ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ความหมายของ "ธัมมกายานุสสติถา"

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอโอกาสพระมหาเถรานุเถระ เพื่อนสหธรรมิกทุกรูป ขอความเจริญรุ่งเรืองในธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงบังเกิดมีแด่สาธุชนยอดนักสร้างบารมี ลูกหลานยายทุกๆ ท่าน (สาธุ) ตถาคตสฺส เหตํ วาเสฏฺฐา อธิวจนํ ธมฺกาโย อิติปิ ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ก็คำว่าธรรมกายก็ดี นี้แหละเป็นชื่อของเราตถาคต อาตมภาพจะได้นำเรื่องราวที่ครูบาอาจารย์ให้ความสำคัญยิ่งชีวิต คือเรื่องของพระธรรมกายมาเล่าสู่ทุกท่านได้รับฟัง โดยผ่านการแปลความหมายของธรรมกายานุสติกถา คือคาถาที่ว่าด้วยการนึกถึงพระธรรมกายว่าธรรมกายนั้นคืออะไร อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร บทสรรเสริญพระธรรมกาย ประพันธ์โดย พระราชภาวนาวิสุทธ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) และคณะมหาเปรียญธรรม ๙ ประโยค มีคำอธิบายดังนี้ สัพพัง ชิตัง เม สัพพัง แปลว่า ทั้งปวง ชิตัง เม แปลว่า เราชนะทุกอย่างแล้ว พละเดชะจอมไตร ด้วยเดชพระรัตนตรัยซึ่งมีคุณไม่มีประมาณ ทำให้เราชนะทุกอย่างแล้ว เป้าหมายคือจะชนะพญามาร นบพระธรรมกายใส นอกจากทำความเคารพนอบน้อมในองค์พระธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้จำลองมาให้สักการะบูชาแล้ว เรายังส่งใจไปถึงพระธรรมกายซึ่งใสสว่าง สถิตในนฤพาน พระธรรมกายนั้นอยู่ในอายตนนิพพาน เหมือนกายหยาบอยู่ในโลกมนุษย์ กายทิพย์ก็อยู่ในเทวโลก กายพรหมอยู่ในพรหมโลก กายธรรมก็ย่อมมีที่อยู่ มีที่รองรับ มีอายตนะมารองรับ เรียกว่าอายตนนิพพานมารองรับกายธรรม ดังนั้นเวลาเราน้อมนอบพระธรรมกาย ก็คือให้ส่งใจไปถึงอายตนนิพพานโน่นกันเลยทีเดียว ธรรมกายไม่ได้มีองค์เดียว แต่มีเป็นร้อย เป็นล้าน เป็นล้านๆ จนเป็นอสงไขยหลายล้านโกฏิ คือนับพระองค์ไม่ถ้วน กายธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และอรหันต์สาวกทั้งหลายที่ดับขันธปรินิพพานมากมาย รังสิโชตนาการ คือ รุ่งโรจน์โชตนาการด้วยธรรมธาตุ ธรรมรังสีอันบริสุทธิ์ในอายตนนิพพานนั้น สว่างยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้ เชื่อมกายพุทธญาณ กลั่นแก้โลกพ้นโศกตรม ธรรมกายของพระพุทธเจ้านั้นยังต้องช่วยกัน กลั่นแก้โลกให้พ้นโศกตรม เรียกว่าช่วยเหลือมนุษย์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ในโลก ตั้งแต่มนุษยโลก เทวโลก พรหมโลก ช่วยให้หมดเลย เพราะท่านรู้ว่ามนุษย์ ทิพย์ ยังตกอยู่ในอวิชชา ยังมีอวิชชาครอบงำจิตใจอยู่ แล้วก็ยังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ฉะนั้นยังต้องกลั่นแก้โลกพ้นโศกตรม กายธรรมงดงามนัก วรลักษโณดม วร แปลว่า ประเสริฐ ลักษณะ + อุดม ลักษโณดม ก็คือลักษณะของท่านงดงามยิ่งนัก งามไม่มีที่ติ กายหยาบของเราว่าสวย ว่างาม ว่าหล่อ ก็ยังมีที่ติ กายทิพย์ก็มีที่ติ พรหม อรูปพรหม ยังมีที่ติ แต่กายธรรม งามจริงๆ งามไม่มีที่ติได้เลย สรรพางค์สง่าสมมหาบุรุษทั้งกายา เพราะว่า ทั้งก้อนกายของธรรมกายนั้นได้ลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ ลักษณะมหาบุรุษเป็นสุดยอดของกายทั้งหลาย เป็นกายที่งดงามที่สุด สมบูรณ์ที่สุด Perfect ที่สุด เกตุบัวตูมใสเด่น กายดังเช่นเพชรโสภา หมายถึง เมื่อมองเข้าไปอีกด้วยใจที่หยุดนิ่ง กายธรรมมีเกตุดอกบัวตูม ใส สว่าง ก้อนกายของท่านใสเหมือนแก้ว ใสเหมือนเพชร เพชรที่โสภา ก็คือเพชรที่งามมาก ใครๆ ก็ปรารถนาเพชร ส่วนธรรมกายมีกายที่ใสยิ่งกว่าแก้ว ยิ่งกว่าเพชรเสียอีก ใสมาก ใสเกินความใสใดๆ ในโลก รู้แจ้งทั้งโลกา หมายถึง ธรรมกายมีลักษณะพิเศษคือรู้แจ้งทั้งโลกา ตั้งแต่มนุษยโลก เทวโลก พรหมโลก รู้หมด ญาณทัสสนะของธรรมกายนั้นเป็นอจินไตย เพราะว่าพระธรรมกาย ในพระไตรปิฎกกล่าวเอาไว้ชัดเชนว่า ธรรมกายเป็นอจินไตย พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย เอวํ อจินฺตยา พุทฺธา พุทฺธธมฺมา อจินฺตยา อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ วิปาโก โหตฺจินฺตโย พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็เป็นอจินไตย วิบากของผู้มีจิตเลื่อมใสพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นอจินไตยนั้น ย่อมเป็นอจินไตย คือมีอานิสงส์จะนับจะประมาณไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่พวกเราสวดสรรเสริญพระธรรมกาย อันเป็นอจินไตยนั้น ก็ย่อมมีอานิสงส์เป็นอจินไตยด้วย จึงควรแท้ที่เราจะสรรเสริญพระธรรมกาย สถิตอยู่ทุกผู้คน พระธรรมกายอยู่ที่ไหน สถิตอยู่ทุกผู้คน มนุษย์ทุกคนนั้นมีธรรมกาย ในกลางกายของมนุษย์ทุกคนมีธรรมกายทั้งสิ้น เหลืออยู่แต่ว่าจะเข้าถึงได้อย่างไร ในคัมภีร์มหายานกล่าวไว้ชัดเจนว่า ในกายของมนุษย์นั้น มีกายๆ หนึ่งที่เรียกว่าคถาคตคัพภะ ถ้าดำเนินจิตเข้าสู่กลางภายใน สามารถที่จะทำให้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แต่เสียดายที่เขาไม่รู้วิธีเข้าถึง เหมือนมีหีบสมบัติ แต่ไม่มีกุญแจไข แม้มีอยู่ก็เหมือนไม่มี นับเป็นความโชคดีของพวกเราที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านบอกเอาไว้ ธรรมกายสถิตอยู่ในตัวของทุกคน คือตรงที่กลางกายฐานที่ ๗ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ จุดเริ่มต้นที่จะนำเราเข้าไปสู่เส้นทางแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้น เข้าไปสู่อริยมรรค คือเส้นทางของพระอริยเจ้า หรือเข้าไปสู่วิสุทธิมรรค เส้นทางแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้น เมื่อหยุดใจไว้ที่กลางกายฐานที่ ๗ มรรคมีองค์ ๘ รวมกันถูกส่วน เป็นมรรคสมังคี เกิดเป็นปฐมมรรค ซึ่งเป็นต้นทางไปสู่อายตนนิพพาน นี้คืออัจฉริยภาพของหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่ท่านได้ชี้แนะให้พวกเราได้ทราบทางสู่ธรรมกาย ซึ่งเป็นทางสู่นิพพานนั่นเอง ถามว่าจะเข้าถึงธรรมกายได้อย่างไร จะเข้าถึงได้ด้วยการ หยุดใจในบัดดลก็คือทำใจหยุดใจนิ่งนั่นเอง กลางกมลละไมละมุน คือหยุดใจไว้ในกลางกาย อย่างละไมละมุน พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้สอนว่า “ให้หยุดใจนิ่งๆ เบาๆ สบายๆ หยุดใจนิ่งๆ เบาๆ สบาย มีอะไรให้ดูก็ดูไป ดูไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆ “ พอหยุดใจได้สนิทแล้วจะเป็นยังไง คราวนี้ กายธรรมผุดเป็นสาย แผ่ขยายพุทธคุณ เนื่องจากถูกบังคับด้วยอำนาจฉันทลักษณ์ จึงย่อย่นพลความที่พิสดาร ถ้าให้ละเอียดก็คือ เห็นดวง ๖ ดวงกาย ๖ ดวงกาย เห็นกายมนุษย์ละเอียด เห็นกายทิพย์หยาบ-ละเอียด เห็นกายรูปพรหมหยาบ-ละเอียด กายอรูปพรหมหยาบ-ละเอียด จนถึงเห็นธรรมกายโคตรภู โสดา สกิทา อรหัต รวมเป็น ๑๘ กาย กายธรรมผุด ซ้อนขึ้นมาเป็นสาย ไม่ใช่องค์เดียวเท่านั้น แค่เป็นร้อยองค์ พันองค์ ล้านองค์ ตามความละเอียดของใจที่หยุดนิ่ง หมายถึง แผ่ขยายพระพุทธคุณ พุทธานุภาพซึ่งเป็น อานุภาพอันเป็นอจินไตยก็เกิดขึ้น ใครมีทุกข์ก็ช่วยให้พ้นทุกข์ ใครสุขอยู่แล้วก็ช่วยให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป พุทธคุณคอยปกป้องคุ้มครองรักษาให้ผู้นั้นเข้าถึงธรรมกายประสบแต่ความสุข ธรรมกายเป็น อู่แห่งทะเลบุญ เพราะว่าใครที่เข้าถึงธรรมกาย และมีผู้ทำบุญกับผู้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้ชื่อว่าทำบุญกับอู่แห่งทะเลบุญ เหมือนคุณยายอาจารย์ของเรา หรือหลวงปู่วัดปากน้ำ เพราะว่าธรรมกายมีอานุภาพเป็นอจินไตย อจินไตยมีอยู่ ๔ อย่าง ๑. พุทธวิสโย วิสัยของพระพุทธเจ้านั้นเป็นอจินไตย คือเรานึกคิดด้นเดาในวาระจิตของพระองค์ไม่ได้ เพราะว่าความคิดของพระองค์ออกมาจากกลาง จากต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ ส่วนพวกเรานั้นยังเป็นปุถุชน กิเลสหนา ปัญญาหยาบ ส่วนพระพุทธองค์เลิศล้นด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ อัปปมาโน พุทโธ พระพุทธเจ้าจึงมีคุณไม่มีประมาณ พุทธวิสโย ๒. ฌานวิสโย คือวิสัยของผู้ได้ฌาน ผู้ได้ฌานสมาบัติ มีฤทธิ์มีเดช ผู้ที่เข้าถึงพระธรรมกาย คือผู้ได้ฌานสมาบัติเหมือนกับ วิสัยของผู้ได้เข้าถึงพระธรรมกาย และได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย เชี่ยวชาญชำนาญญาณไม่ติดขัด ย่อมเป็นอจินไตยด้วย ผลบุญที่ทำกับผู้เข้าถึงธรรมกาย จึงเป็นอจินไตยอย่างที่หลายท่านได้เจออานุภาพมาแล้ว ๓. กัมมวิปาโก วิบากแห่งกรรมเป็นอจินไตย ว่าชาติที่แล้ว ร้อยชาติ พันชาติที่แล้ว ทำอะไรมาบ้าง นึกคิดได้ยาก เพราะว่าภพชาตินั้นมาตัดรอนทำให้เรานึกไม่ออกว่าทำอะไรมา ทำไมเราต้องเป็นคนเตี้ย คนขาว คนดำเกินไป คนจน คิดไปก็มีส่วนแห่งความเป็นบ้าได้ง่าย ๔. โลกจินตา ความคิดในเรื่องโลกๆ เช่น ดวงอาทิตย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครสร้างโลก ใครสร้างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ไปคิดพวกนี้ก็ไร้สาระ คือ ไม่เกิดประโยชน์และเป็นโทษมากกว่า เพราะเป็นอจินไตยคือไม่พึงคิด กายธรรมเป็นธรรมขันธ์ ธรรมขันธ์คือเป็นขันธวิมุตติ หลุดพ้นจากขันธ์ทั้ง ๕ คือ หลุดพ้นจากสภาวะของความเป็น รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งก้อนกายเป็นธาตุล้วนๆ เป็นธรรมล้วนๆ ธาตุธรรมที่บริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นนิจจัง เป็นสุขัง แล้วก็เป็นอัตตาด้วย ธรรมกายเป็นอัตตา จริยาปิฎกกล่าวถึงว่าธรรมกายเป็นอัตตา มีลักษณะหลุดพ้นจากขันธ์ เพราะเป็นธรรมขันธ์ ธรรมกายที่ระลึกและพึ่งพา เพราะธรรมกายเป็นพุทธรัตนะ ดวงธรรมภายในที่ทำให้เป็นธรรมกายเรียกว่า ธรรมรัตนะ องค์พระที่ละเอียด ละเอียดมากเข้าไปเรื่อยๆ นั้นเป็นสังฆรัตนะ ที่บอกว่า “รัตนตรัย” พระรัตนตรัยไม่ใช่เป็นเพียง หมายถึงรูปกายของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ แต่รัตนตรัยซึ่งเป็นแก้ว ๓ ประการนั้นอยู่ในกลางกายของเรา คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะที่สถิตอยู่ในตัวของมนุษย์ ดังนั้นพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของพวกเรา จึงเป็นแก่นแห่งรัตนตรัยอย่างแท้จริง พระธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ประมวลลงในพระธรรมกาย เนื่องจากธรรมกายเป็นศูนย์รวมของสรรพศาสตร์ ศาสตร์ทั้งหลายประมวลลงที่ธรรมกาย พอเข้าถึงแล้ว สำหรับผู้เข้าถึงพระธรรมกาย จะเป็นผู้ทรงอภิญญา ตั้งแต่อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้ ทิพยโสต หูทิพย์ เจโตปริยญาณ กำหนดใจคนอื่นได้ บุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้ ทิพพจักขุ ตาทิพย์ และอาสวักขยญาณ ทำอาสวะให้สิ้น ยกตัวอย่าง คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านแสดงฤทธิ์ แสดงปาฏิหาริย์ได้ ท่านอาศัยวิชชาธรรมกายปัดลูกระเบิด แล้วไปนรกก็ได้ ช่วยพ่อขึ้นจากนรกได้ แสดงฤทธิ์ได้ รู้วาระจิตคนอื่นได้ คือ เป็นเรื่องปกติของผู้เข้าถึงธรรมกาย พอเข้าถึงแล้ว จรณะพร้อมวิชชา คือ ความประพฤติ ๑๕ อย่าง ตั้งแต่สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล ประพฤติไม่ผิด ๓ อย่าง เข้าถึงธรรมกายแล้วจะประพฤติไม่ผิดพลาด คือไม่ผิดต่อหนทางพระนิพพาน ใจนั้นจะมุ่งไปสู่สวรรค์ นิพพานอย่างเดียว ทั้งอริยทรัพย์ ๗ ก็เกิดขึ้น ตั้งแต่ มีศรัทธา มีศีล มีหิริโอตัปปะ มีสติ มีความเพียร แล้วก็มีปัญญา ธรรมะเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้เข้าถึงพระธรรมกายโดยปริยาย และรูปฌาน ๔ คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน รวมเป็นจรณะ ๑๕ ประการ ผู้ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายจะถึงพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ปฏิสัมภิทาญาณก็คือปฏิสัมภิทา ๔ ได้แก่ อรรถปฏิสัมภิทา แตกฉานในอรรถธัมมปฎิสัมภิทา แตกฉานในธรรม นิรุตติปฏิสัมภิทา สามารถรู้ภาษาคน รู้ได้ทุกภาษา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา สามารถโต้ตอบกับผู้คนได้ คือไม่จน ด้วยคำตอบ จะไม่มีปัญหา คนส่วนใหญ่นั้นจะมีธุลีในดวงตา มีปัญหาในดวงจิต จึงมีคำถามเรื่อยๆ แต่ผู้ที่เข้าถึงธรรมกายอย่างหลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยาย ท่านมีคำตอบเสมอ ท่านไม่ค่อยมีปัญหา แล้วก็ไม่มีคำถาม ทั้งหมดนี้เป็นการอธิบายย่อๆ ในลักษณะของธรรมกายว่า คืออะไร อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร เรามาดูว่าเข้าถึงแล้วดีอย่างไร สมบัติพระจักรพรรดิ ไม่ถ้วนรัตน์มหาศาล มณีทิพย์ท่วมพิมาน แดนสราญผองเทวา หมายความว่า สมบัติมหาเศรษฐีในโลกนี้มารวมๆ กัน ไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ สมบัติพระเจ้าจักรพรรดิมีจักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว ไม่มีสมบัติของใครมาเปรียบได้ หลวงพ่อท่านรู้ตรงนี้ ท่านจึงให้พวกเราอธิษฐาน แล้วให้พรว่า “ให้ลูกๆ ทุกคนมีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องใช้ไม่หมด” รัตนชาติมากมายมหาศาล เมื่อรวมกับสมบัติที่เป็นทิพย์ ซึ่งสมบัติของชาวสวรรค์ ตั้งแต่วิมานเงิน หรือรัชตวิมาน สุวรรณวิมาน หรือวิมานทอง รัตนวิมาน วิมานแก้ว แก้ว ๗ สี มณี ๗ แสง วิมานเหล่านั้น หรือสมบัติเหล่านั้นจะมากมายปานใดก็ไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของการเข้าถึงพระธรรมกาย เมื่อเทียบธรรมรส สุขทั้งหมดสามโลกา ธรรมรสก็คือว่ารสที่เกิดจากการเข้าถึงพระธรรมกาย ความสุขทั้ง ๓ โลก มนุษย์ เทวโลก พรหมโลก ไม่ได้เสี้ยวหนึ่งจากการเข้าถึงพระธรรมกายเลย ดังธุลีในนขา บ่ปานเทียบพระธรรมกาย ธุลีก็คือพวกฝุ่นละออง นขา แปลว่า เล็บ ธุลีในนขาก็คือขี้เล็บนั่นเอง ขนาดนั้นเลยนะ เพราะว่าไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของสุขที่เกิดจากการเข้าถึงพระธรรมกาย เพราะฉะนั้นสมบัติเป็นยอดที่สุดของเรา ก็คือได้เข้าถึงพระธรรมกาย สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง รสแห่งธรรมนั้น คือรสที่เกิดจากการเข้าถึงธรรม ชนะรสทุกอย่าง เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว มีทุกข์ก็ช่วยให้พ้นทุกข์ มีสุขแล้วก็สุขยิ่งๆ ขึ้นไป นี่คือพระธรรมกาย เมื่อเราได้สรรเสริญกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ขอพรท่าน ด้วยเดชที่ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระธรรมกาย ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงธรรมกาย ให้ข้าพเจ้าได้รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ไปทุกๆ ชาติ ให้เทวดาลงรักษา บิดามารดา รักบุตรผู้เป็นที่รักดังดวงตาแก้วใจเพียงไร ก็ขอให้เทวดา ให้พระธรรมกายลงปกปักษ์รักษาข้าพเจ้าเพียงนั้น ข้าพเจ้ามีตาบอดข้างหนึ่ง ถนอมอีกดวงตาข้างหนึ่งเพียงใด ก็ขอให้ท่านได้เมตตาปกปักษ์รักษาข้าพเจ้าด้วยเถอะ ให้ได้สร้างบารมีอย่างมีความสุข ให้เป็นผู้เลิศไปด้วยโลกียทรัพย์และอริยทรัพย์ ทรัพย์ทางโลก ได้แก่ สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ใช้ไม่หมด อริยทรัพย์ ๗ คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ ปัญญา ไปทุกภพทุกชาติ เราจะได้ไม่พลาดจากเส้นทางพระนิพพาน ให้บุญจากการสรรเสริญพระธรรมกายติดเป็นดวงบุญที่สว่างไสวในใจของข้าพเจ้าไปทุกๆ ชาติ ทุกกัปทุกกัลป์ ให้เปี่ยมล้นด้วยบุญฤทธิ์ มีบุญญาบารมีมากๆ เพื่อเป้าหมายจะได้เป็นหนึ่งในการปราบมารเหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านตั้งใจไว้ว่าเป้าหมายของการบวชนั้นเพื่อทำวิชชาปราบมาร ก็ขอให้ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งในการทำวิชชาปราบมารนั้นด้วย เป็นสมุจเฉทปหาร ก็คือให้สามารถปราบทั้งกิเลส ทั้งปราบมารให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ จนกระทั่งในที่สุดให้บรรลุถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะว่าเป้าหมายของนักสร้างบารมีนั้นมีที่สุดแห่งธรรมเป็นเป้าหมาย ทั้งหมดนี้ คือบทสรรเสริญพระธรรมกาย ที่เราต้องสรรเสริญเป็นประจำ หมั่นสวดและสรรเสริญ ยิ่งเราสวดบ่อยๆ สรรเสริญมากเข้า ๆ อานิสงส์ในการสวดนั้นจะทำให้เราเข้าถึงพระธรรมกายได้ง่าย ***************************** จบ *****************************