ท่านมีชื่อว่าพระธรรมารามเถระ พระธรรมารามเถระ เมื่อได้ทราบว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ท่านก็ได้ระลึกถึงพระธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์ได้สั่งสอนเอาไว้ แล้วก็น้อมนำมาปฏิบัติอย่างตั้งใจแล้วก็อย่างจริงจัง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอทราบเรื่องนี้เข้า พระองค์ก็เลยตรัสสรรเสริญพระธรรมารามเถระว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อบูชาเราโดยแท้
มาถึงพวกเรา ซึ่งเป็นลูกหลานของคุณยาย พวกเราก็ได้ทราบข่าวกันแล้วว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้เลื่อนวันสลายร่างคุณยายจากวันมาฆบูชาปีหน้า มาเป็นวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นอาทิตย์ต้นเดือน เมื่อพวกเราทราบอย่างนี้แล้ว ก็ขอให้รีบเร่งทำความเพียรให้ดี จะได้ปฏิบัติบูชาคุณยายและได้มีผลการปฏิบัติธรรมที่น่าพอใจมาบูชาคุณยายกัน ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้บูชาบุคคลที่ควรบูชาอย่างแท้จริง
คราวนี้หลวงพี่จะขอพูดถึงอานิสงส์ของการบูชาบุคคลที่ควรบูชาสักเล็กน้อย การบูชาบุคคลที่ควรบูชาอย่างคุณยายเรา ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ ปราบมารประหารกิเลสให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากกองทุกข์ มุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
อานิสงส์ของการบูชาบุคคลที่มีมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ หลวงพี่อยากจะใช้สำนวนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ว่า ไม่ต้องพูดถึงกันละ และในเรื่องนี้พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำเอง ท่านได้เคยกล่าวเอาไว้กับอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิดของท่าน ก็คือลุงผงนั่นเอง โดยหลวงปู่วัดปากน้ำท่านได้กล่าวไว้ว่า ต่อไปนี้แม้หลวงพ่อจะละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่ถ้าใครที่มีความเลื่อมใสในหลวงพ่อ และได้บูชาหลวงพ่อ ผลของการบูชาที่เขาจะได้นั้น จะมีค่าเท่ากับการบูชาในขณะที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ทีเดียว
ดังนั้นการที่เราได้ตั้งใจบูชาคุณยายทั้งอามิสบูชา และปฏิบัติบูชาก็ให้มั่นใจเถอะว่าไม่ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่หรือละสังขารไปแล้ว อานิสงส์ที่เราได้เสมอกัน และจะขอยกเอาอานิสงส์ของการสักการะบูชาบุคคลที่ควรบูชา ซึ่งพระพุทธองค์ก็ตรัสเอาไว้ในลักขณสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตในชาติปางก่อน เมื่อตรวจดูมหาชนที่ควรสงเคราะห์ย่อมรู้จักชนที่เสมอกัน รู้จักบุรุษพิเศษ ทราบว่าบุคคลนี้ควรแก่สักการะด้วยสิ่งนี้ แล้วทำประโยชน์พิเศษในบุคคลนั้นๆ ในกาลก่อนๆ ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ครั้นจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว มาสู่ความเป็นมนุษย์ ย่อมได้ลักษณะมหาบุรุษ ๒ ประการดังนี้คือ
มีพระวรกายเป็นปริมณฑล ดั่งต้นนิโครธ ๑ ต้นนิโครธก็คือต้นไทรนั่นเอง เมื่อทรงยืนอยู่ ไม่ต้องทรงน้อมพระวรกายลง ย่อมสามารถลูบคลำพระชานุหรือเข่าทั้งสองด้วยฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองได้อีก ๑
พระมหาบุรุษสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะทั้งสอง ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีสมบัติมาก มีคลังเต็มบริบูรณ์ ถ้าทรงออกผนวช ก็จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มั่งคั่งมีทรัพย์มาก ทรัพย์ของพระองค์ก็คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ สุตะ จาคะ ปัญญา นี่เป็นอานิสงส์ของการบูชาบุคคลที่ควรบูชาที่มีมาในพระไตรปิฎก
นอกจากนี้แล้ว อานิสงส์ของการบูชายาย ก็ยังทำให้เราสามารถที่จะซึมซับเอาคุณธรรมอันยอดเยี่ยมที่คุณยายมีมา ปฏิบัติตามได้อย่างง่ายดาย เพราะความเคารพรักและบูชาในคุณยายนั่นเอง และเมื่อเราปฏิบัติตามคุณยายอย่างนี้ หรือเดินตามรอยอย่างนี้ คือยายทำอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น ในที่สุดยายเป็นอย่างไร เราก็จะเป็นอย่างนั้น ดังบทประพันธ์ที่ตะวันธรรมได้เขียนเอาไว้ว่า
หากอยากเป็นเช่นยาย ทำอย่างยาย เฝ้าเพียรฝึกฝน
ลำบากก็จำสู้ทน เฝ้าอดทน สร้างบารมี
เมื่อเราได้ทราบถึงความโชคดีอันยิ่งใหญ่ ที่ได้มีโอกาสเกิดมาเป็นหลานของคุณยายแล้ว ก็ขอให้เราภาคภูมิใจและเอาความภาคภูมิใจอันนี้มาเป็นพลังผลัดดันให้เราไม่ประมาท แต่กลับให้ช่วงชิงโอกาสทองของชีวิตที่ยังพอมีเหลืออยู่มาเอาบุญกับคุณยาย ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนี้อีกต่อไป
ดังนั้นเวลาที่เหลือต่อจากนี้ หลวงพี่ก็ขอเชิญทุกท่าน ได้ตั้งใจปฏิบัติบูชาคุณยายสักครู่หนึ่งนะ ให้พวกเรานึกถึงคุณยายเห็นท่านชัด ใส สว่าง ตรงกลางท้องของเรานั่นแหละ เห็นท่านนั่งขัดสมาธิคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น หันหน้าไปทางเดียวกับเรา นึกเห็นท่านอย่างเบา ๆ นึกอย่างสบาย ๆ ให้คุณยายได้เป็นกัลยาณมิตรแก่เรา ตรงศูนย์กลางกายนั่นแหละ ให้ประคองกันไปสักครู่หนึ่งนะ
**************************** จบ ****************************