คุณยายเป็นผู้เลิศด้วยคุณวิเศษ
(ม้วน 1/A)
พระสุรัตน์ ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และเพื่อนสหธรรมมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
ในวันนี้ก็เป็นอีกวาระหนึ่งที่หลวงพี่จะได้มีโอกาสนำธรรมะ นำเรื่องราวปฏิปทาของคุณยายอาจารย์ให้กับพวกเรา ก็เป็นเวลาเกือบ ๓ เดือนแล้ว ที่พวกเราได้มีโอกาสมาบำเพ็ญกุศล ฟังสวดพระอภิธรรม ฟังบรรยายธรรม ธรรมะที่พระอาจารย์ท่านได้นำมาฝากให้กับพวกเรานั้น ไม่ทราบว่าพวกเรานี่ได้ จำได้หมดไหมนี่ ยิ้มๆ เอาเป็นว่าจำเกือบหมดแล้วกันนะ จำดีกว่าจด ถ้าจำไม่หมด จดดีกว่านะ หรืออีกคำหนึ่งว่าจำดีกว่าจด จำไม่หมดทั้งจดทั้งจำ แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมอุปกรณ์การจด ก็กลับไปจดที่บ้านก็แล้วกัน ใครที่ยังไม่เคยจด ก็เริ่มจดวันนี้วันที่หลวงพี่เทศน์นี่ก็แล้วกันนะ
บรรยากาศในการที่เราได้มาร่วมงานรู้สึกจะเอื้ออำนวยขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีก็ยุงเข้าได้ทุกทิศทาง ตอนนี้บังคับให้ยุงเข้าเป็น one way อาจจะเข้าด้านหลัง เข้าประตูหน้าด้วยนะ เข้าประตูหน้าแล้วออกประตูข้างนะ หรือเข้าประตูข้างออกประตูด้านหน้า
นึกถึงสมัยครูบาอาจารย์ของเรานะ นึกดูซิว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำนะ ท่านก็ผจญ ผจญกับมดขี้ เราเคยได้ยินประวัติหลวงพ่อวัดปากน้ำใช่ไหม ตอนที่ท่านจะอุทิศชีวิตปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมะที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า มีมดมันขึ้นมาจากร่องปูนในพื้นโบสถ์ วัดโบสถ์บน ที่บางคูเวียง ท่านจะเอาน้ำมันก๊าซนะ เอานิ้วจุ่มน้ำมันก๊าซขีดวงเพื่อไม่ให้มดเข้ามา ก็คิดได้ว่าจะอุทิศชีวิต แล้วกลัวไปใยกับมดแค่นี้ ก็เลยไม่ได้เอาน้ำมันก๊าซขีด
คุณยาย เอ่อ หลวงพ่อวัดปากน้ำเจอมดขี้ คุณยายเจออะไร ตัวเรือด เห็นไหม สมัยที่ท่านมาอยู่วัดปากน้ำใหม่ๆ ได้เตียงเก่าๆ ผุๆ มีตัวเรือดเต็มไปหมดเลย ถึงเวลานอน มันก็มากัด จิ๊ดทีก็จับที ใส่กระโถน รุ่งขึ้นเช้าก็เอาไปปล่อย ไปปล่อย ปล่อยสัตว์ทุกเช้าเลย คุณยายท่านก็เจอตัวเรือด เราก็เจอยุง ก็น่าจะแหม เจริญรอยตามครูบาอาจารย์นะ ตอนนี้เราก็กลายเป็นมีมุ้งลวดเกือบครบทุกทิศทางแล้วนี่ ถ้ากระไรต้องกราบเรียนหลวงพ่อว่าขอแค่นี้พอนะ เดี๋ยวไม่ได้เจริญแบบอย่างครูบาอาจารย์
แต่ก็นั่นแหละพวกเรามาสู่ยุคของการสร้างบุญสร้างบารมีแบบสบายๆ ไม่ต้องลำบากลำบน มีพรม ต่อไปก็มีมุ้งลวดครบ อย่างเดียวที่ไม่มีคือไม่มีแอร์นะ แต่นี่ก็มีแอร์นี่ แอร์ธรรมชาติรอบทิศทางเลย ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้มาน้อมนำธรรมะปฏิปทาของคุณยายให้มาสู่ตัวเรา
เอาเป็นว่า วันนี้ ณ เวลาตอนนี้เรายังไม่ได้จด ยังไม่ได้จดธรรมะตรงนั้น เราจรดใจก่อนดีกว่า จรดมี ร เรือนะ จรดใจก่อนดีกว่า หลวงพี่ได้นำโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อซึ่งท่านได้เทศน์เอาไว้ ให้โอวาทเอาไว้หลายปีแล้ว ท่านได้บรรยายไว้ ๒ ชั่วโมง เพื่อเวลาที่มีจำกัด แล้วก็เพื่อให้ได้ในสิ่งที่จะฝากให้กับพวกเรา ก็ได้ตัดตอนคัดย่อมาให้เราได้ฟังส่วนหนึ่ง เราก็จรดใจก็แล้วกันระหว่างที่ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็จรดใจไว้ที่กลางกาย เพื่อให้ธรรมะเหล่านั้นได้อยู่ในใจของเรา แล้วก็จะได้นำไปปฏิบัติ กลับไปก็ไปจดต่อนะ จดใส่กระดาษทบทวนนะ จำไม่หมด จด ทั้งจดทั้งจำนั่นแหละ เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาต่อจากนี้เดี๋ยวเราปฏิบัติธรรมไปด้วย ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปด้วย ขอเชิญนะ
เทปเสียงหลวงพ่อธัมมชโย : วันนี้เรามาประชุมพร้อมกัน เพื่อจะมาระลึกนึกถึงบุคคลท่านหนึ่งซึ่งเป็นปูชนียาจารย์ของหลวงพ่อและของพวกเราทั้งหลาย คือคุณยายอาจารย์ของเรา อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพราะฉะนั้นให้ทุกคนตั้งใจให้ดีนะจ๊ะ เอาใจหยุดใจนิ่ง ให้นิ่งเหมือนคุณยาย ที่ท่านฝึกตัวของท่านมา หลวงพ่อก็จะถือโอกาสเล่าประวัติความเป็นมาของคุณยาย พร้อมกับการทำสมาธิภาวนาของเรา คือเราหลับตาฟังด้วยใจที่มีความสุข มีปิติ มีความบริสุทธิ์อยู่ภายใน สิ่งที่เล่านี้จะได้ติดไปที่ศูนย์กลางกายของเรา
ปกติยายเป็นคนสันโดษ มักน้อย แล้วก็ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ยินดีในปัจจัยตามมีตามได้ ไม่ยินดีในของของคนอื่น เป็นคนซื่อ คนตรง คิดอย่างไร พูดอย่างนั้น ปากกับใจตรงกัน ไม่มีอ้อมค้อมเลย แต่ใจท่านเกลี้ยงเกลา ใส สะอาด บริสุทธิ์ทีเดียว แล้วก็เป็นคนสะอาด เป็นคนมีระเบียบ การจัดเสนาสนะของท่านนี่สวยงามมาก กระทั่งจัดฝาหม้อนี่ ท่านเรียงกันไปเหมือนมีเป็นพี่เป็นน้องทีเดียว จากเล็กไปหาใหญ่ เรียงกันไปตามลำดับ เช็ดบ้านถูบ้านก็เช็ดทุกทิศทุกทาง ซ้ายขวาหน้าหลัง ล่างบน อะไรเช็ดได้ก็เช็ดหมด
แล้วท่านก็สอน ท่านสอนว่าถ้างานหยาบไม่ละเอียด แล้วงานละเอียดมันจะไปละเอียดได้อย่างไร ส่วนประสบการณ์ด้วยตัวเองของหลวงพ่อกับท่านนั้นน่ะมีมากทีเดียว จนกระทั่งยอมรับท่าน เพราะสิ่งที่ท่านพูดมันเป็นจริงไปอย่างนั้นในทุกๆ เรื่องทีเดียว
คุณยายท่านก็หมดห่วงหมดกังวล มีปีติ สุขที่ได้เข้าถึงธรรม สุขที่ได้เข้าฌานสมาบัติ สุขที่ได้ไปนรกไปสวรรค์ได้ สุขที่ได้ไปพบพ่อ สุขที่ได้ช่วยพ่อ สุขที่ได้ขออโหสิกรรมกับพ่อ สุขไม่มีที่สิ้นสุดเลย มีปีติสุขมาก
คุณยายนอนหลับ ฝันว่าเรายืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำใหญ่ มีเรือลำหนึ่งพาเรือข้ามแม่น้ำ อีกฝั่งหนึ่งมีต้นโพธิ์ใหญ่ ใหญ่มาก มีใบดกร่มครื้มทีเดียว ทั้งใหญ่ทั้งสวยงาม ให้ร่มเงาดี เรือลำนั้นก็พามาส่งอีกฝั่งหนึ่ง พอขึ้นฝั่งก็ไปนั่งใต้ต้นโพธิ์ รู้สึกมีความสุขมากๆ แล้วท่านก็ตื่น ตื่นนอนขึ้นมา
วันรุ่งขึ้นคุณยายทองสุกก็พาไปกราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ พอกราบยังไม่ทันครบ ๓ ครั้ง หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ทักว่ามึงมันมาช้าไป คุณยายท่านก็ไม่รู้เรื่อง เจอหน้าครั้งแรกก็ทักกันแล้วว่ามึงมันมาช้าไป แล้วส่งให้เข้าไปทำวิชชาในโรงงานทำวิชชาเลย สมัยนั้นเขาเรียกว่าโรงงานทำวิชชา คือท่านมีนัยยะว่าโรงานคือที่ผลิตสิ่งของต่างๆ แต่นี่เป็นโรงงานผลิตวิชชา เพราะฉะนั้นก็ส่งนักศึกษาเข้าไปศึกษาวิชชา ก็เข้าไปพร้อมกันกับคุณยายทองสุก พอเข้าไปถึงแล้วคุณยายท่านก็ตั้งใจเอาไว้ว่าเราจะศึกษาวิชชาธรรมกายด้วยชีวิต ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอดทน เราจะไม่สนใจ จะสนใจแต่วิชชาธรรมกายกับคำที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สั่งสอนเท่านั้น
ต่อมาหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ค่อยๆ ถามยาย นิ่งดีหรือยังวะ คุณยายบอกโอ้โฮ พอท่านถามเท่านั้นนี่มันรู้สึกแปลก ก็บอกนิ่งแล้วเจ้าค่ะ พอนิ่งปุ๊ป ใจมันก็นิ่งกึ๊ก นิ่งชัดเลย แล้วหลวงพ่อท่านก็ถามว่าเห็นกะเขาไหมวะ เห็นเจ้าค่ะ ชัดเลยแจ๋วเลยตอนนี้ ชัดแจ๋ว ท่านถามคำถามแรก ลูกจันทร์เห็นกะเขาไหมวะ เห็นเจ้าค่ะ เออวันนี้หลวงพ่อไปฉันอาหารที่หอฉัน ผ่านมาที่โบสถ์ เห็นนกมันบินมาในอากาศ มันมาเกาะที่หลังคาโบสถ์ แล้วมันก็หันหลังไปดู สักพักหนึ่งมันก็บินไป ทำไมมันทำอย่างนั้นวะ นี่คำถามแรกของการศึกษาวิชชาธรรมกาย
คุณยายท่านก็พรื่บหลุดเข้าไปจนกระทั่งจิตบริสุทธิ์ นิ่ง มีความสุขภายใน ท่านก็ตอบ ท่านบอกมันเห็นเป็นภาพไปเลย บอกแปลกจังเลย นกมันบินมาจากตรงนั้น มันมาเกาะที่หลังคา มันหันหลังไปดูทางของมันที่มา แล้วมันก็บินไปทำมาหากิน หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านบอกว่าเออ มันก็ต้องอย่างนั้นซิวะ แล้วท่านก็นิ่ง
เอาอีกแล้ว วันรุ่งขึ้นมาอีกแล้ว คำถามที่ ๒ ได้ยินเสียงหลวงพ่อวัดปากน้ำเดินเข้ามา ลูกจันทร์ หลวงพ่อไปฉันอาหารที่โรงอาหาร เห็นไอ้เด็กคนหนึ่งนะ ขามันเป๋ มึงไปดูซิวะกายละเอียดมันเป๋หรือเปล่า เอาแล้วคำถามที่ ๒ มาอีกแล้ว
คุณยายท่านก็หยุดนิ่งเข้าไป ธรรมกายเข้าไปเรื่อย เดินสมาบัตินิ่ง จนกระทั่งละเอียด ความสะดุ้งกลัวหาย มีความสุข มีจิตบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดเรื่องอะไรเลย ก็เห็นเป็นภาพ ก็ตอบไป เออมันก็ต้องอย่างนั้นซิวะ นี่ครั้งที่ ๒ พอตอบถูกถามใหญ่เลย แปลกจัง นึกว่าตอบถูกแล้วเลิกถาม ลูกจันทร์ หลวงพ่อไปที่ไหน ฉันอาหาร ที่หอฉัน เดินออกมาเห็นหมาตัวหนึ่งมันนอนอยู่ มึงไปดูซิวะ กายละเอียดมันเป็นยังไง คุณยายก็รู้สึกมีความเชื่อมั่นขึ้น ก็นิ่งไป จนกระทั่งถึงจุดแห่งความบริสุทธิ์ ความสะดุ้งกลัว หาย มีความสุข มีปีติ จิตบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลา นุ่มนวล ควรแก่การงาน ก็เห็นเป็นภาพ ก็ตอบไป มันเป็นอย่างนั้นเจ้าค่ะ เออมันก็ต้องอย่างนั้นซิวะ ท่านบอก ๓ คำถามแล้ว คำถามที่ ๔ คราวนี้สบาย
ถ้าจะเล่าเรื่องยายนี่อีกเยอะแยะไปหมดเลย หลวงพ่อว่ามันเป็นวันๆ เอาเป็นว่าอย่างนี้ก็แล้วกันนะจ๊ะว่าหลวงพ่อจะรัดเลยนะจ๊ะ คุณยายท่านนี่เวลาท่านทำวิชชานี่ กายของท่านมันหลุดไปเลยนี่ ร่างกายเป็นประดุจภาชนะรองรับผู้มีฤทธิ์ ผู้มีอานุภาพทั้งนั้นเลย กายท่านเป็นประดุจภาชนะอย่างนั้นเลย ซ้อนๆๆ กัน ถ้าไม่เป็นอย่างนี้แล้ว ไปปราบมารมันไม่ได้หรอก ไปสู้กับเขาไม่ได้ มันต้องไปรู้ไปเห็นเขานี่ ชัดเจนทีเดียว สู้กันไปอย่างนี้
ในสมัยสงครามโลก ตอนกลางวัน ๖ ชั่วโมง ตอนกลางคืนอีก ๖ ชั่วโมง ตอนท่านอยู่กะกลางคืนคือเข้าตั้งแต่ ๕ ทุ่มครึ่ง ไปออกเอา ๖ โมงเช้า พออีกชุดก็จะมารับเอาตอนตี ๕ ครึ่ง แล้วก็ไปออกเที่ยง ท่านก็รับช่วงต่อ หลังจากฉันเพลเสร็จแล้วก็เรื่อยมาถึง ๖ โมงเย็น ตอนก่อน ๖ โมงเย็น ประมาณ ๕โมงครึ่ง ประชุมทั้ง ๒ กะ ๒ เวรนี่ประชุมกัน หลวงพ่อวัดปากน้ำจะถ่ายทอดวิชชา ซักถามอะไรต่างๆ กันไป ท่านก็ทำของท่านกันไปอย่างนี้ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานเลย ลูกระเบิดจะลงกันมาแค่ไหนก็แล้วแต่ ยายบอกเฉยๆ ยายไม่ได้ตื่นเต้นหรอก ยายก็เข้าไปข้างใน เก็บเข้าไปเรื่อยๆ เลย เก็บไปปัดไป พิสดารกายไปอะไรต่างๆ ปาฏิหาริย์กายไป
โอ้ย เยอะแยะ สนุกสนาน เล่ากันไม่จบหรอก แล้วสนุกเกินจริงๆ เลย ไม่งั้นยายจะอยู่ได้อย่างไร บอกมีความสุข ไม่นึกเรื่องอะไรเลย นึกอย่างเดียว ทำอย่างไรจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมแล้วท่านจะพูดกับหลวงพ่อเวลาท่านสบาย เอ้า ใครจะไปนิพพานก่อนก็ไปเถอะ ยายยังไม่ไป ยายจะไปปราบมารให้ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นใจของท่านจะมุ่งอยู่อย่างนี้ มุ่งอย่างนี้ตลอดๆ เลย
ดังนั้นใครทำบุญกับท่าน ก็เท่ากับทำบุญกับผู้มีอานุภาพที่ลงมาซ้อนในท่านนับไม่ถ้วนอย่างนั้นแหละ เพราะตัวท่านประดุจภาชนะรับสิ่งนั้นแล้วนี่ ซ้อนกันมานับไม่ถ้วนเลย บุญจะขนาดไหนจ๊ะ บุญน่ะไม่มีประมาณเลย เมื่อบุญไม่มีประมาณก็ได้แต่อุปมา ว่าถ้าหากกท้องฟ้าเรานี้นี่ปราศจากเมฆหมอก ดวงดาว จักรวาลต่างๆ เกลี้ยงเป็นที่โล่งว่างๆ ไม่มีขอบเขต สุดฟ้าครอบนั่นน่ะ บุญอัดแน่นเต็มอย่างนั้นน่ะหลายๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นโอกาสนี้เป็นโอกาสดีของพวกเราทั้งหลายที่เราจะได้บุญใหญ่ ให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจบูชาธรรมคุณยายให้เต็มที่ บุญใหญ่นี้ก็จะได้ติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ เมื่อได้ยินได้ฟังอย่างนี้แล้วก็ขอให้ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจกันนะจ๊ะ
พระสุรัตน์ : นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นปฏิปทาของคุณยาย แสดงถึงความเป็นผู้เลิศ เป็นผู้มีธรรมะอันเลิศ เป็นผู้ทรงอภิญญา มีวิชชาธรรมกายที่เชี่ยวชาญ มีญาณทัสสนะที่เชี่ยวชาญ เราได้ยินได้ฟังอย่างนี้ก็จะมีความมั่นใจ มีความมุ่งมั่นที่จะเจริญรอยตามคุณยาย ปฏิบัติให้ได้อย่างคุณยาย นั่งธรรมะให้ได้อย่างคุณยาย มีคุณธรรม มีคุณวิเศษให้ได้อย่างคุณยาย และสร้างบารมีให้ได้อย่างคุณยาย เจริญรอยตามท่าน
แล้วก็น้อมนำอาราธนาคุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้ศูนย์กลางกายของคุณยายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับศูนย์กลางกายของเรา ให้ความคิด ความเห็น ความจำ ความคิดความรู้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความที่เอาใจไว้กับสิ่งที่เลิศ ย่อมทำให้สิ่งที่เลิศ ได้ความเป็นผู้เลิศตามมา เอาใจจรดไว้ที่ศูนย์กลางกาย ศูนย์กลางของคุณยาย ย่อมได้คุณธรรม ได้ธรรมะอันเลิศของคุณยาย แล้วเจริญรอยตามท่าน เพราะท่านเป็นต้นแบบและเป็นต้นบุญให้กับเรา ท่านเป็นต้นแบบ เป็นต้นแบบทั้งทางด้านกาย วาจา แล้วก็ใจ
ความที่คุณยายท่านเป็นผู้รักความสะอาด ความมีระเบียบวินัย สร้างระบบระเบียบแบบแผน ทำให้ได้วัดพระธรรมกาย ได้หมู่คณะที่ได้สร้างบารมีร่วมกัน ท่านเป็นต้นแบบทางวาจา ธรรมะของคุณยายนั้นเป็นธรรมะที่ออกภายใน ออกจากศูนย์กลางกาย ออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นแม้คุณยายท่านไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่ท่านมีธรรมะมาสอนพวกเรา คนจบสูงๆ ทางโลก ยังต้องมาเรียนธรรมะกับท่าน คุณยายท่านรู้รอบ รู้ลึก รู้ไกล ท่านไม่ต้องไปท่องเที่ยวที่ไหน ไปดูงานที่ไหน แต่ท่านศึกษาจากภายใน ธรรมะภายในที่ท่านถ่ายทอดออกมาจึงละเอียดลึกซึ้ง และสามารถปฏิบัติได้ผลจริง
วาจาที่ท่านพูดออกมานั้นเป็นวาจาที่บริสุทธิ์ เรียกได้ว่าปากกับใจตรงกัน เพราะใจของท่านนั้นเมื่อมีสิ่งใดมากระทบ ก็ไม่กระเทือน ไม่กระเพื่อม ไม่หวั่นไหว ในสิ่งต่างๆ ใจยายนิ่ง ถึงเวลาท่านปฏิบัติธรรม งานหยาบที่เพิ่งทำผ่านไป ท่านก็ปล่อยวางดิ่งธรรมะเข้ากลางไปอย่างเดียว ถ้าเป็นพวกเรา เป็นคนอื่น เรื่องต่างๆ เข้ามายุ่งอยู่ในใจ ยังทิ้งไปไม่หมด แต่ของคุณยายไม่ใช่ ลุยงานหยาบ ดูแลเสนาสนะ ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ ถึงงานดิ่งธรรมะ ท่านปล่อยทุกเรื่อง ใจเข้าไปอยู่ในกลางอย่างเดียว คุณยายท่านถึงละเอียด มีญาณทัสสนะที่เชี่ยวชาญ แตกฉาน จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำได้กล่าวชมว่าลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง
คุณยายท่านเป็นต้นแบบ เป็นต้นบุญ เป็นผู้ที่นำวิชชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมาถึงหลวงพ่อธัมมชโย แล้วก็มาถึงพวกเรา ถ้าไม่มีคุณยายก็ไม่มีหลวงพ่อธัมมะ ไม่มีหมู่คณะแล้วก็ไม่มีพวกเราที่จะได้สร้างบารมีร่วมกัน คุณยายท่านธำรงรักษาวิชชาธรรมกายเอาไว้ เป็นวิชชาธรรมกายที่สะอาดบริสุทธิ์ เพราะวิชชาธรรมกายนั้นการจะรักษาให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ไม่ให้ไปเลอะเทอะ ไม่ให้ไปเพี้ยนนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ
ครั้งใดที่นึกถึงคุณยาย เราก็จะนึกถึงวิชชาธรรมกายว่า วิชชาธรรมกายนี้แหละที่จะยังความสงบ สันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่ชาวโลก และเราก็จะเป็นผู้หนึ่งที่จะได้ช่วยกันสืบสานมโนปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่ได้ฝากฝังไว้กับคุณยายให้ช่วยรักษาวิชชาธรรมกายให้บริสุทธิ์ และให้แผ่ขยายสืบทอดวิชชาธรรมกายนี้ต่อไป
พวกเรานั้นเป็นหมู่คณะที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีบุญมาก เพราะการจะได้ยินได้ฟัง ได้รู้ได้เข้าใจ และได้ปฏิบัติวิชชาธรรมกายนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยยาก บุคคล ประชาชน พลเมือง ชาวโลกทั้งหลายมีอยู่มากมายนัก เมื่อเทียบกับเรานั้น พวกเรานั้นเป็นส่วนน้อยนิดเท่านั้นเองที่ได้เรียนรู้ ได้ศึกษา ได้ปฏิบัติ แต่ก็มีชาวโลกอีกจำนวนไม่น้อยที่เขามีเชื้อสายของนักสร้างบารมี เชื้อสายของวิชชาธรรมกาย ชาวโลกนั้นรอคอยเราอยู่ ตั้งแต่ หลวงพ่อใช้คำว่าเขารอคอยเราอยู่ อย่าให้เขาคอยฟรี หมายความว่าพวกเราเป็นนักสร้างบารมี ทำหน้าที่กัลยาณมิตร นำธรรมะ นำสิ่งที่เรียนรู้นี้ไปเผยแพร่ ไปชักชวนบุคคลทั้งหลายให้มาสู่เส้นทางนี้ให้ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ได้มาสร้างบารมีร่วมกัน
พวกเรานั้นเป็นบุคคลพิเศษ เรียกได้ว่าที่หลวงพ่อใช้คำว่ามนุษย์พันธุ์พิเศษ ไม่ใช่พันธุ์ขี้ไต้ ถ้าพันธุ์นั้นต้องเตือนกันบ่อยๆ เหมือนขี้ไต้ต้องเขี่ยกันบ่อยๆ อย่างนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านกล่าวว่าดวงอาทิตย์นั้นไม่ต้องกลึงก็กลม ไม่ต้องจุดก็สว่าง หมายความว่าเรานักสร้างบารมี ก็ต้องเป็นนักสร้างบารมีที่เข้มแข็ง ไม่ต้องตอกย้ำกันบ่อยๆ เตือนกันบ่อยๆ เป็นปกติวิสัยของนักสร้างบารมีที่จะต้องเตือนตัวเองได้ สอนตัวเองได้ แล้วก็ทำหน้าที่กัลยาณมิตรโดยไม่มีข้อแม้ ไม่มีเงื่อนไข เป็นประดุจม้าอาชาไนย มีนายฝึกม้า คนขี่ม้า ไม่ต้องลงแส้ เพียงแค่จับแส้หรือเงื่อแส้เท่านั้น ม้าก็รู้แล้วว่าจะต้องเดินไปข้างหน้า วิ่งไปข้างหน้า
เราได้มาบังเกิดในยุคนี้ ในขณะที่สรีระสังขารคุณยายยังอยู่ ดังที่เราได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่ากายของคุณยายนั้นเป็นที่รองรับผู้มีฤทธิ์ ผู้มีอานุภาพ พระธรรมกายท่านซ้อนๆๆ นับอสงไขยไม่ถ้วนทีเดียว กายของคุณยายนั้นสะอาด บริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ เพราะฉะนั้นในขณะที่สรีระสังขารท่านยังอยู่ เราจะได้มีโอกาสสร้างบุญสร้างบารมีกับท่าน ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านกล่าวว่าทำให้ยาย แต่ได้ที่เรา ก็หมายความว่าท่านเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ท่านเป็นต้นบุญเป็นต้นแบบ เราสร้างบุญกับท่าน บูชาธรรมท่าน เราก็จะได้อานิสงส์ ได้บุญบารมี เจริญรอยตามคุณยายอาจารย์ท่านด้วย บุญที่เราจะได้ก็ได้เป็นบุญอันเลิศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราก็จะได้อาศัยคุณยายนี่แหละไปเอาบุญศักดิ์สิทธิ์กลับมาให้กับพวกเรา เพราะท่านจะเป็นต้นบุญอันเลิศให้กับพวกเรา
โครงงานต่างๆ ที่ผ่านมานั้นก็ได้คุณยายอาจารย์ท่านเป็นต้นบุญ นำสาธุชนรวบรวมทรัพย์ รวบรวมปัจจัยทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ให้ได้สถานที่ที่เป็นตั้งที่ของมหาธรรมกายเจดีย์ ได้สร้างสิ่ง ๓ สิ่งคือมหาธรรมกายเจดีย์ สภาธรรมกายสากล และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ท่านเป็นต้นบุญ ปลดเปลื้องภาระต่างๆ จนกระทั่งได้สำเร็จลุล่วงมาได้ระดับหนึ่ง ได้มีการฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่ ๑ เรียกได้ว่าที่ผ่านมานั้นก็ได้คุณยายอาจารย์ของเรานี่แหละเป็นต้นบุญ เป็นขวัญ เป็นกำลังใจ เป็นเนื้อนาบุญ นำศิษย์ยานุศิษย์ นำหมู่คณะ ทำให้งานต่างๆ สำเร็จได้ด้วยดี
ให้ได้ครบ ๑ ตารางเมตร ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้บูชาธรรมคุณยาย ได้สร้างบุญอันเลิศ บุญพิเศษ บุญใดๆ ก็ตามที่เป็นบุญใหญ่ บุญพิเศษแล้ว ก็ชื่อได้ว่าเป็นการย่นย่อหนทางแห่งพระนิพพาน และมีหลวงพ่อธัมมะ มีคุณยาย มีธรรมะแล้วก็มีพระนิพพานเป็นที่พึ่ง เรามุ่งไปสุด ไปสู่ที่สุดแห่งธรรม บุญอะไรใหญ่ๆ เราก็ต้องรีบขวนขวาย รีบสั่งสม ถึงแม้ว่ากำลังทรัพย์ของเราจะมีน้อย เราก็ทำเต็มกำลัง ไม่ใช่ทำตามกำลัง ขวนขวายหาทาง ทำอย่างไรให้ได้บุญใหญ่ๆ ทำอย่างไรให้งานสำเร็จไวๆ ไปชักชวนบุคคลทั้งหลายให้มาสู่เส้นทางนี้ ให้มาร่วมสร้างบุญ ร่วมสร้างบารมีด้วยกัน ให้เขาได้รู้จักวิชชาธรรมกาย
เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำหน้าที่กัลยาณมิตร อย่างที่ได้บอกไว้แล้วว่าไม่ต้องมาเตือน ไม่ต้องมาย้ำกันบ่อยๆ เราทำหน้าที่กัลยาณมิตรไปชักชวนบุคคลทั้งหลาย ใครก็ตามที่เรามีความรักความปรารถนาดีจะรู้จักไม่รู้จักก็ตาม ไปชวนเขา ยังไงโอกาสนี้ช่วงนี้ เรื่องราวต่างๆ ของวัดเริ่มซาลงไป เป็นเรื่องของบุญ เรื่องกุศล ภาพลักษณ์ต่างๆ ดีขึ้น ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้สร้างภาพลักษณ์ นำภาพลักษณ์ที่ดีนั้น มาเผยแผ่ให้กับสาธารณชนได้ทราบ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร ไปชักชวนบุคคลทั้งหลายให้มาร่วมงานบุญกัน บางครั้งเราอธิบายขยายความแนะนำต่างๆ หลายๆ ครั้งหลายคราว คำพูดแม้นเป็นหมื่นเป็นแสนคำ บางครั้งไม่เท่ากับภาพๆ เดียวที่ได้เห็น ไม่เท่ากับการกระทำเพียงครั้งเดียว ให้เขาได้มีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศของการประพฤติปฏิบัติธรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ ๗ มกราคม ให้เขาได้มาปฏิบัติธรรมบูชาข้าวพระ ได้มาเห็นบรรยากาศของการสร้างบุญสร้างบารมีเป็นจำนวนมากๆ เป็นหมู่คณะที่เงียบสงบ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา และในวันที่ ๗ มกรานั้นก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ระลึกนึกถึงยอดนักสร้างบารมีที่ได้ละสังขารไปแล้ว คือคุณป้าอุบาสิกาถวิล วัติรางกูล ผู้ร่วมบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย และโยมแม่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ โยมแม่จุรี สุทธิผล ได้มาเห็นแบบอย่างของการสร้างบารมีเป็นทีม เห็นแบบอย่างของการยกย่องเทิดทูนบุคคลที่เป็นต้นบุญเป็นต้นแบบในสมัยของการบุกเบิกสร้างวัด เป็นการยกย่องคนดีให้คนปัจจุบันนั้นมีกำลังใจในการสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
และในโอกาสเดียวกันนี้ เราได้ไปชักชวนบุคคลทั้งหลายจัดรถมาวัด เป็นรถตู้ รถบัสก็ตาม เราก็จะได้ของที่ระลึกซึ่งเป็นล็อตเก็ตคุณยาย ได้น้อมนำอาราธนาคุณยายมาเป็นที่พึ่งที่ระลึก มาคุ้มครองป้องกันภัย แล้วก็เป็นเครื่องเตือนจิตเตือนใจให้ได้สร้างบารมีตามอย่างคุณยาย และเราได้น้อมนำคุณยายนั้นมาไว้ที่ศูนย์กลางกาย เราก็จะได้มีธรรมะอันเลิศเช่นเดียวกับคุณยาย เพราะฉะนั้นเราได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรไปชักชวนบุคคลทั้งหลาย ก็ได้ชื่อว่าเราทำให้งานต่างๆ นั้นสำเร็จได้เร็วขึ้น แล้วก็เป็นการย่นย่อหนทางในการสร้างบารมีของเรา แล้วก็เป็นการตอกย้ำคุณธรรมเป้าหมายปณิธานอุดมการณ์ของเราให้มั่นคงยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดเราได้กล่าวคำที่เป็นธรรมะ ทำหน้าที่กัลยาณมิตร นั่นก็เป็นการเตือนตัวเอง ตอกย้ำตัวเองได้ระลึกนึกถึงธรรมะ ทบทวนธรรมะเหล่านั้นให้อยู่ในใจของเรา ให้เข้ามาในใจของเรา คือเข้ามาที่ศูนย์กลางกาย โดยน้อมนำปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป
และไม่นานพระพุทธศาสนาเจริญรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วแล้ว การฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ ก็อีกไม่นาน เมื่อมหาธรรมกายเจดีย์สำเร็จลุล่วงลง สิ่งอื่นๆ สิ่งก่อสร้างอื่นๆ ก็จะสำเร็จตามไปด้วย นั่นหมายถึงว่าเราได้ช่วยย่นย่อหนทางในการสร้างบารมีของหมู่คณะ โดยอย่างยิ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ได้ปรารภ
คุณยายท่านได้เตือนหลวงพ่ออยู่เรื่อยๆ ว่า จะรีบทำวิชชาก็รีบ สังขารนั้นไม่รอแล้ว เตือนอยู่บ่อยๆ หลวงพ่อท่านก็เตรียมที่จะได้ทำวิชชา ที่จะได้ไปปราบพญามาร มาทำหน้าที่ที่แท้จริง ที่เกิดมาในภพชาตินี้เสียที เพราะวันเวลาที่ผ่านไปนั้น มุ่งงานสิ่งก่อสร้าง งานเผยแผ่ธรรมะไปได้ระดับหนึ่ง แต่การทำวิชชานั้นยังทำได้ไม่เต็มที่ เราจะได้ช่วยให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ทำวิชชาได้เร็วๆ ปลดเปลื้องภารกิจเรื่องกังวลส่วนหยาบของท่าน
ท่านมักจะปรารภอยู่เสมอๆ ว่าถ้าหมดเรื่องราว สุขภาพแข็งแรง ปลอดกังวล จะไปค้นวิชชา ท่านปรารภอยู่เรื่อยๆ หมดเรื่องราวก็คือเรื่องราวต่างๆ ที่เขามาใส่ให้หลวงพ่อให้วุ่นวาย มีคะดงคดีอะไรต่างๆ ต่างๆ นั้น สะสางให้หมดไปนะ หมดเรื่องราวเหล่านั้น แล้วท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง ในขณะที่วัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ย่างเข้า ๕๗ แล้ว อีก ๓ ปีก็จะได้ ๖๐ อายุ ๖๐ ปี สังขารก็ทรุดโทรมร่วงโรยไปตามลำดับ ในขณะที่สุขภาพยังแข็งแรงระดับหนึ่งนี้ ยังพอที่จะได้ทำวิชชาได้อย่างเต็มที่ หมดเรื่องราว สุขภาพแข็งแรง ปลอดกังวล เรื่องกังวลต่างๆ ในเรื่องของการก่อสร้าง เสนาสนะที่จะเป็นที่รวมใจ เป็นที่รวมนักสร้างบารมีในการมาประพฤติปฏิบัติธรรมกัน ไม่ว่าจะเป็นมหาธรรมกายเจดีย์ สภาธรรมกายสากล มหาวิหาร มีผู้รับช่วง มีผู้สืบทอดดูแลงานหยาบต่างๆ เหล่านั้น รับภาระในการที่จะหาปัจจัยทุนทรัพย์ หลวงพ่อก็หมดกังวล ปลอดกังวลเหล่านั้น ท่านก็จะได้ไปค้นวิชชา ไปทำวิชชาละเอียด รวบรวมหมู่คณะ ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกันอย่างเต็มที่
ผู้ที่มาปฏิบัติธรรม ฝึกซ้อม ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ก็จะได้ไปช่วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อทำวิชชา ไปค้นวิชชา ไปทำเป้าหมายที่แท้จริงเสียที แล้วบุคคลอื่นก็จะได้แบ่งหน้าที่ในส่วนต่างๆ สนับสนุน ช่วยงานเผยแผ่ สนับสนุนงานพระพุทธศาสนาแต่ละอย่าง แต่ละอย่าง ควบคู่กันไป
เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นโอกาสพิเศษ เป็นโอกาสอันดีที่เราได้ฟังปฏิปทาของคุณยายที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เล่าเอาไว้ ได้ตอกย้ำหน้าที่ของการทำหน้าที่กัลยาณมิตร ได้ตอกย้ำเป้าหมายที่แท้จริงของเรา เพราะวันเวลาที่ผ่านไปนั้น เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เดี๋ยวปี อายุที่เราได้มานั้นคือชีวิตที่เราสูญเสียไป เราแก่ขึ้นมาอีกปีหนึ่ง นั่นหมายความว่าชีวิตเราหายไปแล้วอีก ๑ ปี เราก็ไม่ทราบว่าโอกาสในการสร้างบารมีของเรานั้นจะต้องหยุดชะงักลงเมื่อใด พญามัจจุราชไม่เคยปรานีใคร หากสังขารร่างกายของเราต้องดับสิ้นลง โอกาสในการสร้างบารมีของเราก็ต้องหยุดชะงักลงเพียงนั้น หรือแม้แต่สุขภาพสังขารต่างๆ ของเราไม่เอื้ออำนวย ความชราภาพเข้ามาเยือน ในขณะนี้เรามีความแข็งแรง มีอัตภาพในการสร้างบารมีได้ดีระดับหนึ่งแล้ว เร่งสร้างบารมีเข้าเถอะ ยิ่งเราได้บำเพ็ญกุศล มาฟังธรรมในงานของคุณยาย ก็เป็นเครื่องเตือนจิตเตือนใจ ที่เราจะต้องเร่งสร้างบารมีให้ได้อย่างยาย เจริญรอยตามคุณยาย เพราะฉะนั้นหมั่นทำความเข้าใจตรงนี้ ตอกย้ำตรงนี้ แล้วเร่งสร้างบารมีให้เต็มที่
ในช่วงนี้เราเอาใจหยุดใจนิ่ง จรดไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ใจหยุดใจนิ่งอยู่ที่กลางของคุณยาย คุณยายซ้อนอยู่ที่กลางกายของเรา ท่านนั่งขัดสมาธิซ้อนอยู่ที่กลางกายของเรา เราจรดอยู่ที่กลางของคุณยาย ฐานที่ ๗ ของคุณยายก็คือฐานที่ ๗ ของเรา ใจหยุด ใจนิ่ง ใจใส ใจสะอาด บริสุทธิ์
บางครั้งกายของคุณยายขยายไป ซ้อนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวเรา หรือบางครั้งขยายใหญ่คลุมตัวเราทีเดียว ตัวเรามีความสะอาดบริสุทธิ์ ใจใส ใจสะอาดทีเดียว ให้ตรึกเบาๆ จรดเบาๆ นิ่งๆ อย่างสบายๆ ไปสักครู่หนึ่งนะ
สัพเพ …จบ.
หน้า PAGE 11
431208FW-AAT