อัตภาพที่ได้มาโดยยากยิ่ง
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เหล่าลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งตรงกับวันพระขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๗ วันนี้นับว่าเป็นวันที่ ๒๕๖ ที่เราได้จัดงานบำเพ็ญกุศลให้กับคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา นับจากนี้ไปคงจะเหลือเวลาอีกไม่นานเท่าไร ที่จะถึงวันที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้กำหนดวันที่จะสลายร่างของคุณยาย คือในวันมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๔๕ ที่จะถึงนี้
ส่วนตัวของหลวงพี่เองแล้วมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นมาว่า ไม่อยากจะให้วันนั้นมาถึงเลย แล้วก็ไม่อยากให้มีวันนั้นด้วย อยากจะให้คุณยายอยู่กับเราอย่างนี้ตลอดไป เพราะว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ภาพที่พวกเราทุกคนได้พร้อมใจกันมาแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน มาเอาบุญกับท่าน โดยมาฟังการสวดพระอภิธรรมก็ดี มาฟังการบรรยายธรรมจากพระอาจารย์ที่ได้กล่าวสรรเสริญคุณยายก็ดี และที่สำคัญเรายังได้มาปฏิบัติบูชาต่อหน้าร่างของท่าน ภายใต้เรือนทองที่อยู่ตรงหน้าของเราขณะนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงภาพประวัติศาสตร์ในการสร้างบารมีของพวกเราไปทันที คงจะเหลือแต่ภาพที่ติดตาตรึงใจเราไปอย่างไม่รู้ลืม
เมื่อหลลวงพี่ลองนึกๆ ดูแล้ว ก็รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าพวกเราเหล่าลูกหลานยายมีความรู้สึกเช่นเดียวกับหลวงพี่บ้างหรือเปล่า ก็ต้องถามตัวเองดู แล้วต่อจากนี้ไป เราจะทำอย่างไรกับเวลาที่เหลืออยู่นี้ จึงจะเก็บเกี่ยวบุญให้กับตัวเองได้เต็มที่ ได้มากที่สุด ขณะที่ยังมีร่างของท่านอยู่ต่อหน้าพวกเราในขณะนี้
วันนี้หลวงพี่ขอน้อมนำเอาพุทธโอวาทตอนหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ๔ ประการด้วยกัน นำมาเป็นหัวข้อในการบรรยายธรรมให้แก่พวกเรา เหล่าลูกหลานคุณยายได้ฟังกันในวันนี้
กิโฉ มนุษปฏิลาโภ ความกลับได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นการยาก
กิฉัง มะจานะชีวิตัง ความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลาย อันสัตว์ได้โดยยาก
กิฉัง สัทธัมมะสวนัง การที่ได้ฟังพระสัทธรรมเป็นการยาก
กิโฉ พุทธานะมุตาโท ความเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก
เราเคยได้คิดกันบ้างหรือเปล่าว่าตัวเรานั้นเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดเลยในภพ ๓ นี้ เป็นผู้มีบุญมาก ได้สั่งสมบุญมาเป็นอย่างดีแล้วแต่ชาติปางก่อน จึงเป็นเหตุปัจจัยให้พวกเราได้กลับมาเกิดในอัตภาพที่เป็นมนุษย์นี้อีก ซึ่งเป็นอัตภาพที่วิเศษ เหมาะสมแก่การสร้างบุญบารมีมากที่สุด ถึงแม้ว่าเราจะเกิดไปเป็นเทวดา พรหม อรูปพรหมก็ตาม ก็เป็นเพียงอัตภาพนี่เสวยผลแห่งบุญในสมัยที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้กระทำเอาไว้ โอกาสที่จะทำให้บุญกุศลเกิดขึ้นแก่ตัวเองได้นั้นน้อยมาก
ยิ่งถ้าไปเกิดเป็นเปรต เป็นอสูรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉานหรือว่าไปทำกรรมหนักจนต้อง ไปเกิดเป็นสัตว์นรก ก็คงยิ่งไม่ต้องพูดถึงกัน ได้รับแต่ความทุกข์ทรมานฝ่ายเดียว ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเอาไว้ถึงความยากลำบาก ของการที่จะได้โอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์นั้นไว้หลายประการทีเดียว ในที่นี้หลวงพี่ขอยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟังสัก ๒ ตัวอย่าง
ตัวอย่างแรก พระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบถึงความยากในการเกิดเป็นมนุษย์ไว้ว่า ณ ท้องมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล บนผิวน้ำนั้นมีห่วงเล็กๆ ห่วงหนึ่งล่องลอยอยู่ท่ามกลางคลื่นในมหาสมุทร คลื่นปกติไม่เคยนิ่งอยู่แล้วนะ ห่วงนั้นก็ลอยไปมา แล้วมีเต่าตาบอดตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในภายใต้ท้องทะเลลึกแห่งนี้ ทุกๆ ๑๐๐ ปี เต่าตาบอดตัวนี้ก็จะแหวกว่ายน้ำ โผล่ขึ้นมาสูดอากาศสักทีหนึ่ง แต่บังเอิญว่าเต่าตาบอดตัวนี้ โผล่ขึ้นมาเอาหัวสอดเข้าไปในห่วงเล็กๆ ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำนั้นพอดิบพอดี ซึ่งเป็นการยากมากทีเดียว ที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้
แต่พระองค์ก็บอกว่า การจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกนั้น มันยากยิ่งกว่านั้นไปอีก ตัวอย่าง เรื่องที่ ๒ พระองค์ได้ตรัสเอาไว้แก่พระภิกษุทั้งหลายที่ มาประชุมพระองค์ได้ทรงเอาเล็บของพระองค์ช้อนไปที่ทรายให้ติดเล็บขึ้นมา แล้วก็ตรัสถามแก่พระภิกษุทั้งหลายว่า ฝุ่นที่อยู่ในเล็บกับฝุ่นที่อยู่กับผืนดินนี้ อย่างไหนมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝุ่นที่ปลายเล็บของพระองค์นั้น มีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผ่นดินนี้ ถ้าจะเปรียบไปแล้วก็เปรียบกันไม่ได้เลย
พระองค์จึงตรัสต่อว่าฉันนั้นก็เหมือนกัน สัตว์ที่จุติ จุติในที่นี้ก็คือตายน่ะ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว โอกาสที่จะกลับมาเกิดมาเป็นมนุษย์อีกนั้นมีน้อยมาก เพราะว่าที่แท้แล้ว สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว มักจะไปเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปรต ในนรกนั้น มีมากมาย จุติจากมนุษย์ไปแล้วโอกาสที่จะได้เกิดไปเป็นเทวดาก็มีน้อย ที่จุติจากเทวดามาแล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาอีกก็มีน้อย ที่จุติจากเทวดาแล้วกลับไปเกิดเป็นมนุษย์ก็มีน้อย ที่จุติจากนรกแล้วกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกก็มีน้อย ที่จุติจากนรกแล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาก็มีน้อย ที่จุติจากสัตว์เดรัจฉานแล้วกลับไปเกิดเป็นมนุษย์ก็มีน้อย ที่จุติจากสัตว์เดรัจฉานแล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาก็มีน้อย ที่จุติจากเปรต แล้วกลับไปเกิดเป็นมนุษย์ก็มีน้อย ที่จุติจากเปรต แล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาก็มีน้อย
เพราะแท้ที่จริงแล้ว สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ก็ดี จุติจากเทวดาก็ดี จุติจากสัตว์นรก จุติจากสัตว์เดรัจฉาน หรือจุติจากเปรตไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะกลับไปเกิด ไปเป็นสัตว์นรกอีก ไปเกิดในสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งมีมากมาย
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมานั้น ไม่เห็นแจ้งในอริยสัจ ๔ นั่นเอง นี่คือตัวอย่างที่พระองค์ได้ทรงยกเปรียบเทียบเอาไว้ แล้วเราลองมามองย้อนดูตัวเราสิว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสว่าอัตภาพมนุษย์ที่ว่าได้ยากนั้น บัดนี้เราได้มีพร้อมแล้ว ก็ต้องขอบอกว่าพวกเรามีบุญมากจริงๆ นี่คืออัตภาพที่ได้ยาก แต่พวกเราได้แล้วประการที่ ๑
ครั้นเมื่อเราได้อัตภาพที่เหมาะสมแก่การสร้างบุญบารมีแล้ว น้อยคนนักที่จะสามารถใช้ชีวิตของตัวเองดำเนินให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญบารมี คอยทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นแก่กาย วาจา ใจได้ ทุกคนที่เกิดมาต่างก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตร หาครูอาจารย์คอยชี้แนะทางสว่าง แล้วก็คอยประคับประคองให้เราได้อยู่ในเส้นทางนี้ต่อไป
หรือแม้แต่พระอรหันตสาวกท่านยังต้องอาศัยกัลยาณมิตรคือบรมครูอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ชี้นำทางสว่างให้เช่นกัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า การที่เราจะหาครูดีๆ สักคนนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการหาที่ยากยิ่งในโลกทีเดียว ก็อาจจะมีอยู่เหมือนกัน แต่ว่าพวกเรามักจะหาไม่ค่อยเจอ เพราะท่านมักจะเก็บตัว ไม่อยากปรากฏให้ชาวโลกได้พบเห็น สาเหตุก็เพราะว่าท่านเบื่อโลก แล้วยิ่งจะให้ท่านมาสอนผู้อื่นอีก ท่านยิ่งไม่เอาใหญ่ ก็เลยเข้าป่าไปเสียหมด
หรือบางที เราได้พบแล้วแต่ตัวเราเองกลับมองไม่ออกเสียอีก เพราะท่านทำตัวเข้าทำนองที่ว่าน้ำเต็มขวด เขย่าไม่ดัง หรือรวงข้าวที่เต็มรวงสมบูรณ์ ยอดจะไม่ตั้ง กลับน้อมอ่อนลง เวลาที่เรามองจากที่ไกลๆ จึงมองไม่เห็น และยิ่งถ้าเรามีพื้นฐานในการฝึกตัวของเราแต่แรกมาไม่ดีพอ การที่เราจะค้นหาครูดี คอยเป็นกัลยาณมิตรให้เรานั้น ยิ่งยากหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นไม่ง่ายเลยในการที่เราเกิดมาแล้ว จะได้สั่งสมบุญบารมีเต็มที่
เราลองดูสัตว์อื่นที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าหมู หมา กา ไก่ก็ดี นก สารพัดสัตว์เลย ไม่ต้องพูดถึงกันว่าจะได้ยินได้ฟังธรรมตรงนี้ ก็ต้องบอกไว้ในที่นี้ว่า ลูกหลานยายทุกท่านเป็นผู้ที่มีบุญมากทีเดียว ที่มียอดครูอย่างกับคุณยายและพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เป็นกัลยาณมิตรคอยประคับประคอง แล้วก็ชี้นำหนทางสว่างให้เราตลอดมา เพราะด้วยมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ของท่านที่มีต่อพวกเรา ที่มีต่อชาวโลก แล้วก็สรรพสัตว์ทั้งหลาย จึงได้เกิดหมู่คณะของพวกเราในวันนี้ ที่ได้มาสร้างบารมีร่วมกัน
นี่ถ้าท่านตั้งใจที่จะสั่งสมบุญของท่านเพียงผู้เดียว ประพฤติปฏิบัติธรรมของท่านเพียงผู้เดียว แล้วก็เข้าป่าเข้าถ้ำนะ ปฏิบัติธรรมของท่านไปนะ แต่วันนี้ก็คงไม่มีเราที่นั่งอยู่ตรงนี้
ความยากที่เราได้มาประการที่ ๒ คือการดำรงอัตภาพให้อยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบุญบารมี อยู่ในศีลในธรรม โดยไม่ก่อบาป อกุศลเพิ่มมากขึ้นเป็นการยากยิ่งกว่า แต่เราก็ได้พบเจอแล้ว
แต่ถ้ามีใครสักคนเป็นผู้ที่มีปัญญาสามารถที่จะสอนตนเองได้ มีความคิด กล้าหาญที่จะนำพาตัวเองให้หลุดพ้นจากอัตภาพที่ได้ยากนี้ แล้วยังมีความคิดอีกว่า เมื่อตัวเองหลุดพ้นจากอัตภาพนี้ไปแล้วก็จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นตามไปด้วย ก็ต้องบอกว่าคงมีเพียงแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเพียงเท่านั้นที่มีความคิดอย่างนี้
แล้วการเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้น จะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานมากทีเดียว อย่างน้อยที่สุดแต่ละพระองค์ก็สร้างบุญบารมีใช้เวลาถึง ๒๐ อสงไขยกับแสนกัป ๑ กัปในที่นี้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก
ท่านเปรียบไว้ว่า โลกของเราเมื่อก่อนไม่ได้มีลักษณะอย่างนี้ เมื่อก่อนเป็นลักษณะเป็นหมอกเพลิง อยู่ต่อมาหมอกเพลิงนั้นค่อยๆ รวมตัวกันเป็นโลก แล้วก็เย็นลง ต่อมาจึงมีคน มีสัตว์ มีพืชเกิดขึ้น แล้วก็อยู่กันไป บางยุคก็เจริญรุ่งเรือง บางยุคก็เสื่อม สลับกันไปสลับกันมาอย่างนี้ จนถึงยุคที่คนมีกิเลสมากยิ่งขึ้น ก่อกรรมทำเข็ญกันมากขึ้น โลกจึงร้อนเป็นไฟลุกขึ้นมาเผาผลาญโลกทั้งโลก จนสลายกลับไปเป็นหมอกเพลิงอีกครั้งหนึ่ง นี่คือระยะเวลา ๑ กัป ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ยากที่จะคำนวณได้
แล้วในแต่ละกัปนั้น มิใช่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราจะมาเกิดขึ้นในทุกๆ กัป ก็หาไม่ ในบางกัปก็ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นก็มี ซึ่งเราเรียกว่าสัญญากัป ถ้าใครไปพลัดหลงไปเกิดในยุคนั้นสมัยนั้นเข้า เห็นทีว่ามีแต่จะดิ่งลงเหวลงนรกอย่างเดียว
ถ้าพวกเราสังเกตในคำอธิษฐานประจำวัน ในบทอธิษฐานประจำวันของวัดเรา จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่เขียนเอาไว้ว่า ถ้าหากพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่บังเกิดขึ้น แต่กุศลกรรมของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยมแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ขอให้ข้าพเจ้าพึงได้ญาณเป็นเครื่องรู้เฉพาะตนอันสูงสุดเทอญ นี่คืออธิษฐานบารมีที่ครูบาอาจารย์ของพวกเราท่านรอบคอบ แล้วก็ได้มอบไว้ให้แก่เราใช้อธิษฐานบารมีกัน เผื่อพลาดพลั้งเผลอไปเกิดในกัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้า เราจะได้เอาตัวรอดได้ และนี่ก็คือความยากอีกประการหนึ่ง
ความยากประการที่ ๔ คือการได้ฟังพระสัทธรรมเป็นการยากนั้น ต้องบอกว่าถ้าไม่มีความยากทั้ง ๓ ประการที่ผ่านมาเกิดขึ้น การที่เราจะได้ยินได้ฟังพระสัทธรรมนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่าน เป็นผู้ที่มีบุญบารมีมาก ถึงแม้ว่าจะเกิดไม่ทันยุคที่พระบรมศาสดายังมีพระชนม์ชีพอยู่และไม่ได้ฟังธรรมจากพระองค์ก็ตาม แต่ว่าเราได้เกิดในกาลสมัยที่พระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ท่านยังคงเจริญรุ่งเรืองอยู่ จึงพอได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษา แล้วก็ได้ปฏิบัติกันอยู่บ้าง
และต้องบอกว่าเป็นบุญของพวกเราจริงๆ ได้มาเกิดในยุคสมัยที่ผู้มีบุญบารมีมากมาเกิด คือพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี แล้วตัวเราก็ได้มามาเป็นลูกศิษย์ เป็นหลานศิษย์ของท่านอีกด้วย ท่านได้ตั้งสัจจะยอมที่จะสละชีวิตของท่าน เพื่อจะให้ได้มาซึ่งสัจธรรมของพระพุทธองค์ แล้วความพยายามของท่านก็สำเร็จ ทำให้เรานอกจากจะได้ยินได้ฟังธรรมะกันแล้ว ก็ยังได้รู้ถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เข้าสู่ฝั่งพระนิพพาน ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอีกด้วย
ณ วันนี้ ที่มีหมู่คณะของพวกเราเกิดขึ้น ได้ร่วมสร้างบุญบารมีร่วมกัน มีสถานที่อันสง่างาม มีความสะดวกสบายในทุกๆ อย่าง ให้เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตักตวงบุญกันอย่างเต็มที่ ก็ต้องบอกว่า จุดเริ่มต้นทั้งหมดนั้นมาจากคุณยายอาจารย์ของพวกเรา ดังถ้อยคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้เคยกล่าวเอาไว้ว่าถ้าไม่มีคุณยายก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีหมู่คณะของพวกเราที่ได้มาสร้างบารมีร่วมกัน แต่ด้วยมหากรุณาของท่านที่มีต่อพวกเรา ชาวโลกและสรรพสัตว์ทั้งหลาย และด้วยความกตัญญูเคารพเชื่อฟังครู คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ท่านได้สั่งคุณยายเอาไว้ ให้นำวิชชาธรรมกายเผยแผ่ทั่วโลก ณ วันนั้นจนบัดนี้ คุณยายอาจารย์ของเราได้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง
ทั้งหมดที่หลวงพี่ได้แสดงธรรมมาให้ลูกหลานยายได้ฟังถึงเรื่องความยาก ๔ ประการนั้นคือ
๑. การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก
๒. การเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลายเป็นการยาก
๓. การบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก
๔. และการได้ฟังสัทธรรมเป็นการยากนั้น
รวมทั้งความเป็นผู้ที่มี บุญบารมีของพวกเราที่มียอดกัลยาณมิตรอย่างพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นครูช่วยชี้แนะหนทางสว่าง และได้คอยประคับประคองให้เราอยู่ในเส้นทางการสร้างบารมีตลอดมา
และสิ่งที่ท่านปรารถนามากที่สุดก็คือการที่ลูกหลานของท่านทุกๆ คนได้เข้าถึงฝั่งแห่งธรรมกาย วันนี้ หลวงพี่จึงได้มาเน้นย้ำให้พวกเราทุกๆ คนได้ตระหนักถึงความเป็นผู้มีบุญ ความเป็นผู้โชคดีที่เราได้มาแล้ว ต่อจากนี้ไปเราจะได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงฝั่งแห่งธรรมกาย เพื่อยังความปรารถนาครูของเราให้สำเร็จกันต่อไป
ดังนั้นต่อแต่นี้ไป ขอเรียนเชิญลูกหลานทุกท่านได้ทำใจหยุด ใจนิ่ง ให้เข้าถึงฝั่งแห่งธรรมกายกันทุกๆ คนนะ นำใจของเราไปหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายอย่างสบายๆ ใครที่เข้าถึงสภาวธรรมไหน ก็ให้หยุดนิ่งไปตรงกลางของสภาวธรรมนั้น อย่างเบาสบาย หยุดใจไปตรงกลาง หยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ไปตรงกลางอย่างสบายๆ
**************************** จบ ****************************