ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ต้นบุญ ต้นแบบ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่ง กราบแทบเท้าพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร และกัลยาณมิตรหญิงชาย ผู้เป็นอัญมณีอันล้ำค่าของพระพุทธศาสนาทุก ๆ ท่าน (สาธุ) ต้องขอชื่นชมและขออนุโมทนาบุญกับพวกเราลูกหลานทุกคนในที่นี้ ที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่าอันมีอยู่ค่อนข้างจะจำกัด แล้วก็จะต้องมีความสามารถในการบริหารเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม จึงจะสามารถร่วมงานบำเพ็ญกุศลคุณยายได้ในวันนี้ และในทุก ๆ วันที่ผ่านมา พวกเราโดยส่วนใหญ่แล้วที่มาได้อย่างนี้ ก็เพราะว่ามีแรงกตัญญูขับอยู่ภายใน แล้วก็มีความปรารถนาที่จะเพิ่มเติมบุญบารมีให้กับตนเอง โดยส่วนใหญ่เกือบจะทั้งหมดทุกคนที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลก็จะต้องแบ่งเวลาให้กับการประกอบอาชีพการทำงาน หรือการศึกษาเล่าเรียน แล้วก็ยังต้องแบ่งเวลาไปกับเรื่องของการบริหารขันธ์ กับการดูแลเรื่องการกินอยู่ของตนเองและคนในครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งก็หมดเวลาไปแล้วถึง ๒ ใน ๓ ของวันทีเดียว ยังต้องแบ่งเวลาอีก ๑ ใน ๓ ของวัน มาเพื่อการพักผ่อนกับการปฏิบัติธรรม หรือกล่าวโดยย่อก็คือว่าพวกเราจะต้องแบ่งเวลาให้กับทางโลกส่วนหนึ่ง และทางธรรมอีกส่วน ๑ เรียกว่าได้ใช้ชีวิตเยี่ยงบุคคล ๒ โลก คือทางโลกก็ไม่ให้เสีย ทางธรรมก็ไม่ยอมให้บกพร่อง การที่จะใช้ชีวิตเยี่ยงนี้ได้จึงเหนื่อยและหนักกว่าชาวโลกทั่วไป แต่ก็เป็นความเหน็ดเหนื่อยที่คุ้มค่า เพราะว่าจะถูกทดแทนและชดเชยด้วยบุญบารมีอย่างยิ่งยวดกว่า ด้วยความรักที่เรามีต่อคุณยาย คุณยายท่านก็จะกลั่นแก้ และปรับปรุงเพิ่มเติมบุญบารมีให้กับพวกเราทุกครั้งที่เราได้มาร่วมงานบำเพ็ญกุศล ที่คุณยายทำเช่นนี้ได้ ก็เพราะว่าคุณยายท่านไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ ท่านไม่ใช่เป็นสตรีที่เป็นธรรมดาสามัญ ท่านเป็นวีรสตรีที่ยิ่งกว่าวีรสตรีใด ๆ ในแสนโกฏิจักรวาล ท่านเป็นวีรสตรีแห่งสหัสวรรษ ที่เป็นทั้งต้นบุญและต้นแบบให้กับนักสร้างบารมีในยุคกึ่งพุทธกาลนี้ ที่ว่าท่านเป็นทั้งต้นบุญและต้นแบบนั้น จะขออธิบายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ในลักษณะของคำว่าต้นบุญ อยากให้พวกเรามองใน ๓ ลักษณะ ในลักษณะแรก มองเปรียบเทียบกับต้นไม้ ลักษณะที่ ๒ มองในลักษณะของคำว่าต้น ๆ คือแรก ๆ ไม่ใช่ท้าย ๆ หรือหัว ๆ ไม่ใช่หาง ๆ ลักษณะที่ ๓ ก็คือมองในลักษณะของความเป็นผู้รักษา ความเป็นผู้ดูแล ในลักษณะแรกนั้น ที่มองเปรียบเทียบกับต้นไม้ ให้เรามาพิจารณากันถึงต้นไม้กันก่อน ธรรมชาติของต้นไม้นั้น จะมีความสามารถในการเปลี่ยนสภาพจากของที่ไร้ประโยชน์รอบตัวมัน ให้กลับมาเป็นสิ่งที่มีคุณประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต เช่นสามารถแปรเปลี่ยนสภาพดินโสโครกให้มากลายเป็นราก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ดอก และผล ที่เราสามารถนำมาทำเป็นอาหารกินได้ แปรเปลี่ยนสภาพอากาศที่เสียให้เป็นอากาศดี โดยการผลิตออกซิเจนให้กับโลก แล้วยังร่วมมือกับพระอาทิตย์ในการแปรเปลี่ยนน้ำทั้งโลกให้กลั่นตัวมาเป็นฝน มาเป็นแหล่งน้ำ และเป็นต้นน้ำที่ก่อเกิดคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อทุก ๆ ชีวิตบนโลกใบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้ก็ยังสามารถขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้อ่อนโยน ให้สดชื่น ให้แจ่มใส มีพลังได้ ด้วยกลิ่นและสี จากใบและดอกของมัน คุณยายท่านก็เช่นเดียวกับต้นไม้ ท่านเป็นต้นไม้ที่ผลิตบุญ ชื่อว่าต้นบุญ ที่แผ่กิ่งก้านและชูช่อดอกใบ มาเป็นสิ่งที่เป็นบุญให้กับมวลสรรพสัตว์ได้เก็บเกี่ยวใช้สอย ใช้สร้างบารมีกันอย่างมีความสุข อย่างเช่นที่ดิน ๑๙๖ ไร่แรกที่เราเริ่มมีมาสร้างวัด ก็เป็นดิน เป็นผืนนาฟ้าโล่งที่มีแต่ดินแตกระแหง ดินก็เปรี้ยว น้ำก็เปรี้ยว ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยจะขึ้น แต่ก็ได้คุณยายนี่แหละที่ได้มาแปรเปลี่ยนสภาพให้เป็นนาบุญ ให้มาเป็นวัด มาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มาเป็นบุญเขตให้พวกเราได้ตักตวงบุญกัน เท่านั้นยังไม่พอ ท่านยังช่วยกับหลวงพ่อมาขยับขยายจนวัดของเราใหญ่โตจนถึงทุกวันนี้ มาเป็นสถานที่ที่เราได้ใช้ประพฤติปฏิบัติธรรมกันอยู่ทุกวันนี้ มาเป็นอู่แห่งทะเลบุญที่ให้พวกเราได้ตักตวงกันไม่รู้จักหมดสิ้น ได้ตักกันไปตลอดชีวิต ตลอดชาติ และข้ามชาติ และยังแปรเปลี่ยนที่ดินผืนนี้ให้กลายเป็นสถานที่ที่ฝึกซ้อมประลองฝีมือ และเข้าสู่สมรภูมิรบกับอธรรม อันจะนำมาซึ่งอิสรภาพ คือการไปถึงที่สุดแห่งธรรม จึงเป็นบุญที่ยิ่งกว่าบุญใด ๆ ไม่มีบุญใดเกินไปกว่านี้อีกแล้ว และหากยามใดก็ตามที่ใจของพวกเราท้อถอย ท้อแท้ หรือเศร้าหมองขุ่นมัว อ่อนพลัง คุณยายท่านก็สามารถจะแปรเปลี่ยนสภาพใจของเราให้มาเป็นใจที่ดีมีประสิทธิภาพ เป็นใจที่มีความสดชื่น มีพลัง โดยการนึกถึงท่านที่ศูนย์กลางกาย ด้วยกลิ่นแห่งศีลและรังสีแห่งธรรมของพระธรรมกายภายในตัวของคุณยาย ก็จะขจัดทั้งทุกข์และภัยพิบัติทั้งปวงให้กับพวกเราทุกคน ในลักษณะที่ ๒ ที่มองว่าเป็นต้น ๆ หรือแรก ๆ ไม่ใช่ท้าย ๆ หรือเป็นหัว ๆ ไม่ใช่หาง ๆ นั้น หมายถึงเป็นหัวบุญ ไม่ใช่หางบุญนะ ซึ่งทรงไว้ซึ่งความเข้มข้นและยิ่งยวดกว่าบุญธรรมดาทั่วไป ทั้งในด้านของปริมาณ อานุภาพ และความศักดิ์สิทธิ์ คุณยายของพวกเรา ท่านเป็นทางมาแห่งต้นบุญดังกล่าว อาทิเช่นการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ การบูชาข้าวพระ มหาสุวรรณรัตนภูษา เป็นต้น สำหรับการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์นั้น ซึ่งแน่นอนย่อมต้องรวมถึงลานธรรมทั้งหมดนี้ด้วย คุณยายก็เป็นทั้งแรงบันดาลใจ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราได้ดำริที่จะสร้างสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ให้สำเร็จให้ได้ และท่านก็ทำให้สำเร็จโดยมีพวกเราในที่นี้ให้ความร่วมมือ ทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา ชนิดที่เรียกว่าทุ่มเทกันอย่างสุดหัวใจ เราจึงได้สถานนี้มาเป็นต้นบุญ ที่เป็นทางมาแห่งบุญอย่างมากมาย ยิ่งใหญ่และไพศาล ชนิดที่เรียกว่าลัดภพลัดชาติในการสร้างบารมีเป็นล้าน ๆ ชาติ กล่าวคือจากการที่เราสามารถที่จะย่นระยะเวลาในการสร้างบารมีเป็นล้านชาติ หรือล้าน ๆ ชาตินั้นให้มาเหลือเพียงชาติเดียว จะขอตัวอย่างในเชิงเปรียบเทียบเพื่อให้เราเห็นภาพและเข้าใจยิ่งขึ้นดังนี้ สมมติว่าพวกเราเกิดมาเป็นชาวโลกทั่วไป แล้วก็สร้างบุญสร้างบารมีกันไปตามประสาชาวโลก ไม่ได้พบกับคุณยาย ไม่ได้พบกับหลวงพ่อ เราก็คิดจะทำบุญใส่บาตรพระทุกวันวันละ ๑ รูป ปีหนึ่งเราก็ได้บุญจากการใส่บาตรพระ ๓๖๕ รูป ๑๐ ปี เราก็ได้บุญจากการใส่บาตรพระ ๓,๖๕๐ รูป สมมติว่าเรามีอายุยืนยาวถึง ๑๐๐ ปี ใส่บาตรพระทุกวันไม่เคยขาด เรียกว่าตั้งแต่ลืมตาดูโลก คุณพ่อคุณแม่ก็จับมือใส่บาตรพระในวันนั้นทีเดียว จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต ได้ใส่บาตรแล้วละโลกไป ก็จะได้ทำบุญใส่บาตรกับพระเป็นจำนวน ๓๖,๕๐๐ รูปเท่านั้น แต่พวกเราในที่นี้ทุกคนที่ผ่านมา ที่เคยมาร่วมงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่ ๑ เมื่อวันคุ้มครองโลก ๒๒ เมษายน ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ ที่ผ่านมา เราก็ได้ทำบุญถวายสังฆทานกับพระภิกษุสามเณรจำนวนเรือนแสนกันไปแล้ว อีกทั้งถ้าหากว่าเราจำได้ถึงวันวันเดียวกัน แต่ในปีที่ย้อนกลับไปอีก ๑ ปี คือวันคุ้มครองโลก ๒๒ เมษายน ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่เราได้นิมนต์อาราธนาพระภิกษุสามเณรจากทั่วประเทศมาสอบแข่งขันตอบปัญหาธรรมะพระแท้ จำนวน ๑ แสน แล้วเราก็ได้ทำบุญกับท่าน นั่นก็เป็นอีกแสนหนึ่ง และในปีนี้วันคุ้มครองโลก เมื่อวานพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ปรารภแล้วว่าจะอาราธนานิมนต์มาอีก ๑ แสน ก็เป็นอันว่าพวกเราในที่นี้ทุกคนก็ได้ทำบุญกับพระเข้าหลักแสนที่ ๓ กันไปแล้ว คราวนี้ยังไม่ได้รวมถึงเศษต่าง ๆ ที่เหลือ คือการที่เราได้เป็นเจ้าภาพจัดงานบวชให้สามเณรแก้ว ๑ หมื่นรูป เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ที่ผ่านมา ยังรวมถึงการเป็นเจ้าภาพพระธรรมทายาทในแต่ละรุ่นทั้งในและต่างประเทศ จำนวนอีกหลายพันเป็นเวลากว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา เห็นหรือยังว่าชาวโลกกว่าเขาจะสร้างบุญ ได้บุญ ทำบุญกับพระถึง ๓๖,๕๐๐ รูป เขาต้องใช้เวลาทั้งชีวิตคือร้อยปี แต่พวกเราใช้เวลาเพียง ๓ วัน แล้วก็ปีละครั้งเท่านั้น คือวันคุ้มครองโลกเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒, ๒๕๔๓ และในปีนี้ เราก็ทำบุญได้ไปแล้ว เป็นจำนวน ๓ แสนองค์ เคยอ่านในพระไตรปิฎก พระพากุละท่านเคยถวาย ปรุงยาถวายพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระสาวก จำนวน ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป ตอนนั้นก็คิดว่าหากเราจะทำบุญ ๑ ล้านองค์ ชาตินี้เราจะไปหามาจากไหน ก็นึกไม่ออก แต่เมื่อคุณยายและหลวงพ่อได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ขึ้น แล้วก็นิมนต์พระมาทีละเป็นแสน คราวนี้ก็เลยเกิดความมั่นใจว่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และได้มากกว่าที่คิดไว้เสียอีก นี่ขนาดว่า สถานที่ของเรายังไม่เสร็จสมบูรณ์ เรายังสามารถจะได้บุญกันขนาดนี้ ถ้าหากว่าพวกเราช่วยหลวงพ่อ ช่วยคุณยายกันไปตามผู้มีบุญ และเจ้าของบุญมาสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ไวๆ ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้ยิ่งทำบุญกันไปมากกว่านี้กันทุกคน เช่น เราอาจจะอาราธนาพระภิกษุ ๑ ล้านองค์ซึ่งในประเทศไทยเราก็มีพระภิกษุสามเณรจำนวน ๓ ถึง ๔ แสนรูป เราก็นิมนต์มาให้หมดทุกรูป แล้วเราก็นิมนต์จากทั่วโลกมาให้ครบเป็นล้าน หรือไม่เช่นนั้นเราก็รณรงค์ แล้วก็เชิญชวนให้ชายไทยตั้งใจบวชเป็นพระภิกษุเพิ่มขึ้นในแต่ละวัด เดี๋ยวเราก็ครบล้านได้เช่นกัน ในคราวนี้เราก็จะได้ทำบุญกับพระถึงปีละ ๑ ล้านองค์ แต่ธรรมกายเจดีย์ของเรานั้นอยู่เป็นพันปี เป็นพันปีทีเดียว ถ้าหากว่าถึงแม้เราจะละโลกไปแล้วก็ตาม เราก็สร้างประเพณีแบบแผนเอาไว้ให้ลูกหลานและอนุชนรุ่นหลังทำสืบต่อ ๆ กันไป เมื่อครบพันปีเราก็จะได้บุญถึง ๑,๐๐๐ ล้านองค์ทีเดียว และถ้ายิ่งไปกว่านั้นถ้าเราทุกคนในที่นี้ผู้มีบารมีบุญมาก ๆ ได้ช่วยกันตั้งจิตอธิษฐานขอให้ธรรมกายเจดีย์ของเรานั้นอยู่ยืนยาวไปอีก ๑ พุทธันดร ไปถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หน้า พระองค์ต่อไปคือพระศรีอริยเมตไตย สัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พระองค์ทรงเมตตา ใช้ธรรมกายเจดีย์ของเราเป็นสื่อการสอน เป็นอุปกรณ์การสอนให้กับมนุษย์และเทวดาในยุคนั้นได้เข้าถึงธรรม บุญกุศลอันประมาณมิได้นี้ ก็จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคตเช่นเดียวกัน ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ตอบว่าได้แน่นอน เพราะเรื่องนี้เคยมีมาแล้วในอดีต ในพระไตรปิฎก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งหนึ่งท่านใช้ฤทธิ์ในการกระทำให้เจดีย์ทองคำซึ่งสูงถึง ๑ โยชน์ ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อน คือพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ชำแรกแผ่นดินผุดขึ้นมา พร้อมกับเนรมิตเจดีย์ทองคำอีก ๑ โยชน์ ให้ลอยอยู่กลางอากาศเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน ประชาชนที่มาในกาลนั้นได้บรรลุธรรมาพิสมัย ๘๔,๐๐๐ ดังนั้น ถ้าหากเราตั้งจิตอธิษฐานอย่างที่ว่าไว้ ย่อมเป็นได้จริง ก็ขอเชิญชวนกันไว้ใน ณ ที่นี้ เพราะว่าถ้าหากเราทำดังนี้แล้ว คิดทีใดเราก็ปีติใจทุกครั้ง คราวนี้ เรากลับมาดู คำว่า ต้นบุญกันอีกครั้งหนึ่งในลักษณะของความหมายแบบที่ ๒ คือเป็นคำของคำว่าต้น ๆ หรือแรก ๆ ไม่ใช่ท้าย ๆ เป็นหัว ๆ ไม่ใช่หาง ๆ ในที่นี้ต้นบุญในความหมายนี้ จึงจงใจให้หมายถึงความเป็นหัวบุญ ไม่ใช่หางบุญ ที่มีความเข้มข้น และยิ่งยวดกว่าบุญธรรมดาทั่ว ๆ ไป ทั้งในด้านของปริมาณ อานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ คุณยายท่านก็เป็นทางมาตรงนี้อย่างที่ว่าไว้ ก็มีอีกบุญหนึ่งที่ท่านได้มอบให้แก่เรา ก็คือบุญบูชาข้าวพระ สำหรับบุญบูชาข้าวพระนั้นคุณยายท่านก็จะนำข้าวปลาอาหารหวานคาว ดอกไม้ธูปเทียน และเครื่องบริวารทั้งปวง กลั่นและน้อมไปถวายพระธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนอายตนนิพพานทุก ๆ พระองค์ นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน บุญที่เกิดจากการถวายบูชาข้าวพระก็มากมายเป็นฟ้าครอบ และหลาย ๆ ครอบ เพราะว่ากระแสบุญที่ส่งมายังโลกมนุษย์นั้นก็ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๗ วัน ๗ คืน หลวงพ่อจึงบอกว่าอย่าขาดกัน แม้ป่วยก็ให้หามมาและสำหรับบุญมหาสุวรรณรัตนภูษาที่พวกเราได้ตั้งใจสร้างบูชาธรรมแด่คุณยาย ก็เป็นอีกบุญหนึ่งที่จัดเป็นต้นบุญ ในพระไตรปิฎกในวันใกล้ปรินิพพาน มีพ่อค้าคนหนึ่งได้นำผ้าสิงคีวัน ๒ ผืน มาถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ ผืน ถวายแด่พระอานนท์ ๑ ผืน พระอานนท์ก็ได้นำไปถวายต่อให้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกต่อหนึ่งเพื่อเอาบุญ ผ้าสิงคีวันนี้ทำจากทองคำ เขาไม่ได้ซักกันด้วยน้ำ เขาซักกันด้วยไฟ เมื่อก่อน อ่านแล้วก็นึกภาพไม่ออกว่าหน้าตามันจะเป็นอย่างไร และจะทำกันได้อย่างไร แต่เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านปรารภจะสร้างสุวรรณรัตนภูษา บูชาธรรมแด่คุณยาย แล้วก็มาปรากอยู่ต่อหน้าพวกเรา ณ ที่นี้ จึงทำให้เข้าใจแล้วก็ดีใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นและก็ได้มีส่วนในการร่วมสร้าง ท่านมหาอุบาสิกาวิสาขาเพียงแต่ถวายผ้าธรรมดา ๒๐,๐๐๐ ผืน แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวก ยังได้เครื่องประดับเป็นชุดแต่งกายที่เรียกว่ามหาลดาประสาธน์ ซึ่งมีมูลค่าถึง ๙ โกฏิหรือ ๙๐ ล้าน แต่เราได้ถวายผ้าที่ทำจากทองคำและรัตนชาติอีกตั้ง ๖ ชนิด จึงเป็นอานิสงส์ที่ยิ่งกว่า และเมื่อเราถวายบูชาคุณยายท่านแล้ว ท่านก็จะบูชาธรรมแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกต่อหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็จะทับทวี และไปถวายพระธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนอายตนนิพพาน นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วนอีกต่อหนึ่ง บุญพวกเราจึงมาก มากแบบมาก ๆ ทีเดียว แล้วอย่างนี้จะไม่รวยกันได้อย่างไร ในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ เศรษฐีอันดับหนึ่งในยุคนั้นชื่อร๊อคกี้ เฟลเลอร์ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านให้ชุดทำวิชชานั่งไปดูว่าเขาประกอบเหตุอะไรมา ก็พบว่าเขาเคยทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้าเพียง ๑ พระองค์ในอดีตชาติ ของเราจะมากกว่าขนาดไหน และที่สำคัญบุญนี้ก็จะส่งผลให้เรานั้นไปถึงที่สุดแห่งธรรมด้วย ก็ขนาดที่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่าสมบัติของบิลเกตจะเป็นแค่เศษสตางค์ของพวกเราเท่านั้น ก็ให้พวกเราไปคิดกันเอง สำหรับต้นบุญในลักษณะที่ ๓ ที่หมายถึงความเป็นผู้รักษาหรือดูแล เช่น ต้นห้องก็คือผู้ดูแลรักษาห้อง ต้นกุญแจก็คือผู้รักษาดูแลกุญแจ คุณยายท่านเป็นต้นบุญ ก็คือผู้ที่คอยดูแลบุญให้กับลูกหลานทุกคน ในวาระที่พวกเราได้ประกอบเหตุแห่งบุญในแต่ละครั้ง คุณยายก็จะคอยดูแลรักษาและคุมบุญให้กับเรา ไม่ให้บุญหกหล่น ไม่ให้บุญปนบาป ให้เป็นบุญล้วน ๆ บริสุทธิ์ ใส สะอาด แล้วก็ยังปรับปรุง แล้วก็กลั่นแก้ให้บุญประณีตยิ่งขึ้นไปอีก ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเป็นคุณสมบัติของยายในลักษณะของความเป็นต้นบุญทั้ง ๓ แบบ ต่อไปจะได้กล่าวถึงคุณสมบัติของคุณยายในลักษณะของความเป็นต้นแบบ ๓ ประการ ในตอนแรกนั้นเป็นต้นบุญ ๓ แบบ ในช่วงท้ายนี้เป็นต้นแบบ ๓ ประการด้วยกัน ประการแรก คุณยายท่านเป็นต้นแบบของนักต่อสู้ โดยปกติ เราจะมักได้ยินคำว่าชีวิตคือการต่อสู้ ซึ่งถ้าเรานำมาพิจารณาก็จะพบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ตั้งแต่การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อแสวงหาปัจจัย ๔ มาเลี้ยงดูตนเอง ถ้าหากเราไม่ต่อสู้ เราก็จะไม่มี ปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงชีวิตได้ ถัดเข้าไปอีกในร่างกายของเราก็มีการต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลาของชีวิต ของเซลล์เม็ดเลือดขาวกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม หากเซลล์เม็ดเลือดขาวหยุดต่อสู้ หรือสู้แพ้เมื่อไหร่ ร่างกายเราก็จะดำรงคงอยู่ไม่ได้ เชื้อโรคก็จะเข้าทำลายล้างร่างกายเราไปจนหมดสิ้น ถัดเข้าไปอีก ภายในจิตใจของเรา ก็จะมีการต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลาของชีวิต ระหว่างอำนาจฝ่ายต่ำกับอำนาจฝ่ายสูง อำนาจฝ่ายต่ำก็คืออำนาจอกุศลที่คอยทำให้เราคิด พูด ทำ ในสิ่งที่ไม่ดี ส่วนอำนาจฝ่ายสูง หรือฝ่ายกุศล ก็จะคอยบันดาลให้เรานั้นคิด พูด ทำ แต่ในสิ่งที่ดี ถ้าหากอำนาจฝ่ายสูงหรืออำนาจฝ่ายกุศลไม่ต่อสู้หรือยอมแพ้เมื่อไหร่ เราก็จะถึงแก่ความตายทันที คือประมาท ตายไปจากการสร้างบุญ จากการสร้างความดีโดยสิ้นเชิง คุณยายของเราท่านก็เป็นนักต่อสู้ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ท่านเป็นคนที่มีความขยันขันแข็ง อดทน เข้มแข็ง ท่านตื่นแต่เช้ามืดไปที่ท้องนา แล้วก็ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ จนกระทั่งได้สมญานามว่า จันทร์แข้งเหล็ก และท่านก็ยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างฐานะให้กับครอบครัว ให้กับคุณพ่อคุณแม่และพี่น้องของท่าน จนเป็นที่รักของคนทั้งบ้าน และเพื่อนบ้าน นี่เป็นการต่อสู้เพื่อการแสวงหาปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงชีวิตของท่านและครอบครัว ต่อมา ท่านมาสร้างวัด ท่านล้มป่วย ท่านก็ต่อสู้กับความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยอาการอันสงบ ครั้งหนึ่งท่านมีความรู้สึกว่าเหมือนจะขยับขาไม่ได้ ท่านก็ต่อสู้ไม่ยอมแพ้ ก็พยายามขยับที่เท้า ก็ขยับไม่ได้ ก็มาพยายามขยับที่นิ้วเท้า ขยับไปทีละนิ้วทีละนิ้ว จนกระทั่งท่านก็กลับมาเดินได้ตามปกติ หลายครั้งที่คุณยายป่วยหนัก แล้วเมื่อท่านหาย ท่านก็มักจะพูดอยู่เสมอว่าถ้าเป็นคนอื่นก็เป็นขี้เถ้าไปแล้ว และที่เราทราบกันดีว่าคุณยายท่านก็เป็นทหาร เป็นนักรบในชุดทำวิชชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เวลาท่านทำวิชชา ท่านก็เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการต่อสู้กับกิเลสพญามาร ท่านมักพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า ยายจะไปปราบไอ้ดำ ความเป็นนักต่อสู้ของท่านทั้ง ๓ ระดับดังกล่าว จึงกลายมาเป็นต้นบุญให้กับพวกเราทุกคน ความเป็นต้นแบบในประการที่ ๒ คือความกล้าหาญ คุณยายมีความกล้าหาญ ตั้งแต่กล้าหาญที่จะออกจากบ้าน เพื่อมาแสวงหาวิธีการที่จะไปช่วยพ่อให้พ้นจากนรก ลำพังผู้หญิงตัวคนเดียว อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ ไม่รู้จักใครเลย แล้วก็มาเข้ากรุงเทพฯ เป็นความเสี่ยงภัยอย่างยิ่งต่อลูกผู้หญิง แต่คุณยายก็ไม่หวั่นไหว คุณยายท่านถือเอาเป้าหมายเป็นหลัก อุปสรรคเป็นรอง ท่านก็เดินทางมาจนได้ เมื่อมาถึงแล้ว ท่านก็ยังกล้าหาญที่จะลดทิฐิมานะของตนเอง ยอมตนไปเป็นคนรับใช้บ้านคุณนายเลี๊ยบ เพื่อที่จะแสวงหาช่องทางไปสู่จุดหมาย คือการได้ไปวัดปากน้ำ ไปศึกษาวิชชาธรรมกายกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ต่อมาเมื่อท่านมาสร้างวัด ท่านก็กล้าหาญที่จะบุกเบิกและก่อตั้ง ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นท่านก็ชราภาพ คือมีอายุได้ถึง ๖๐ ถ้าเป็นคนอื่นอายุ ๖๐ ก็ไม่ค่อยอยากจะทำอะไรกันแล้ว อยากจะให้ลูกหลานที่เหลือไปทำกันเอง แต่ท่านไม่ใช่ ท่านกลับเป็นขวัญ กำลังใจ และเป็นแรงผลักดันจนกระทั่งสร้างวัดได้สำเร็จ จนกลายมาเป็นสถานที่ที่ให้พวกเราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมกันในปัจจุบันนี้ และแม้ยามที่ท่านสอนธรรมะเรา ท่านก็สอนให้เรากล้าหาญที่จะเผชิญกับความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาบนโลกใบนี้ ในสมัยเด็ก ๆ คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราก็คงจะเคยพาเราไปที่สวนสนุก คือไปที่แดนเนรมิตหรือแฮปปี้แลนด์ ในตอนนั้นความรู้สึกของเรา ในความเป็นเด็ก เราก็คิดว่าช่างเป็นดินแดนที่แสนจะสุขเสียเหลือเกิน ยิ่งเข้าไปบ้านผีสิง เราก็เชื่อว่าเป็นผีจริง ๆ เราก็กลัว ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้นเราได้พาหลานเข้าไปเที่ยวที่แดนเนรมิต ไปเข้าบ้านผีสิง เราก็มอง กลายเป็นเรื่องขบขันในความกลัวของเด็ก ๆ ที่กลัวต่อผี เพราะว่าเรารู้แล้วว่าผีนั้นเป็นผีปลอม ไม่ใช่ผีจริง เป็นผีสมมติ ก็ทำให้เกิดความคิดว่าสถานที่นั้นเอง ก็เป็นสถานที่ที่ถูกสมมติขึ้น คุณยายท่านก็สอนให้เรารู้จักว่าภพ ๓ นี้ก็เป็นแดนเนรมิต เป็นสิ่งสมมติ เป็นมายา หรือเป็นมิติ เป็นคลื่นความถี่ของสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปิดตาเราไม่ให้เห็น ตรงไปตามความเป็นจริง คุณยายท่านดูด้วยตาธรรมกายของท่าน ท่านจึงเห็นภพ ๓ นี้ตรงไปตามความเป็นจริง จึงนำมาบอก มาเล่า ให้เรากล้าหาญที่จะไม่ยึดติด แล้วกล้าหาญที่จะสลัดให้หลุดออกไป ความกล้าหาญของคุณยายจึงกลายมาเป็นต้นแบบให้เราลูกหลานกล้าหาญในการทำความดี ชนิดที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน สำหรับความเป็นต้นแบบของยายประการที่ ๓ ก็คือเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งวิชชาธรรมกาย คุณยายท่านรักความบริสุทธิ์ รักธรรมะยิ่งกว่าชีวิต ฉะนั้นท่านจึงไม่ชอบให้ใครมาทำเลอะ ๆ เทอะ ๆ กับวิชชาธรรมกาย กับธรรมะของท่าน ท่านเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของวิชชาธรรมกาย จึงได้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้มาเป็นครูผู้สืบสายธรรมถ่ายทอดธรรมะและวิชชาธรรมกายให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา และจากหลวงพ่อก็มาถึงพวกเรา ดังนั้นเราลูกหลานยายในที่นี้ทุกคน จึงควรรักษาวิชชาธรรมกายนี้ไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าไปทำเลอะ ๆ เทอะ ๆ และที่สำคัญความเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมกาย และวิชชาธรรมกายของยาย ท่านจึงกลายเป็นที่พึ่งและที่ระลึกของลูกหลาน ลูกศิษย์ทุก ๆ คนได้เสมอมา ในยามที่เราคับขันในคราวจำเป็น ท่านก็จะคอยมาปกป้องและคุ้มครองพวกเราอยู่เสมอ และยังอำนวยสิ่งต่าง ๆ ที่จะเอื้อต่อการสร้างบารมีของเราให้สะดวกง่ายดาย และสำเร็จเป็นอัศจรรย์ ดังนั้นจึงอยากให้พวกเราทุกคนในที่นี้ ได้มองเห็นถึงความสำคัญ ความยิ่งใหญ่และพระคุณของคุณยายให้เพิ่มยิ่งขึ้นไปกว่าแต่ก่อน และเทิดทูนท่านไว้ในใจอย่างสูงสุดอยู่เสมอ ตราบนิจนิรันดร์ ท้ายสุดนี้ก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้หลับตา เจริญสมาธิภาวนา เพื่อปฏิบัติบูชาแด่คุณยายกันทุกคน เราก็หยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง นิ่งในนิ่งลงไป หยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง นิ่งในนิ่ง ลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าใจของเราจะรู้สึกเบาสบาย เมื่อใจของเราเบาสบายดีแล้ว ก็นึกอาราธนาให้คุณยายมาปรากฏที่ศูนย์กลางกายของเรา ให้ใจของเราไปอยู่ ณ ศูนย์กลางกายของคุณยาย แล้วก็นึกน้อมนำบุญกุศลอันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติธรรม จากการปฏิบัติบูชาและอามิสบูชาโดยประการทั้งปวง ถวายบูชาแด่คุณยายท่าน และให้เราอธิษฐานติดตามสร้างบารมีไปกับคุณยายทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม *********************************** จบ ***********************************