ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ผู้มีธรรมะอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระโสภณ : ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียร กราบพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ยอดกัลยาณมิตรลูกหลานยายทุกท่าน หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ คนนะ (สาธุ) ที่ได้ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมและถวายไทยธรรมแก่คณะพระภิกษุสงฆ์ของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คุณยายจะพูดกับคนที่มาร่วมบุญกับท่านว่าขอให้ได้บุญกับยายเยอะๆ คุณยายรักบุญ ชอบทำบุญ คุณยายเคยบอกว่าเรามีบุญเป็นที่พึ่งให้นึกถึงไว้มากๆ ทุกอย่างจะสำเร็จ คุณยายอยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย ท่านเป็นผู้สร้างพระให้เป็นพระ สร้างวัดให้เป็นวัด และสร้างคนให้เป็นคนดี คุณยายยังเป็นที่รักและเคารพของทุกๆ ท่าน ดูได้จากลูกศิษย์ลูกหาของคุณยายนั้นมากมาย แม้แต่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ท่านสาธุชนที่มาวัดก็ได้ปฏิบัติตามคำสอนของคุณยายเสมอมา คุณยายเป็นที่รักและเคารพของทุกคนก็เพราะว่าคุณยายชอบให้ทาน พูดจาสิ่งที่น่าฟัง ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และวางตัวอย่างเหมาะสมกับฐานะ คุณยายชอบให้ทาน ทานนั้นก็คือ แปลว่าการให้ การให้ก็คือการให้ของๆ เราแก่บุคคลอื่น จุดมุ่งหมายของการให้มีอยู่ ๒ อย่าง คือ ให้เพื่อกำจัดกิเลสในใจของผู้ให้ ก็คือผู้ให้กับผู้รับมีศีล เจตนาที่จะเอาบุญ ให้ด้วยความนอบน้อม การให้เพื่อประโยชน์แก่ผู้รับ ก็คือให้ความช่วยเหลือมีน้ำใจ โอบอ้อมอารีกับผู้รับ คุณยายรักการให้เสมอ ท่านทำบุญเพื่อหวังบุญที่จะติดตัวไป แต่ในขณะเดียวกันคุณยายก็ยังช่วยเหลือบุคคลที่มาให้คุณยายช่วย คุณยายรักการทำทานมาตั้งแต่เด็ก มีคนมาขอข้าวสารคุณยาย คุณยายก็ให้ข้าวสาร มีคนมาขอข้าวเปลือก คุณยายก็ให้ข้าวเปลือก แม้ถึงคุณยายอายุมากแล้ว แต่คุณยายก็ยังรักการให้ทานอยู่เสมอ หลวงพี่เคยรับบาตรจากคุณยายสมัยนั้น คุณยายชรามากแล้ว อายุก็มาก นั่งอยู่บนรถเข็น หลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกก็เข้าไปรับบาตรจากคุณยาย คุณยายตอนนั้นท่านไม่ค่อยแข็งแรงนัก คุณยายหยิบอาหารใส่บาตรพระ ขณะนั้นพี่อารีพันธ์ก็ประคองคุณยายใส่บาตร สังเกตได้เลยว่าถึงคุณยายจะไม่มีแรงใส่บาตร แต่คุณยายก็ยังรักในการให้ทานอยู่เสมอ คุณยายยังสร้างโรงทานให้กับทุกๆ คน เลี้ยงพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนที่มาวัด คุณยายจะอธิษฐานอยู่เสมอว่าคนมาวัดยายเท่าใด ก็ขอให้คุณยายเลี้ยงได้หมดทุกคน คุณยายชอบให้ทานเสมอมา คุณยายยังให้ความช่วยเหลือกับทุกๆ คนอีก ไม่ว่าใครจะมาขอความช่วยเหลือจากคุณยาย คุณยายช่วยหมดทุกคน สมัยก่อนโยมพี่สาวเคยเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นโยมพี่สาวเคยเช่าตึกเปิดร้านถ่ายรูป ตอนนั้นกิจการการงานเจริญรุ่งเรืองดีมาก แต่พอมาระยะหลัง คุณยาย แต่พอมาระยะหลังนั้นเจ้าของตึกเขาจะเอาคืน จะไปทำกิจการการค้าของเขา พี่สาวก็เลยอยากจะ ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยไปกราบยาย ขอให้ยายช่วย ในขณะนั้นพี่สาวก็เข้าไปกราบยาย แล้วเล่าเรื่องราวให้คุณยายฟัง ขณะนั้นคุณยายก็มาจับมือโยมพี่สาวแล้วบอกว่ายายจะช่วย พี่สาวก็ดีใจมาก แต่มาในภายหลัง เจ้าของตึกก็ไม่ได้เอาคืน ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุอันใด คุณยายรักการให้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ให้ความช่วยเหลือ ให้ธรรมะดีๆ กับทุกๆ คน คุณยายให้ทุกสิ่ง คุณยายให้ทุกสิ่งกับผู้อื่นนั้นก็ทำไปเพื่อหวังบุญกุศลล้วนๆ โดยไม่คำนึงสิ่งอื่นใดเลย ทุกคนก็รู้สึกรัก รักและเคารพคุณยายเพราะว่าคุณยายเป็นผู้ให้เสมอมา ประการที่ ๒ ก็คือคุณยายพูดจาในสิ่งที่น่าฟัง คือพูดถ้อยคำที่สุภาพอ่อนโยน ทำให้ผู้ฟังหัวเราะเบิกบานใจ คำพูด เป็นคำพูดที่พอเหมาะพอดี เป็นคำจริง ไม่พูดคำหยาบ พูดแล้วให้เกิดประโยชน์ด้วยจิตที่เมตตา แล้วพูดถูกกาลเทศะ คุณยายพูดคำจริงเสมอ และมีประโยชน์ ก่อให้เกิดธรรมะ พูดแต่สิ่งที่มีสาระ ฟังแล้วก็อยากจะทำแต่ความดี คุณยายจะพูดแต่เรื่องที่เป็นธรรมะ การสร้างบารมีชวนไปสวรรค์ไปนิพพาน แล้วคุณยายไม่เคยพูดว่าร้ายใคร ถ้าคุณยายพูดกับพระ คุณยายก็จะพูดเกี่ยวกับการสร้างบารมี การบวช การสร้างบารมี ตอนนั้นหลวงพี่ ขณะเดินไปที่โบสถ์กับเพื่อนสหธรรมิก เดินไป ไปชมโบสถ์ข้างใน ได้เดินผ่านที่ครัวยามา แล้วเพื่อนสหธรรมิกได้เห็นคุณยาย เห็นแล้วก็อยากจะถวายของให้ยาย เพื่อนหลวงพี่ก็เข้าไปถาม ขณะนั้นหลวงพี่อุดมยืนอยู่ด้วย ก็ไปถามว่าหลวงพี่ครับ ถวายของให้ยายได้ไหมครับ หลวงพี่อุดมบอกว่าได้ หลวงพี่แล้วก็เพื่อนหลวงพี่ก็เข้าไปหาคุณยาย แล้วเอาของสิ่งนั้นมอบให้คุณยาย แล้วคุณยายจะให้พรว่า ขอให้ท่านได้บวชไปนานๆ นะ หลวงพี่ก็เดินผ่านไป คุณยายพูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีเสมอมา คุณยายไม่เคยว่าร้ายใคร พูดแต่สิ่งที่มีจิตเมตตาเสมอ คุณยายเคยสอนกับคนที่มาช่วยงานวัดว่าเราต้องพูดดีๆ ไม่ด่า ไม่ว่าเขา ค่อยๆ พูด ค่อยๆ ตักเตือน เขาจะฟังเรา จะเคารพ และเกรงใจเรา เขาจะมาช่วยงานเราตลอด งานเราก็สำเร็จ เขาก็ได้บุญด้วย ตรงนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าคุณยายพูดแต่สิ่งที่น่าฟัง ใครฟังแล้วก็อยากจะเข้าใกล้ เข้าใกล้แล้วก็อยากจะเอานำไปปฏิบัติตาม คุณยายประพฤติตน มีประโยชน์เสมอ การทำตนให้เป็นประโยชน์นั้นก็คือการนำตนให้เป็นคนที่มีประโยชน์ และทำสิ่งที่มีประโยชน์ การทำตนให้เป็นคนมีประโยชน์ก็คือพัฒนาความรู้ ความสามารถให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เช่นกำลังกาย กำลังความคิด และกำลังสติปัญญา จำสิ่งที่มีประโยชน์ ก็คือนำความรู้ ความสามารถที่พัฒนามานำไปช่วยเหลือแก่ผู้อื่น คุณยายฝึกฝนอบรมตนเองทั้งความรู้และความสามารถทั้งทางด้านทางกาย ทางวาจา ทางใจ แล้วคุณยายก็นำความรู้ความสามารถตรงนั้นไปช่วยเหลือผู้อื่น สมัยก่อนหลวงพี่มาวัดครั้งแรกตอนอายุ ๙ ขวบ หลวงพี่ก็เข้าไปที่ศาลาดุสิต แ ละโยมพี่สาวก็พาไปรับดวงแก้วกับหลวงพ่อ เมื่อรับดวงแก้วกับหลวงพ่อธัมมะเรียบร้อยแล้ว พี่สาวแลพี่ชายก็พาไปที่ห้องรับแขกของคุณยาย แล้วพี่ๆ ก็กราบคุณยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณยายพูดคำแรกเลยว่ายายจะไปตามคนที่มีบารมีแก่ๆ มาร่วมสร้างบารมีกับยาย หลวงพี่ฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก เหมือนกับผู้ใหญ่คุยกับผู้ใหญ่ หลวงพี่ก็งงๆ คุณยาย แล้วคุณยายก็เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เรื่องสิ่งต่างๆ ให้ฟัง แต่คุณยายมาเล่าเรื่องปัดลูกระเบิด ตอนนั้นหลวงพี่นั่งข้างหลัง หลวงพี่ขยับมานั่งข้างหน้าคุณยายเลย แล้วคุณยายก็เล่าให้ฟังว่าสมัยสงครามโลกคุณยายปัดลูกระเบิด มีชาวบ้านเห็นแม่ชีลอยอยู่บนท้องฟ้า หลวงพี่ฟังแล้วก็ตกใจ คิดว่ายายเหาะได้ คิดว่ายายนเป็นมนุษย์อะไรสักอย่างที่อยู่ในหนังการ์ตูน หลวงพี่ฟังแล้วว่าก็รู้สึกทึ่งเลย ก็ถามยายว่าทำอย่างไร คุณยายบอกว่าหนู ตั้งใจเรียนหนังสือให้เก่งๆ มาวัดบ่อยๆ เดี๋ยวก็จะรู้เอง หลวงพี่ฟังแล้วก็งงๆ ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พยักหน้าแล้วก็ยิ้มตอบคุณยาย แล้วคุณยายก็เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เรื่องธรรมะ เรื่องสิ่งที่เป็นประโยชน์ หลวงพี่ตอนนั้นก็เป็นเด็กอยู่ อายุ ๙ ขวบ ก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไรมากนัก แต่หลวงพี่จำได้ว่าคุณยายเล่าเรื่องปัดลูกระเบิดให้ฟัง ก็เป็นรู้สึกที่ประทับใจอย่างหนึ่ง แล้วคุณยายทำตัวมีประโยชน์อย่างมาก บอกกล่าวสอนสำหรับคนที่มาวัดเป็นประจำ คุณยายยังทำเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และประโยชน์ต่อผู้อื่นอีกมากมาย คุณยายเคยสอนว่ายายทำเพื่อตัวเอง และทำเพื่อหมู่มากด้วย เราเกิดมาควรทำประโยชน์สักอย่างหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ตัวเอง ถ้าทำให้ตัวเองได้ แล้วยังทำให้หมู่มากได้ ชีวิตนี้เกิดมาก็คุ้มแล้ว คุณยายทำทั้งสิ่งที่มีประโยชน์ และทำตนเองให้เป็นคนมีประโยชน์อีกด้วย อันที่ ๔ ก็คือการวางตัวที่เหมาะสมกับฐานะ คุณยายวาง มีฐานะอย่างไรก็วางอย่างนั้น การวางตัวเหมาะสมกับฐานะก็คือมีฐานะเช่นใดก็วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น หรือการวางตัวอย่างเสมอต้นเสมอปลาย คุณยายวางตัวเหมาะสมกับฐานะที่คุณยายเป็นเสมอ คุณยายเป็นอาจารย์ เป็นแบบอย่างของทุกๆ คน แต่คุณยายก็ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างเหมือนกับอุบาสิกาคนๆ หนึ่งเท่านั้นเอง คุณยายไม่ถือตัว และคุณยายทำความดีมาอย่างไร คุณยายก็ทำความดีมาอย่างนั้นตลอด เพราะว่าคุณยายจะไม่ทำบาปให้ติดตัวไป เพราะว่าคุณยายกลัวบาป หลวงพี่เคยบวชเป็นสามเณรภาคฤดูร้อนของวัดพระธรรมกาย ตอนนั้นพระพี่เลี้ยงพาไปที่โบสถ์ พาไปชมโบสถ์นั้นโบสถ์นั้นความเป็นมาเป็นอย่างไร ตอนนั้นก็นั่งสนทนาธรรมกับพระพี่เลี้ยงอยู่ คุณยายก็นั่งสามล้ม นั่งสามล้อกับพี่อารีพันธ์พามา พอมีสามเณรอยู่รูปหนึ่งเห็นว่าคุณยายมา สามเณรรูปใดที่รู้จักยายก็วิ่งเข้าไปหาคุณยาย สามเณรรูปไหนที่ไม่รู้จักก็ได้แต่มอง ทุกคนก็วิ่งเข้าไปหาคุณยาย อยากจะเข้าไปคุยกับยาย อยากจะเข้าไปไหว้ยาย สามเณรทุกรูปก็พนมมือแล้วบอกว่าคุณยายครับ สวัสดีครับ แต่คุณยายก็ยิ้มๆ ตอนนั้นคุณยายจะพนมมือไหว้ตอบ แล้วบอกว่าอย่าไหว้ยายเลย เดี๋ยวยายบาป พอไหว้เสร็จ ยายก็นั่งสามล้อไปเรื่อยๆ สามเณรคนที่รู้จักก็วิ่งตามคุณยายไป วิ่งตามสามล้อไป พระพี่เลี้ยงก็เดินไปตาม เดินไปตามกลับมาบอกว่าอย่าไปกวนยาย ยายกำลังตรวจวัด แ ล้วก็เดินตามกลับมากับพระพี่เลี้ยง ก็เห็นคุณยายไปอยู่หลังโบสถ์ แล้วก็มองพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ก็ไม่รู้ว่าคุณยายมองทำอะไร แต่เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าคุณยายชอบมองพระอาทิตย์ตกดิน ทุกคนที่ได้เห็นคุณยายก็อยากเข้าไปใกล้ยาย เพราะว่าคุณยายวางตัวอย่างเหมาะสม ทำความช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกว่าอยากเข้าใกล้คุณยาย และอยากคุยกับคุณยาย ฟังสิ่งที่ยายพูดและนำมาปฏิบัติ ให้เหมือนกับคุณยาย จึงทำให้มีศรัทธาในตัวคุณยาย และอยากที่จะเอาคุณยายมาเป็นแบบอย่าง จึงทำให้ทุกคนรักและเทิดทูนคุณยายมาตลอด คุณยายเป็นที่เคารพ เป็นที่รักของทุกๆ คน เพราะว่าคุณยายเป็นผู้ให้ ให้ทั้งสิ่งของ ให้ทั้งความช่วยเหลือ ให้คำพูดที่ดีๆ กระทำตนให้เป็นประโยชน์ และวางตัวอย่างเหมาะสม ท่านใช้เวลา ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและสูงส่ง ดำรงสถานะผู้เป็นอาจารย์ของทุกคนเสมอมา ทุกคนรักคุณยาย มีความสุขที่อยู่ใกล้ยาย แต่ความสุขนั้นมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ถ้าคนใดคนหนึ่งสามารถย้อนเวลาได้ ก็ควรจะย้อนเวลาให้กลับมาเสมอบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข ๑ บ้านธรรมประสิทธิ์ สมัยสร้างวัด สมัยที่คุณยายยังแข็งแรงให้ทุกๆ คนได้เจอ แต่เวลานั้นมันก็ผ่านไปเหมือนสายน้ำ ที่ไหลผ่านไปไม่มีวันไหลย้อนกลับ เหลือแต่เพียงคำสอน และแนวทางปฏิบัติของคุณยาย แต่ทุกคนก็อยากจะเจอคุณยายอย่างมีความสุขเสมอมา คุณยายเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากจะเข้าใกล้ อยากจะพูด อยากจะเข้าไปคุย เพราะว่าคุณยายทำแต่สิ่งที่ดีงาม สิ่งที่มีประโยชน์ต่อทุกคน ดังนั้นหลวงพี่ก็ขอเชิญชวนสาธุชนทุกท่านนั่งหลับตานึกถึงคุณงามความดีของคุณยาย และขอบุญบารมีของคุณยายด้วยกันนะ สัพเพ … PAGE PAGE 5 หน้า FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\มิถุนายน\44-06-25 FW-AAT.doc