ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของการสร้างบารมี

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระสุขสันต์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้ใคร่ในบุญทุกท่าน (สาธุ) สำหรับวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เราท่านทั้งหลายได้มาเก็บเกี่ยวบุญบารมีให้กับตัวเราเอง เพื่อสะสมไว้เป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารอันยาวไกล หลวงพี่ก็ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะ (สาธุ) การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นการยาก กว่าจะบังเกิดขึ้นต้องสร้างบารมีมายาวนาน ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อแลกกับพระโพธิญาณ ใช่ว่าจะไม่รักชีวิต แต่พระโพธิญาณเป็นที่รักยิ่งกว่า สิ่งที่เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ในวันนี้หลวงพี่ก็จะได้นำมาถ่ายทอดให้พวกเราได้รับฟังกัน โดยปกติธรรมดาของพระโพธิสัตว์จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว มีพระสติสัมปชัญญะ เสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดาเมื่อนั้นในโลกพร้อมทั้งเทวดา มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ แสงสว่างอันยิ่งไม่มีประมาณปรากฏในโลก สถานที่ที่พระจันทร์และพระอาทิตย์มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ส่องแสงไปไม่ถึง สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในสถานที่มืดก็จำกันได้ ทั้งหมื่นโลกธาตุนี้ย่อมหวั่นไหว สะเทือนสะท้าน ในประการต่อมา ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา เทวบุตร ๔ องค์ย่อมเข้าไปรักษาทิศทั้ง ๔ มนุษย์หรืออมนุษย์ก็ตาม เบียดเบียนพระโพธิสัตว์หรือพระมารดาไม่ได้ และประการต่อมา ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา พระมารดาของพระโพธิสัตว์โดยปกติทรงศีล งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นการประพฤติผิดในกาม งดเว้นจากการกล่าวเท็จ งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย อันเป็นฐานแห่งความประมาท นั่นก็คือพระมารดาก็ทรงรักษาศีล ๕ นั่นเอง ประการต่อมาในเวลาที่พระโพธิสัตว์ลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา พระมารดาพระโพธิสัตว์ย่อมไม่เกิดมนัส ซึ่งเกี่ยวพันกามคุณในบุรุษทั้งหลาย ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา พระมารดาของพระโพธิสัตว์พรั่งพร้อมสมบูรณ์ทุกประการ ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระขันธ์ของพระมารดา อาพาธต่างๆ ย่อมไม่เกิดแก่พระมารดาของพระโพธิสัตว์เลย พระมารดาของพระโพธิสัตว์ย่อมทรงสำราญ ไม่ลำบากกาย และพระมารดาของพระโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งเสด็จอยู่ในพระครรภ์ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง เปรียบเสมือนแก้วไพฑูรย์อันงาม เกิดเองอย่างบริสุทธิ์ มี ๘ เหลี่ยม นายช่างเจียระไนดีแล้ว สุกใสแวววาวสมส่วนทุกประการ มีสีแดง สีเขียว สีเหลือง สีนวล สดใส ในประการต่อมา ในเมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติแล้วได้ ๗ วัน พระมารดาย่อมเสด็จทิวงคต เสด็จเข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิต พระมารดาของพระโพธิสัตว์บริหารพระโพธิสัตว์ด้วยพระครรภ์ครบ ๑๐ เดือน ครบถ้วนบริบูรณ์จึงประสูติ ประการต่อมา พระมารดาของพระโพธิสัตว์ย่อมไม่ประสูติเหมือนหญิงอื่นๆ ซึ่งนั่งคลอดหรือนอนคลอด ส่วนพระมารดาของพระโพธิสัตว์ประทับยืนประสูติพระโพธิสัตว์ ในเวลาพระโพธิสัตว์เสด็จประสูติจากพระครรภ์มารดา พวกเทวดานี่จะเป็นผู้รับก่อน มนุษย์ก็จะตามรับทีหลัง ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จประสูติจากพระครรภ์พระมารดา ไม่ทันถึงแผ่นดิน เทวบุตร ๔ องค์จะประคองรับพระโพธิสัตว์นั้นแล้ววางไว้เบื้องหน้าพระมารดา กราบทูลว่าขอจงมีพระทัยยินดีเถอะ พระเทวี พระโอรสของพระองค์ที่เกิดมีศักดิ์ใหญ่ ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จประสูติจากพระครรภ์พระมารดา เสด็จประสูติอย่างง่ายดาย ไม่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำ ด้วยเสมหะ ด้วยโลหิต ด้วยสิ่งไม่สะอาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องดังแก้วมณีอันบุคคลวางลงแล้ว ในผ้ากาสิกพักตร์ แก้วมณีย่อมไม่ทำผ้ากาสิกพักตร์ให้เปรอะเปื้อนเลย หรือแม้ผ้ากาสิกพักตร์เองก็ไม่ทำให้แก้วมณีเปรอะเปื้อน ในเวลาพระโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์พระมารดา ธารน้ำย่อมปรากฏจากอากาศ ๒ ธาร ธารหนึ่งเป็นทางน้ำเย็น อีกธารหนึ่งเป็นธารน้ำร้อนสำหรับสนานพระโพธิสัตว์และพระมารดา พระโพธิสัตว์ผู้ประสูติแล้วได้ครู่หนึ่ง ประทับยืนด้วยพระบาททั้งสองอันสม่ำเสมอ ผินพระพักตร์ทางด้านทิศอุดร เสด็จดำเนินไป ๗ ก้าว แล้วเปล่งวาจาว่าเราเป็นยอดของโลก เราเป็นใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลก ความเกิดของเรานี้เป็นครั้งสุดท้าย บัดนี้เราเกิดอีกมิได้อีก เมื่อใดพระโพธิสัตว์เสด็จประสูติจากครรภ์พระมารดา เมื่อนั้นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวาและมนุษย์ แสงสว่างอันยิ่งไม่มีประมาณ ย่อมปรากฏล่วงเทวานุภาพของเทวาทั้งหลาย พระโพธิสัตว์มีศักดิ์ใหญ่ ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะมหาบุรุษครบถ้วน ๓๒ ประการ ซึ่งมีคติเป็น ๒ ไม่เป็นอย่างอื่นคือถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ทรงธรรมเป็นพระราชาโดยธรรม เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ทรงชนะแล้ว มีราชอาณาจักรมั่นคง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คือจักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว มณีแก้ว นางแก้ว คหบดีแก้ว ปรินายกแก้ว ราชบุตรของพระองค์มีกว่าพัน ล้วนกล้าหาญ มีรูปทรงสมเป็นวีรกษัตริย์ สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้ พระองค์ทรงชนะได้ธรรม มิต้องใช้ศาสตรา ครอบครองแผ่นดิน มีสาครเป็นขอบเขต ถ้าเสด็จออกผนวชจะเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปิดหลังคาคือกิเลสแล้วในโลก เห็นไหมล่ะว่ากว่าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะบังเกิดขึ้นนั้นยากยิ่ง และก็สิ่งที่เกิดขึ้นทั้ง ๑๖ ประการที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนั้นต้องสร้างบารมีมายาวนาน ผ่านระยะเวลามายาวนาน ๒๐ อสงไขยบ้าง ๔๐ อสงไขย ๘๐ อสงไขยบ้าง ตามแต่กำลังบารมี เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้อุบาสก อุบาสิกาในยุคนั้นซึ่งเป็นผู้เฝ้ารอคอยการบังเกิดขึ้นของพระบรมศาสดาต่างทุ่มเท เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมี ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างโบสถ์สร้างพระวิหารอย่างที่เราได้ทราบกันมาพอสมควรแล้ว บางครั้งถึงกับนำทองคำไปปูลาดกับพื้นดิน เพื่อที่จะแลกกับพื้นที่มาสร้างวัด ในสมัยพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ เศรษฐีทั้งหลายให้ช่างทำอิฐทองคำยาว ๑ ศอก กว้าง ๑ คืบ สูง ๘ นิ้ว ปูโดยส่วนขวาง แล้วซื้อสร้างที่อยู่ของพระพุทธเจ้าชื่อว่าวิปัสสี ให้ช่างทำเท้าช้างทองคำปูโดยขวาง ซื้อถวายพระพุทธเจ้าเวสภู ปูด้วยอิฐทองคำ ซื้อถวายพระพุทธเจ้ากกุสันธะ ปูด้วยเต่าทองคำ ซื้อถวายพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ ปูด้วยแท่งทองคำ ซื้อถวายพระพุทธเจ้ากัสสปะ เนื่องด้วยความศรัทธาเลื่อมใสที่คนในยุคก่อนมีต่อพระพุทธเจ้า มีต่อพระธรรม พระสงฆ์ อย่างแรงกล้านั่นเอง ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงพวกเราในยุคปัจจุบัน ทีนี้ เรามาดูกันว่าลักษณะของความเลื่อมใสนั้นเป็นอย่างไร พระพุทธองค์ตรัสลักษณะของผู้ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเอาไว้ ๓ ประการ ไว้ในฐานะสูตรว่าดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ผู้มีศรัทธาเลื่อมใส พึงรู้ด้วยสถาน ๓ สถานคือ เป็นผู้ใคร่ในการเห็นผู้มีศีลทั้งหลาย นี่เป็นประการแรก เป็นผู้ใคร่เพื่อจะฟังธรรม นี่ก็เป็นอีกประการหนึ่ง มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีการบริจาคอันปล่อยแล้ว มีมืออันล้างแล้ว คอยจะหยิบของให้ทาน ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ พอใจในการให้และการแบ่งปัน ผู้มีศรัทธาเลื่อมใส พึงรู้ได้ด้วยสถาน ๓ นี้แล ก็คือคนที่มี เป็นผู้ใคร่ในการเห็น ผู้มีศีลนะ หมั่นเข้าไปหาผู้มีศีลอยู่สม่ำเสมอ เข้าไปสนทนาธรรมต่างๆ แล้วก็เมื่อสนทนาธรรมร่าเริงแจ่มใส เบิกบานในธรรมแล้วก็บริจาคทาน คือการให้นั้น ซึ่งตั้งแต่อามิสทาน วิทยาทาน ก็คือให้ความรู้แล้วก็ธรรมทานก็คืออย่างที่หลวงพี่ได้ถ่ายทอดให้พวกเราได้รู้กันนะ แล้วก็สุดท้ายก็คืออภัยทานนะ สละอารมณ์อันไม่น่าพึงพอใจของเรานะ ใครก็ลองเช็กดูนะฮะว่าเรามีความศรัทธาเลื่อมใสทั้ง ๓ ประการนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ในที่นี้ ทุกๆ ท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีศรัทธาเช่นเดียวกับบัณฑิตในกาลก่อน คือหมั่นเข้าหาผู้มีศีลนะที่เราได้มาวัดกันทุกวัน แล้วก็ฟังธรรมอยู่เนืองนิจ ฟังธรรมจากพระอาจารย์ท่านเทศน์งานคุณยายเป็นประจำ หรือไม่อยู่บ้านเราก็ฟังธรรมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อนะ ถ่ายทอดเสียงออกไปนะ แล้วก็มีความเลื่อมใสศรัทธา แล้วก็บริจาคทานอยู่สม่ำเสมอนะ ถวายข้าวปลาอาหาร ถวายสังฆทานนะ ตื่นตั้งแต่เช้ามาก็ใส่บาตรพระ แล้วก็นำภัตตาหารมาจากบ้าน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็ลองไปเช็กกันดูแล้วกันนะว่าทั้ง ๓ ประการในเบื้องต้นที่ได้กล่าวมาแล้วนี่ บังเกิดขึ้นในจิตใจของเรา หรือว่าเราทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจทำไปแค่ไหนนะ เหมือนกับยุคในอดีตกาลหรือเปล่านะ ก็ที่จะยกเรื่องราวการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตกาล แล้วก็เพื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าที่บังเกิดขึ้นได้โดยยาก และให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และปัญญาธิคุณอันเปี่ยมล้นของพระบรมศาสดา ที่มีต่อสัตว์โลก และก็ได้ยกความเลื่อมใสศรัทธาของคนในสมัยอดีตมาให้พวกเราได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นอนาถบิณฑิกะเศรษฐี นางวิสาขาก็ตามนะ แล้วก็อีกหลายๆ ท่านนะที่ช่วยกัน ทำนุ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ก็เพื่อให้พวกเราทั้งหลายนี่ได้นำไปเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป หลวงพี่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกๆ คนต่างตระหนักดีในคุณค่าของบุญ ก็ได้เดินทางกันมาเอาบุญกันทุกวันนะ เรือนทองที่อยู่ต่อหน้าเราท่านทั้งหลายนี่ก็บังเกิดขึ้นจากความเลื่อมใสศรัทธาที่พวกเรามีต่อคุณยายอาจารย์ของเรา ได้เสียสละทรัพย์อันหามาได้โดยยาก สร้างเก็บกันคนละเล็กคนละน้อย ใครมีทองก็บริจาคทอง ใครมีทรัพย์ก็บริจาคทรัพย์ แก้วมณีต่างๆ เราก็บริจาคกันมา สร้างเรือนทอง ซึ่งเป็นที่สถิตเรือนร่างคุณยายอาจารย์ ผู้ที่เป็นทั้งต้นแบบและต้นบุญในการสร้างความดี ผู้ที่เดินตามรอยของพระอริยเจ้า เดินตามรอยของพระบรมศาสดา สร้างบารมีให้เราเป็น เอาเยี่ยงอย่างนะ คุณยายมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยอยู่วัดปากน้ำก็ได้รวบรวมหมู่คณะสร้างบ้านธรรมประสิทธิ์ บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข ๑ รวบรวมหมู่คณะสร้างบารมีเรื่อยมา จาก ๑ คนเป็น ๒ คนนะ รวบรวมหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตะ ตามกันมาเรื่อยๆ เป็นหมื่น เป็นพัน แล้วก็ปัจจุบันนี้เป็นแสนก็งานบุญใหญ่เราก็จะเห็นกันอยู่ แต่ยิ่งจะเพิ่มทับทวีคูณไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันที่จะสิ้นสุด ด้วยมโนปณิธานที่คุณยายมุ่งมั่นที่จะสร้างวัดให้เป็นวัด เราดูวัดของเราสง่างามนะ สร้างอย่างลงตัว สร้างพระให้เป็นพระ ปัจจุบันนี่วัดพระธรรมกายนี่มีพระที่จำพรรษามากที่สุด พรรษาที่แล้วนี่ ๑,๐๐๐ พันกว่ารูปนะ ส่วนพรรษานี้ก็คงจะพันกว่าเช่นเดียว ก็ แล้วก็สร้างพวกเราเป็นคนดี เห็นไหม พวกเรามีกำลังใจกัน สร้างบารมีกันเรื่อยมา ก็เพราะได้อาศัยคุณยายเป็นแบบอย่าง แล้วก็เป้าหมายอันสูงสุดที่คุณยายได้ตั้งเอาไว้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ตั้งเอาไว้ก็คือจะยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนะ ตราบใดที่สรรพสัตว์ทั้งหลายยังเข้าพระนิพพานไม่หมด ก็จะขอเข้าพระนิพพานเป็นคนสุดท้ายนะ น้ำใจอันยิ่งใหญ่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ของคุณยายนะ ที่ได้เร่งสร้างบารมีเรื่อยมาก็เพื่อการนี้ จะพาสรรพสัตว์ทั้งหลาย พาพวกเราเหล่าท่านทั้งหลายนี่ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนะ มดยุงนี่ที่อยู่ในบ้านเรา ครอบครัวของเรามี ๕-๖-๗ คน แต่ครอบครัวมด ครอบครัวยุงอีกมหาศาลเลย พวกสัตว์เดรัจฉานต่างๆ ก็พาไปหมด ด้วยมโนปณิธานอย่างนี้นี่เอง เป้าหมายที่จะพาคนไปที่สุดแห่งธรรม คุณยายถึงได้รวบรวมหมู่คณะสร้างเจดีย์ สร้างสภาหลังใหญ่นี้ขึ้นมา ก็เพื่อที่จะได้รวบรวมหมู่คณะของเรา ที่ยังอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังไม่เข้าใจนะ ก็ขอให้พวกเราได้ ทุกท่านได้ภาคภูมิใจเอาไว้ว่าเราเป็นผู้ที่มาก่อนนะ ได้รู้ก่อนว่า ได้มาทุ่มเทชีวิตจิตใจกันก่อนนะ เหมือนอย่างพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ว่าไว้ คิดก่อน พูดก่อน ทำก่อนนะ อุทิศตนเพื่องานพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง โดยมีพระบรมศาสดา พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย เป็นแบบอย่างในการสร้างความดี คุณยายเมื่อสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านปรารภอยู่เสมอ อยากจะเห็นเจดีย์สร้างได้สำเร็จนะ อยากจะเห็นมหาวิหารของหลวงพ่อสร้างได้สำเร็จ ไม่ทันเห็น แต่บัดนี้ท่านก็ละสังขารไป ยังคงทิ้งอมตะธรรมนะ ธรรมะอันทรงคุณค่าเอาไว้ให้พวกเราได้ศึกษา ได้สืบทอด แล้วก็ให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของเราได้ทดแทนพระคุณของคุณยาย นอกจากจะได้ทดแทนคุณของคุณยายแล้วนี่ เรายังได้ชื่อว่าทดแทนพระคุณของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ได้อุทิศชีวิตแรงกายแรงใจเพื่อค้นพบวิชชาธรรมกายออกมาให้เราได้ศึกษา ได้รู้ ได้เห็น ได้ลิ้มรสพระธรรมอีกครั้งหนึ่ง พระคุณของท่านนี่มีมากมายยิ่งนัก หลวงพี่เองนี่เข้ามาวัดประมาณปี ๓ ปีที่แล้วนะ ปี ๒๕๔๐ ๔ ปีที่แล้ว ก็เข้ามาวัด รู้สึกประทับใจ ตอนนั้นก็ยังเรียนหนังสืออยู่ ก็เข้ามาเป็นครั้งแรก มาเจอเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน คือวัยรุ่นหนุ่มสาวมาเข้าวัดก็แปลกใจ เอ๊ะทำไมวัดนี้มีแต่วัยรุ่นเข้าวัดทั้งนั้นเลย ทั้งที่วัดเรานี่ที่ต่างจังหวัดนี่มีแต่คน ๕๐–๖๐ นะ เดินไม่ไหวก็นั่งรถเข็นไปวัดก็มี ก็แปลกใจ ก็หลังจากความแปลกใจแล้วก็ไม่ปล่อยให้แปลกใจเปล่านะ ก็มาเรื่อยๆ นะ มาสร้างบารมีเรื่อยๆ เป็นอาสาสมัครที่วัดเรื่อยมาจนมีโอกาสได้ขอโยมพ่อโยมแม่ได้มาบวช ก็ดีนะ ที่โยมพ่อโยมแม่อนุญาต แต่จริงๆ แล้วท่านก็อยากให้ไปบวชที่แถวบ้านมากกว่า เพราะว่าตรงนี้ไกลบ้าน แต่ก็ด้วยความตั้งใจแล้วก็เลยบอกท่านว่า ก็บวชที่นี่นะ ก็ไม่ต้องไปจัดเลี้ยงอะไรมาก ก็มีพร้อมทุกอย่างแล้ว เราไม่ต้องไปผิดศีลด้วย ไหนจะต้องฆ่าสัตว์ เลี้ยงเหล้าเลี้ยงอะไร เราเอาบุญล้วนดีกว่า ดีกว่าเอาบุญปนบาป ที่เราจะต้องไปเลี้ยงชาวบ้านที่เออ ทำผิดศีลนะ เลี้ยงเหล้านะ ฆ่าสัตว์นะ กว่าจะเสร็จงาน พี่ชายของหลวงพี่เองนี่ ตอนวันจะเข้าโบสถ์ยังเมาอยู่เลยนะ เช้านะ เพราะงั้นหลวงพี่เห็นตั้งแต่นั้นมาก็เลยบอกว่า โอ้ คงไม่ไหวนะ เราบวชอย่างนั้น ยังเมาอยู่เลยนะ เป็นสิ่งที่เออ ทางชนบทเขามีนะ แต่ก็คือเราจะสร้างค่านิยมใหม่ในการบวชก็คือบวชเอาบุญล้วนๆ ให้พ่อแม่อย่างเต็มที่ ก็คุณยายก็ได้ฝากเจดีย์ ฝากวิหารเอาไว้ให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้วก็พวกเราได้ช่วยกันสร้างให้สำเร็จนะ ก็วันนี้ก็เอาอานิสงส์ของการสร้างวิหาร ซึ่งมีอานิสงส์ที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่าด้วยเรื่องของสุวรรณวิมานนะ คือเป็นวิมานทองคำ เรื่องราวมีอยู่ว่าพระโมคคัลลานะเถระ ก็ไปเจอเทพบุตรเข้าองค์หนึ่งก็เลยถามว่าวิหารเหนือภูเขาทองของท่านมีรัศมีสว่างไสวไปทุกส่วน ปกคลุมด้วยข่ายทอง ผูกขึงค่ายกระดึงไว้ เสาวิมานทุกต้น ๘ เหลี่ยม ทำไว้อย่างดีล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์นะ ที่เหลี่ยมหนึ่งๆ สร้างด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพื้นน่ารื่นรมย์ใจ วิจิตรด้วยแก้วไพฑูรย์กับทอง แก้วผลึกกับเงิน แก้วลายกับมุกดา แก้วมณีแดงก็คือทับทิมนะ ที่วิมานนั้นธุลีไม่ฟุ้ง หมู่จันทันมีสีเหลืองที่สร้างไว้ก็รับกับช่อฟ้า สร้าง ๔ บันไดไว้ ๔ ทิศ สว่างไสวด้วยห้องรัตนะต่างๆ ดุจดวงประหนึ่งเนรมิตไว้เป็นสัดส่วน เมื่อส่องแสงจึงสว่างไปได้โดยรอบทั้ง ๔ ทิศ วิมานอันประเสริฐนั้น ท่านเทพบุตรผู้มีรัศมีมาก รุ่งโรจน์ด้วยวรรณะ ดุจดวงอาทิตย์ที่กำลังอุทัย เป็นผลบุญจากท่านทำอะไรมานะ เป็นผลบุญจากการทำทาน หรือการรักษาศีล หรือการทำอัญชลีกรรมของท่าน โปรดบอกผลกรรมนั้นแก่อาตมาทีเถอะ พระโมคคัลลานะไปเจอเข้านะ ด้วยความสว่างไสวของวิมานทองคำของชื่อว่าสุวรรณวิมาน เทพบุตรองค์หนึ่ง ก็เลยดีใจที่พระโมคคัลลานะถาม ครั้นแล้วจึงพยากรณ์ปัญหากันที่มีผลอย่างนี้ว่าข้าพเจ้าอยู่ในเมืองอันทะกวินทะ เลื่อมใสแล้ว ได้สร้างวิมานถวายพระพุทธเจ้า เผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ผู้เป็นศาสดา ด้วยมือของตนเองนะ คือสร้างวิมานถวายแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือของตนเอง ข้าพเจ้ามีความเลื่อมใสได้ถวายของหอม ถวายดอกไม้ปัจจัย เครื่องลูบไล้และวิหารแด่พระศาสดา ในเมืองอันทะกวินทะนั้น นอกจากจะสร้างวิหารแล้วก็ยังได้ทะนุบำรุงด้วยปัจจัย ๔ เครื่องไทยธรรมต่างๆ นะ เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าได้ผลบุญเช่นนี้แหละนะ คือมีวิมานเป็นทองคำ ประดับประดาแก้วมณีทั้ง ๗ ด้วยรัตนชาติ ใครผ่านไปผ่านมา แม้แต่พระโมคคัลลานะเองยังสะดุดตานะ สะดุดตาในวิมานของเทพบุตรองค์นี้นะ ก็เลยสอบถามทราบความนะ เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงได้ผลเช่นนี้ มีสิทธิ์ในนันทวัน ข้าพเจ้ามีหมู่เทพอัปสร ฟ้อนรำ ขับร้อง ห้อมล้อม รื่นรมย์อยู่ในนันทวันอันประเสริฐที่น่ารื่นรมย์ ประกอบไปด้วยสกุลชาตินานาชนิด ก็ที่ผ่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลวงพี่ก็ยังรู้สึกปลื้มปีติใจไม่หายนะ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนถวายปัจจัยเองก็ตาม แต่ว่าเห็นพวกเราแล้วนี่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้านะ ศรัทธาในครูบาอาจารย์ ศรัทธาในวิชชาธรรมกาย ได้ทุ่มเทกายนะ ชนิดที่ว่าช้อตต่อช้อตเลยทีเดียวนะ ใครถือผ้ารับประเคนก่อนนะ ก็ถวายปัจจัยกันอย่างเต็มที่เลย หลวงพี่ยังรู้สึกปลื้มปีติแทนพวกเราเลยนะ พวกเราได้ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจ ถวายปัจจัยบูชาธรรมแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อจะได้บูชาธรรมคุณยายแล้วก็บูชาธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ได้สร้างมหาวิหารให้สำเร็จ ด้วยแรง ร่วมแรงร่วมใจของพวกเรา เราลองนึกดูนะว่าทรัพย์สินเงินทองนี่ ที่หามาได้โดยยากของพวกเรา ใช่ว่าเราจะไม่อยากใช้นะ แต่ว่าเราเห็นว่าอริยทรัพย์น่าใช้ยิ่งกว่านะ ที่สำคัญการที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนี่ จำเป็นต้องเตรียมเสบียงให้มากพอ พอที่จะได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย จะได้ไม่ลำบากเหมือนชาตินี้ ด้วยแรงศรัทธาที่ทุกท่านมีต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ต่อคุณยาย และอีกไม่ช้านะ เสียงชิตังเมนะ ก็คงจะดังกระหึ่มทั่วทั้งสภาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับวันนี้หลวงพี่ก็ได้ถ่ายทอดธรรมะเริ่มต้นตั้งแต่การบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า การสร้างบารมีของคนในยุคอดีต ความเลื่อมใสศรัทธา ตลอดจนการสร้างบารมีของคุณยายอาจารย์ที่เป็นแบบอย่างให้แก่พวกเราได้เป็นอย่างดี ต่อจากนี้ไปก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้หลับตาปฏิบัติธรรมกันสักครู่หนึ่งนะ ต่อจากนี้ไป ก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้หลับตารวมใจ เจริญสมาธิภาวนากัน เราก็ตรึกระลึกถึงคุณยายอาจารย์ผู้เป็นทั้งต้นแบบต้นบุญในการสร้างความดีของพวกเราเรื่อยมา เราก็นึกน้อมคุณยายเอาไว้ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และปฏิบัติธรรมอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้แนะนำพวกเราเอาไว้ดีแล้วเป็นประจำนะ เราก็หลับตานิ่งๆ ของพวกเรา ตั้งใจปฏิบัติธรรมกันทุกๆ คนนะ สัพเพ (หมด 1/A) PAGE PAGE 10 หน้า FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\มิถุนายน\44-06-26 FW-AAT.doc