กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนผู้เป็นยอดกัลยาณมิตรหัวเพชรหัวแหวนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยายทุกท่าน
หากใครอยากสัมผัสคุณยายด้วยตาภายนอก ก็ขอให้มองไปที่รูปคุณยาย ณ เรือนธรรมเรือนทอง หากใครอยากสัมผัสคุณยายด้วยตาภายใน ก็ขอให้นึกอาราธนาให้คุณยายอยู่ที่กลางท้องของเรา และหากใครทั้งหลับตา ลืมตา ก็ยังเห็นคุณยายใส แจ่มกระจ่าง ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยนะ
หากเราเคยได้ยินบ้างแล้วว่ากัลยาณมิตรไม่ใช่เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์เท่านั้น แต่เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสอมตะวาจา เป็นเครื่องเตือนสติอีกว่าเมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นก่อน เป็นบุพนิมิตฉันใด ความเป็นกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิตแห่งการเกิดขึ้นของหนทางพระนิพพาน แก่ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมฉันนั้น
ดังนั้นผู้นำบุญจึงเป็นดั่งผู้ฉุดบุคคลทั้งหลายขึ้นจากนรกอบายทั้งหลาย ชักนำสู่สรวงสวรรค์ ดังนั้นการเปิดบ้านกัลยาณมิตรของเราชักชวนหมู่คณะ และคนที่เป็นที่รักมาสวดมนต์นั่งสมาธิกันอย่างแพร่หลาย กัลยาณมิตรธรรมหรือคุณสมบัติของการเป็นกัลยาณมิตร มีด้วยกัน ๑๐ ประการด้วยกัน
๑. น่ารัก
๒. น่าเคารพ
๓. น่าเทิดทูน
๔. น่าทำตาม
๕. อดทนต่อถ้อยคำ
๖. แถลงการณ์เลิศล้ำ
๗. ชักนำไปในทางที่ถูก
บุคคลอันเป็นที่รักไม่ใช่เป็นผู้ที่รูปร่างหล่อและสวยเท่านั้น สังเกตไหมลูกแมวนะ ลูกเจี๊ยบตัวน้อย ๆ เรามีความรู้สึกว่ามันน่ารัก ตอนที่ความไร้เดียงสาของมัน เราจึงทะนุถนอม เอามากอดเอามาเล่น แต่พอเมื่อโตขึ้นมา ความน่ารักจางลง ความรักเราก็จางลง จากเคยสวมกอด อาจจะเป็นก้อนอิฐนะ หรือไม้บ้าง การที่เรารักมันก็ตรงที่ความสะอาด ความนุ่มนวลของขน
คนเราก็เหมือนกัน กัลยาณมิตรทั้งหลาย หากเป็นผู้ที่แต่งกายสะอาด วาจาสุภาพไพเราะ ก็เป็นเบื้องต้นแห่งการแรกเห็น คนก็เริ่มนับถือ คนก็เริ่มเห็นและมองดู นี่คืออย่างหยาบ ๆ อีกตัวอย่างหนึ่ง หากเป็นลูกเสือ ลูกจระเข้ ลูกสิงโตอย่างนี้ ซึ่งตอนเล็ก ๆ ก็น่ารัก ดูดนมจ๊วบ ๆ ๆ แต่พอโตขึ้นมา ลองไปแหย่มันเล่นเข้า กลับกลายเป็นว่าเราเป็นอาหารเสียเลย แหย่มันเล่นจะกินอย่างเดียว อีกตัวอย่างหนึ่งเราว่าตัวเล็ก ๆ นี่ไร้เดียงสา ออกมาจากไข่เลยนะ เป็นลูกงู งูเห่าเสียด้วย เผลอไปจับมันเล่นเข้า ตายเอาดื้อ ๆ
ดังนั้น ความน่ารักของคนเราอยู่ตรงไหน ก็อยู่ที่ใจของเรานี่แหละ ถ้าใจเราบริสุทธิ์ เป็นผู้มีศีลมีธรรม ไม่ต้องอย่างมาก แค่คนไม่กินเหล้ากินยา ก็เป็นผู้ที่น่ารักแล้ว ไม่อาละวาด ทำร้ายทำลายคนอื่นเขา ยิ่งเป็นคนที่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ยิ่งน่ารักขึ้นไปใหญ่
คุณยายของเราเป็นผู้ที่น่ารักบริสุทธิ์ เราเมื่อได้มาใกล้ชิดสนทนา ตรึกตรองคำสอนและนำไปปฏิบัติ ก็ย่อมมีความน่ารักบังเกิดขึ้นได้
๒. ความน่าเคารพ จำเป็นไหม ต้องเป็นคนที่ร่ำรวย และเป็นคนที่ต้องอายุมาก หรือจะเป็นหญิงเป็นชาย เป็นคนน่าเคารพ ก็ไม่จำเป็น เด็กตัวเล็ก ๆ ก็น่าเคารพได้ เพราะเขามีอะไร มีคุณธรรม เคยได้ยินโบราณที่ว่า “ผู้หลักผู้ใหญ่ไหม” ผู้หลักคือผู้มีหลักธรรมะ และเป็นผู้ใหญ่แห่งการทำความดีทั้งหลาย ไม่มีอคติ ๔ คือความลำเอียงทั้ง ๔ อันได้แก่
ไม่ลำเอียงเพราะรัก
ไม่ลำเอียงเพราะชัง
ไม่ลำเอียงเพราะโง่
เห็นใครที่ยกยอปอปั้นปลอกลอกสักหน่อยหนึ่ง เราก็ให้เขาหมด ก็คงเหลือแต่หยดน้ำตาหากไม่สมหวัง บางคนอาจจะลำเอียงเพราะกลัว ในชีวิต ใครมาจ้างทำชั่ว สักหมื่นล้านพันล้านก็ไม่อยากทำ แต่พอเขาขู่ว่าจะฆ่าครอบครัว ฆ่าบุคคลอันเป็นที่รัก แม้กระทั่งตัวเองก็กลัวแล้วยอมทำตามคำสั่งจนได้
เช่นกัน คุณธรรมของการเป็นผู้ใหญ่ แท้ที่จริงแล้วก็คือพรหมวิหาร ๔ นั่นเอง ก็คือความเมตตา หวังให้คนอื่นมีความสุข กรุณา ช่วยเหลือจากคนอื่นให้พ้นทุกข์ มุทิตา พลอยยินดีสาธุโมทนาเมื่อเขาสมหวัง ในสิ่งอันเป็นปรารถนานั้น
พวกเรานี่มีฤทธิ์นะ แต่บางครั้งก็ใช้ฤทธิ์ในทางที่ผิด คือไปริษยาคนอื่นเขา เห็นคนอื่นดีเกินหน้าไม่ได้ จะเลื่อยเก้าอี้เขาบ้าง ทำให้ตกต่ำบ้างเพื่อตัวเองจะได้สูงขึ้นมานะ อิจฉาน่ะพอได้ แต่ริษยาน่ะไม่ควรมี หรือไม่มีทั้ง ๒ อย่างจะเป็นดีที่สุดนะ
อีกอันหนึ่งคืออุเบกขา ถ้าเราช่วยเขาไม่ได้ เราก็วางเฉย ๆ สมมติว่าเราว่ายน้ำไม่เป็น แล้วมีคนตกน้ำอยู่ ก็คงจะมีคนตอบว่าคงไม่ช่วย เผอิญมีฝรั่งตกน้ำอยู่คนหนึ่ง ร้อง Help me help me ช่วยด้วย ช่วยด้วย คนไทยเราใจดี เดินผ่านมา ก็รีบหาอุปกรณ์ที่พอจะช่วยชีวิตได้ ก็ไปได้กระไดมาอันหนึ่ง โยนกระไดลงไปในน้ำ พูดว่า เกาะกระไดนะ เกาะกระไดนะ แปลกมากเลย ฝรั่งคนนั้นไม่รู้มาถึงฝั่งได้ยังไงในเวลาอันรวดเร็ว ก็คำว่าเกาะกระได มันพร้องกับภาษาอังกฤษว่า Cokcodie แปลว่าจระเข้ ฝรั่งมันกลัวตาย ว่ายเข้าสู่ฝั่งได้เวลารวดเร็ว แปลกมาก คนเราเวลาใกล้ตายนะ มันมีจะก๊อก ๒ ก๊อก ๓ เกิดขึ้น
ผู้มีปัญญานี่ หากมีเวลา ปัญหาทั้งหลายก็จะไม่บังเกิดขึ้น หากมีเวลา ปัญหาทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้น ใช้สติกับปัญญาเท่านั้นก็สามารถแก้ปัญหาได้หมดเลย คุณยายของเรามีปัญญาด้วยธรรมะที่ใส สว่าง เราจึงอยากใกล้ชิดสนทนา ตรึกตรองคำสอน และนำไปปฏิบัติ เพื่อให้มีความน่าเคารพเกิดขึ้น เช่นเดียวกับคุณยาย
ต่อมาคือความน่าเทิดทูน จำเป็นไหมต้องฉลาด บางคนฉลาดชนิดหัวมงกุฎ ท้ายมังกร พวก ๑๘ มงกุฎ คอยต้มตุ๋นชาวบ้าน หรือฉลาดชนิดที่แฉลบไปทิ่มแทงคนนั้นที คนนี้ที จนชาวบ้านชาวเมืองอยู่ไม่เป็นสุข
สังเกตเศรษฐีในเมืองไทยบางคนก็ได้ เกิดขึ้นมา จากเพียงแค่เสื่อผืนหมอนใบ ด้วยความอดทนและขยัน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่รู้หนังสือเลย ก็สามารถเป็นอภิมหาเศรษฐีในเมืองไทยได้เช่นกัน คุณยายของเราซึ่งไม่รู้ตัวหนังสือเลยสักตัวหนึ่ง แต่สามารถสร้างวัดที่ใหญ่ ๒,๕๐๐ กว่าไร่ให้พวกเราได้มานั่งอยู่ ปูพื้นฐานวัฒนธรรมชาวพุทธ ทั้งระเบียบวินัย ใครไปใครมา ก็อยากจะมานั่งฟังธรรม อยากจะมาวัด เพราะพื้นที่สะอาดและใหญ่พอ รองรับผู้คนทั้งหลายได้ นี้ความน่าเทิดทูน ก็บังเกิดจากความมีสามารถ ความสามารถในตัว ทั้งทางโลกและทางธรรม จึงบังเกิดเป็นผู้ที่อยู่เหนือศีรษะ ทูนไว้บนหัว
เหมือนคุณยายเรา ก็ขออธิษฐานจิตนะ นึกอธิษฐานจิตเสมอเลย ให้คุณยายกลั่นธาตุ กลั่นธรรม เห็น จำ คิด รู้ ให้หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ดิ่งเข้ากลางองค์พระ กลางดวงใสได้อย่างสะดวกสบาย นี้ก็อยากที่จะทำการใกล้ชิด สนทนาธรรม ตรึกตรองคำสอนและนำปฏิบัติให้มีความน่าเทิดทูนเกิดขึ้นได้
ต่อไป ความน่าทำตาม เป็นกันบ้างหรือเปล่าไม่ทราบ นั่ง ๆ สมาธิไป ๕ ปี ๑๐ ปีก็แล้ว มืดก็มืด เมื่อยก็เมื่อย นั่งโยกเยก เหมือนไม้โยกเยก สัปหงกแล้วสัปหงกอีก ควงสว่านกว่าจะได้ศูนย์กลางกายมานะ บางทีหงุดหงิดมาก ๆ เข้า ก็ชักจะบ่นคนสอนแล้ว อ้าว คนข้าง ๆ ไปได้เยอะ แต่เราไปไม่ถึงไหนเลยนะ จะต่อว่าคนสอนขึ้นมาเลย กำลังใจของคนเราหาได้จากที่ไหนบ้าง ที่ร้องเรียกว่าคนอื่นไม่เห็นใจเราเลย ก็มาจาก ๒ ที่ด้วยกัน
อันดับแรกเลย ก็มาจากคนอื่น ก็คือครูบาอาจารย์ของเรานี่แหละ
อันที่ ๒ ก็คือตัวเราเอง
มาจากคนอื่นก็ขอยกตัวอย่างในพระไตรปิฎกแล้วกัน สมัยสุเมธดาบส ตอนนั้นเป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันของเรา เหาะผ่านมาเห็นชาวบ้านกำลังทำทาง เพื่อให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกร เดินทางเสด็จผ่านไปอีกเมืองหนึ่ง พอรู้ข่าวเช่นนั้นก็ขอชาวบ้านเขาทำทาน ชาวบ้านเห็นมีฤทธิ์ก็เลยให้ทางที่เป็นหล่ม ก็ดีใจ ขนออกมาทำเลย ขนหินดินทรายทั้งหลาย มาถมเต็มที่เลย ด้วยฤทธิ์ของตัวเอง เจ้ากรรมนะ พระมหาทีปังกรกับหมู่คณะอีกหมื่นรูปเดินทางมาถึงเข้า แล้วตัวเองก็ดูแล้วมันไม่ทัน ทำไง อ้อ คราวนี้ต้องทำบุญแล้ว ทิ้งทั้งตัวเลย นอนเอาตัวนี่ทิ้งลงไปเลย
เหมือนพวกเราบางคน ทำบุญทิ้งทั้งตัว เศษสตางค์ยังไม่เอากลับบ้าน ทิ้งทั้งตัว ก็ทิ้งทั้งตัวเลย นอนเหยียดยาวให้บุคคลผู้เป็นทักขิเณยยก้าวข้ามผ่านไปนะ เราจึงสังเกตได้ว่าถ้าเราได้ไปนวด แค่เท้าเดียวก็จะตายอยู่แล้ว แล้วถ้าพระสาวกอีกสี่แสนองค์ ๘ แสนเท้าเดินข้ามล่ะ เอาเรื่องเหมือนกัน แต่ท่านอยากได้สัมมาสัมโพธิญาณในเบื้องหน้า (ตามอรรถคาโถ ฝันในฝันวิทยา กล่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกรเสด็จผ่านพระองค์เดียว แล้วพระขีณาสพที่ ๔ แสนล้อม ก็ล้อมวงฟังพยากรณ์จากพระองค์)
เมื่อพระมหาทีปังกรพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จผ่านไป โอ้ องค์นี้ต้องให้กำลังใจ พยากรณ์เลย อย่างท่านสร้างบารมีไม่มากหรอก แค่ ๔ อสงไขย กับแสนมหากัป กัปหนึ่งขนาดไหน ก็อุปมาเหมือนศิลาแท่งทึบ เหมือนลูกเต๋า กว้าง ยาว สูง อย่างละโยชน์ โยชน์หนึ่งก็ ๑๖ กิโลเมตร ทุก ๆ ร้อยปีเทวดา ก็จะเอาผ้าบาง ๆ แบบควันไฟ มาลูบเล่นสักทีหนึ่ง ร้อยปีนะ ไม่ใช่ร้อยปีมนุษย์นะ ร้อยปีทิพย์ เอาผ้าบาง ๆ แบบควันไฟมาลูบเล่น จนสึกเตียนไปเลย กี่ชาติก็ไม่รู้นะ อสงไขยน่ะ มันแปลว่านับไม่ได้ ๔ ครั้งที่นับไม่ได้ กับแสนมหากัปที่พอจะอุปมาได้ กว่าจะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราได้กราบไหว้จนถึงทุกวันนี้
หลวงพ่อธรรมะเราก็ยังให้กำลังใจเลยนะ ว่าเรานั่งสมาธิไปแล้ว ๙๙.๙๙ % เหลืออีก .๐๐๑ นะ เท่านั้นนะ เราก็นั่งตัวตรงดิ่วเลยนะ จะให้เข้าถึงเลยนะ หรืออย่างคุณยาย พอเห็นหน้าพวกเรานะ จะทักเลย “ธรรมะเป็นยังไง ดวงยังใส พระยังใสหรือเปล่า ถ้ายังไม่ใส ยายจะช่วยต่อธรรมะให้นะ” เราก็มีกำลังใจที่จะนั่งสมาธิต่อเลยนะ คุณยายทำตามให้เห็นแล้วก็ ให้กำลังใจอย่างนี้
และเมื่อครูบาอาจารย์หรือใคร ๆ ก็ตามไม่ได้ให้กำลังใจเรา เราจะหากำลังใจให้กับตัวเองได้อย่างไรบ้าง ถ้าใครเคยจำภาพเหตุการณ์ในการหล่อรูปเหมือนคุณยายด้วยทองคำที่หน้าโบสถ์ วันนั้นเป็นวันที่ปีติใจ ใครก็ตามที่ได้มา จะมีความปีติและดีใจ บุคคลทั้งหลายที่ได้มาชม บางคนนี่ไม่มีเงิน บางครั้งก็เอาปัจจัยมาน้อย แต่มีทองอยู่ในคอ อยากทำบุญนะ ก็เลยเอาทองในคอเอาไปหล่อกับเขา ไอ้ตอนเดินไปก็เก้อ ๆ เขิน ๆ เก้ ๆ กัง ๆ ก็ชวนเพื่อนไปด้วย ก้มหน้าเดินไป แต่พอไปถวายกับพระอาจารย์ผู้เป็นตัวแทนในการหล่อแล้ว ก็ดีใจนะ เราทำได้ เราทำได้สำเร็จและทำได้ดีด้วย ยิ่งเดินกลับมาชาวบ้าน เอ้า มีสาธุชนทั้งหลาย สาธุ สาธุตลอด ใจปีติ โอ๊ย เราทำได้ กลับไปไปโดนต่อว่าต่อขาน จะ หรือเปล่าเราก็ไม่รู้นะ ทำบุญเลยนะ ด้วยใจที่เห็นคุณยายแล้วอยากจะเข้าใกล้ อยากจะสนทนาธรรม ตรึกตรองคำสอนและนำไปปฏิบัติให้เป็นที่น่าทำตาม เด่นสง่าเมื่อชาวบ้านทั้งหลาย บุคคลทั้งหลายได้เห็น
อันต่อมาก็คืออดทนต่อถ้อยคำ วัดเราผ่านสถานการณ์ที่ทำให้เราสะดุดในการสร้างบารมีด้วยสื่อต่าง ๆ โจมตีบ้าง แต่ก็ด้วยโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำที่ว่าไม่สู้ ไม่หนี ทำดีมันเรื่อยไป สาเหตุหนึ่งที่คนเราอาจจะไม่มีความอดทนต่อคำสอน ก็ด้วยขาดความมีโยนิโสมนสิการ อุบายอันแยบยลเป็นแง่คิด ขาดศรัทธา ไอ้ที่ขาดศรัทธาก็เพราะว่าไม่ได้มาฟังธรรม สนทนาธรรมกับสัตบุรุษ และยิ่งไม่คบสัตบุรุษ ก็บังเกิดให้เป็นผู้ที่ไม่มีสติสัมปชัญญะนี้อยู่ในอวิชาสูตร ที่เราจะพบได้ในพระไตรปิฎก
บางครั้งคนเราสร้างบารมีไป สร้างบารมีไป เคยมีคำโบราณกล่าวไว้ว่า ยามศึกเราก็รบ ยามสงบก็รบกันเอง ตอนนี้สถานการณ์วัดเราก็เบาบางบ้าง แต่ก็อย่าทะเลาะกันนะ ต้องให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อนะต้องคอยมาติงบ้าง บางครั้งคำพูดของเราที่พูดมาลอย ๆ อาจจะทิ่มแทงหัวใจสหธรรมิกหรือเพื่อนผู้นักสร้างบารมีโดยไม่รู้ตัว ก็ขอให้พวกเราให้โอกาสและให้อภัยซึ่งกันและกัน
ก็มีคำพูดของคุณยายนะว่า “คุณน่ะ ถูกว่าแล้ว อย่าใจตก อย่าน้อยใจนะ เราได้สร้างบารมีดีมากแล้ว โอกาสเจอหลวงพ่อยาก การที่เราได้สร้างบารมีกับหลวงพ่อแสดงว่าเรามีบุญมาก เราทน แต่บุญที่ได้ก็คุ้ม” ครูบาอาจารย์เราก็คอยสอนคอยเตือนอยู่เป็นประจำ
หรือมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะเคยเล่าให้ฟัง อาจารย์ท่านหนึ่งจะเข้าห้องเรียน ก็มีโน้ตวางอยู่บนโต๊ะเขียนเลย ไอ้บ้า เป็นเราคงต้องโกรธแล้วล่ะ แต่อาจารย์ท่านนี้มีสติ ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง อาจารย์สอนไปจนจะใกล้หมดชั่วโมง ก็เลยหยิบโน้ตออกมา อ้าววันนี้ได้รับจดหมาย แต่แปลก ปกติมันจะต้องมีคำขึ้นต้น กราบเรียนถึงคนนั้นคนนี้ เนื้อความก็ไม่ได้เขียนมาว่ามีวัตถุประสงค์ต้องการอะไร ลงชื่อมาเฉย ๆ ว่าไอ้บ้า ก็กลายเป็นเรื่องโจ๊กไปเลย หากคนเรามีสติปัญญา มีโยนิโสมนสิการ เปลี่ยนสถานการณ์เป็นโอกาสในการชักนำทุกคนให้มาสร้างบารมีกับเรา ก็จะดียิ่งขึ้น
การโดนต่อว่าให้อดทนให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา อดทนต่อคำสรรเสริญได้ ถือว่าเป็นยอดคน ยอดอาชาไนย อดทนโดยที่ไม่ยิ้ม บางครั้งคำชมของคนเรา ชมมาเยอะเลย ไอ้ที่เหลือล่ะ อาจจะเป็นคำนินทาก็ได้ คุณยายที่เคยโดนชมว่าหนึ่งไม่มีสอง ก็ไม่เคยลิงโลดใจ ท่านทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุด นี้เมื่อเราได้มาใกล้ชิด ฟังคำสอน ตรึกตรองคำสอนและนำปฏิบัติ ก็ยิ่งเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อคำพูดทั้งหลายในสากลโลกนี้ได้
อีกอันหนึ่งก็คือแถลงการณ์ได้ลึกล้ำ การแถลงการณ์ได้ลึกล้ำ คือการอธิบายเรื่องสลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย สั้น ทรงพลัง อัศจรรย์ทันตาเห็น บางคนไปชวนเขามาวัด ก็ติดธุรกิจบ้าง ติดทำมาหากิน เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานนะ ติดโน่นติดทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปหมดเลย แต่แปลก พอเวลาความตาย ความเจ็บมาเยือน เริ่มคิดถึงวัดแล้ว เคยได้ยินนะ คนออกมาจากวัด เอ่อ คนออกมาจากบ้านแล้ว สถานที่อยู่ ๓ ที่นะ เมื่อคนเราแก่เฒ่า ที่อยู่แน่นอน ก็มีอะไรบ้าง
๑. วัด
๒. โรงพยาบาล
๓. สุสาน
วัด บางคนบอกว่ามาวัดทำไม ไปวัดทำไม ก็จะได้ยินคำตอบว่าไปเอาบุญ ไปสร้างบุญ การมาวัดของแต่ละคนมีด้วยกัน ๒ วิธีนะอย่างสั้น ๑. เดินเข้ามา กับหามเข้ามา อยากเดินหรืออยากหาม ก็คิดเอาแล้วกัน
ไปโรงพยาบาลไปทำไม ก็ไปจ่ายตังค์ค่าเจ็บป่วยพยาบาล
ไปสุสานล่ะ ก็ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น และทุกคนต้องตาย
การแถลงการณ์ได้ลึกล้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเคยถามคุณยายนรกสวรรค์มีจริงไหม ยายบอกว่ามีจริง เคยไปช่วยพ่อขึ้นมาจากนรกแล้ว ดีใจเลยนะ คุณยายสามารถแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องบุญบาป นรกสวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด แม้พระนิพพาน ซึ่งครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เราเคยเจอะเจอ อธิบายในเรื่องนี้ได้ยากยิ่ง เราจึงอยากใกล้ชิด ตรึกตรองคำสอน ฟังคำสอนและนำปฏิบัติ เพื่อให้อธิบาย สั่งสอนคนได้เก่งเช่นเดียวกับคุณยาย
อันสุดท้ายเลยคือชักนำในทางที่ถูก ชักนำในทางที่ถูก ชีวิตของคนเราเกิดมา ก็ย่อมเจอกับความหลง ๓ ประการนี้ เกิดมาลืมตาดูโลก หลงตัวแรกที่ต้องเจอเลย หลงอะไรรู้ไหม หลงลืม ไอ้ที่เราหลงลืม ตอนมาเกิดในท้อง อ๋อ จำได้อย่างดีมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า เขาเชิญมา ไม่ได้ชิงเขามา เกิดดีใจ แต่พอจะคลอดมีลมชนิดหนึ่งในภาษาบาลี ในภาษาพรพระไตรปิฎกเขียนว่า ลมกำมชวาส มันจะตีศีรษะอันที่ตั้งตรงนี้ให้กลับทิศเลย อีกด้านหนึ่ง สู่ช่องคลอด ออกมานี่ พอออกมาแล้ว ในที่นี้คงไม่มีใครที่ปากคาบอีเลคโทน มือถือกีต้าร์ออกมา ร้องเพลงดีใจ เราแล้วจ๊ะ มีมั้ย มีแต่เสียงคำว่าอุแว้ๆ สุดเสียงกันทั้งนั้นเลยนะ ไม่มีใครบอกดีใจ เกิดมาแล้ว ส่วนใหญ่อุแว้สุดเสียง ทรมานทุกข์
พอเกิดมาในโลก ได้ศึกษาเล่าเรียน ได้เจอคนนั้นได้ทำงาน ได้แต่งงาน ก็เริ่มหลงตัวที่ ๒ แล้ว เขาเรียกว่าหลงใหล หลงใหลไปกับอำนาจกิเลส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ทั้งหลาย ใจไม่อยากจะทำความดี โน่นไปทำมาหากินแทน ก็กลายเป็นโมฆะบุรุษ ตายฟรี เมื่อหลงใหลมากเข้าเหมือนคนตกน้ำ ถ้าไหลไปตามน้ำก็ตาย อยู่เฉย ๆ ก็ตาย แต่ถ้าสักวันหนึ่งเขาทวนน้ำ ก็มีโอกาสที่จะถึงฝั่งได้
เช่นกัน เมื่อไหลไปมาก ๆ เข้า มากเข้า ก็กลายเป็นหลงผิดไปเลยนะ ถือสิ่งอันเป็นมงคล ไม่เป็นมงคลทั้งหลาย คิดเลขใบ้หวยไปเลย
ดีนะที่มาเจอครูบาอาจารย์ พวกเรามาเจอครูบาอาจารย์อย่างคุณยาย หลวงพ่อ จึงหลงเข้ามาถูก หลงถูกธรรม หลงถูกทาง สร้างบารมีได้อย่างถูกต้อง ก็มีสมัยพุทธกาลอีกเหมือนกัน อหิงสกะ หรือว่าอีกชื่อหนึ่งก็คือองคุลีมาล ตอนเด็กไม่เคยที่จะฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเลย มาเจอครูบาอาจารย์ที่มีคุณสมบัติทั้งน่ารัก น่าเคารพ น่าเทิดทูน น่าทำตาม อดทนต่อถ้อยคำ แถลงการณ์ได้ลึกล้ำ จนลูกศิษย์เป็นเจ้าบ้านนายเมือง เป็นราชามหากษัตริย์ทั้งหลาย แต่เจ้ากรรมเป็นคนหูเบา ใครมาเป่าหูสักหน่อยก็เชื่อเขาแล้ว เชื่อว่าอหิงสกะจะล้างครู คิดล้างครู ก็จะคิดฆ่าลูกศิษย์ ทำไง สอนหนังสือไป เรียนหนังสือหรือไปปิดตำราเลย โอ้ เรียนต่อไม่ได้แล้ว เรียนต่อไปล่ะก็ สามารถเป็นจ้าวโลกได้ อหิงสกะอยากเรียน ก็ถามวิธี ถ้าอยากเรียนต้องไปเอานิ้วมาพันนิ้ว ด้วยความอยากเรียน ฟังครั้งแรกถึงกับร้องไห้เลยนะ แต่ เอ้า อยากเรียน
อาจารย์ก็ส่งดาบฟ้าฟื้นถนัดมือให้เลยนะ เข้าป่าไปได้ ฟันฉับขาด ๒ ท่อน คอขาด แขนขาด ได้นิ้วมา ฟันไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ทำความเดือดร้อนชาวบ้านไปเรื่อย ๆ เจ้าเมือง พระราชาได้รับความร้องทุกข์ ก็ต้องมาปรับ มารดาตัวเองซึ่งรู้ข่าวก็ต้องวิ่งมาบอกในป่า แต่เจ้ากรรมอหิงสกะ แม้แต่ตัวเองยังจำไม่ได้แล้ว แม่จะจำได้ยังไง เห็นเข้าก็นึกว่าเป็นนิ้วที่พันแล้ว จะไล่ฟันอย่างเดียว
ดีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาขวางเสียก่อน ครูบาอาจารย์มาขวางไว้ เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสว่างอย่างนั้น ยังไล่ฟันเลยนะ จะเอานิ้วอันงาม ๆ ไล่ฟันจนพระองค์ต้องบอก จนตัวเองเหนื่อยบอกว่า สมณะหยุด สมณะหยุด เราหยุดแล้ว ท่านน่ะยังไม่หยุด อหิงสกะคิดได้ โอ้ อีนี่เราพลาดแล้ว ดีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมาโปรดนะ ก้มกราบเลย ถ้าเราเคยเห็นรูปในฝาผนังในโบสถ์ จะมีความรู้สึกเลยว่านานเหลือเกินพระเจ้าค่ะ นานเหลือเกิน นานเหลือเกินกว่าพระองค์จะมาโปรด
พวกเราก็มีความรู้สึกนานไหม กว่าเราจะได้เข้าวัด มาเจอหลวงปู่ หลวงพ่อ และคุณยาย บางคนตัวถังบุบบู่บี้ ต้องเคาะพ่นสีใหม่ ถ้าพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และไม่มาสั่งสอน จะมีหลวงพ่อ คุณยาย และพวกเราในวันนี้ไหม คุณยายเมื่อ หลวงปู่วัดปากน้ำละสังขารแล้ว กลับนครไชยศรีอันเป็นบ้านเกิดของท่าน จะมีหลวงพ่อและเราในวันนี้ไหม เช่นกัน หลวงพ่อธัมมะเราเจอความไม่เข้าใจของคน
ทั้งทางโลกและทางธรรม จะมีพวกเราในวันนี้ไหม เหมือนกัน หากพวกเรายอมแพ้ ท้อแท้ต่ออุปสรรคทั้งหลาย ชาวโลกผู้ขาดธรรมะ จะมีโอกาสมาศึกษาธรรมะ มาฟังธรรมะ มาสัมผัสบุญอันศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คนอันศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับที่เราสัมผัสอยู่กับคุณยายและหลวงพ่อ ขณะนี้เราจะไม่ทุ่มเทเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อกอบกู้ธาตุธรรมที่ยังกระจัดกระจายนี่ให้มารวมกัน เพียงแค่เราทำตัวให้เป็นผู้ที่ชักชวนคนอื่นในทางที่ถูก
แถลงการณ์ได้ลึกล้ำ อดทนต่อถ้อยคำ ทำตัวให้น่าทำตาม น่าเทิดทูน น่าเคารพและน่ารัก เป็นตัวแทนของพระเดชพระคุณหลวงปู่ หลวงพ่อ และคุณยาย ในการไปบอกบุญข่าวบุญวันที่ ๒๒ เมษานี้ ตอนนี้นะ ระยะนี้น้ำกำลังจะขึ้น สังเกต จินตนาการดู โบราณว่า น้ำขึ้นต้องรีบตัก จะรอให้น้ำลงหรือ แล้วอะไรจะโผล่ ตอมันโผล่ ที่คุณยายว่า ตอโผล่ก็คือกรรมเก่านี่แหละ จะรอให้กรรมเก่า ซึ่งเราไม่รู้ไปทำอะไรไว้ มาชะลอในการสร้างบารมีเราหรือ ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว พระเป็นแสนจะเป็นเนื้อนาบุญให้กับพวกเรา
ยิ่งเราเป็นกัลยาณมิตรชักชวนบุคคลทั้งหลายอันเป็นที่รัก ผู้ที่พบเห็นให้มาสร้างบารมี อานิสงส์ที่ได้อย่างง่าย ๆ เลยก็คือเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เมื่อความบริสุทธิ์เกิดขึ้นมากเข้ามากเข้า ก็เป็นเครื่องรองรับแห่งคุณพระรัตนตรัยคือพระธรรม คำสั่งสอนทั้งหลาย ดวงธรรม ก็บังเกิดขึ้นได้อย่างโดยง่าย เมื่อบังเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมมีรัศมีแห่งความเมตตากรุณาบังเกิดขึ้น ความกรุณาอันเป็นมหาโพธิสัตว์ ซึ่งเราเคยสร้างบารมีนับภพนับชาติไม่ถ้วน มันจะส่งผังสำเร็จให้เราสำเร็จจนได้ และเมื่อเรามีความกรุณาต่อทุก ๆ คน
เหมือนอย่างนี้การที่คนเรามาเจอะเจอกันได้ ก็ด้วยเหตุ ๒ ประการ บุพเพสันนิวาส ๑ คือทำบุญร่วมกันมา
อันที่ ๒ ก็จากการที่เกื้อกูลกันในปัจจุบัน หากเขาได้เกื้อกูลต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ทำบุญกับพวกเรา เราก็จะเจอกับเขา ซึ่งแม้จะเจอกันชาติแรกก็ตาม ในชาติต่อ ๆ ไป
หลวงพี่บางรูปกว่าจะมาบวช มีผู้เป็นกัลยาณมิตรคือน้าสาว ยอมเลยนะ เป็นกัลยาณมิตรถึง ๑๐ ปี เราเป็นแค่ปี ๒ ปี ยังเหนื่อยแล้ว นี่ ๑๐ ปีนะ จนหลานคนนี้มาบวชและยังไม่สึก อยู่จนปัจจุบันนี้ นั่นคือหน้าที่ที่เราทำมาแล้วหลายภพหลายชาติ และจะทำยิ่ง ๆ ขึ้นไป ความกรุณาที่เราทำ ก็จะบังเกิดเป็นปัญญา รู้แจ้งเห็นธรรม และที่เราอยากจะทำวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็เอาบุญตรงนี้แหละที่จะบังเกิดขึ้นที่กลางกายทุก ๆ กายของเรานะ ก็ให้ความเป็นกัลยาณมิตรบังเกิดขึ้นกับพวกเรา
จากนี้ไปก็ให้นั่งหลับตา นึกถึงคำสอน นึกถึงคุณยายอยู่ที่กลางท้อง หลวงพี่จะขอสดุดีคำกลอน เทิดทูนบูชาครูผู้สืบสานธรรมสักเล็กน้อย
คุณยายท่านน่ารัก บริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ
น่าเคารพในธรรมะ ใส สว่าง ล้ำคุณค่า
น่าเทิดทูนยิ่ง นิ่ง สงบ มารสยบ เมื่อพบพา
ยามเห็น เด่นสง่า กำลังกล้า น่าทำตาม
อดทนต่อถ้อยคำ เป็นสูตรนำ ตัวอย่างสอน
แถลงแจ้งทุกตอน เลิศลึกล้ำ ย้ำธรรมกาย
ชักนำพ้นอบาย สู่จุดหมาย ให้สุดสายธาตุสายธรรม
วันนี้ครบ ๒๐๐ วันที่ทำพิธีที่บ้านเรือนธรรมเรือนทองของคุณยาย ใครจะนึกอธิษฐานจิตด้วยจิตอันเป็นกุศล จิตที่บริสุทธิ์ จิตที่มีความกรุณา จิตที่เป็นปัญญา อธิษฐานในแหล่งแห่งความสุข ความสำเร็จ ก็ย่อมบังเกิดขึ้นเป็นผังสำเร็จ อย่างมีความสุขและหลวงพ่อคุมบุญเป็นสื่อกลาง เป็นท่อธารบุญมายังพวกเราทุก ๆ คน ใครหยุดมากมายเท่าใดก็ตาม ความสำเร็จก็จะบังเกิดขึ้นได้อย่างโดยง่าย โดยเร็วพลัน อธิษฐานจิตกันทุก ๆ คนนะ
*********************************** จบ ***********************************