สังคหวัตถุ ๔ ของคุณยายอาจารย์
(ม้วน 1/A)
พระปรัชญา : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูปผู้มีพรรษากาลมากกว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ท่านสาธุชนผู้เป็นลูกหลานคุณยาย ผู้เป็นแสงสว่างแห่งโลกทุกท่านนะ (สาธุ)
สำหรับวันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ เป็นการบำเพ็ญกุศลเพื่อน้อมนำบุญทั้งหลายเหล่านี้บูชาธรรมแด่คุณยายของเรา ตัวหลวงพี่เองนั้นได้มีโอกาสไปสร้างบารมีในต่างแดน ได้ไปสร้างบารมีอยู่ที่อเมริกาเป็นระยะเวลา ๓ ปีครึ่ง นี่กลับมา ตั้งใจจะมาเอาบุญกับคุณยายในงานสลายร่างคุณยายนี้ด้วย
ในการไปปฏิบัติหน้าที่ที่สหรัฐอเมริกานั้น ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ได้ข้อคิด ทำให้ได้มุมมองว่าจริงๆ แล้วยังมีชาวโลกทั้งหลายคอยพวกเราอยู่จำนวนมากมาย ที่กล่าวเช่นนี้เพราะว่าธรรมชาติของคนอเมริกันนั้นเป็นธรรมชาติที่เขาค่อนข้างเครียด ต่างจากธรรมชาติของคนไทยที่มีธรรมชาติค่อนข้างสบาย ธรรมชาติเขาค่อนข้างเครียดนี่เพราะว่ามีหลายๆ อย่าง
แต่ที่อยากจะยกตัวอย่างในวันนี้คือเขาเครียดเพราะว่าเขาต้องทำมาหากินมาก ประเทศเขาสนับสนุนกระตุ้นคนให้จับจ่ายใช้สอย ให้ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เงินทองก็ได้สะพัด ทีนี้พอเงินทองสะพัดก็ต้องหาเงินมากๆ เพื่อที่จะได้ใช้จ่ายนั้นได้เพียงพอ จากทำงาน ๑ ที่ ก็ต้องเพิ่มเป็นงานพิเศษ เพิ่มไป เพิ่มไป แล้วก็หาเงินมา
บางคนมีครอบครัว มีบุตร ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ เพราะมันมีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งว่าห้ามปล่อยเด็กไว้โดยลำพัง โดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล จึงทำให้ต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแล พ่อกับแม่ต้องสลับกันทำงาน เพื่อที่จะได้แบ่งเวลามาดูแลลูก แล้วคนที่นั่นนี่เขาไม่มีคนใช้เหมือนกับเรา คนที่มีคนรับใช้จริงๆ นี่ จะต้องรวยมากๆ รวยมากๆ นอกจากนั้นแล้วทำเองหมดทุกอย่าง จึงเครียด เพราะเรื่องครอบครัว
ดูภายนอกเผินๆ แล้ว เขาพร้อม เขาดีกว่า จะเป็นระบบการศึกษา การปกครอง สังคม ความเป็นอยู่ต่างๆ หลายๆ อย่าง ดูดีกว่า แต่สิ่งที่เขาขาดคือเรื่องของคุณธรรม เพราะเขาเน้นเรื่องวัตถุนิยม ฉะนั้นจึงเหมือนเขาคอยเราอยู่ เขาคอยเรา ฉะนั้นการไปเผยแผ่สมาธิ เผยแผ่วิชชาธรรมกายนั้น จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องการ
ของเรานั้นได้มีศูนย์สาขาอยู่ถึง ๕ แห่งด้วยกัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ขยายศูนย์ออกไป ในเวลานี้เรามีผู้สอนสมาธิเป็นชาวอเมริกันถึง ๒ ท่านคือคุณบ๊อบ และคุณดอล หรือที่มีชื่อเป็นภาษาไทยว่าคุณธรรมบุตร และธรรมธิดา ได้ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะอย่างมีประสิทธิภาพมาก ได้สอนธรรมะ ได้เผยแผ่การปฏิบัติธรรมนี้อย่างกว้างขวาง ได้รับเชิญให้บินไปสอนสมาธินี้ในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียน ในบริษัทต่างๆ มากมาย แล้วก็มีประสบการณ์ที่ดี ผู้ปฏิบัติมีประสบการณ์ที่ดี เข้าถึงธรรมะ เข้าถึงความสบายได้ บางคนเข้าถึง เขาใช้คำว่า inner peace คือสันติสุขภายใน ทั้งที่คุณบ๊อบเองนี่ไม่ได้ใช้คำนี้เลย เขาบอกคำนี้มันเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกาย มันเกิดขึ้นเอง เป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์มาก
มีอยู่บางคนตั้งใจจะมาปฏิบัติธรรม เพราะเวลาเราโฆษณา เชิญชวนเขามาปฏิบัตินี่ เราบอกว่าลดความเครียด เขาก็ชอบใจกันใหญ่ ก็มาปฏิบัติธรรม แต่มาไม่ทันการปฏิบัติธรรมเริ่มไปแล้ว ก็ต้องคอยอยู่ นั่งคอยอยู่ ทางผู้ประสานงานก็แนะนำไปว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณลองฝึกผ่อนคลายตั้งแต่ปลายเส้นผม พื้นๆ ที่เราทำกันอยู่ ตั้งแต่ปลายเส้นผม ไล่เรื่อยไปจนถึงพื้นเท้า ทบไปทวนมา ทบไปทวนมา คุณลองทำดูนะ คุณลองทำดูนะ เขาก็ทำไป ทำไป สักครู่ใหญ่ๆ ผู้ประสานงานก็ไปถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง เขาตอบว่าแปลกจังเลย ฉันไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกกายมันเบา กายมันสบาย ใจมันเบา ใจมันสบาย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วก็มีดวงใสๆ ปรากฏมาในกลางความสบายที่กลางท้องของฉันนี่ ก็ไม่รู้เหมือนกันมาได้ยังไง สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีเกิดขึ้นมากมาย
แล้วที่หลวงพ่อเคยพูดว่าหลวงพ่อให้พวกเราไปทำหน้าที่ ให้หลวงพ่อยืมกายหยาบของเรา ที่โน่นก็มีบ้านกัลยาณมิตร หลวงพี่ก็ได้รับนิมนต์ให้ไปออกบ้านกัลยาณมิตร ต่างรัฐบ้าง ในรัฐบ้าง ก็ไปกัน หิมะจะตก อะไร จะร้อนจะหนาวยังไงก็ไปกัน
มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปบ้านกัลยาณมิตรที่รัฐเพนซีวาเนีย ห่างจากศูนย์ประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่า เกือบ ๓ ชั่วโมง เ ป็นบ้านกัลยาณมิตรคนไทย ได้ไปนั่งธรรมะ ก็มีชาวอเมริกันมานั่งด้วย ก็นำนั่งสมาธิกันไปเสร็จเรียบร้อย ก็จากกันมา ก่อนที่จะกลับมานี่ เขาไปหาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมนิวเจอซี่ เขาไปหา เขาเล่าให้ฟังว่าเขานั่งสมาธิตั้งแต่วันนั้นไม่เคยขาดเลย ทำต่อเนื่องเสมอมา แล้วก็ปรากฏ มีประสบการณ์ปรากฏเกิดขึ้นภายในว่าเหมือนมีดวงสว่างนี่ปรากฏดวงแล้วดวงเล่า ดวงแล้วดวงเล่า ผุดผ่านกายเขา เขาก็มาเล่าให้ฟัง หลวงพี่ก็ดีใจ ก็บอกให้เขาทำต่อไป แล้วก็แนะนำให้เขารู้จักคุณบ๊อบ แนะนำให้เขารู้จักคุณบ๊อบ จะได้ฝึกให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ฝึกให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
แล้วธรรมชาติอย่างหนึ่งคือเมื่อเขามาที่ศูนย์ เขามาเห็นบรรยากาศของพวกเราทุกคนนี่ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส จิตใจโอบอ้อมอารี มีน้ำใสใจจริง สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ของพวกเราชาววัดพระธรรมกาย เป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันหาไม่ได้ที่ไหนเลย แม้จากครอบครัวทีเดียว มาจากพวกเรายิ้มแย้มแจ่มใส เขาก็ประทับใจ รู้สึกอบอุ่น รู้สึกใจนั้นชุ่มชื่น มันเบิกบาน ก็อยากจะมาอีก อยากจะมาอีก
เห็นเราถวายอาหารพระกัน ทำอาหารมาถวายกัน ก็อยากจะถวายบ้าง เขาก็ไปทำอาหารมาถวายเหมือนกับเรา หลายๆ อย่างอย่างนี้เกิดขึ้นมากมาย ได้คุยกันว่านี่ถ้าเรามีอย่างคุณบ๊อบ คุณดอลนะสัก ๕ คน ไม่ต้องมาก แค่สัก ๕ คน รับรองอเมริกาสะเทือนแน่ อย่างนี้ เป็นอย่างนี้ทุกที่ไป ก็จะมีกลุ่มมีปฏิบัติธรรม มีตัวจริงอย่างนี้เข้ามาเรื่อยๆ เราก็รวบรวม เมื่อปฏิบัติธรรมได้ดีก็บอกว่าถ้ามีศรัทธา อยากจะปฏิบัติธรรมต่อต้องมาที่วัดพระธรรมกาย มาศึกษากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เมื่อเขาปฏิบัติได้ดี อยากจะทำหน้าที่เผยแผ่ก็ช่วยกันต่อไป เป็นอย่างนี้ ให้วิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านตั้งใจไว้ ที่คุณยายของเรานี่ตั้งใจไว้ให้ขยายไปทั่วโลกนี่ให้เป็นจริงโดยเร็ววัน
ยิ่งตอนนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวก็ได้ไปจดทะเบียนตั้งมหาวิทยาลัยธรรมกายแล้ว จะเปิดสอนเป็นมหาวิทยาลัยเปิด เปิดสอน ๒ ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยใช้ internet สิ่งนี้ยิ่งทำให้ภาพชัดเจนไปว่าอนาคตของการเผยแผ่วิชชาธรรมกายนั้นคงจะขยายโดยเร็ววัน เพราะคนอเมริกาหรือว่าคนต่างชาตินั้นน่ะ เขาใช้ internet นี่เป็นปกติ เหมือนคนไทยทุกบ้านมีตู้กับข้าวฉันใด อเมริกันเขามี internet ฉันนั้น ฉะนั้นจึงเห็นภาพว่าเป็นไปได้ สอนสมาธิโดยใช้ internet นี่ไปได้ทุกบ้านเลยทีเดียว
และในตอนนี้ก็เป็นที่น่ายินดี มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเก่าแก่ในรัฐบัวม้อง ชื่อมหาวิทยาลัยนอวิช เขาได้บรรจุวิชาสมาธิของเรานี่ไปในหลักสูตรของสถาบันเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้เห็นภาพว่าอนาคตการเผยแผ่ธรรมะวิชชาธรรมกายในดินแดนอันไกลโพ้นนั้นมีความสว่างไสว มีอนาคตที่เป็นจริงได้ ที่หลวงพ่อตั้งใจจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายนั้นเป็นจริงได้
ในวันที่คุณยายละสังขารนั้น วันนั้นหลวงพี่ได้ไปโรงเรียน ไปเรียนหนังสือครึ่งวัน พอกลับบ้าน หลวงพี่ฐาปกรที่อยู่ที่ศูนย์ เขาบอกว่าหลวงพี่ครับ ที่วัดแจ้งข่าวมาว่าคุณยายท่านกลับดุสิตบุรี เราฟังแล้วก็นึกไม่ทัน ก็เฉยๆ ท่านพูดอีกครั้งหนึ่งว่าหลวงพี่ครับ คุณยายกลับดุสิตบุรีครับ หลวงพี่ก็นึกเอ๊ะ อ๋อ จึงทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นรู้สึกว่าโลกมันหยุดไปเลย โลกมันหยุดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น มันนิ่ง มันเงียบ แต่ไม่เศร้า ไม่เสียใจ คิดว่าวันที่ไม่มีใครอยากจะให้มาถึงนี่ มาถึงแล้วหรือ ทำไมไหวจังเลย ก็คิด ก็นึกไป
แล้วก็เข้าใจแล้วว่าทำไม ทำไมพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนี่ถึงเร่งงานเจดีย์จัง เร่งการสร้างสภาธรรมกายสากลจังเลย ทั้งที่วัดเราก็มีเรื่องมากระทบมากมาย แต่หลวงพ่อไม่หยุดเลย เร่งน่าดู พวกเราทุกคนเร่งน่าดู รู้แล้วว่าทำไม เพราะหลวงพ่ออยากจะให้คุณยายได้ปลื้มใจ ยิ่งได้ทราบว่าคุณยายได้มาร่วมงานฉลองเจดีย์ด้วยแม้นั่งอยู่ในรถ คุณยายก็มาชื่นชมมายินดีในความสำเร็จที่เกิดขึ้น หลวงพ่อเล่าว่าคุณยายท่านปลื้ม น้ำตาท่านไหล ท่านปีติที่พวกเราทุกคนร่วมกันฟันฝ่ามรสุมทั้งหลาย จนถึงวันแห่งชัยชนะหลวงพี่อยู่ที่โน่นก็ได้ยินข่าว แล้วก็ปลื้มใจ ดีใจ ซาบซึ้งใจไปกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะด้วยที่ทุกอย่างสำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้
โดยส่วนตัวหลวงพี่นั้นเข้าวัดตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๐ ได้อุปสมบทปี ๒๕๓๓ รุ่นภาคฤดูร้อนที่ ๑๘ ทุกครั้งที่ได้รับฟังคำอบรมสั่งสอนจากพระมหาเถระทั้งหลาย จากพระอาจารย์ทุกรูป ทุกรูปที่เห็นนั้นล้วนสง่างาม ที่ท่านได้เมตตาอบรมชี้แจงธรรมะนี่ ท่านล้วนสง่าน่าศรัทธาเลื่อมใส แต่ทุกรูปนั้นเหมือนนัดกันเลย ทุกท่านยกย่องสรรเสริญคุณยาย เหมือนท่านนัดกันเลย ทุกรูปแนะ ชื่นชมยินดีเล่าคุณธรรมคุณยายให้ฟัง หลวงพี่เองถือว่าเป็นคนที่มาใหม่ ก็อาศัยได้ซึมซับ ได้เจริญศรัทธาในสิ่งที่พระอาจารย์ทั้งหลายท่านได้เล่าให้ฟัง ได้ฟังเพื่อนสหธรรมิกที่เข้าวัดมาก่อน เราก็ได้เจริญศรัทธา ได้ซึมซับ เขาพูดอะไรไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคุณยาย เราก็ฟังไป นั่งฟังเงียบๆ ฟังไปเรื่อยๆ ฟังไปก็ซาบซึ้งใจไปว่า โอ้ คุณยายของเรานะ ท่านเป็นเพียงแม่ชีร่างเล็กๆ ความรู้ทางโลกไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเลย แต่ท่านสร้างวัดได้ และลูกศิษย์ลูกหาสาธุชนทุกคนที่เป็นลูกศิษย์ของท่าน ล้วนไม่ธรรมดา ล้วนไม่ธรรมดา แสดงว่าคุณยายนี่ต้องเป็นบุคคลที่พิเศษจริงๆ
เราก็อยากจะพบคุณยายบ้าง แต่การพบของหลวงพี่นั้นก็เป็นการพบไกลๆ เหมือนหลวงพี่มองอย่างนี้ ก็เห็นคุณยายไกลๆ ตอนมาพิธีบูชาข้าวพระ เห็นคุณยายก็ซาบซึ้ง คุณยายจะเดินไปไหนก็พนมมือไหว้ตลอด อ่อนน้อมถ่อมตนแล้วก็นั่งหลังตรง อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่านั่งหลังพิงอากาศนั่นเอง นั่งหลังตรง ตัวตรง เห็นแล้วก็เลื่อมใส
ได้มีโอกาสใกล้ชิดท่านมากขึ้นไปอีก ตอนที่ผ่านพรรษา ๑ ไปแล้ว ไปนั่งสมาธิอยู่อาคารภาวนา พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เมตตาให้พระใหม่ไปนั่งสมาธิ บุญหนึ่งที่พวกเราพระใหม่อยากจะรับก็คือการกวาดถนน ทางเข้าอาคาร เพราะรับบุญนี้มีอานิสงส์พิเศษคือได้พบคุณยาย คุณยายท่านจะนั่งสามล้อมา แล้วท่านไม่ได้มาคนเดียว ท่านมีบริวาร ลูกไก่ แม่ไก่ตามมาเป็นพรวน ท่านมาท่านก็ เรากวาดไปก็ชะเง้อไป คุณยายจะมาหรือยัง คุณยายจะมาหรือยัง กวาดไปก็ชะเง้อไป พอคุณยายมา เราก็ไปหา คุณยายก็เล่าให้ฟังว่าเหมือนกับที่เราเคยได้ยิน เรื่องปัดลูกระเบิด เรื่องช่วยพ่อ เรื่องขอขมา เรื่องหลวงพ่อทั้งสองว่านี่กว่าจะเอาหลวงพ่อมาบวชได้นี่ โอ้ ยากเย็นแค่ไหน เราฟังแล้วก็ดีใจ ปลื้มใจไปด้วย
สิ่ง สิ่งหนึ่งที่หลวงพี่อยากจะพูดในคืนนี้ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจว่าคุณยายของเรานี่ ท่านเป็นบุคคลมหัศจรรย์ เป็นบุคคลที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง คุณยายเมื่อคราวที่เป็นลูกศิษย์ ท่านก็เป็นลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม ทราบได้อย่างไร ทราบได้จากคำชมของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ท่านบอกว่าลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง ถึงคราวที่คุณยายต้องเป็นอาจารย์ คุณยายก็เป็นอาจารย์อย่างยอดเยี่ยม สอนลูกศิษย์ลูกหาได้ดีทีเดียว ดีเยี่ยมจริงๆ ดูง่ายๆ ก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราทั้งสองนั่นแหละนะ เราจะหาครูบาอาจารย์อย่างท่านนี่ไม่ได้ จะหาครูบาอาจารย์ที่มีบารมีสูงอย่างหลวงพ่อธัมมะนี่คงไม่ได้แล้วในโลกนี้ จะหาครูบาอาจารย์ที่สอนธรรมะได้ชัดเจน ได้ลึกซึ้งได้แจ่มแจ้งอย่างหลวงพ่อทัตตชีโวนี่คงหาไม่ได้ในโลกนี้อีกเหมือนกัน ฉะนั้นคุณยายจึงได้ชื่อว่าเป็นครูที่ยอดเยี่ยม
คุณยายเป็นบุคคลที่ต้อง โลกต้องจดจำไว้ว่าท่านคือผู้สร้างวัดพระธรรมกาย วัดปฏิบัติธรรมที่ใหญ่ที่สุด ที่มีพระภิกษุ สามเณร ประพฤติปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก คุณยายผู้สร้างศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่จะอยู่คู่โลกไป แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะพูดในวันนี้คือคุณยายของเรานั้นเป็นที่ประชุมรวมกันแห่งธรรมะอันบริสุทธิ์ อันบริบูรณ์ หลวงพี่ซาบซึ้งตรงนี้เพราะว่าไม่ว่าจะเปิดหัวข้อธรรมไหนๆ ก็ตาม ทุกข้อธรรมนั้นล้วนเข้ากันได้กับคุณยายทุกข้อไป จะหัวข้อไหนก็ตาม เข้าได้กับคุณยายทุกข้อไป หรืออ่านธรรมะข้อไหน ฟังธรรมข้อไหน แล้วเราเอาคุณยายมาเทียบเคียง ธรรมะข้อนั้นจะปรากฏชัดเจนในใจทันที ทำให้เราซาบซึ้งในธรรมะ ทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งในธรรมะนั้น และทำให้เราซาบซึ้งในคุณธรรมของคุณยายว่าท่านนี่นะเป็นที่ประชุมรวมกันแห่งธรรมะจริงๆ
ธรรมะข้อหนึ่งที่อยากจะยกมาให้ฟังในวันนี้ชื่อว่าสังคหวัตถุ ๔ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวว่าสังคหวัตถุ ๔ นี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวบุคคล หมู่คณะให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เปรียบได้กับเพลารถ หากไม่มีเพลารถฉันใด ลูกล้อกงเกวียนก็ไม่สามารถที่จะวิ่งไปข้างหน้าได้ฉันนั้น คุณธรรมทั้ง ๔ ข้อประกอบด้วย
ทาน คือการให้
ปิยวาจา คือวาจาไพเราะ
อัตจริยา คือการประพฤติตนเป็นประโยชน์
สมานัตตตา คือความมีตนสม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย
ในเรื่องของการให้นั้น หลวงพี่ได้มีโอกาสพบคุณยายบ่อยๆ เนื่องจากว่าได้รับบุญอยู่ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม ได้เห็นคุณยาย เพราะคุณยายอยู่กุฏิข้างนอก ได้พบคุณยาย ได้สนทนากับท่านบ่อยๆ คุณยายของเรานั้นมีปกติรักการให้ โดยเฉพาะสามเณร คุณยายจะเมตตาสามเณรนี่เป็นพิเศษเลย แม้เรื่องนี้ที่จะเล่าให้ฟังนั้นเป็นสิ่งที่ผ่านมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ก็ยังอยู่ชัดเจนในใจ
คุณยายนั้นท่านคอยให้กำลังใจ คอยประคับประคองให้สามเณรนั้นขยันในการอ่านหนังสือ ในการสอบบาลี ถึงคราวจะสอบก็เอาปากกามาให้ ถึงคราวติว ก็เอาช็อคโกแลตมาให้ สามเณรบางรูปไม่ยอมฉันช็อคโกแลตเลย เก็บไว้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ตัวไปเลย ด้วยความซาบซึ้งในตัวคุณยายนี่ เวลาท่านมามอบของขวัญให้สามเณรนี่ คุณยายท่านจะยิ้ม ท่านจะเบิกบานเป็นที่สุดเลย ดวงตาท่านจะทอประกายแวววาว เพราะท่านรักสามเณร ท่านเมตตาสามเณร พวกเราได้มีโอกาสอยู่ใกล้ท่าน ก็รู้สึกสบายใจ เห็นท่านเบิกบานเราก็สบายใจไปด้วย
เมื่อตอนคราวปีใหม่ พระภิกษุสามเณรนี่ล้วนดีใจ เพราะว่าคุณยายของเรานั้นท่านเมตตาจะมอบดวงแก้วให้ ดวงแก้วสมัยก่อนหายากมาก เป็นดวงแก้วที่หลวงพี่ได้รับลูกแรกใหญ่ที่สุดเลย ๓ เซ็นต์ สมัยนั้นหายากมาก พระอาจารย์บอกว่า เขาพูดกันเลยนะ ดวงแก้วของคุณยายนี่ ใครเอาเงินมาให้ล้านบาท อย่าไปแลก เพราะดวงแก้วของคุณยายตอนนั้นมีค่า มีความศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์ มีเดช ให้รักษาไว้ให้ดี เราก็ตื่นเต้นดีใจ เข้าใจเลยว่าทำไมที่เขาบอกดีใจเหมือนได้แก้วมันเป็นยังไง ตื่นเต้นและดีใจมาก ก็ได้รับไป
อยู่หลายปี บวชมานานพอสมควร ตอนนี้ก็พรรษา ๑๑ แล้ว อยู่มานานเลยได้รับหลายลูกหน่อย ตอนนี้ก็รับมาทั้งหมด ๓ ดวงแก้วนี่ได้รับมา ๓ ดวง ได้รับธนบัตรขวัญถุงด้วย ก็เก็บไว้อย่างดีที่สุด แต่เมื่อนึกถึงโอวาทของหลวงพ่อธัมมะ ท่านบอกว่าให้เรามอบดวงแก้วต่อๆ กันไป คุณยายจะได้บุญกับเราต่อๆ ไป ไม่มีที่สิ้นสุด
ในวันที่หลวงพี่ครบ ๑๐ พรรษา ตอนอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมนิวเจอซึ่นั้น ก็อยากจะทำบุญ คิดว่าพระเราคงทำบุญได้ คงเป็นประธานทอดผ้าป่าได้เหมือนกันนี่ ก็เลยตั้งใจเป็นประธานทอดผ้าป่าฉลองพรรษา ๑๐ ฉลองวันเกิดด้วย ก็เลยทำบุญ แล้วก็ชวนญาติโยมเข้ามา ญาติโยมก็ต่างปีติเบิกบาน หลวงพี่ก็เลยนึกถึงโอวาทหลวงพ่อแล้วก็เอ้า สละดวงแก้วดวงที่ ๒ นี่แหละ ดวงแรกเก็บไว้ก่อน ให้ดวงที่ ๒ ไป ให้เขาจับฉลากกัน ตอนให้เขาจับฉลากก็นึกอธิษฐานบอกคุณยายว่า คุณยาย พระตั้งใจจะเอาบุญนี้ ดั่งที่หลวงพ่อบอก จะมอบดวงแก้วให้กับผู้มีบุญ ขอให้ดวงแก้วดวงนี้ไปอยู่กับคนที่มีบุญ ที่เป็นกำลังสำคัญให้กับศูนย์ปฏิบัติธรรมของเรา อยากให้ถึงกับผู้มีบุญที่จะเป็นกำลังหลักของศูนย์ปฏิบัติธรรมของเราจริงๆ คนมากันเต็มเลย ก็ให้เขาจับฉลาก
ผลปรากฏว่าผู้ที่ได้ดวงแก้วนั้นเป็นบุคคลตัวจริง จริงๆ ขอเอ่ยนามทีนี้คือคุณทวีลาภ ศรีโกมล คนอื่นทำพระทีละ ๑๐ องค์ ๒๐ องค์ ๕ องค์บ้าง เท่าไหร่บ้าง แต่เขาสร้างทีเป็นร้อยองค์ ลานธรรมก็สร้างทีเป็นร้อยองค์ ร้อยแผ่น บอกจำง่ายดี สร้างทีละร้อย หลวงพี่ก็เออ ดีใจนะ ถูกตัวจริง ทุกคนอนุโมทนาบุญหมดเลย เพราะว่าถูกตัวจริง ถูกตัวจริง
เมื่อคราวที่คุณยายยังแข็งแรง คุณยายชอบทำบุญเย็นๆ สามเณรเลิกเรียนแล้ว จะช่วยกันพัฒนา สามเณรเลิกเรียนแล้วก็จะมาพัฒนาที่โรงเรียนกัน บ่ายๆ คุณยายก็จะเอาไอติมมาถวายสามเณร แล้วก็แปลกนะพอคุณยายาถือ พี่อารีพันธ์ถือไอติมมา คุณยายก็เดินมา สามเณรนี่ก็รู้ ด้วยสัญชาติญาณเลย พูดต่อๆ กันไปเลยว่าพวกเรา พวกเรา คุณยายจะถวายไอติมแล้ว เสียงอย่างนี้กระจายไปทั่วพื้นที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม คลุมทุกพื้นที่ ทุกซอกทุกมุม สามเณรกำลังทำงานอยู่ จะทำงานอะไร จะถือเครื่องมืออะไร รู้งานหมด วางงาน วางเครื่องมือหมด มายืนแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งด้วยความสง่างามน่าเลื่อมใสต่อหน้าคุณยาย
คุณยายก็จะยิ้มแย้ม ยิ้มอย่างเบิกกว้าง ตาเป็นประกาย มีความสุขมาก สามเณรก็มาต่อแถวรับไอศกรีม และหลวงพี่ก็จะได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย ก็จะได้ไอติมไปด้วย วันนั้นมีหลวงพี่รูปหนึ่งรูปร่างสมบูรณ์เป็นพิเศษ ก็มารับไอศกรีมจากคุณยาย พี่อารีพันธ์ก็เอาไอศกรีม ๒ แท่ง คุณยาย สามเณร ๑ แท่ง พระอาจารย์ ๒ แท่ง บอกสามเณร ๑ แท่ง พระอาจารย์ ๒ แท่ง คุณยายก็หยิบไอศกรีมมา ทุกทีก็จะให้เลย จะถวายเลย วันนั้นคุณยายถือไอศกรีมแล้วก็เงียบๆ พักหนึ่ง คุณยายก็พูดมาช้าๆ ชัดๆ ทีละคำว่า เอา ไป แก้ ง่วง เอา ไป แก้ ง่วง ท่านรับไอศกรีมมาแล้วท่านก็อึ้งเลย แล้วท่านก็อุทานว่าคุณยายรู้ได้ไงครับว่าผมกำลังง่วง เรามาคุยกันภายหลังฮะ หลวงพี่ท่านเล่าให้ฟังว่าวันนี้ไม่รู้เป็นยังไง ง่วงจังเลย แต่ไปบ่นตั้งไกลนะ บ่นตั้งไกลโน่นแน่ บ่นไกลว่าง่วงจังเลย นี่ตั้งใจว่าฉันไอติม เดี๋ยวจะไปจำวัดสักหน่อยหนึ่ง ไม่รู้คุณยายรู้ได้ยังไง นี่คุณยายท่านอื้อฮือ ขนาดมอบถวายไอศกริมแล้ว ญาณท่านยังแม่นยำอีกนะ รู้อีกว่ากำลังง่วง
และทุกครั้งคุณยายนี่ ท่านจะมีปกติเมตตาต่อทุกๆ คน หลวงพี่เห็นภาพหนึ่งประทับใจแล้วไม่ลืมเลย วันนั้นฝนตกปรอยๆ คุณยายนั่งรถเข้ามาที่กุฏิข้างโรงเรียน กระจกก็ถูกไขลงช้าๆ คุณยายก็หยิบถุงขนม แล้วก็ยื่นออกมานอกตัวรถให้กับยามที่เฝ้าอยู่หน้ากุฏิท่าน หลวงพี่เดินมาโอ้โฮ ช่างเป็นภาพที่ประทับใจอะไรอย่างนี้ เพราะคุณยาย จริงๆ คุณยายไม่ต้องมาสนใจเรื่องอย่างนี้ก็ได้ คุณยายไม่ต้องมายุ่งเรื่องอย่างนี้ก็ได้ แต่คุณยายให้กับทุกคน ให้ความเมตตา ความรักกับทุกคนเสมอกันเลย
ดังที่คุณยายเคยพูดไว้ในหนังสือเคยพูดไว้ในหนังสือคำสอนคุณยาย เล่มที่ ๓ ที่พระอาจารย์หลวงพี่วิชเชสโก ท่านได้กล่าวเอาไว้ คุณยายบอกว่าเราไปเจอคนจน คนขอทาน คนชั้นกลาง คนรวย เศรษฐี อย่าไปดูถูกเขานะ สมัยยายอยู่นครชัยศรี มีขอทานมาขอข้าวเปลือก ยายก็ให้ข้าวเปลือก ขอข้าวสารยายก็ให้ข้าวสาร นี่จะเห็นว่าคุณยายนี่ไม่เคยดูถูกใครเลย แล้วก็ให้กับทุกคนสม่ำเสมอ
แต่สิ่งที่หลวงพี่คิดว่าทุกคนได้รับเหมือนกันนะ พวกเราทุกคนล้วนได้รับเสมอกันคือคุณยายท่านได้ให้สิ่งที่ดีที่สุด นั่นคือหนทางแห่งการสร้างบารมี พวกเราได้รับหนทางที่สว่างไสวในการสร้างบารมีนี้จากคุณยายทุกรูปทุกท่านเลย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ได้รับถ้วนหน้าเสมอกัน
คุณธรรมประการที่ ๒. คือปิยวาจา คือวาจาอันไพเราะ คำพูดของคุณยายล้วนเป็นอรรถเป็นธรรม เป็นวาจาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ฟัง เป็นวาจาอันประกอบด้วยเมตตา เป็นถ้อยคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้กล่าวไว้ว่าเป็นถ้อยคำข้ามชาติ เป็นถ้อยคำสุดท้าย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอมตะวาจา เป็นวาจาที่จะไม่เสื่อมสลาย เป็นสัจจะนิรันดร์ เป็นสุดยอดแห่งภาษา แห่งถ้อยคำอันหาฟังได้ยากยิ่ง เมื่อฟังแล้วคราใด ก็จะยังจิตของเราให้เลื่อมใส ให้อยู่ในบุญ แล้วก็รักที่จะทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป แม้เรามาไม่ทันได้ฟังคุณยาย บางท่านมาไม่ทัน ไม่เป็นไร ตอนนี้ได้มีหนังสือรวบรวมไว้ทั้งหมดเลย พระอาจารย์หลวงพี่มหาสุวิทย์ วิชเชสโก ได้รวบรวมไว้ ตอนนี้เข้าเล่มที่ ๓ แล้ว ทราบมาว่าตอนนี้กำลังจะรวมเล่มด้วย เราไปหาอ่านกัน
เมื่อได้อ่าน เราจะพบเลยชัดเจนว่าคำสอนของคุณยายนั้นแสนจะเรียบง่าย แต่คำสอนของท่านนั้นชัดเจนที่สุด ไม่ต้องแปล อ่านแล้วเข้าไปในใจเลย เป็นคำที่ชัดเจนที่สุด แล้วลึกซึ้ง อ่านแล้วเข้าไปในใจ ต้องหมั่นทบทวน
หลวงพี่ประทับใจถ้อยคำของคุณยาย เป็นพรพิเศษที่คุณยายมักจะให้กับพระภิกษุ อยู่ที่โรงเรียนก็ได้พบคุณยายบ่อยๆ เพราะคุณยายมารับแขกที่โรงเรียน อาคารสำนักงาน คุณยายเมื่อแขกกลับไปแล้ว ก็จะได้โอกาสคุยกับคุณยาย สนทนาธรรมกับท่าน คุณยายก็จะประนมมือด้วยอาการอ่อนโน้ม ดวงตาก็ยิ้มเป็นปกติ ท่านจะเบิกบาน ท่านจะมีความสุข ท่านก็จะให้พร สิ่งที่คุณยายให้พรนั้นประทับใจมาก ท่านพูดว่าขอให้ทุกรูปบวชไม่สึกนะ ให้บวชตลอดชีวิตทุกองค์นะ ชาติต่อไปยายจะสร้างวัด ยายจะไปสร้างวัดให้พวกท่านอยู่กันอีก พวกท่านทุกองค์ล้วนเป็นลูกเป็นหลานยายทั้งนั้นเลย ขอให้ท่านมีธรรมะใสนะ ให้ได้เป็นเจ้าคุณกันทุกองค์นะคะ หลวงพี่ก็ยิ้ม ดีใจมากเลย ดีใจเหมือนได้เป็นเจ้าคุณแล้ว ดีใจว่าเป็นเจ้าคุณแล้ว เป็นเจ้าคุณของคุณยาย ดีใจยิ้มแย้มกันเบิกบาน
และน่าแปลกนะ มาคุยกันในภายหลังว่าคุณยายเรานี่นะ มีบุญมากเลย พระที่อยู่ต่อหน้าคุณยายนี่ ไม่มีใครคิดเรื่องอื่นเลย พระทุกรูปเหมือนนัดกัน พร้อมใจกัน ไม่คิดเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น ตรึกธรรมะ ตรึกดวง ตรึกองค์พระกันทั้งนั้นเลย ใจหยุดใจนิ่งกัน โอ้เป็นอัศจรรย์ เป็นพิเศษเลย อยู่ต่อหน้าคุณยายนี่ นี่แสดงว่าอานุภาพบารมีของคุณยายนี่หล่อเลี้ยงรักษาแผ่ขยายมาถึงเราด้วย
เวลาผ่านไป หลวงพี่มานั่งนึกว่าทำไมคุณยายถึงให้พรว่าอย่าสึกนะ ขอให้ทุกท่านอย่าสึกนะ ขอให้ทุกท่านได้บวชตลอดชีวิตนะ ทำไมหนอคุณยายถึงให้พรอย่างนี้ มานั่งนึก นั่งพิจารณาแล้ว ก็ทราบว่าคุณยายของเรานั้นเป็นบุคคลที่เห็นคุณค่าของการบวชมาก คุณยายเป็นคนที่ทำวิชชา ๒๐ กว่าปีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ สิ่งที่คุณยายปรารถนานั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย มี ๓ เรื่อง
๑. ขอให้ได้สร้างวัด
๒. ขอให้ได้บวชพระ
๓. ขอให้ได้ทอดกฐิน
นะ ๓ อย่างลองจำดูนะ
๑. ให้ได้สร้างวัด
๒. ให้ได้บวชพระ
๓. ให้ได้ทอดกฐิน
อย่างอื่นไม่ต้องการเลย ต้องการแค่ ๓ อย่างนี้ คุณยายเห็นคุณค่าของการบวชพระมาก คล้ายกับคุณยายจะบอกพวกเราว่าต่อไปในอนาคตนี่นะ ไม่ว่าอุปสรรคมันจะมากมายเพียงใดก็ตาม จะมีอุปสรรค จะมีสิ่งใดๆ มาขวางกั้น คุณยายก็ขอยืนยันว่าขอให้พระภิกษุทุกรูป บวชให้ได้ตลอดชีวิตเถอะ บวชให้ได้ตลอดชีวิตนะ คุณยายท่านมองไกล ไม่ได้ไกลชาตินี้ชาติหน้า มองไกลตลอดสังสารวัฏ ถึงที่สุดแห่งธรรม ท่านจึงเน้นย้ำ
หลวงพี่มานึกถึงก็ซาบซึ้งใจ คุณยายท่านตอกย้ำ ท่านพูดบ่อยๆ สม่ำเสมอ นึกถึงก็ตั้งใจว่าจะตั้งใจบวชอุทิศชีวิตสร้างบารมีร่วมกับคุณยายอย่างนี้ไปให้ได้ตลอด ทุกภพทุกชาติเลยทีเดียว ก็ตั้งใจเช่นนี้แหละตามพรท่าน
ประการที่ ๓. อัตถจริยา คือการประพฤติตนเป็นประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่น คุณยายของเราทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีที่สุด ทั้งเมื่อตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านก็ช่วยพวกเรา พวกเราก็มาขอบุญ ขอบารมีจากท่านได้กันอยู่เสมอ แม้ในยามที่ท่านละไปแล้ว ละสังขารไปแล้ว พวกเราก็ยังมาพึ่งบารมีท่านได้ มาขอบารมีท่านได้ อย่างที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้กล่าวไว้ว่าให้พวกเราทุกคนมานั่งธรรมะหน้าบ้านคุณยายนะ คุณยายท่านจะกลั่นแก้ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ จะคุมบุญคุมธรรมะให้ ให้เรามีธรรมะสว่างไสว ใครอธิษฐานอะไรก็ให้สำเร็จทุกเรื่องเลยนี่ (หมด 1/A)
(ม้วน 1/B)
ในยามที่เราปฏิบัติธรรม เราก็นึกถึงคุณยายได้ เราจะมีความรู้สึกว่าเหมือนคุณยายมาอยู่ใกล้ๆ เรา คุณยายมาอยู่ใกล้ๆ เรา
เร็วๆ นี้หลวงพี่ก็ได้พบอานุภาพของคุณยาย คือก่อนที่จะกลับจากอเมริกา ก็ได้ไปแวะช่วยงานที่วัดพระธรรมกาย แคลิฟอเนีย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ประทับใจ ตอนนั้นหลวงพี่เป็นหวัด เพราะที่นิวเจอซี่หนาวมาก ลบ ๑๒ องศาเซลเซียส หนาวมาก เลยเป็นหวัด แล้วก็ไอค็อกแค็กๆ ไปอยู่ที่วัดพระธรรมกาย แคลิฟอเนียก็ยังไออยู่ สวดมนต์ไม่ได้เลย แต่ทุกเย็นของทุกศูนย์ เราสวดพระอภิธรรมกันอย่างเช่นนี่ สวดทุกวัน สวดทุกวัน อยู่ที่โน่นก็สวด ที่วัดพระธรรมกาย แคลิฟอเนียก็สวด ก็อยากจะสวด ไม่มีเสียง
ก็นึกถึงคุณยาย บอกคุณยาย พระอยากจะสวดอภิธรรม บูชาธรรมคุณยายจังเลย คุณยายขอเสียงหน่อยนะ ขอเสียงหน่อยนะ อยากจะสวดพระอภิธรรมจังเลย ก็นั่งหลับตา แล้วก็นึกถึงคุณยาย บทสวดอภิธรรม ก็มีเสียงให้สวดได้ พอเสร็จพิธีเรียบร้อย เสียงก็หายไปเหมือนเดิม ก็ไอค็อกแค็กเหมือนเดิม
ตอนพิธีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่วัดพระธรรมกาย แคลิฟอเนีย จัดพิธีบวชอุบาสก อุบาสิกาแก้ว ได้มีกิจกรรมหนึ่งซึ่ง อื้อฮือ น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือการสวดอิติปิโส ๑๐๘ จบ ทั้งพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณนะ บางที่สวดเฉพาะพุทธคุณ แต่ของเราสวดครบ แล้วไม่มีเบรค บางที่สวดแล้วเบรคครึ่งอะไรอย่างนี้ เราไม่มีพักครึ่ง สวดยาว หลวงพี่ก็บอกคณะสงฆ์บอกว่าหลวงพี่คงขึ้นไปเป็นองค์ประกอบ เพราะว่าเสียงไม่มี เสียงไม่มีก็คือพูดแล้วก็ไอค็อกแค็กๆ ก็จะขึ้นไป ไปเอาบุญ เป็นองค์ประกอบก็ยังดี มีพระอยู่ ๕ รูป ก็ขึ้นไป ก็ตั้งใจ
พอจะเริ่มสวดก็นึกถึงคุณยายอีกน่ะแหละ คุณยาย พระอยากจะสวดอิติปิโส บูชาธรรมคุณยาย ขอเสียงหน่อยนะคุณยาย แล้วก็ไม่รู้ยังไง เสียงมาจากไหนอีกก็ไม่รู้เหมือนกัน สวดเสียงดังเลย ว่าจะไปเป็นองค์ประกอบ เลยไปเป็นต้นเสียงเข้าวันนั้น สวด ยิ่งสวดก็ยิ่งดัง ยิ่งสวดเสียงก็ยิ่งมีพลัง ยิ่งสวดไปก็อัศจรรย์ใจว่าเสียงมันมาจากไหนนี่ เสียงมันมาจากไหน จนองค์อื่นๆ ที่เสียงดี เสียงค่อยๆ หายไป เสียงค่อยๆ หายไป สวดทั้งหมด ๓ ชั่วโมง ๑๕ นาที บวชมา ๑๑ พรรษา สวดมนต์เยอะที่สุดก็วันนั้น ประทับใจมาก นึกแล้วก็ต้องขอบพระคุณคุณยายที่ให้เสียงได้สวดมนต์ในวันนั้น
ได้ไปเรียนหนังสือภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยในนิวยอร์ค ไปเรียนภาษาอังกฤษ วิชาหนึ่งที่ไม่รู้จะเตรียมตัวยังไงก็คือวิชาการอ่าน เพราะเวลาน้อย เขาให้เลือกมา แล้วก็อ่านแล้ว แล้วก็ตอบปัญหา ไม่รู้จะเตรียมตัวยังไง ทำ ไม่รู้จะทำยังไงฮะ เช้านั้นก็ไม่ต้องเตรียมอะไรแล้วแหละ นั่งธรรมะดีกว่าเรา ก็นึกถึงคุณยายไป เพราะหลวงพ่อบอกว่าให้ขอบ่อยๆ คุณยายชอบคนขอ เราก็เลยขอเลย เต็มที่เลย ไม่ประหยัด ไม่มัธยัสถ์แล้ว ขอทุกเรื่อง จะสอบก็ไม่รู้จะทำยังไง นึกถึงคุณยายฮะ ก็ขอพรคุณยาย
พอนั่งสมาธิเสร็จ ลุกปุ๊ป รู้สึกว่าไม่กังวลเลยฮะ ไม่กังวล ไม่มีความทุกข์ใดๆ ทั้งสิ้น ลุกขึ้นก็สบายใจ นั่งธรรมะเสร็จก็สบายใจ จะสอบได้สอบตกไม่รู้ แต่รู้สึกสบายใจ ไป ไปโรงเรียน ไปถึงห้องสอบก็นั่งหลับตา คุณยาย คุณยายทำข้อสอบกันนะ ก็นั่งหลับตา คุณยายทำข้อสอบกันนะ คุณยายไม่รู้ ก ไก่ ข ไข่ ภาษาอังกฤษก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยนะ ก็นึกถึงคุณยายในศูนย์กลางกาย คุณยายทำข้อสอบกันนะ พอได้ดูโจทย์ปุ๊ป โอ้โฮ มันยากกว่าที่เราคิดอีกนะนี่ เวลาก็น้อยนิด แล้วส่วนใหญ่จะตกเวลาคือทำไม่ทัน เอ้า คุณยาย เราทำข้อสอบกันนะ หลวงพี่ก็ทำเลย ลงมือ ปุ๊ปๆๆๆ สบายใจตลอด ไม่มีทุกข์ ไม่มีร้อน สบายใจ ทำก็สบายใจ รวดเร็วมาก ปั๊ปๆๆ เสร็จทันเวลา ส่งครู
เวลาประกาศผลสอบ เขาจะเชิญมาทีละคน บอกผลสอบทีละคน ประเมินผลตั้งแต่เทอมนี้ว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง ครูก็บอกเลยนี่ อึ่ม you ได้คะแนนดี โดยเฉพาะวิชาการอ่าน (หัวเราะ) โดยเฉพาะวิชาการอ่าน หลวงพี่ก็ยิ้ม ยิ้มเพราะอะไร เพราะคุณยายนั่นแหละ เพราะคุณยายนั่นแหละ นี่เพราะฝีมือคุณยายแท้ๆ ชมเลย ครูยังชมเลย
ตอนนั่งเครื่องบินกลับมา นั่งสายคาเธ่ย์บินกลับมา จะมาต่อเครื่องที่ฮ่องกง นั่งมาใกล้วัดแล้ว นึกได้ตอนเครื่องบินลดเพดานบินลง ตายละหว่า เครื่องบินจะถึงดอนเมืองอยู่แล้ว หลวงพี่อยู่ที่โน่นไม่เคยเห็นเจดีย์จริงๆ อย่างนี้ไม่เคยเห็น นี่เพิ่งมาเห็นนี่ ไป ๓ ปีครึ่ง เพิ่งกลับมาเห็นนี่ โอ้ ดีใจมากที่สุดเลย อยู่โน่นก็บอกบุญน่าดูเลยนะ อู๊ย องค์พระเรานะ เป็นทะเลองค์พระ องค์พระเราสวย กว้าง ๑๘ เซ็นต์ สูง ๑๘ เซ็นต์ ๓ แสนองค์ งดงาม ไม่เคยเห็นหรอกฮะ พูดไป พูดไปเรื่อยเลย เห็นใน internet แต่ว่ามันไม่ ไม่เหมือนเห็นจริง ก็พูดไป คนก็ทำบุญกันนะ (หัวเราะ)
ก็ตั้งใจว่านี่ เครื่องบินจะลงแล้วนี่ โอกาสดีฮะ ถ้าขากลับ ไปอเมริกานี่มันต้องออกกลางคืน ก็ไม่เห็นอีก อดเห็นอีก อยากจะเห็น ตายแล้ว เราก็นั่งอยู่กลางเครื่อง จะทำยังไงดี ก็นึกถึงคุณยาย (หัวเราะ) ไม่รู้จะทำยังไง ก็นึกถึงคุณยาย คุณยาย ตอนนั้นเขาให้คาดเข็มขัดแล้ว ไม่ให้เดินแล้ว แอร์เออนั่งเรียบร้อยประจำที่หมด คุณยาย คุณยาย อยากจะนั่งข้างหน้าต่างจะได้เห็นเจดีย์ เห็นสภา เห็น ๒,๐๐๐ ไร่ เห็นวัดเรา ไม่เห็นเลยนี่ อยากเห็นจังเลยคุณยาย คุณยายตามแอร์มาหน่อยซิ ก็นึกไป นึกไป (หัวเราะ) ไม่รู้นึกขอคุณยายบ่อยจังเลย ก็นึกไปสักพักหนึ่ง แอร์ลุกขึ้นมาเลย ลุกขึ้นมา เดินมา ยิ้มมาหาหลวงพี่แต่ไกลเลยนะ หลวงพี่ก็ยิ้มรับไว้คอยแล้ว ยิ้มคอยเลย เขาก็ยิ้มเข้ามาหา เราก็ยิ้มรับเขา บอกช่วยได้ไหมนี่ ฉันจากวัดไปนาน ฉันอยากจะเห็นวัด ฉันนี่จะถึงอยู่แล้วนี่ ขอย้ายไปอยู่ริมหน้าต่างได้ไหม ไม่รู้ว่านั่งฝั่งไหนแล้วจะเห็นเจดีย์นะ ถ้านั่งผิดฝั่งก็ไม่เห็นเหมือนกัน ไม่รู้นั่งฝั่งไหนเหมือนกัน เขาบอกโอเค ไปทางนี้ โอ้โฮ ช่วยยกกระป๋งกระเป๋าอย่างดีเลย เราไปถึงเราก็รีบจ้องหน้าต่างเลย ดูใหญ่ คาดเข็มขัดปุ๊ป จ้องเลย
แป๊ปเดียวก็ถึงฮะ เห็นเลย เห็นโอ้โฮ วัดเรายิ่งใหญ่มาก มองจากบนฟ้านี่ โอ้โฮ สง่า เจดีย์เราง๊ามงาม สีทองกระทบแสงแดดนี่ โอ๊ย ระยิบระยับ เห็นสภา โอ้ ทำไมใหญ่อย่างนี้นี่ โอ้โฮ เห็นใน internet ว่าใหญ่ เห็นบนท้องฟ้าใหญ่กว่าอีก เอ๊ะ สระตัว M หรือนี่ มารู้ว่าทีหลังหลวงพ่อให้ชื่อว่า อะไรนะ มิเดียมแนร์ มิละเนี่ยม ใช่ไหมฮะ โอ้โฮ ชื่อเก๋ไก๋อีกต่างหาก เห็นตึกพักสงฆ์ เห็นโบสถ์ งามจริงๆ วัดเรา ก็คิดถึงวัดเหลือเกิน หลวงพี่อยู่ที่โน่น คิดถึงวัดที่สุดเลย ๓ ปีครึ่ง คิดถึงวัดมาก เพราะตอนไปแรกๆ ตั้งใจไปปีเดียว ลืมไปว่าเขามีสัญญาว่าอยู่ปีต่อปี (หัวเราะ) แล้วอยู่ไป ๓ ปีครึ่ง นี่ได้มาเพราะงานคุณยาย เลยได้มาวัด ตื่นเต้นไปหมด เดินไปไหน ตื่นเต้นไปหมด เพราะวัดเราใหญ่ นี่ได้เห็นวัดเลย ได้เห็นเจดีย์นี่ ก็อธิษฐานขอคุณยายอีกนั่นแหละ
คนที่อเมริกานี่เขาไม่เคยรู้จักคุณยาย ไม่เห็นคุณยาย ได้แต่ยินพระท่านเล่าให้ฟัง หลวงพี่เล่าให้ฟัง เขาได้ฟังเรื่องคุณยายนี่เขาซาบซึ้ง บางคนพอพูดเรื่องคุณยายปุ๊ปนี่ ขอทิชชู่เลยนะ น้ำตาไหล รักคุณยาย เคารพคุณยายอย่างสุดหัวใจ ไม่เคยพบ ไม่เคยได้กราบท่าน แต่เคารพสุดหัวใจ ซาบซึ้ง ยินดีมาก คุณยายนี่ได้ทำประโยชน์อย่างใหญ่หลวง แม้ลูกๆ หลานๆ อยู่ไกลๆ
มีคนหนึ่งมาถวายปัจจัยสร้างองค์พระ หลวงพี่ก็ซักถามว่าไปไหนมา ไปยังไงมายังไง คุณโยมมาจากไหน เขาบอกว่าเขามาไกลมาก ทวนเทปใหม่
(จบแล้วหรือ)
หน้า PAGE 15
440120FW-AAT