ผลงานของคุณยายเป็นหนึ่งไม่มีสอง
(ม้วน 1/A)
พระสมุห์อำนวยศักดิ์ : และในอนาคตด้วยเศียร กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระที่เคารพยิ่ง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป ทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ยอดนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรมยายลูกหลานทุกๆ ท่านนะ (สาธุ)
ส่วนวันนี้ก็เป็นวันที่ ๒๒๐ ที่เราได้มาร่วมบำเพ็ญกุศลสำหรับงานของคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ของพวกเรา ซึ่งก็ถือได้ว่าคงจะหางานบำเพ็ญกุศลที่ต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้ได้ยากยิ่งในปัจจุบัน แล้วก็เป็นความพร้อมเพรียง ความพร้อมใจด้วยจิตที่เป็นกุศลของเหล่านักสร้างบารมีลูกหลานยายทุกๆ ท่านที่ตั้งใจมาเอาบุญพิเศษกันทุกๆ คืน นอกจากจะมีการสวดพระอภิธรรมแล้ว ก็ยิ่งมีการแสดงธรรม แล้วก็มีการสั่งสมบุญโดยการบูชาเจดีย์บ้าง แ ล้วก็นั่งสมาธิบ้าง แล้วแต่อัธยาศัยของแต่ละท่านแต่ละท่าน ซึ่งในเรื่องนี้ก็ยังความปลาบปลื้มปีติเป็นตัวอย่าง ให้กับผู้ที่ได้พบเห็น
สองวันที่ผ่านมา กลิ่นไอของบุญกุศลที่พวกเราได้สั่งสมก็คงยังไม่จางไป หลายท่าน แม้แต่ตัวหลวงพี่เองก็ยังปีติจนบัดนี้ที่ได้เห็นผ้าของภิกษุสามเณรที่เรียกว่าสมณะแท้นี่ ได้มารวมตัวกันทั่วประเทศ ถ้าใครได้ไปสัมผัสวันนั้นเมื่อวานซืนนี้ มีพระเถระ พระมหาเถระมากันพร้อมเพรียง มีอยู่รูปหนึ่งท่านถามหลวงพี่ว่ามากันกี่แสนนี่ ท่านมาถามกับเรา หลวงพี่ก็ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไรท่าน เพราะนับไม่ถ้วน และนับไม่ถ้วนจริงๆ ไม่รู้จะนับยังไง เพราะลานตาไปหมด
ทั้งหมดนี้นี่จะถือได้ว่าเป็นผลงานของคุณยายอาจารย์ที่ได้ฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนาก็ไม่ผิด เป็นผลงานที่ท่านได้เริ่มต้นตั้งแต่สร้างวัด ถ้าย้อนกลับไปอีกก็คือตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข ๑ หมายเลข ๒ จนกระทั่งมาเป็นวัดพระธรรมกาย มาเป็นที่ดิน ๒,๕๐๐ ไร่ที่พวกเรานั่งอยู่ตรงนี้
จำได้ว่าเคยมีหนังสือที่เราเผยแผ่ครั้งแรก ในยุคแรกๆ ที่บอกว่ามีอยู่ตอนหนึ่งที่หลวงพี่ยังประทับใจอยู่ทุกวันนี้ แล้วก็สิ่งนั้นได้ปรากฏเป็นจริงขึ้น หนังสือเล่มนั้นเขียนไว้อย่างนี้อยู่ตอนหนึ่งว่าแผ่นดินมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถที่จะงอกได้อีก มีเท่าใดก็มีเท่านั้นน่ะ แต่ดวงใจน้อยๆ ของเยาวชน ดวงใจเหล่านี้จะงอกขึ้นทุกปี ปีละนับหมื่น นับแสน นับล้านดวง ทำอย่างไรถึงจะให้ดวงใจเหล่านี้เป็นดวงใจที่สะอาด ที่บริสุทธิ์ ที่ประกอบด้วยคุณงามความดี มีสัมมาทิฏฐิ มีใจรักในการสร้างบุญสร้างบารมี นี่คือหนังสือของวัดเราที่ออกมาในยุคแรก หลวงพี่พยายามจะหาเล่มนี้ก็ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แต่จำข้อความตรงนี้ได้ แล้วก็ประทับใจจนทุกวันนี้
ตรงนี้กระมังที่เป็นเหตุให้คุณยายท่านพยายามที่จะปลูกฝังคุณธรรมลงในจิตใจของเยาวชน ถ่ายทอดมาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ถึงพระเถระรุ่นบุกเบิก มาเป็นธรรมทายาท มาเป็นพวกเรา เพราะถ้าไม่มีคุณยายเริ่มต้นในสิ่งนั้น ก็คง วันนี้ก็คงจะไม่เป็นแบบนี้ และทั้งหมดที่สำเร็จได้ก็เพราะพวกท่านทุกท่านลูกหลานที่นั่งอยู่ ณ ตรงนี้ ก็ต้องอนุโมทนาบุญกันอีกครั้งและหลายๆ ครั้งนั้น
ฉะนั้น สิ่งที่คุณยายได้คำชมว่าหนึ่งไม่มีสองนั้น เราก็อาจจะพูดต่อได้ว่าผลงานคุณยายนี่ก็เป็นหนึ่งไม่มีสอง งานที่คุณยายสร้างไว้ก็เป็นหนึ่งไม่มีสอง ลูกพระลูกเณรคุณยาย หลานพระหลานเณรคุณยายก็เป็นหนึ่งไม่มีสอง ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา ทั้งงานส่วนตัว งานส่วนรวม ทำได้สมบูรณ์อย่างไม่มีที่ติ ท้ายลูกชายหญิงอุบาสก อุบาสิกา ของคุณยายก็เป็นหนึ่งไม่มีสอง ต้องชมได้อย่างนี้ทุกขั้นเลย เพราะว่าผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ ทำได้อย่างสมบูรณ์
เคยมีพระมหาเถระรูปหนึ่งท่านเคยพูดไว้ว่าท่านได้มาร่วมงาน ท่านบอกว่า ท่านพูดอย่างถ่อมตัวนะว่า ท่านบอกว่าต่อให้หลวงพ่อเกิดอีกร้อยชาติ เขาทำอย่างนี้ไม่ได้ อย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ท่านพูดไว้เลย ท่านพูดไว้ถ่อมตัว ท่านก็บอกว่าจัดงานทุกครั้งสังเกตดูพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ ท่านนิ่งอย่างสงบงาม ท่านเก็บความปีติไว้ลึกๆ ในใจ แล้วท่านก็มาเล่าให้ฟังท่านบอกว่าไม่เหมือนวัดหลวงพ่อนะ เวลาจัดที เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาสต้องสั่งการเอง วันจัดงานนะ วันงาน ไม่ใช่วันเตรียมงาน ของเราวันเตรียมงาน เบื้องหลังก็จะต้องเข้มข้นกันหน่อย แต่พอวันงาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ พระเถระ นิ่ง ปล่อยให้พิธีกรรม ปล่อยให้ขั้นตอนขบวนการต่างๆ ไหลลื่นไปอย่างน่าประทับใจ นี่คือสิ่งที่พระมหาเถระรูปนั้นท่านได้ชมมา
ทีนี้ เราก็มาย้อนดูว่าจริงไหม ก็สมดังที่ท่านได้ชม ซึ่งทั้งหมดนี้ท่านก็ยังทึ่งไปอีก แปลกใจอัศจรรย์ใจว่านี่คือผลงานที่คุณยายอาจารย์ท่านได้หล่อหลอม ท่านได้ขนาบแล้วขนาบอีก เตือนแล้วเตือนอีก สอนแล้วสอนอีก ทั้งสอนทั้งทำ ทั้งปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง ซึ่งก็จะหายากยิ่งในยุคปัจจุบันและในอนาคต
เมื่อเช้าทางคณะจัดงานฝ่ายพิธีกรรม แล้วก็ฝ่ายช่างภาพ ก็ได้ไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เอารูปไปให้ท่านดู เห็นแล้วก็น่าปีติ ท่านก็ชมว่าจัดงานได้เรียบร้อย แล้วท่านก็ฝากอนุโมทนาบุญกับลูกพระลูกเณร แล้วก็ญาติโยมทุกๆ ท่าน ว่าขออนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วยนะ โดยเฉพาะบางภาพเห็นแล้วประทับใจ เพราะว่าตอนช่วงที่พระเณรสอบธรระทางก้าวหน้ากันอยู่นั้น สอบพระแท้อยู่นี่ บางรูปอายุมาก ท่านมองไม่เห็น ท่านต้องใช้แว่นขยายส่อง พอดีช่างภาพของเราก็จับภาพนี้ไว้ได้ ให้เห็นถึงความพยายามของพระ หลวงตาที่ท่านตั้งใจสอบพระแท้ครั้งนี้ แล้วก็อีกหลายๆ ภาพที่สามเณรทำอย่างตั้งอกตั้งใจนั่งอย่างดีเลย ทำข้อสอบด้วยความตั้งใจ ทบทวนความรู้ที่ได้ดูจากหนังสือพระแท้ที่ทางเราได้เตรียมเอาไว้ให้
งานครั้งนี้ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์กว่าครั้งที่แล้ว แล้วก็จะสมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น เพราะว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ท่านได้ให้ทำทั้งโบชัวร์ ทั้งวีดีโอเทป ใช้ชื่อว่างามอย่างสมณะส่งไปให้ตามวัดต่างๆ ก่อน ซึ่งในนั้นก็ได้มีรายละเอียดตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับเสขิยวัตร การนุ่งห่ม การเดิน การฉัน การนั่ง ทุกขั้นตอน เลยเรา ทำให้เราได้เห็นว่าสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะตั้งใจให้เกิดขึ้น ก็ได้บังเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์ เป็นที่ชื่นชมของพระมหาเถระ พระเถระ เจ้าพระสังฆาธิการที่มา ซึ่งนับว่าเป็นการรวมเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ครั้งสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทยก็ว่าได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และก็จะเกิดต่อไป
สิ่งนี้ก็คงจะต้องฝากเอาไว้ให้กับญาติโยม นำไปบอกกล่าวเล่าขานกันต่อ ซึ่งเราก็จะได้สร้างประวัติศาสตร์อีกภาพหนึ่งของพระพุทธศาสนาในยุคที่เราจะต้องต่อสู้กับกิเลส กับกระแสอันเชี่ยวกราก ซึ่งในยุคนี้การที่จะหาหมู่คณะพร้อมเพรียงเช่นนี้นับว่าหายากเต็มที
มีอยู่ตอนหนึ่งเมื่อเช้าที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็บอกว่า ท่านบอกว่าไม่น่าเชื่อเลยในสมัยพุทธกาลนี่ พระพาหิยะ ชื่อเต็มว่าพาหิยะทารุจาริยะนี่ เป็นหนึ่งในอสิติมหาสาวก เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแล้วนี่ ไม่มีจีวร ไม่มีผ้าไตรจีวรที่จะใช้นุ่งห่ม แล้วก็ปรินิพพานในวันนั้น ซึ่งหลายท่าน ทุกท่านในที่นี้ก็คงจะทราบประวัติได้ดี แล้วท่านก็บอกว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็บอกว่าหลวงพ่อกลัวลืม เลยต้องถวายทีละแสน แสนผืน มาสูตรนี้ ท่านบอกกลัวลืม กลัวว่าเออได้ถวายอะไรบ้าง เลยถวายทีละแสน แล้วก็ชวนพวกเรานี่มาร่วมถวายทีละแสนผืนอย่างนี้แหละ
นี่ขนาดอสิติ หนึ่งในอสิติมหาสาวก ท่านบอกไม่น่าเชื่อเลย เป็นถึงพระอรหันต์สาวก เป็นอสิติสาวกด้วย แต่ในอดีตสมัยที่เป็นมนุษย์ธรรมดา หรือสมัยที่ยังเวียนว่ายตายเกิดนั่นน่ะไม่เคยถวายผ้าไตรจีวรให้กับพระภิกษุสามเณรเลย ฉะนั้นในช่วงปลายของชีวิต เมื่อสำเร็จอรหันต์แล้วนี่ ไม่มีจีวร เป็นเรื่องแปลก นี่สิ่งที่หลวงพ่อท่านรำพึงขึ้นมาเมื่อเช้านี้
แล้วท่านก็บอกต่อว่าเมื่อพระเณรมาทบทวนศีล มาทบทวนความดีที่ตัวเองได้สั่งสมไว้แล้วนี่ มนุษย์ทั้งหลายผู้คนทั้งหลายนี่ก็จะรักษาศีลด้วย เมื่อเห็นพระเณรที่ตัวแบบ เป็นต้นแบบ เป็นต้นบุญ คนทั้งหลายก็จะรักษาศีล เมื่อคนทั้งหลายรักษาศีล คนเทวดาก็จะรักษาศีลด้วย เมื่อเทวดา ภุมเทวา อากาศเทวดา เทวดาทุกชั้นรักษาศีล อากาศ บรรยากาศโดยรอบก็จะร่มเย็น พืชผลไม้ก็อยู่ ก็ออกตามฤดูกาล มีโอชารส ข้าวปลาอาหารทั้งหลายก็สมบูรณ์ มนุษย์ก็ไม่เบียดเบียนกัน นี่คือสิ่งที่เราได้ทบทวน เราได้สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อที่จะย้อนกลับไปสู่ยุคของผู้ที่อุดมด้วยศีล ทาน ศีล และภาวนา
และมีอยู่ตอนหนึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็บอกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งพระอินทร์ หรือท้าวสักกะเทวราชนี่ มองไปโดยรอบ ในชั้นในสวรรค์แล้วนี่ เห็นแต่เทพธิดา นางฟ้าเทวดาทั้งหลายนี่หน้าเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ไม่มีเทพยานางฟ้า เทวดานี่หน้าใหม่เกิดขึ้นเลย เพราะว่ามนุษย์ไม่ค่อยรักษาศีล ไม่ค่อยทำความดี ทิ้งทาน ศีล ภาวนาหมด พระอินทร์ก็เลยต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ ชักชวน เป็นผู้ชักชวนให้มนุษย์ในยุคนั้นนี่ได้รักษาศีล ได้ทำทาน ได้เจริญสมาธิภาวนา เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ ต่อมาพระอินทร์ท่านนั้นก็มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราองค์นี้ เพราะยุคที่มนุษย์ไม่มีศีลนี่ เทวดาก็ไปเกิดเป็นเทวดาน้อย จำนวนน้อยมาก หลวงพ่อท่านบอกยุคนั้นในนรกนี่เป็นสลัมไปเลย มีแต่สัตว์นรกเต็มไปหมด มีแต่สลัมเต็มสลัมเลย
นี่เป็นหน้าที่ของเรา เหล่ากัลยาณมิตรที่จะต้องนำหมู่ญาติ นำชาวโลกมาสู่เส้นทางแห่งการสร้างบารมีนี่ โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเป็นผู้นำ มีคุณยายเป็นผู้วางแบบแผน วางรากฐานเอาไว้
หลวงพี่จำได้ว่าเคยอ่านในพระไตรปิฎกอยู่ที่พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน พูดถึงตอนหนึ่งที่ว่ามีพระราชาพระองค์หนึ่งนี่ สร้างความดีจนกระทั่งพระอินทร์นี่ลงมารับ ขณะที่กายเป็นมนุษย์นี่ขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แต่พอดีจำชื่อพระราชาองค์นั้นไม่ได้ โดยเรื่องโดยย่อก็มีอย่างนี้ว่าในสมัยนั้นพระราชา ธรรมิกพระราชาซึ่งเป็นพระราชาองค์นี้นี่ เป็นผู้ที่อยู่ในธรรม เมื่อครองสมบัติแล้วนี่ก็ปกครองประชาราษฎร์ด้วยธรรม ชักชวนให้ราษฎรที่อยู่ในปกครองของพระองค์ให้รักษาศีล อย่างน้อยก็ศีล ๕ เมื่อถึงวันพระ วันธรรมสวนะ ตัวพระราชาเองท่านรักษาศีล ๘ แล้วก็ให้ทานกับคนทั้งเมือง ใครขัดสนอย่างไร หรือว่าใครเดือดร้อน พระราชาก็จะประทานทรัพย์ให้คลายความเดือดร้อน บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้
เมื่อคนเหล่านั้น คนที่มีสูงอายุถึงแก่กาลกิริยา คือตายไป ก็ไปบังเกิดเป็นเทวดา เป็นเทพธิดาไป ต่อมานานเข้านานเข้า บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็มีชาวเมืองนี่ไปเกิดเยอะมาก แล้วก็ชาวเมือง ชาวเทวดาก็ลือกิตติศัพท์ของพระราชาองค์นี้ว่าเป็นผู้ที่มีศีลมีธรรม ลือจนกระทั่งจนถึงทั้งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลย
กิตติศัพท์ของพระราชาองค์นี้นี่ ได้ยินไปถึงหูพระอินทร์ พระอินทร์ก็อยากจะเจอตัว ก็สั่งให้มาตุลีเทพราชเอาเวชยันตรถนี่ลงมารับมให้ขึ้นไปเที่ยว ให้ขึ้นไปชมสมบัติของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์บ้าง พระราชาก็ขึ้นไปด้วยขณะที่กายยังเป็นมนุษย์นี่ ขึ้นไปได้สักชั่วอึดใจหนึ่งเมื่อชมสมบัติแล้ว เมื่อได้ไปชมสมบัติของพระอินทร์ ชมเมืองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้วนี่ก็กลับลงมา
ช่วงเวลาชั่วอึดใจเดียวบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี่ ปรากฏว่าบนโลกมนุษย์นี่หมดไปเกือบ ๔๐๐ ปี ลูกหลานของพระราชานี่ก็ได้ตายไปเยอะ จนกระทั่งถึงบุคคลรุ่นที่ ๔ พระอินทร์ก็นำพระราชาองค์นี้มาส่งในสวน ในมหาราชวัง ขณะนั้นพระราชารุ่นที่ ๔ คือที่เป็นเหลนของพระราชาพระองค์นี้มาเจอเข้า ก็สงสัยถามว่าใคร เมื่อซัก ซักไซ้ไล่เรียงแล้วนี่ ถึงรู้ว่าเป็นปู่ของปู่ ก็เลยจะเชิญให้ขึ้นครองราชย์ แต่พระราชาพระองค์นี้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสังขารแล้วก็ไม่รู้ ก็ออกบวช
นี่คือเรื่องย่อๆ ที่ว่าผู้ที่ทำความดี ให้ทาน รักษาศีล แล้วก็ชวนคนทั้งโลกทั้งเมืองนี่รักษา ให้ทาน รักษาศีลด้วยนี่ ผลบุญนั้นสามารถที่จะส่งผลแม้ในชาติปัจจุบัน แม้ในขณะที่เป็นมนุษย์ กิตติศัพท์เล่าลือไปถึงพระอินทร์ ท้าวสักกะเทวราชบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถึงกับมาเชิญไปชมสมบัติของพระอินทร์บ้าง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนั้น
เช่นเดียวกัน สิ่งที่เราทำอยู่ ณ วันนี้ ณ ตอนนี้ แล้วจะทำต่อไปในอนาคต ก็เป็นที่เล่าลือของทั้งสังฆมณฑล เมื่อวานซืนนี้คงจะมีหลายหน่วยงาน คงจะมีทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาสังเกตการณ์ได้มาดูงานของเรา อาจจะไม่แสดงตัวก็มี แล้วเขาก็รู้สึกปีติเบิกบาน อัศจรรย์ในสิ่งที่บังเกิดขึ้นในยุคนี้ และสิ่งเหล่านี้ก็มักเกิดขึ้นบ่อยๆ โดยหมู่คณะของพวกเราทุกๆ คนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งญาติโยม ทั้งภิกษุสามเณร ซึ่งก็มีหน้าที่รับผิดชอบกันตามกำลัง ตามหน่วยงานของที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ นี่คือสิ่งที่น่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งที่ได้บังเกิดขึ้น
และสิ่งเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นต่อไป ตอนนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็เตรียมงานต่อไปอีกแล้วนะ มีบุญให้เราอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ มีบุญให้เรา เราจะได้ไม่ต้อง ไม่ว่างเว้นจากการทำความดี ไม่ว่างเว้นจากการนึกถึงบุญ นึกถึงกุศล นึกถึงประวัติชีวิตอันดีงาม ยิ่งเมื่อเราได้ย้อนนึกไป สิ่งที่ได้ทำมา สิ่งที่เราได้สั่งสมมา ไม่ว่าตั้งแต่ยุคต้นๆ ยุคที่คุณยายอาจารย์ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านมีสังขารที่แข็งแรงอยู่ เมื่อนึกย้อนไปถึงจุดนั้น ความปีติ ความเบิกบาน บุญกุศลก็จะเกิดขึ้นเป็นทวีคูณ
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่คณะของพวกเราเป็นประจำ จนกระทั่งหลายๆ ท่านอาจจะ อาจจะรู้สึกคุ้นเคยหรือชินกับสิ่งที่บังเกิดขึ้นเหล่านี้ แต่ มีแต่นะว่าท่านรู้ไหมว่าเมื่อวานซืน เมื่อวาน เอองานที่ผ่านมานี้นี่ มีพระมหาเถระ พระเถระท่านมาเห็นภาพนี้แล้ว ท่านตะลึง แล้วท่านก็พูดไม่ออก ท่านบอกเกิดขึ้นได้อย่างไรในยุคนี้ ยิ่งได้เห็นพระภิกษุสามเณรมีความตั้งใจมา มากันจากที่ไกลๆ ทั่วทุกสารทิศ ทุกภาคของประเทศ
หลวงพี่ก็ได้ฟังเออ พระมหาที่ท่านไปนิมนต์พระสังฆาธิการที่มานี่ เนื่องจากว่าเรามีพื้นที่ที่จำกัด มีบางแห่งบางวัด เนื่องจากท่านไม่ได้รับใบฎีกา ท่านโทรมา โทรมาคุย ท่านมาพบพระมหาเจ้าหน้าที่ของเรานี่ เราก็บอกเต็มแล้ว เต็มแล้ว ท่านบอกว่า ท่านบอกไม่ได้นี่ งานที่แล้วนี่ มหาจำได้ไหม ไปนิมนต์หลวงพ่อที่วัดนี่ แต่งานนี้ขอมาด้วย เราก็บอกเต็มแล้ว จนกระทั่งก็ต้องบอกมาได้ แต่ให้มาจำกัดนะ เพราะที่ไม่พอจริงๆ หลวงพ่อท่านบอกว่าเห็นไหม ตอนนี้มาว่าหลวงพ่อแล้วว่าทำไมสร้างเล็กไปอีกแล้ว สร้างเล็กไปอีกแล้ว
งานที่ผ่านมาถ้าใครได้เดินดูรอบๆ จะเห็นภาพที่ปีติที่ว่าแม้แต่สามเณรตัวน้อยๆ ตั้งใจกันมากเลย นั่งกันอย่างเรียบร้อย ยิ่งตอนที่มีการเคลื่อนสาธุชน เคลื่อนพวกเราตอนที่เข้าไปถวายปัจจัย ใบปวารณานี่ ถ้าเป็นการยืนปกตินี่คงจะไม่มีอะไร แต่การยืน การเคลื่อนไปขณะในท่ามกลางหมู่พระภิกษุสงฆ์สามเณรนับแสนนี่ ถ้าดู ถ้ามองในภาพสูงแล้วนี่ เป็นภาพที่ประทับใจมาก เป็นภาพที่เมื่อมองแล้วนี่เกิดความปีติอย่างบอกไม่ถูก เห็นความตั้งใจของหมู่ญาติโยมชุดขาวที่แทรกเข้าไปในระหว่างชุดเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์ ด้วยความตั้งใจ เงียบ สำรวม
และยิ่งได้เห็นภาพที่ญาติโยมแม้อายุ ๗–๘๐ แต่ยกมือไหว้และกราบสามเณรอายุประมาณสัก ๑๐ ขวบหรือ ๑๒ ขวบ อย่างงามด้วยความเคารพในเพศเออ ในสามเณรนั้นนี่เป็นภาพที่ตรึงตาตรึงใจอย่างไม่รู้ลืมเลย ซึ่งในไม่ช้าพวกเราทุกท่านนี่คงได้เห็นภาพนี้ ตอนนี้ทางฝ่ายสรุปข่าวกำลังรวบรวมภาพเด็ดๆ ภาพที่ประทับใจนี่ก็จะได้รวมเป็นเล่ม แล้วก็นำมาให้พวกเราได้ชมกัน ก็ขอแจ้งตรงนี้ไว้ด้วยนะ
ฉะนั้นสิ่งที่เราได้ฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนา เป็นขวัญกำลังใจให้กับพระภิกษุสามเณรทั่วสังฆมลฑลนี่ สิ่งนี่นอกจากจะเป็นบุญกุศลของเราเองแล้วนี่ ยังเป็นกำลังให้กับพระพุทธศาสนา ในยามที่เกิดภาวะบางอย่างแทรกซ้อนขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้เรียกว่าจะต้องอาศัยความสามัคคีของหมู่สงฆ์และของเหล่าญาติโยมพุทธบริษัททั้ง ๔ นี่ ทั้งอุบาสก อุบาสิกา ทั้งเจ้าภาพทั้งหลายนี่มาช่วยกัน
มีพระเถระท่านบอกอีกว่า ท่านก็ชมมานะซึ่งคำชมของท่านอ่านแล้วก็รับเอาไว้ก็แล้วกันนะ บอกว่าถ้าไม่ใช่วัดพระธรรมกายแล้วใครจะทำได้ ท่านบอกอย่างนี้นะ เราก็ฟังเอาไว้ก็แล้วกันนะ คำชมคงมีอีกเยอะนะ แต่อย่างไรก็ตามนี่ เราก็ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นนะ สิ่งที่แข่งกับตัวเรานี่คือช่วงเวลาที่อยู่บนโลกมนุษย์นี่เหลือน้อย อย่างที่คุณยายท่านบอกไว้ว่าคุณยายนี่รักบุญ กลัวอย่างเดียวกลัวได้บุญน้อย ก็คิดว่าเช่นเดียวกับทุกคนทุกท่านก็คงจะคิดแบบยายนะ คิดแบบคุณยายว่ากลัวจะได้บุญน้อยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งไหนงานใด บุญใดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยายท่านได้เริ่มต้นไว้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสานต่อ เราก็ทำตามนะ ทำตามนี่ง่ายกว่าผู้คิด ผู้คิดนี่จะต้องคิด จะต้องวางแผน ต้องเตรียมงาน ไหนจะต้องดูกำลังของหมู่คณะ ไหนจะต้องคอยจัดเรื่องทั้งหลายให้เรียบร้อย
เมื่อสักครู่ได้คุยกับหลวงพี่วิรัชที่ท่านดูแลเรื่องการเก็บเพชรพลอยท่านบอกว่า ถามท่านว่าเพชรพลอยมีประมาณเท่าไหร่ ท่านบอกว่าคงประมาณสักร้อยตันได้ เพชรพลอยนะมีประมาณร้อยตัน ร้อยตันนี่กี่กิโล แสนกิโล เฉลี่ยแล้วก็ ๑ ท่านก็คงประมาณ ๑ กิโลเศษๆ นะ นี่แค่เพชรพลอยนะ แหมถ้าเป็นเพชรพลอยจริงๆ ก็ดีนะ อีกกี่ล้านปีนี่ถึงกลายเป็นเพชรพลอยนะ นี่คือเศษ เออเศษขยะที่รวบรวมแล้วก็เตรียมที่จะแยกเอาไปใช้ประโยชน์บางส่วน เอามา recycle นี่คือสิ่งที่เป็นเบื้องหลังแห่งความสำเร็จที่ได้บังเกิดขึ้น แล้วก็จะมีบุญเหล่านี้บังเกิดขึ้นอีก ณ ที่นี้ ซึ่งก็ขอให้พวกเราอยู่ในบุญกันต่อไป คอยฟังว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีอะไรที่จะลูกๆ ทั้งหลายได้รับบุญกันอีกนะ
ซึ่งวันนี้ก็หลวงพี่คงใช้เวลาไม่มาก ก็คงมีเท่านี้ ฉะนั้นก่อนที่จะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน (หมดม้วน 1/A)
(ม้วน 1/B)
และวันนี้ และบุญที่จะเกิดขึ้นต่อไป ก็ขอเชิญทุกท่านนะ ขอเชิญทุกคนหลับตาเบาๆ รวมใจนึกถึงบุญที่เราได้สั่งสมไว้ดีแล้ว ทั้งในอดีต และบุญที่เพิ่งบังเกิดขึ้นเมื่อวันคุ้มครองโลกที่ผ่านมา นึกถึงความปีติ ความเบิกบาน ภาพของพระภิกษุสามเณรนับแสนที่มารวมกันที่เป็นเนื้อนาบุญให้พวกเรา ได้ถวายผ้าไตรจีวรเป็นแสนชุด เป็นแสนผืน ถวายภัตตาหารเป็นแสนรูป ได้ถวายไทยธรรม จตุปัจจัยเป็นทุนให้กับสามเณร ให้กับพระภิกษุ ท่านจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียนของท่าน เราก็นึกถึงบุญทั้งหลายเหล่านี้ นึกถึงบารมีที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่คุณยายเป็นต้นบุญให้เรา มารวมไว้ที่ศูนย์กลางกายทุกๆ ท่านเลยนะ
สัพเพ…
PAGE
PAGE 9
หน้า
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\พระทั่วไป\Edit\44-04-24 FW-AAT.doc