ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ที่พึ่งพาของเหล่าศิษยานุศิษย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระสถาพร : พระมหาเถระทั้งหลาย นมัสการเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้นำบุญลูกหลานของคุณยาย (สาธุ) เมื่อวานวันมาฆบูชา ซึ่งก็เป็นเนื่องในโอกาสที่เราทั้งหลายได้มาร่วมกันบำเพ็ญบุญ แล้วก็เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือเป็นวันที่ครบ ๓๑ ปีของวัดพระธรรมกาย ในช่วงเช้าพวกเราได้ตักบาตร ทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ แล้วก็ได้รักษาศีล ได้นั่งสมาธิเจริญภาวนา ช่วงตอนเพลเราก็ได้ร่วมกันถวายสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ในช่วงบ่ายพวกเรายังได้ร่วมกันอนุโมทนากับหมู่นักเรียนที่ได้สอบธรรมะตอบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของธรรมะ แล้วก็ได้ทอดผ้าป่า ทอดผ้าป่า มาในช่วงเย็นพวกเราก็ได้มารวมกันที่ตรงนี้ แล้วก็ได้ฟังสวดพระอภิธรรม ตอนเย็นตอนค่ำ เราก็ไปรวมกันที่พระมหาธรรมกายเจดีย์ ไปเวียนเทียนกัน เวียนเทียนกัน น้อมรำลึกนึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา เมื่อวานเป็นเรื่องที่แปลกและอัศจรรย์อย่างหนึ่ง ทุกๆ วันที่ผ่านมาในระยะนี้ อากาศค่อนข้างที่จะแจ่มใส แต่เมื่อวานนี้แปลกมาก เมื่อวานอากาศครื้มทั้งวัน และอากาศก็อ้าว หลายๆ คนใจนี่หวั่นไหว หวั่นไหว กลัวว่าฝนจะตก เพราะฝนตกลงมาพิธีของเราในเรื่องของการเวียนเทียนก็ดี เรื่องของเออ รถที่จอดอยู่ในพื้นที่ที่เป็นดิน เป็นลูกรัง อาจจะออกยาก อาจจะติด การเวียนเทียนการจุดมาฆประทีป ถ้าเจอฝนเข้าไป ก็อาจจะจุดไม่ติด พื้นที่ทั้งหลายก็คงจะเฉอะแฉะ การประกอบพิธีบุญก็คงจะขลุกขลัก แต่ทว่าเมื่อวานเหตุการณ์ทั้งหลาย การบำเพ็ญบุญของเราก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น อุปสรรคใดๆ เมื่อวานนี้ไม่มีเลย ก็เป็นเรื่องที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง อัศจรรย์อย่างยิ่งเลย หลวงพี่เองตอนเช้าก็ใจไม่ค่อยดีเหมือนกัน แต่ว่ามีความเชื่อมั่นในคุณของพระรัตนตรัย ในบารมีของพระรัตนตรัย บารมีของหลวงพ่อ บารมีของคุณยาย ก็คิดเสียว่าวันนี้นี่คงไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้พิธีทั้งหลายนี่ขลุกขลักอย่างแน่นอน น่าจะราบรื่น ก็เป็นจริงอย่างที่ได้คิดเอาไว้นะ คิดเอาไว้ การจุดมาฆประทีปของเราก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พอตอนเช้าวันนี้ซึ่งรู้แล้ว รู้ตัวว่าวันนี้จะต้องรับบุญมาเทศน์ ได้เตรียมเรื่องของการเทศน์มานี่หลายวันแล้วนะ เตรียมเรื่องนี่มาหลายวัน แต่เนื่องจากเมื่อวานเจออากาศที่ร้อนนะ ร้อนอบอ้าว แล้วก็เกือบทั้งวันไม่ได้ฉันน้ำเลย กลับไปเมื่อคืนนี้ก็เริ่มแล้วนะ ปวดศีรษะ ตื่นเช้าขึ้นมาปวดศีรษะ ปวดศีรษะ แล้วก็รู้สึกมึนมากนะมึน เรื่องที่เตรียมไว้ที่จะเทศน์นี่ ชักจะเริ่มเลือนๆ นะ เลือนๆ แล้วก็ไม่มั่นใจแล้วเอ๊ะวันนี้จะเทศน์ได้หรือเปล่า ในช่วงเช้าก็เกิดความกังวลอย่างนี้ ก็เลยเอ๊ะ จะเอายังไงดี เอายังไงดี นึกอะไรไม่ออก ก็หยิบรูปนะ ซึ่งเป็นล็อตเก็ตของคุณยายซึ่งได้รับมาเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว เอาล็อตเก็ตคุณยายมานั่งดู แล้วก็นั่งนึกอยู่ในใจ คุณยายช่วยพระหน่อยเถอะ คุณยายช่วยพระหน่อยเถอะ วันนี้พระจะต้องเทศน์ เพราะกลัวจะลืมเรื่องที่จะเทศน์ แล้วกลัวว่าสุขภาพไม่อำนวย ก็นึกอย่างนี้ บอกคุณยายช่วยหน่อย ช่วยพระหน่อย นึกอยู่ แล้วก็นั่งดูรูปคุณยายนี่ไปเรื่อยๆ แล้วก็หยิบโน้ตที่ได้โน้ตเอาไว้ เอามาอ่านดู แต่ปรากฏว่าดูแล้วนี่ อารมณ์ที่จะไปดูนะ ที่จะทำโน้ตต่อนี่ ทำไม่ได้ เพราะว่ารู้สึกว่ากังวลแล้วก็ปวดศีรษะนะ มึนมาก ก็เลยนั่งสมาธิ ก็นึกถึงคุณยายตลอด คุณยายช่วยพระด้วย คุณยายช่วยพระด้วย ขอให้จิตใจแจ่มใส ขอให้อุปสรรคทั้งหลายหายไปให้หมด ก็นึกอยู่อย่างนี้ตลอดนะ นึกอย่างนี้ตลอด ครึ่งวันเช้าผ่านไป ฉันเพลเสร็จ ตอนบ่ายวันนี้จริงๆ แล้วหลวงพี่มีนัด นัดกับธรรมทายาท ๒-๓ คนซึ่งเขาเออ เป็นผู้รับเหมา เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง นัดเอาไว้หลายวันแล้ว เขาบอกเขาจะมาหาวันนี้ พอหลังเพล หลวงพี่ลืมไปพอฉันเพลเสร็จ ก็หยิบหนังสือหยิบสมุดมาทำโน้ตต่อนะ ทำโน้ตต่อ ใจเริ่มจะดีขึ้นนะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เอ๊ะ วันนี้นี่จะเทศน์ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไอ้เรื่องที่เตรียมๆ มานี่ มันชักเลือนๆ นะชักเลือนๆ ไป พอประมาณสักบ่ายโมงนะ มีโทรศัพท์ โทรศัพท์มาหลวงพี่ก็รับโทรศัพท์ พอโทรศัพท์เสร็จก็บอกว่ามีคนมาพบอยู่จะให้ไปพบที่ไหน หลวงพี่ก็บอกไป บอกเดี๋ยวไปพบกันที่หลังครัวก็แล้วกัน เวลาไม่ค่อยมีนะ เดี๋ยวจะเตรียมเทศน์ บอกเวลาไม่ค่อยมีนะ จะเตรียมเทศน์ ก็ลงไป ปรากฏว่าคนที่นัดไว้นี่ไม่อยู่ เขาขับรถออกไปแล้ว เห็นหลังรถไวๆ แต่ก็ไปเจออีกคนหนึ่งซึ่งก็เป็นเพื่อนกัน ก็เป็นธรรมทายาทเหมือนกัน เขามาด้วยกันทั้งหมดนี่ ๓ คน แต่อีก ๒ คนนี่นั่งรถออกไป ก็เจอธรรมทายาทท่านนี้ ก็บอกแล้วไปไหนกันหมดล่ะ อีก ๒ คน เขาบอกว่าขับรถออกไป เดี๋ยวมา หลวงพี่ก็เลยชวนเขาไปนั่งที่ครัว วันนี้ไม่มีเวลานะ เดี๋ยวรีบ ก็เอาเอกสารมาแล้วกัน แล้วเดี๋ยวก็กลับไปแล้วค่อยดูรายละเอียดอีกทีหนึ่งเพราะว่าต้องเตรียมตัวเทศน์ ยังไม่รู้เรื่องจะเอาเรื่องอะไรเทศน์ดี ชักจะงงๆ อยู่เหมือนกันในช่วงนั้น เพราะเตรียมไว้ชักสับสนนะ จะเอาอะไรดี ก็ไปนั่งคุย ไปนั่งคุยกะเขา ระหว่างที่รอ ๒ คน ระหว่างที่รอ ๒ คนนี่เขาก็เล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ ซึ่งหลวงพี่ก็เอามาเป็นมูลเหตุในการที่เทศน์วันนี้เสียเลยนะ เรื่องเก่าที่เตรียมไว้ วางเอาไว้ก่อน เอาเรื่องที่เจอในปัจจุบันนี้มาเล่าให้ฟังเสียก่อน เขาเล่าให้ฟังระหว่างที่รอเพื่อนอยู่ ๒ คน เขาบอกว่าครั้งหนึ่งเขาตกงาน เขาตกงานอยู่ ๑๐ เดือนเต็มๆ หางานเท่าไหร่ๆ หาไม่ได้ ไปสมัครที่ไหนๆ เขาก็เฉย ไปสมัครที่ไหนๆ เขาก็เฉย ไม่มีใครรับเลย ๑๐ เดือน ตกงานอยู่ กลุ้มใจมากเลย ๑๐ เดือนไม่มีงานทำ ไม่รู้จะทำยังไง ก็นึกถึงคุณยายได้ ไปกราบคุณยายดีกว่า ก็มาที่วัด ก็มาเจอพี่อารีพันธุ์ เขาเล่าว่ามาเจอพี่อารีพันธุ์ ให้พี่อารีพันธุ์ช่วยกราบคุณยายหน่อยเถอะบอกว่าจะขอมากราบ ขอบารมีคุณยายให้คุณยายได้ช่วยนิดหนึ่ง เพราะตอนนี้นี่ตกงานมานี่ ๑๐ เดือนแล้วไม่มีงานทำ กราบขอบารมีคุณยายให้คุณยายช่วย พี่อารีพันธุ์ก็ไปเรียนให้คุณยายทราบ ในช่วงนั้นพอดีคุณยายอยู่ที่อาคารดาวดึงส์ ธรรมทายาทท่านนี้มีโอกาสได้ไปกราบคุณยาย พี่อารีพันธุ์ก็เล่าให้คุณยายฟังว่าธรรมทายาทผู้นี้ตกงานอยู่ ๑๐ เดือนแล้ว มาขอบารมีให้คุณยายช่วยหน่อย พอคุณยายเจอหน้า คุณยายชี้หน้าเลย ชี้หน้าชี้ตัวเลย บอกคุณ ขอให้ความอาฆาตพยาบาททั้งหลายที่อยู่ในใจคุณนี่ มลายหายไปให้หมด ให้หลุดออกไปจากใจคุณให้หมด ยังไม่ได้คุยอะไรเลยนะ คุณยายชี้เลย ชี้แล้วก็บอกตรงนี้ ขอให้ความพยาบาทอาฆาตทั้งหลายนี่ มลายหายไปจากใจคุณให้หมด ให้หายไปให้หมด ธรรมทายาทนั้นตกใจเหมือนกัน ยังไม่ได้กราบเรียนอะไรคุณยายเลยนะ เจอหน้าปํ๊ป คุณยายก็เอาเลย พอคุณยายพูดนี่ สุดเสียงคุณยายเท่านั้นเอง จากที่เขาตื้อๆ ตันๆ เขามีความรู้สึกเหมือนกับว่าถูกสิ่งที่ดำๆ เข้ามาครอบคลุมอยู่ในตัว ในใจของเขา พอสุดเสียงคุณยายเท่านั้นเอง เขาโล่งไปหมด เขาบอกเหมือนกับไอ้สิ่งดำๆ มันหลุดหายออกไปเลยจากตัวเขา จากใจเขา เขาโปร่ง โล่งนะ รู้สึกว่าเป็นสุขใจนะ สบายใจ เสร็จแล้วหลังจากนั้นเขาก็กราบลาคุณยายกลับบ้าน พอตอนเช้าเห็นผลทันทีเลย มีโทรศัพท์มาถึงเขาเลย บอกว่าคุณสนใจที่จะทำงานไหม ที่คุณสมัครเอาไว้น่ะ ตอนนี้บริษัทอยากได้คุณมาทำงาน ถ้าคุณสนใจให้รีบมารายงานตัวเลย แค่เพียงข้ามคืนเดียวเท่านั้น ก็ได้เห็นแล้วอานุภาพของคุณยาย เขาเล่าต่อว่าก่อนหน้านี่ ที่ก่อนที่เขาจะว่างงาน เขาได้ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วเขาถูกให้ออก พอเขาถูกให้ออก เขามีความเจ็บแค้น เขาเคียดแค้นมาก เคียดแค้นเจ้าของบริษัทที่ให้ออก เขาอาฆาตพยาบาท ผูกใจเจ็บมาตลอด ๑๐ เดือน ๑๐ เดือน ใจนี่ขุ่นมัวตลอดเลย แล้วก็ไปติดต่อหางานที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ จนกระทั่งมาได้กราบคุณยาย พอคุณยายชี้ปั๊ปเท่านั้นเอง บอกให้ความอาฆาตพยาบาทจากใจคุณหลุดไปให้หมด เขาก็โปร่ง โล่งเบา ในที่สุดนะ เพียงข้ามคืนเดียวเขาก็ได้งานทำ เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ เป็นปาฏิหาริย์ของคุณยายจริงๆ คุณยายรู้ รู้ใจของเขา แล้วคุณยายก็รู้ด้วยว่าอะไรที่ครอบงำจิตใจของเขาอยู่ คุณยายช่วยแก้ ช่วยแก้ไขให้จนกระทั่งสิ่งที่ครอบงำคือกิเลสนั้นเอง ครอบงำจิตใจเขาอยู่ให้หลุดออกไปจากใจเขา พอหลุดปั๊ปนี่ ความสว่างเกิดขึ้น บุญที่เขาเคยทำมานี่ไม่ใช่น้อยเลย ก็เข้ามาหล่อเลี้ยงใจ ในที่สุดนี่ เขาก็สามารถที่จะได้งานทำ แต่ถ้าไม่ได้คุณยาย ไม่ได้คุณยายช่วยในครั้งนั้น เขาคิดว่าเขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้ทำงาน เพราะว่าในใจเขามีแต่ความอาฆาตมีแต่ความพยาบาท มีสิ่งที่ดำมืดนี่ครอบงำจิตใจอยู่ มีบุญอยู่เท่าไหร่ๆ บุญก็หล่อเลี้ยงไม่ได้ บุญก็เข้าแทรกไม่ได้ เพราะว่าความอาฆาต ความพยาบาท ความริษยา มันเกาะกินใจอยู่หนาแน่นเหลือเกิน แต่พอได้คุณยาย คุณยายชี้ คุณยายช่วย ในที่สุดเขาเองเขาก็ประสบผลสำเร็จ วันนี้เขามา มาหาหลวงพี่ เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ นะ ที่เขาเล่าให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์เรื่องหนึ่งเลย เพราะว่าตั้งแต่เช้าแล้ว หลวงพี่ก็นึกคุณยายช่วยหน่อย คุณยายช่วยหน่อย จะเอาอะไรมาเล่าให้กับเจ้าภาพฟัง เพราะเรื่องที่เตรียมไว้นี่มันลืมๆ นะ ลืมๆ แล้วก็งงๆ ไปแล้ว แล้วก็ชักจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นะกับเรื่องที่เตรียมไว้ แต่พอมาได้อธิษฐานแล้วก็ให้คุณยายช่วย ก็มาเจอกับบุคคลท่านนี้โดยบังเอิญจริงๆ แล้วก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงพี่ก็เลยเอามาถ่ายทอด ถ่ายทอดให้ฟัง แล้วก็มีเรื่องอานุภาพ เรื่องปาฏิหาริย์ของคุณยายอีกหลายๆ เรื่อง หลวงพี่ก็ได้ข้อคิดหรือได้ฟังจากเรื่องที่เมื่อกี้นี้แหละ ก็เอาเรื่องอีกหลายๆ เรื่องนะซึ่งพ้องๆ กันนี่ เอามาถ่ายทอดให้กับท่านทั้งหลาย ณ ที่นี้ได้ฟัง เรื่องที่ตั้งใจมาก็เลยเอาเก็บไว้ก่อน เอาเรื่องที่นึกได้ภายในวันนี้ ที่นึกได้ก็คงจะด้วยอานุภาพของคุณยายนั่นแหละ ถึงนึกได้ นึกได้ ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว ประมาณสัก ๘ ปีที่แล้ว มีข้าราชการท่านหนึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของอำเภออยู่ที่อำเภอคลองหลวงนี่แหละ สมัยนั้นท่านเป็นนายอำเภอ อยู่ที่อำเภอคลองหลวง ท่านพาลูกน้องหลายท่านทีเดียว แล้วก็ตัวท่านเอง ภรรยาของท่านมากราบคุณยายที่ศาลาดุสิต ตอนนั้นนี่เจ้านายของท่านจะให้ท่านนี่ย้ายไปรับตำแหน่งเป็นนายอำเภอที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แต่ว่าท่านเองท่านไม่มั่นใจ เอ๊ะจะไปดีหรือไม่ไปดี เพราะถ้าไปอยู่ที่พระประแดง ก็ไปเป็นนายอำเภอเหมือนเดิม ท่านก็ไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไหร่ เพราะท่านคิดว่าถ้าไปแล้วไปรับตำแหน่งเดิม มันก็ไม่ค่อยได้เกิดประโยชน์ ท่านอยากจะไปเป็นผู้อำนวยการกองๆ หนึ่งในกรมการปกครอง เพราะถ้าไปเป็นนายอำเภอก็แค่นั้นแหละ แต่ถ้าจะให้ก้าวหน้ามันต้องไปเป็นผู้อำนวยการกอง จากผู้อำนวยการกองก็กระโดดข้ามจากปลัดจังหวัดไปเป็นรองผู้ว่าเลย จากรองผู้ว่า ก็น่าจะได้เป็นผู้ว่าเลย นี่ท่านปรารภอย่างนี้ ท่านมากราบคุณยาย เสร็จแล้วก็มาถามคุณยายนะ คุณยายก็ยืนอยู่ที่ศาลาดุสิตนั่นแหละ ตอนนั้นท่านนายอำเภอเจอปั๊ปก็ยกมือไหว้คุณยาย บอกคุณยาย คุณยาย เจ้านายจะให้ผมนี่ไปอยู่ที่พระประแดง ผมจะไปดีไหมนี่คุณยาย จริงๆ แล้วผมไม่อยากไปนะ ผมอยากไปเป็นผู้อำนวยการกองมากกว่า จากนั้นก็ไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด คุณยายท่านตอบยังไงรู้ไหม ท่านก็บอกคุณๆ คุณอยู่เอาบุญกับยายดีกว่า ท่านนายอำเภอก็คงยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะว่าหลวงพี่เข้าใจว่าท่านอยากได้คำตอบว่าดีหรือไม่ดีมากกว่า ก็ถามใหม่อีก คุณยายจะดีหรือไม่ดี คุณยายก็ตอบเป็นครั้งที่ ๒ ก็ตอบเหมือนเดิม บอกคุณๆ อยู่เอาบุญกับยายดีกว่า ถามไป ๒ รอบ คุณยายก็ตอบ ๒ รอบ ก็ตอบเหมือนเดิม เสร็จแล้ว จากนั้นท่านก็ลากลับไปนะ ลากลับไป จากนั้นมานี่เหตุการณ์ของวัดนี่ เกิดขึ้นหลายๆ อย่าง เป็นช่วงที่วัดเกิดภาวะวิกฤตเหมือนกันในเรื่องที่ชาวนาบุกนะ บุกจะมาเผาวัดบ้าง บุกมาทำลายทรัพย์สมบัติ มาทุบพระพุทธรูป มาจับปลา แล้วก็เผากุฏิพระ ในยุคนั้นเจอเยอะ เจอศึกหนักเยอะ ก็เป็นช่วงที่ท่านนายอำเภอท่านนี้นี่อยู่พอดี แล้วท่านก็ไม่ได้ย้ายนะ ท่านก็เชื่อฟังคุณยาย คุณยายบอกอยู่ อยู่เอาบุญกับคุณยายเถอะ อยู่เอาบุญกับยายเถอะ ท่านก็ไม่ไป ท่านก็อยู่เอาบุญกับคุณยายจริงๆ ท่านได้ทุ่มเท ท่านได้ช่วยเหลือนะ ช่วยเหลือวัดนี่เยอะนะ อย่างน้อยๆ นี่การเป็นปากเป็นเสียงให้กับวัดนี่ได้เยอะทีเดียว เพราะท่านเข้าวัด ท่านได้รู้นะว่าวัดนี่เป็นผู้บริสุทธิ์ หลวงพ่อคุณยายทั้งหลายทำแต่ความดี วัดเรานี่บริสุทธิ์ วัดเราไม่ผิด แต่เราถูกกลั่นแกล้ง ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลายรังแก ท่านก็พยายามที่จะบอกผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยแก้ไขให้ แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับวัดนี่ ท่านก็เอาชีวิตเข้าแลกเหมือนกัน ช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งศึกในครั้งนั้นนี่จบไปได้ด้วยดี คลี่คลายไปในทางที่ดี หลายๆ ฝ่ายเข้าใจวัดพระธรรมกายดีว่าวัดพระธรรมกายนี่ทำถูกต้องแล้ว วัดเป็นผู้ถูก ผู้อื่นต่างหากเป็นผู้ผิด เป็นผู้ที่มารังแกวัด พอเสร็จเรื่องจากของที่วัดแล้ว อยู่มาไม่นานท่านก็ได้รับคำสั่งให้ย้าย แต่การย้ายของท่านนี่ไม่ได้เป็นนายอำเภออีกแล้ว ท่านย้ายไปเป็นผู้อำนวยการกองในกรมๆ หนึ่งของกรมการปกครอง จากนั้นไม่นาน จากผู้อำนวยการกอง ท่านก็ได้ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดหนึ่ง อยู่มาอีกสักปี ๒ ปีเท่านั้นเอง ท่านก็ได้ย้ายขึ้นไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จนกระทั่งบัดนี้ท่านก็ยังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่จังหวัดหนึ่ง เมื่อสักไม่กี่วันนี้ท่านก็มากราบคุณยาย มากราบหลวงพ่อ มาร่วมงานสวดพระอภิธรรม ณ ที่นี้เหมือนกัน หลวงพี่ยังได้ถามท่านเลย ท่านผู้ว่าฯ จำเหตุการณ์วันนั้นได้ไหม ที่มากราบคุณยาย ท่านบอกจำได้ จำได้ดีเลย จำได้ดี เห็นไหม คุณยายท่านไม่ตอบนะว่าดีหรือไม่ดี แต่คุณยายนี่ฉลาดในการตอบมาก ท่านเป็นผู้มีปัญญา ถ้าท่านตอบว่าดีหรือไม่ดี บางทีท่านนายอำเภอท่านนั้นก็อาจจะไม่ได้อยู่เอาบุญกับคุณยาย แต่ทว่าคุณยายบอก คุณๆ คุณอยู่เอาบุญกับยายเถอะ ย้ำถึง ๒ ครั้ง ท่านก็คงกลับเอาไปคิด แล้วในที่สุดท่านก็ตัดสินใจไม่ไปแล้วนะ ไปเป็นนายอำเภอสมุทรปราการไม่ไป อยู่เอาบุญกับคุณยายดีกว่า จนกระทั่งในที่สุดท่านก็ก้าวหน้าในราชการนี่เรื่อยๆ จนกระทั่งบัดนี้มาเป็นผู้ว่าฯ แล้ว แล้วก็คิดว่าในอนาคตอันใกล้ท่านมีโอกาสที่จะไต่เต้าไปถึงอธิบดีก็ได้นะ อธิบดีก็ได้ เพราะว่าท่านเองท่านเอาบุญอยู่สม่ำเสมอมาก วัดนี่เป็นประจำ นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งนะที่หลวงพี่ได้เจอกับตัวเอง เป็นเรื่องที่อัศจรรย์จริงๆ นะ อัศจรรย์จริงๆ ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ได้เจอ ที่ได้มีโอกาสได้ติดตามคุณยายไปต่างจังหวัด ครั้งหนึ่งคุณยายไปที่จังหวัดระยอง ก็มีเจ้าภาพท่านหนึ่งนิมนต์คุณยายไป ไปฉันอาหาร ไปฉันข้าวที่สัตหีบ ที่จังหวัดระยอง ที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี แล้วก็เลยไปที่จังหวัดระยอง ในครั้งนั้นนี่ รถของคุณยายเอาไปจอดเอาไว้สถานที่แห่งหนึ่งก็เป็นลานจอดรถเล็กๆ ซึ่งก็จอดแอบๆ ไว้แล้ว แอบๆ ไว้แล้ว จอดไว้ที่ที่เรียกว่าน่าจะปลอดภัยที่สุด เพราะว่าผู้ที่ขับรถนี่ก็ระมัดระวังอยู่แล้วเพราะเป็นรถของคุณยาย ก็เอารถไปจอด พยายามที่จะดูอย่างรอบคอบแล้ว เอารถไปจอดเสร็จ ก็พาคุณยายไปเดิน สักพักหนึ่งกลับมา พอกลับมาถึงปั๊ปมาเห็น อ้าวแล้วกัน รถของคุณยายนี่ถูกชน ถูกชนไฟแตก แล้วก็รถนี่เสียหาย คุณยายท่านดูแล้วท่านก็เฉยๆ ท่านก็เฉยๆ ท่านก็พูดกับคนขับรถ คนขับรถก็ไม่ใช่ใครหรอก ในสมัยนั้นก็คือหลวงพี่อิทธิจินตโกในสมัยนี้นั่นเอง สมัยนั้นท่านขับรถให้คุณยาย คุณยายท่านก็พูดว่าเออ รถยายจันทร์ จอดอยู่เฉยๆ ใครมารังแกรถยายจันทร์นะ คุณยายก็พูดแค่นี้แหละ ท่านก็เฉยๆ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นคุณหมอท่านหนึ่งท่านเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลแถวสัตหีบ ท่านก็ร้อนรนใจเหมือนกันเพราะท่านไปด้วย ก็ไปแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามผู้ที่มาชน พอดีว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ด้วย เป็นคนที่เออ ขายของอยู่ใกล้ๆ ได้จดเลขทะเบียนเอาไว้ เสร็จแล้วเขาก็จดหมายเลขนี่ให้ไว้แล้วก็ไปแจ้งความกัน ตำรวจเขาก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะตามให้ หลวงพี่เองหลวงพี่ก็คิดว่าคงไม่ได้แล้วนะ ยังไงก็คงตามไม่ได้ คุณยายท่านก็เฉยๆ นะ ก็กลับกันนะ ก็กลับกัน พอกลับมาถึงวัด คุณยายท่านพูดกับหลวงพี่อิทธิซึ่งสมัยนั้นยังไม่ได้บวช ท่านบอกว่าเออ ยายมีเคราะห์ ท่านบอกยายมีเคราะห์ แล้วท่านก็ให้อุบาสก ให้หลวงพี่อิทธิในสมัยนั้นไปซื้อปลา ไปซื้อปลามาปล่อย ยายบอกยายมีเคราะห์ แล้วก็คุณยายก็ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แล้วก็ปล่อยปลา คุณยายท่านไม่ได้ประมาทเลย เรื่องอย่างนี้ถ้าเกิดขึ้นกับพวกเราๆ แล้ว พวกเราคงจะมองผ่าน ไม่ได้คิดอะไรนะ รถชนเราก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คงคิดไม่ออก นึกไม่ถึงด้วยว่าเรากำลังจะมีเคราะห์ แต่คุณยายท่านรู้ว่าตอนนี้ท่านมีเคราะห์ ท่านไม่ได้ประมาทเลย บางคนนี่ นั่งรถ รถถูกชน โครม รถเสียหาย แต่ตัวเองไม่เป็นไร ออกจากรถมาได้ก็ยังหัวเราะอีกนะ เอิ๊กอ๊ากๆ แล้วก็ดีใจ โอ้ หลวงพ่อช่วย คุณยายช่วย เราปลอดภัยนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ช่วย ยายช่วย ไม่เป็นไร แต่ว่าเราคิดไม่ถึงว่านั่นแหละเรากำลังมีเคราะห์ และเราก็ไม่ได้ทำบุญนะ เราไม่ได้ทำบุญ เราก็ปล่อยปละละเลย แต่คุณยายนี่เมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนี้ คุณยายมาปล่อยปลา เพราะว่าคุณยายท่านเห็นในที่ เห็นในเหตุแล้วว่าคุณยายมีเคราะห์ พอคุณยายทำบุญสะเดาะเคราะห์ปล่อยสัตว์ปล่อยปลาเสร็จแล้วนี่ คุณยายนี่ ไม่ปล่อยโอกาสให้บาปนี่ ไม่ให้บาปหรือให้มารเปิดช่องได้ หรือว่าเข้ามาเออ แทรกได้ คุณยายเข้าไปทันทีเลย เข้าไปปิดนะ ปิดช่องโหว่นะ ปิดช่องโหว่ ไม่ให้พญามารมันได้ช่องที่จะทำให้คุณยายนี่เสียทรัพย์และบาดเจ็บได้ เรื่องที่อัศจรรย์นะ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ที่จะเล่าต่อให้ฟังก็คือว่าอยู่มาไม่นาน หลวงพี่ก็คิดว่าเรื่องนี้คงจะจบไปแล้ว คงจะไม่ได้แล้ว ไอ้เรื่องค่าซ่อมทั้งหลาย แล้วก็คงจะไม่มีใครจะตามได้แล้ว อยู่มาไม่นาน ปรากฏว่าคุณหมอที่อยู่ที่สัตหีบ บอกกับหลวงพี่ว่าได้แล้ว ตอนนี้นี่ได้แล้ว เขาโอนเงินมาให้แล้ว โอนเงินมาให้ เกิน เกินกว่าค่าซ่อมรถของคุณยายด้วยซ้ำไป มันเป็นเรื่องบังเอิญนะ วันหนึ่งขณะที่คุณหมอออกตรวจคนไข้ มีคนที่จังหวัดระยองนี่มาหาคุณหมอซึ่งเป็นคนไข้ คุณหมอก็พูดออกไปบอกว่านี่ รถคุณยายมาที่จังหวัดระยองถูกชน นี่หมายเลขทะเบียนนี้ ไม่รู้เป็นรถของใคร ชนคุณยายแล้วก็หนีไป ถ้ารู้จักแล้วช่วยตามให้หน่อย คนไข้คนนั้นพอเห็นเลขทะเบียนรถปั๊ปนี่ ตกใจเลย ตายแล้ว ไอ้รถคันนี้มันรถเรานี่ ไอ้รถคันนี้มันรถเรา เขาก็บอกว่ารถคันนี้รถผมเอง สงสัยลูกชายตัวดีนี่มันคงขับเอาไปชนแน่ๆ เลย คนไข้ท่านนั้นกลับบ้าน ก็ไปเช็กไปเช็กมาก็จริง ลูกชายไปกินเหล้าเมา ขับรถชนนะ ขับรถชนแล้วก็หนีไป ท่านผู้นั้นก็เลยจัดการเลย ส่งเงินมาให้ที่วัด หลวงพี่อิทธิจินตโกท่านเล่าให้ฟัง ได้เกินกว่าค่าซ่อมอีก อัศจรรย์ไหมล่ะเรื่องของคุณยาย ทรัพย์ของคุณยาย แม้แต่เพียงนิดๆ หน่อยๆ คุณยายเคยอธิษฐานไว้ ถ้ายายไม่ให้ใคร ใครก็อย่ามาเอาของยายได้ ยายไม่อยากได้ของใคร ใครก็อย่ามาเอาของยายได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะได้คืน และได้อย่างอัศจรรย์ด้วย ได้อย่างแปลกประหลาด ไม่ใช่ฟลุ๊คนะ แต่ว่าบุญบันดาล ด้วยบุญบารมีของคุณยายนี่ ใครๆ ก็ทำลายทรัพย์ของคุณยายไม่ได้ เป็นเรื่องที่แปลก เป็นเรื่องที่แปลก ก็จะเอาอีกสักเรื่องแล้วกันนะ เอาอีกสักเรื่องแล้วกัน เป็นเรื่องเร็วๆ นี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่พนาวัฒน์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีการปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ รุ่นนี้แปลกมาก ผ่านมานี่ตั้งไม่รู้กี่สิบรุ่นแล้วไม่แปลก มารุ่นนี้ รุ่นนี้มีเหตุการณ์ที่ประหลาด คือปรากฏว่าปฏิบัติธรรมไปได้ ๒ วัน มีของหายนะ ของเจ้าภาพท่านหนึ่งหายนะหาย ป้าท่านหนึ่งนี่ท่านเอาเงินไปหมื่นกว่าบาท แล้วก็มีล็อตเก็ตของพ่อแม่ แล้วของ เลี่ยมทอง แล้วก็มีพวกบัตรอะไรต่างๆ นี่หลายอย่าง ปรากฏว่าขณะที่นั่งกินอาหารอยู่ที่โรงอาหาร คุณยายท่านนี้ท่านวางกระเป๋าไว้ เสร็จแล้วท่านก็ลงไปล้างจาน กลับขึ้นมาปั๊ป ปรากฏว่าของในกระเป๋าหายไป ท่านร้องห่มร้องไห้ เสียอกเสียใจ อาทิตย์ทั้งอาทิตย์เลย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้เรื่องเลย เสียอกเสียใจมากเลย ทุกคนนี่สงสารท่านมากเลยนะ แล้วก็คนที่ขึ้นไปปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ก็รู้สึกว่าก็พลอยที่จะเศร้าไปด้วยนะ แล้วก็ไม่สบายใจไปด้วย เสียการปฏิบัติธรรมไปทั้งรุ่น เพราะว่ามีบุคคลนะแฝงเข้าไป อย่างน้อยก็ ๒ คน ๒ คน ขึ้นไปขโมย หลวงพี่ก็วางแผนกับหมู่คณะ เออเราจะต้องจับขโมยกันให้ได้ พอวันสุดท้าย วางแผนกันเสร็จแล้ว ใจหนึ่งหลวงพี่ก็กังวลกลัวว่าจะจับไม่ได้ ถ้าจับไม่ได้เสียหายพนาวัฒน์หมด เสียชื่อหมด ต่อไปคนคงจะกลัวกันแน่เลย ไม่อยากจะขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ ก็นึกนะ นึกถึง นึกอะไรไม่รู้ ก็นึกถึงยาย นึกถึงคุณยาย นึกถึงคุณยาย นึกถึงหลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ ช่วยหน่อยเถอะ ขอให้จับขโมยได้หน่อย ช่วยพระหน่อย หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย ช่วยพระหน่อย ขอให้จับขโมยได้ ในใจนี่นึกอย่างนี้ตลอดเลยนะ ทีแรกวางแผนจะจับกันเองนะ เอายามจับกันเอง พอทีหลังชักไม่มั่นใจเหมือนกัน เอ๊ะ จับกันเองกลัวไม่ได้เรื่อง ก็เลยไปแจ้งความนะ ไปบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางแผนกับตำรวจเสร็จ ก็เตรียมตัวกัน จนกระทั่งรถจะออกแล้ว รถจะออกแล้ว เสร็จแล้วพอรถจะออกปั๊ป คนขึ้นรถหมด ตำรวจมาพรึ่บ ก็ค้นเลยนะ ก็สงสัยไว้แล้วแหละอยู่ ๒ คน แต่ก็เรียกคนอื่นด้วยนะเผื่อไว้ ถ้าเกิดค้นไม่เจอจะได้ไม่เสียหายมากนัก กลัวหน้าแตกเหมือนกันนะ แต่ในใจก็ต้องได้ซิน่า ต้องได้ซิน่า หลวงพ่อ ยายต้องช่วย ก็เรียกผู้ต้องหานะ แล้วก็เอาเจ้าภาพของเราที่คุ้นๆ นี่ บวกเข้ามาด้วย ๒-๓ คน ก็เอาไปค้นนะ ค้นตัวก็แล้ว ค้นกระเป๋าก็แล้ว ค้นๆ ค้นกันเป็นชั่วโมง ค้นไม่ได้ ชักเป็นกังวลเหมือนกันนะ แต่ในใจต้องได้น่า หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย ช่วยหน่อย ตำรวจค้นจนกระทั่งหมดปัญญา ซักถามแล้วก็หมดปัญญา ก็ปล่อยตัวขโมย ปล่อยตัวขโมย พอปล่อยตัวปั๊ปนี่ ๒ คนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นขโมยอย่างแน่นอนนี่ก็กระหยิ่มยิ้มย่องแล้ว ยิ้มเยาะเลยนะ ยิ้มเยาะเลยว่าเห็นไหมล่ะ เห็นไหมล่ะ คงนึกในใจอย่างนั้น เขาคงดีใจมากนะ แต่ว่าอัศจรรย์มากเลย ปล่อยตัวมาได้แล้วนี่ เดินออกจากห้องกำลังจะขึ้นรถอีก บังเอิญจริงๆ เลยมีน้องเรา ๒ คน ไปเจอกล่องเล็กๆ เป็นกระปุกใส่ขิงดอง ขิงดอง ซ่อนอยู่ใต้ท้องรถ เขาไปเห็นปั๊ปนี่ เขาก็แกะ พอแกะมาปั๊ป อ้าว เจอของกลางอยู่ในกระปุกนะ อยู่ในกระปุก อยู่ในกล่องนั้น กล่องเล็กๆ ขนาดนี้ มีพระธรรมกาย พระผงธรรมกายเลี่ยมทองซ่อนอยู่ในนั้น แล้วที่กล่องก็เขียนชื่อไว้ด้วย เจี๊ยบ นะเจี๊ยบ เขาก็เอามาให้หลวงพี่ หลวงพี่เดินไปตอนนั้นไม่มั่นใจแล้ว ไม่ได้ก็หมดอาลัยแล้วนะ ไม่ได้ แต่ก็ยังนึก หลวงพ่อช่วยหน่อย ยายช่วยหน่อย พอเขาเอามาให้ปั๊ปนี่ ใจมันฟูแล้ว โอ๊ย คุณยาย หลวงพ่อช่วยแล้ว ถืออันนี้ของกลางวิ่งไปเลยนะ วิ่งไปเลย ลืมตัวเลยว่าตัวเองเป็นพระ วิ่งไป ๒-๓ ก้าวเลย พอนึกได้ค่อยๆ เดินใหม่ เอาไปให้ตำรวจดู เจอแล้ว เจอแล้ว เจอแล้วนะ ตำรวจเห็นปั๊ป เลยเรียกคุณเจี๊ยบที่ตอนนั้นกำลังยิ้ม พอบอกเจอแล้ว คุณเจี๊ยบเห็นของกลางปั๊ปหน้าซีดเลย ในที่สุดเราก็สามารถที่เอาผิดกับขโมยได้นะ เรื่องก็คลี่คลายจบนะ เพราะว่าเอาตัวผู้นี่ทำผิดในครั้งนี้ได้ ที่ได้นี่ได้เพราะบารมีหลวงพ่อ และคุณยายจริงๆ เพราะว่าอย่างอื่นนี่ยากที่จะได้ ถ้าไม่ได้ด้วยบารมี เพราะอะไรนะ เพราะพอหลังจากนั้นมาคุยกันกับอุบาสก อุบาสิกาหลายๆ คน ที่ช่วยกันลุ้นแล้วทุกคนนึกเหมือนกันหมดเลย คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อให้ช่วย พอหลวงพี่ได้พูดถึงเรื่องนี้ รู้ไหมนี่หลวงพี่นึกถึงยาย นึกถึงหลวงพ่อตลอดเลย ให้ช่วย ค้นของกลางให้เจอ ช่วยจับขโมยให้ได้ เขาบอกหลวงพี่พวกหนูก็เหมือนกัน หนูก็นึก ยายช่วย หลวงพ่อช่วยหน่อย อย่างอื่นนึกไม่ออกแล้ว นึกได้ ๒ คำ หลวงพ่อ คุณยาย หลวงพ่อ คุณยาย ให้ช่วยจับได้ ใจของเรานี่หลายๆ ดวง รวมกันเป็นหนึ่ง แต่ตอนนั้นไม่ได้นัดแนะกัน ไม่ได้บอกอะไรกันเลยนะ แต่ทุกคนคิดเหมือนกัน นึกเหมือนกัน แรงบันดาลใจนะ จากใจหลายๆ ดวงก็สามารถที่จะสื่อถึงคุณยาย สื่อถึงหลวงพ่อได้นะ แล้วก็ทำให้เปิดตา เปิดปัญญาให้กับพวกเราสามารถจะไปเห็นไอ้กล่องเล็กๆ ที่เขาซุกเอาไว้ในใต้ท้องรถ ในที่สุดก็เอาผู้กระทำผิดนี่เปิดเผยโฉมหน้ามาให้ทุกคนได้เห็น ทุกคนในที่นั้นก็เลยโล่งใจนะ เจอแล้ว ถ้าไม่งั้นรุ่นนั้นทั้งรุ่นคงระแวงกันใหญ่เลย ใครหนอ ใครหนอ ใครหนอ ก็คงจะรวนกันไปทั้งรุ่น ในที่สุดนี่ก็สามารถที่จะทำความกระจ่างได้ นี่เพราะว่าบารมีของหลวงพ่อ บารมีของคุณยายจริงๆ นะ เรื่อง ๒-๓ เรื่องที่หลวงพี่เล่าให้ฟังเป็นเรื่องที่อัศจรรย์นะ เป็นเรื่องที่เกิดปาฏิหาริย์จริงๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญหรือเรื่องฟลุ๊คๆ เท่านั้นนะ เป็นปาฏิหาริย์ของคุณยาย เป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อที่ได้ช่วยให้เหตุการณ์เหล่านั้นคลี่คลายไปในทางที่ดี แล้วก็ทำให้หลายๆ ท่านที่หลวงพี่ได้กล่าวประสบกับความก้าวหน้า ประสบกับความสำเร็จ คุณยายเป็นที่พึ่งของพวกเราทุกๆ คน ถ้าพวกเราได้เอาบุญกับคุณยายอย่างจริงจัง ก็คิดว่าอุปสรรคทั้งหลายในชีวิตของเราต้องหมดไป หรือละลายหายไปอย่างแน่นอน ถ้าเราได้เอาบุญกับคุณยาย เอาบุญกับหลวงพ่ออย่างจริงจัง ไม่ย่อท้อ ไม่หวั่นไหวในอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ยามเกิดอุปสรรคทั้งหลาย ก็ขอให้พวกเราทั้งหลายนึกถึงคุณยาย นึกถึงหลวงพ่อเอาไว้ที่ศูนย์กลางกายเถอะ แล้วเรานี่เรานี่จะผ่านพ้นวิกฤต เราจะพบกับความสุข พบกับความสำเร็จในชีวิต วันนี้ได้เวลาที่สมควรแล้ว หลวงพี่ก็ขอเรียนเชิญทุกๆ ท่านนั่งหลับตา ทำสมาธิกันสักครู่ เพื่อที่จะเอาบุญกับคุณยาย ให้ทุกๆ ท่านพร้อม เอาภาพของคุณยายระลึกนึกถึงคุณยายเอามาไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ กันทุกๆ คนนะ นึกให้เห็นภาพของคุณยายให้ชัด ให้ใส ให้สว่าง นึกให้ชัด ให้ใส ให้สว่าง อยู่ที่กลางกายของเรา ที่กลางกายฐานที่ ๗ ของพวกเราทุกๆ คนนะ สัพเพ…. หน้า PAGE 12 440209FW-AAT