ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

มงคลชีวิตที่ ๑๑-๑๔ ของคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(เริ่มม้วน 1/A) พระศักดิ์ชาย : นอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีบุญทั้งหลาย (สาธุ) เชิญทุกท่านนั่งตามสบายนะฮะ วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดอีกวันหนึ่ง เนื่องในโอกาสวาระวันเฉลิมพระชนม์พรรษาขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา หลวงพี่เองที่ได้มีโอกาสเข้าวัดฟังธรรมจากหลวงพ่อ ทำให้ได้ตรึกระลึกนึกถึงว่าบุคคลผู้มีบุญทั้งหลาย มีพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นต้น อย่างวันนี้คือวันเฉลิมพระชนม์พรรษา บุคคลผู้ที่มีบุญ ผู้ที่ได้ทำความดีเป็นผู้ให้ ให้ด้วยใจที่สะอาด บริสุทธิ์ การที่พระองค์เป็นผู้ให้ด้วยใจที่สะอาดบริสุทธิ์กับพสกนิกรของพระองค์ ทำให้เกิดบุญ เป็นบุญฤทธิ์คือฤทธิ์ของบุญอย่างหนึ่งเหมือนกัน ทำให้วันคล้ายวันเกิด ถ้าเรียกตามง่ายๆ นะฮะของพระองค์ ฤทธิ์ที่เกิดจากบุญที่พระองค์ทำไว้ดีแล้ว มีผลต่อจิตใจของคนทั้งชาติทีเดียว คือพวกเราทุกๆ คน ณ ที่นี้ก็ดี ทั่วประเทศก็ดี ต่างก็ตั้งใจที่จะทำความดีเพื่อเป็นการเอาบุญนี้ถวายเป็นราชบูชาแด่พระองค์ หลวงพี่ว่าคงไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แม้ชาวไทยในต่างประเทศก็เหมือนกัน ก็ต้องรำลึกนึกถึงพระคุณของพระองค์ แล้วก็ทำความดี การทำความดี บางคนก็อาจจะละเว้นอบายมุขบ้าง บางท่านก็ทำทาน อย่างที่ได้ทราบคือวันนี้มีพระจากวัดพระธรรมกายออกไปบิณฑบาตจาก ที่วัดพระธรรมกายนี้ออกไปบิณฑบาตที่สถานที่ต่างๆ ถึง ๑๐ แห่งทีเดียว อานุภาพบุญของพระองค์นี่ดลอกดลใจให้ผู้มีบุญทั้งหลายได้มาสร้างบุญร่วมกัน นอกจากทำทานก็มีการรักษาศีล ไม่ทราบว่าหลายๆ ท่านในที่นี้มีท่านใดรักษาศีล ๘ บ้าง ช่วยกรุณายกมือนะฮะ โอ้ หลายท่านเลย อนุโมทนาบุญด้วย วันนี้นอกจากทำทาน รักษาศีล ก็มีศีล ๘ อีกเยอะมากมายทีเดียว หลายๆ ท่านก็ได้เจริญภาวนา นอกจากนี้แล้ว บุคคลบางประเภทก็คือผู้ที่เป็นขโมยหรือโจรบางคนที่ยังมีมโนธรรมอยู่ที่รักในหลวงของเรา หลวงพี่เชื่อมั่นเพราะว่าเคยได้ยินมา เขาจะละเว้นอาชีพพิเศษของเขาช่วงนี้ ๑ วัน มีอยู่เหมือนกัน นี่คืออานุภาพแห่งบุญฤทธิ์ที่ในหลวงของเรา ท่านได้ทำด้วยจิตใจที่สะอาด บริสุทธิ์ ที่วัดพระธรรมกายของเราก็เช่นกัน มีคุณยาย มีหลวงพ่อท่านก็ทำความดีด้วยใจที่สะอาด ที่บริสุทธิ์ มุ่งหวังแต่บุญและบารมีอย่างจริงๆ จังๆ เนื่องในโอกาสว่าวันนี้นี่เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ตามปกติเราจะได้ยินได้ฟังสวดพระอภิธรรม แต่โดยทั่วๆ ไป ตามประเพณีนิยมจะไม่มีการสวดพระอภิธรรมในวันนี้ ในส่วนตัวของหลวงพี่เองนี่ การสวดพระอภิธรรมเป็นสิ่งที่อัศจรรย์นะฮะ จากพระไตรปิฎก บางท่านอาจจะเคยได้ยินได้ฟังจากที่นี่ อานิสงส์ที่ฟังสวดพระอภิธรรมแม้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยของค้างคาวถึง ๕๐๐ ตัวในยุคพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนหน้าพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ค้างคาว ๕๐๐ ตัวอยู่ในถ้ำ ฟังพระภิกษุ ๒ รูป สาธยายพระอภิธรรมทั้งๆ ที่ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง แต่ฟังแล้วมันติดเข้าในใจ หลวงพี่เชื่อว่าหลายๆ ท่านฟังสวดพระอภิธรรมแล้วมีความรู้สึกว่าไพเราะ หลายๆ ท่านบางท่านได้เคยถามเหมือนกันว่าสวดไปได้ไหม บางท่านบอกว่าได้เกือบหมด มีท่านใดสวดได้บ้างที่เป็นฆราวาสมีไหมฮะ ช่วยกรุณายกมือหน่อย ถ้ามีโอกาสอยากจะให้สวด เห็นมีบางท่าน เพราะว่าอะไร แม้ค้างคาวฟังอย่างไม่รู้เรื่อง แต่จิตนั้นเกาะเกี่ยวอยู่ในพระอภิธรรม อภิธรรมนี่แปลว่าธรรมอันยิ่ง แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์มองไม่เห็นบุคคลใดเลย ทั้งเทวดา มาร พรหม ที่พระองค์จะทรงเคารพได้เลย แต่ทรงธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้ แล้วพระอภิธรรมนี่แหละเป็นธรรมอันยิ่ง อยากให้ทุกๆ คนได้มีโอกาสสวด จริงๆ แล้วเป็นสิริมงล เพราะอะไร เพราะค้างคาวนั้นเมื่อละจากอัตภาพคือพูดง่ายๆ ตายไปนี่ ทั้ง ๕๐๐ ตัว ฟังพระอภิธรรมทุกวัน จิตเกาะเกี่ยวอยู่กับพระอภิธรรมทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่อง ตายไปแล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ อยู่ในสวรรค์ตลอดพุทธธันดรหนึ่ง คือพระพุทธเจ้ากัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าของเรานี่ อยู่ในสวรรค์ตลอด ในยุคพระพุทธเจ้าของเรา เทพบุตรซึ่งมาจากค้างคาวนั้นแหละก็ลงมาเกิด ได้มาเห็นยมกปาฏิหาริย์ของพระพุทธองค์ ก็เลื่อมใสออกบวช และเมื่อถึงคราวพระพุทธเจ้าแสดงพระอภิธรรมในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ๓ เดือนในเมืองมนุษย์เมื่อเปรียบเทียบแล้วประมาณ ๓ นาทีในสวรรค์ ๓ นาทีกว่าๆ แล้วเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น แสดงธรรมโปรดอีก เทวดาที่ลงมาเกิดในยุคนั้นมาบวชทั้ง ๕๐๐ รูปนั้น ต่อมาภายหลังได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ นี่คืออานิสงส์ของการฟังสวดพระอภิธรรมสาธยายแม้ไม่รู้เรื่อง แต่มันติดลึกเข้าไปในจิตใจ ตรงนี้มีอานิสงส์มาก เกี่ยวกับเรื่องอภิธรรมคือธรรมอันยิ่ง หลวงพี่อยากจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับยุวะ อ้อ ไม่ใช่ยุวะนะ คือสมัยที่หลวงพ่อของเรา หลวงพ่อธัมมชโยตอนที่เด็กๆ ในยุคนั้นเรียกท่านว่าหลวงน้า ตอนนั้นยังไม่ได้เรียกท่านว่าหลวงพ่อ เด็กๆ ในยุคโน้นเรียกท่านว่าหลวงน้า ท่านสอนให้เด็กๆ ปฏิบัติธรรมเข้าถึงธรรมกายภายใน แล้วท่านก็ถามเกี่ยวกับอภิธรรมเหมือนกันกับเด็กๆ ท่านบอกว่าเอ้าหนู หนูลองนั่งไปดูซิว่าจิตนี่ จิตที่คิด จิตมันเป็นยังไงบ้าง การดำเนินงาน การทำงานของจิตทำอย่างไรบ้าง เด็กๆ ก็นั่งเข้าที่ไป สักพักหนึ่งก็ตอบหลวงพ่อบอกว่า หลวงน้าครับ โอ้โฮ จิตภายในนี่มันเร็วมาก เร็วขนาดถ้ามองด้วยธรรมดาแบบนี้มองไม่ทัน ผมต้องบังคับให้มันช้าๆ ลง เหมือนภาพแบบ slow motion แต่นี่หลวงพี่พูดเองนะฮะ ให้ช้าๆ ลง เด็กเขาบอกว่าเขาเห็นดวงเล็กๆ ที่ออกมาจากศูนย์กลางกายของเขาหลายดวง สิบกว่าดวง ออกมาจากศูนย์กลางกายนี่ผ่านมาที่ตา แล้วก็ออกไปภายนอก ไปกระทบกับรูปที่มองเห็น กระทบรูปนั้นแล้วนี่ ก็ย้อนกลับมาเข้าที่ตา แล้วก็ลงมาที่ศูนย์กลางกาย แล้วศูนย์กลางกายนี่แหละจะเป็นตัวสั่งว่าให้ทำอะไร อย่างเช่นดอกไม้ที่ด้านหน้าอย่างนี้ พอเห็นดอกไม้แล้ว นึกชมว่าสวยหรืออะไรทำนองนี้ สมองก็จะสั่งการ หรือให้เด็ดดอกไม้มา สมองก็จะ จิตก็จะสั่งการไปที่สมองแล้วให้สมองนี่สั่งกระตุ้นประสาท อวัยวะทั้งหลายนี่ให้ทำตามอย่างนั้น แต่ปฏิกิริยาเหล่านี้นี่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ก็ขอเล่าคร่าวๆ ในแค่นี้ก่อนว่า พระอภิธรรมซึ่งเป็นธรรมอันยิ่งนั้นน่ะมีจริง เห็นได้จริง ผู้ที่ปฏิบัติตามได้ สามารถรู้เห็นในสิ่งเหล่านี้ และผู้ที่สวด สวดได้ และยิ่งเข้าใจความหมายได้ด้วยก็ยิ่งดีมากๆ ในวันนี้หลวงพี่จะขอเล่าเกี่ยวกับเรื่องของคุณยายต่อจากครั้งก่อน โดยจะน้อมนำมงคล ๓๘ ประการว่าคุณยายท่านมีมงคล ๓๘ ประการอย่างไรบ้าง ครั้งนี้ก็จะขอเริ่มด้วย มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ คือการดูแลบำรุงคุณพ่อคุณแม่ คุณยายเนื่องจากว่าคุณพ่อท่านตายไปเสียก่อน โอกาสที่จะดูแลก็ได้แค่ช่วงหนึ่งแค่นั้น แต่การดูแลที่ยิ่งกว่าดูแลหยาบๆ ก็คือดูแลให้ท่านมีสุขในสัมปรายภพ ตรงนี้ยาก แต่คุณยายท่านจำ ท่านทำได้ ท่านเล่าให้หลวงพี่ฟังบอกว่า ยายน่ะไปช่วยพ่อในนรกมาได้นะ ตอนนั้นน่ะพอยายได้ธรรมะใหม่ๆ ท่านบอก ยายก็เข้าที่ ธรรมกายของยายน่ะลอยไป พอไปที่นรก ธรรมกายของยายลอยอยู่เหนือไฟนรก ยายบอกว่าพอธรรมกายยายไปลอยอยู่เหนือไฟนรก แล้วท่านก็ทำมือของท่าน ๒ มือนะฮะ คว่ำมือบอกไฟนรกมันก็พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ คือพรึ่บดับลง ท่านบอกว่ายายเห็นสัตว์นรก โอ้โฮ เยอะแยะไปหมด แล้วก็เห็นสัตว์นรก จุ่มโผล่ จุ่มโผล่ จุ่มโผล่ ไม่รู้ท่านจะ ทุกๆ ท่านจะนึกออกไหม คือบางตนตกในกะทะทองแดง ก็พอผุดขึ้นมาก็ตกลงไปใหม่ โผล่ขึ้นมา ตนโน้นโผล่ ตัวโน้นโผล่ ตัวนี้ก็จมไปอย่างนี้ คุณยายท่านจะใช้คำว่าจุ่มโผล่ จุ่มโผล่ แล้วยายก็ไปช่วยพ่อยายในนรกได้ ช่วยให้ท่านได้ขึ้นสวรรค์ได้ นี่เป็นการ เรียกว่าบำรุงดูแลคุณพ่อของคุณยายได้เหนือกว่าบุคคลปกติธรรมดา เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องพูดถึงว่าการที่จะช่วยคุณแม่ท่านให้ได้ไปสู่สวรรค์ คงไม่ต้องพูด ยังไงคุณยายท่านทำได้อยู่แล้ว เพราะช่วยคุณพ่อได้ ก็มีน้องๆ บางคนเหมือนกันที่อยู่ด้วย ก็บอกว่ายาย คุณยาย แล้วอย่างหนูนี่ คือคุณยายบอกว่ายายตามพวกเราทุกๆ คนมานี่ มาสร้างบารมี มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในที่นั้นด้วยน่ะ เขาก็บอก คุณยาย คุณยาย แล้วคุณยายตามหนูมาด้วยหรือเปล่า คุณยายก็บอกว่าขนาดพ่อยายอยู่ในนรกยังตามเจอ ช่วยให้พ้นจากนรก พาขึ้นสวรรค์ได้ พวกหนูนี่อยู่ในเมืองมนุษย์ ง่ายจะตาย นี้คือสิ่งที่คุณยายได้ทำ เป็นคุณธรรมที่สูงเหนือมนุษย์ธรรมดา ในการเข้าถึงธรรม แล้วก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้ คุณยายท่านมักจะพูดเหมือนกันนะฮะ เรื่องคุณพ่อคุณแม่ บางทีท่านก็จะบอกว่าเกิดไปชาติต่อไปนี่ จะไปขออาศัยท้องเขาเกิดหน่อยหนึ่ง คือท่านจะได้เกิดแล้วนี่จะได้มีเวลามาสร้างบารมีมากๆ อย่างชาตินี้นี่ท่านได้มีโอกาส กว่าจะมาเรียนธรรมะ กว่าจะเข้าถึงธรรมะนี่ ถึงอายุ ๒๐ กว่า ยายถึงได้อธิษฐานเช่นนั้น ส่วนข้อต่อไปก็คือ ปุตฺตทารสฺส สงฺคโหคือการสงเคราะห์บุตรและภรรยา เอาข้อแรกก่อน การสงเคราะห์บุตร เนื่องจากคุณยายไม่ได้แต่งงาน บุตรจริงๆ ของท่านไม่มี แต่ท่านมีบุตรในทางธรรมก็คือหลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ และพระภิกษุสงฆ์ในวัด ลูกพระของท่านเยอะ หลานพระของท่านเยอะ ท่านมีบุตรในทางธรรมของท่าน แล้วมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับพวกเราทุกๆ คน ไม่ทราบว่าทุกๆ ท่านจะสังเกตหรือเปล่าว่าทำไมพระพุทธองค์ที่ทรงแสดงให้กับเทวดานั้นน่ะ ถึงมีหัวข้อว่า ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห พูดง่ายๆ เทวดามีลูก มีภรรยา จริงๆ แล้วเทวดานี่ก็ใกล้เคียงกับมนุษย์ มีครอบครัวเหมือนกัน ถ้ายังอยู่ในภพภูมิที่ต่ำลง ไม่ใช่สูงขึ้นถึงขั้นดาวดึงส์ก็มีอย่างนี้ เทวดาบางตนก็ยังมีลูกน้อยเลย ยกเว้นเทวดาชั้นดาวดึงส์ ชั้นนี้นี่มีลูกมีภรรยาได้ แต่เกิดเป็นแบบโอปปาติกะ เกิดแล้วโตเลย แล้วจะเกิดยังไง เทวดาชั้นดาวดึงส์ไม่ได้มีการคลอด ไม่มีการอุ้มท้อง แต่ถ้าจะรู้ว่าเป็นบุตร ก็คือเทวดานั้นน่ะมาเกิดในตักของตน นั่นแหละถึงจะรู้ว่าเทวดาตนที่เกิดนั้นน่ะเป็นโอปปาติกะนะ เป็นลูกของตัวเอง ส่วนเทวดาผู้ชาย ถ้านางฟ้าตนใดมาเกิดในที่นอน นั่นแหละนางฟ้าตนนั้นเป็นภรรยาของตน ส่วนบริวารที่เกิดรอบๆ ที่นอน ก็เป็นบริวารที่ดูแลตกแต่ง บริวารที่อยู่ในวิมาน ก็เกิดอยู่ในวิมาน นี่คือลักษณะการเกิดของเทวดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทีนี้ เรื่องที่คุณยายน่ะไม่มีบุตรจริงๆ แต่มีบุตรในทางธรรมก็คือหลวงพ่อของเราทั้ง ๒ และก็พระนี่ ท่านเองท่านบอกว่าความห่วงของท่าน ท่านบอกว่ายายนี่ห่วงพวกคุณยิ่งกว่าคุณพ่อคุณแม่ของพวกคุณห่วงพวกคุณเสียอีก เพราะยายห่วงพวกคุณข้ามชาติ และยายก็บอกเกิดไปภพชาติต่อไป ยายจะเอาพวกคุณไปสร้างบารมีกันอีก หลวงพี่ได้แต่งเป็นกาพย์เมื่อครั้งที่แล้ว ก็ขอจะ ก็ขอยกมา นำมาให้ทุกๆ ท่านฟังว่า พ่อแม่ห่วงลูกๆ จิตพันผูกด้วยห่วงใย ห่วงแล้วก็ทุกข์ใจ หวังให้ได้ดั่งใจตน แต่ยายเป็นห่วงใย ไว้คล้องใจทุกๆ คน ดึงใจที่มืดมน ให้หลุดทางอบาย ดึงสู่ทางสวรรค์ ทางนิพพานอนันชัย เป้าหมายที่สุดไซร้ สู่ปลายทางที่สุดธรรม ความรักของคุณยาย ความห่วงใยของท่านที่มีต่อลูกๆ หลานๆ นั้นมากมาย ห่วงข้ามภพข้ามชาติ ตรงนี้นี่หลวงพ่อทัตตะของเราท่านบรรยายความรักความผูกพันของคุณยายที่มีต่อลูกพระลูกเณรของท่าน และบรรยายความรู้สึกของท่านเองที่มีต่อคุณยายได้อย่างซาบซึ้ง หลวงพี่อ่านพบแล้วรู้สึกมันเป็นภาพที่ประทับใจเกิดขึ้นมาเลย หลวงพ่อท่านเขียนเอาไว้ว่า ยายจะสร้าง วัดใหญ่ๆ ให้พระอยู่ พระจะช่วย ยายดู ถ้วนถี่ ยายจะขน คนเข้าวัด จัดให้ดี พระจะช่วย ยายชี้ ทางนิพพาน เหมือนเป็นการคุยกันระหว่างคุณยายกับหลวงพ่อ แต่เป็นภาพที่มันงดงามในจิตใจของหลวงพี่เอง จากข้อนี้ก็ขอต่อไปที่ข้อถัดไปก็คือ ทารสฺส สงฺคโห คือการสงเคราะห์ภรรยาหรือสามี ข้อนี้คงต้องยกเว้นพิเศษสำหรับบุคคลที่ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ อย่างเช่นคุณยายคือไม่มีครอบครัว ตรงนี้ก็ต้องขอผ่านไป ก็จะขอต่อด้วยอีกข้อหนึ่งก็คือ อนากุลา จ กมฺมนฺตา คือการทำการงานที่ไม่คั่งค้าง เป็นมงคลอันสูงสุด ก็คงเคยได้ยินกันทุกๆ ท่าน ว่าคุณยายนี่ทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จ ให้สำเร็จไปเลย ไม่ยอมให้คั่งค้างอย่างที่หลวงพี่ประดิษฐ์ อริณชโย ท่านเคยเล่าเอาไว้ เวลายายเข้าที่ช่วยบุคคลที่มาขอให้ยายน่ะ ยายจะให้โยมพี่อารีพันธ์อ่านให้ฟังว่าคนนี้มีทุกข์อะไรบ้าง ก่อนที่จะนอน ยายจะนั่งเข้าที่ ให้โยมพี่อารีพันธ์เล่าให้ฟังว่าคนนี้เป็นยังไงๆ แล้วยายก็เข้าที่ช่วย เคยถามโยมพี่อารีพันธ์เหมือนกันสมัยที่หลวงพี่ยังไม่ได้บวช พี่อารีพันธ์ โยมพี่อารีพันธ์บอกว่าคนที่มาให้ยายช่วยนี่เป็นหมื่นๆ เยอะมาก แค่ในช่วงเวลาเป็นปีนี่ เยอะทีเดียว เพราะว่าบางท่านที่มาไม่ได้จริงๆ ก็ฝากรูปภาพบ้าง รายละเอียดอะไรต่างๆ นี่มาให้กับญาติพี่น้องแล้วมาให้คุณยาย นี่บารมีธรรมของท่าน นอกจากนั้นที่หลวงพี่ได้สังเกตเกี่ยวกับเรื่องความสกปรกนี่ คุณยายพอเวลานั่งรถสามล้อถีบไปนี่ คุณยายท่านนั่งตรวจดู เห็นตรงไหนสกปรกเลอะเทอะนี่ ท่านทำได้ ท่านทำทันที แต่ถ้าทำเสร็จไม่ได้ในวันนี้ ท่านจะต้องตามเก็บงานตรงนี้ข้ามวันอีก ท่านไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ ที่เป็นสิ่งสกปรกรกรุงรังนี่อยู่ได้ตลอด วันนี้ไม่เสร็จ วันต่อไปท่านต้องทำให้เสร็จ แล้วไม่ยอม ไม่ยอมแพ้ทีเดียวกับเรื่องนี้ เรื่องหนึ่งที่หลวงพี่ได้ฟังน้องอุบาสิกาเขามาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องงานการไม่คั่งค้างนี่ คือมีอยู่ครั้งหนึ่งคุณยายท่านลงจากรถสามล้อที่พี่ประดิษฐ์ หรือหลวงพี่ประดิษฐ์ในปัจจุบันนี้ถีบให้ มันมีสะเก็ดโคลนกระเด็นไปถูกผ้านุ่ง ชายผ้านุ่งของคุณยาย ๕-๖ จุด เท่านั้นเองนะฮะ คุณยายท่านก็แวะมาที่อาคารหินอ่อน ที่อยู่ใกล้ถึงด้านหน้าวัด ตรงประตู ๒ ภายในวัด ท่านบอกมาให้น้องอุบาสิกาคนนี้ช่วยซักให้เลยนะ ทำให้น้องอุบาสิกาคนนี้บอกว่าตั้งแต่วันนั้นมา เห็นภาพของคุณยายวันนั้น ความที่คุณยายนี่ไม่ยอมเลยให้ความสกปรกแม้นิดหน่อยน่ะติดไปนาน น้องคนนี้ก็เลยทำตามอย่าง แม้คุณยายจะไม่ได้สอน เห็นภาพวันนั้นทำได้เลย คือเวลาจะซักผ้าทุกครั้งจะไม่แช่ผ้า ซักให้เสร็จไปเลยในทันทีทันใด คุณยายท่านเป็นอย่างนี้ของท่าน รักความสะอาด คือถ้ามันนานไปหน่อย บางทีก็ซักออกยาก ขนาดใช้น้ำยาซักแห้งบางทีก็ยังซักไม่ออกเลย ถ้าของมันติดอยู่นาน แล้วก็ถูกน้ำแล้ว แต่นี่คุณยายซักทันที ให้ซักทันที นึกถึงว่าความเป็นผู้ที่ไม่ยอมให้อะไรมันคั่งค้างติดอยู่นานของคุณยายท่าน ท่านทำตลอดเลย ก็มีเรื่องความสกปรกอย่างนี้ท่านไม่ยอมให้มี อย่างเช่นในห้องเหมือนกัน อันนี้ขอเล่าเกร็ดธรรมดานะฮะว่าอย่างในห้องนี่ ถ้าคุณยายเข้ามานี่ มันจะต้องสะอาด พวกหยักไย่ไม่ให้มี บางทีไม่มีหยักไย่ อาจจะมีพวกจิ้งจก ก็ไม่ได้เหมือนกัน หลวงพี่อุดมของเรานี่ เนื่องจากว่าคุณยายท่านรักสะอาดมาก ท่านก็รักสะอาดตาม บางทีไม่เห็นจิ้งจกนะ แต่มันมีขี้จิ้งจกตกมานี่ เอ๊ะ เอาแล้ว มีขี้จิ้งจกก็ไม่ได้ แสดงว่าต้องมีตัว ท่านต้องตามหานะ ไม่ยอม ไม่ยอมที่จะให้มีจิ้งจกอยู่ได้ จิ้งจกตัวนั้นก็ คือหลวงพี่ได้เห็น แล้วทำให้ตัวหลวงพี่เองเลิกกลัวจิ้งจกได้ คือมันไม่ถึงขนาดกลัวนะ แต่มันรู้สึกยังไง ตัวมันนิ่มๆ มันรู้สึกขยะแขยง ไม่กล้าจับ แต่พอเห็นหลวงพี่อุดมท่านมีเทคนิควิธีการในการจับนี่ เลยทำให้หลวงพี่กล้าจับเหมือนกัน คือบนผนังนี่มันสูง ผนังห้อง แต่สูงขนาดว่าถ้ากระโดด ถ้าอย่าง ถ้าหลวงพี่นี่กระโดดแตะถึง แต่หลวงพี่อุดมไม่ถึง ท่านทำยังไง มีเทคนิคนะ ไล่จิ้งจกก็แล้ว มันก็แน่เหมือนกัน มันก็วิ่งเกาะอยู่ตรงนั้นแหละ เกาะบนเพดาน ตัวไหนที่แรงน้อยหน่อย โดดลงมาก่อนก็จุกไป อันนี้จับง่าย แต่ถ้าเกิดตัวไหนยังแข็งแรงอยู่นี่ วิ่งอยู่ตามเพดานอยู่นั่นน่ะ เออ ความสะอาด ความตั้งใจที่จะทำให้สะอาด ก็เลยพลอยให้เกิดปัญญา หลวงพี่อุดมท่านก็ใช้พวกผ้า ผ้าขนหนู ถือ ถือไว้ตรงตัวของจิ้งจก ปาขึ้นไปโดน โดนจิ้งจก จิ้งจก็ไม่เจ็บ แต่มันก็ตกลงมา แล้วท่านก็มีวิธีการ พอตกลงมาปุ๊ป ท่านก็รีบจับทันที เอาไปปล่อย อุบาสิกาในที่นี้มีใครกล้าจิ้งจกบ้างไหม คงไม่ค่อยมี แม้กระทั่งผู้ชายยังไม่ค่อยกล้าเลย แต่หลวงพี่เห็นครั้งนั้น เอ้าไม่กล้าก็ต้องกล้า เพราะว่าคุณยายท่านรักความสะอาด แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไม่ได้เจอจิ้งจกเล็ก เจอจิ้งจกยักษ์ ไม่รู้หลุดเข้ามายังไงได้ ในห้องเลขา คือหลวงพี่เข้าไปนี่ กลิ่นมันเหม็นผิดปกติ แล้วเจอขี้จิ้งจก โอ้โฮ ตุ๊กแก เอ๊ะ เอายังไงดี ก็อาศัยแบบหลวงพี่อุดม ไปหาผ้ามา ใช้กดตัวกับผ้าม่าน เพราะตุ๊กแกมันอยู่ที่หลังผ้าม่านนี่ กดตัวกับผ้าม่าน มันก็ไม่จุกไม่อะไร แล้วใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งหุ้ม ก็เลยเอาไปปล่อย หลายท่านรู้สึกเล่าแล้วมีบรรยากาศที่ใบหน้าเกิดขึ้น นี่คือความสะอาดของคุณยาย ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดทนไม่ได้เหมือนกัน ไม่ยอมอยู่เฉย ต้องให้สะอาดให้ได้ ความสะอาดของท่านไม่ยอมให้คั่งค้าง ท่านทำอะไรแล้วต้องสะอาดตลอด สิ่งเหล่านี้เป็นมงคลอันสูงสุดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เป็นมงคลชนิดที่ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ เพราะมันฝังลึกอยู่ในจิตใจ มงคลอย่างอื่น ไม้มงคลก็ดี ผ้าสีมงคล หรือสัตว์ที่เป็นมงคล สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถ้าจะว่าเป็นมงคล ก็คือกระตุ้นจิตใจให้เรานึกแต่สิ่งที่ดีๆ แต่มันก็แค่ภพชาตินี้เท่านั้นเอง แต่มงคลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงนั้น ถ้าใครมีแล้วติดตัวข้ามภพข้ามชาติทีเดียว สำหรับในวันนี้นี่ จะขอเล่าถึงมงคลของคุณยายในข้อนี้ก่อน แต่จะมีสิ่งที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านฟัง ให้เป็นเครื่องปลื้มใจว่าการที่ทุกท่านมาเข้าวัด มาปฏิบัติธรรม มางานของคุณยายนี่ได้บุญมากขนาดไหน คือจะขอยกเอาเรื่องว่าบัณฑิตปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แล้วทำบุญ คือเหมือนกับทุกท่านในที่นี้ ปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วทำบุญ จะเป็นเหตุการณ์ก็คือวันเฉลิมพระชนม์พรรษาก็ดี หรืองานของคุณยายก็ดี บัณฑิตในสมัยก่อนก็อย่างนี้ ปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วทำบุญ คือในยุคของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนั้นน่ะ ลูกสาว อ้อ หลานสาวของอนาถบิณฑิกะเศรษฐียังเล็กๆ พี่เลี้ยงก็เอาแป้งมาปั้นเป็นตุ๊กตา หลายๆ ท่านคงนึกออก ถ้าบางท่านนึกไม่ออกก็ลองดูขนม ซึ่งตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว คือขนมหวานๆ ที่เป็นน้ำตาล มาทำเป็นตัวตุ๊กตา ก็ให้เด็กๆ เล่น ก็บอกว่าเอ้า นี่ลูกสาวของหนูนะ หลานสาวอนาถบิณฑิกะมาเล่น ทีนี้มัน เนื่องจากเป็นตุ๊กตาแป้ง พอแห้งแล้วก็กรอบ พอตกก็แตก เท่านั้นแหละ ร้องไห้ ร้องไม่หยุดเลย พี่เลี้ยงจะปลอบโยนเท่าไหร่ก็ไม่หยุด แล้วร้องนั้นร้องในช่วงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเสวยภัตตาหารที่เรือนของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนั้น เศรษฐีได้ยินเสียงหลานร้องไห้ ก็เรียกมา เอามาอุ้มไว้บนตัก บอกหลานร้องทำไม พอทราบแล้วนี่ บอกหลาน อย่าร้องนะ เดี๋ยวตาจะนิมนต์พระพุทธเจ้ากับคณะสงฆ์มา แล้วก็ถวายทาน อุทิศบุญนี้ให้กับลูกสาวของหลาน แล้วอนาถบิณฑิกะก็อาราธนาพระพุทธเจ้ากับพระภิกษุสงฆ์อีก ๕๐๐ รูป มาเสวยภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น เท่านั้นแหละ หลานสาวเงียบ เป็นเด็กที่มีบุญ ชอบในการทำทาน แต่หลายๆ คนในที่นั้นคงงงๆ หรือว่าบางท่านนี่ อาจจะนึกว่าเอ๊ะ เศรษฐีนี้เป็นอย่างไรไปแล้วหนอ จะเพี้ยนไปหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ในที่สุดพอวันรุ่งขึ้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสวยภัตตาหารเสร็จ ก็แสดงธรรมคืออนุโมทนาคาถา ท่านแสดงธรรมไว้ว่าบุคคลผู้ไม่ตระหนี้ ควรทำเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งก็คือปรารภถึง บุรพเปรตชน พูดง่ายๆ ญาติๆ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเขาเหล่านั้นบางทีตายไปเป็นเปรตบ้าง เป็นเทวดาบ้าง หรือเป็นมนุษย์ แต่เอาเป็นว่าระลึกนึกถึงญาติที่ละโลกไปแล้ว ข้อ ๒. ก็คือเทวดาที่สิงอยู่ในเรือนของตัวเอง ข้อ ๓. ก็คือระลึกนึกถึงท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ ผู้ปกครองโลก นี่ถ้าไม่ตระหนี่แล้ว ทำทาน แล้วก็ระลึกนึกถึงคนทั้งหลายเหล่านี้ ส่วนในวันนี้เหมือนกัน เราทำบุญนี่ เราปรารภมหาราชของเรา ผู้ปกครองประเทศไทยของเรา แล้วพระองค์ทรงแสดงธรรมว่าท่านเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้ง ๓ อย่าง ก็เป็นบุคคลที่เราได้บูชาคือได้บูชาแล้ว แล้วทายกคือพวกเราเอง คนทำ ถวายทานไปนี่ก็ไม่ไร้ผล เพราะว่าอะไร ท่านต้องการสอนเด็กเล็กๆ หลานสาวนั้นด้วย แล้วคนที่อยู่ในบ้านของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีว่า ความร้องไห้ก็ดี ความเศร้าโศกต่างๆ มันไม่เป็นประโยชน์ ไม่ควรทำ เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ญาติทั้งหลายเขาก็คงอยู่อย่างนั้นของเขาเอง แต่ทักษิณาทานก็คือบุญ จะเป็นอาหารก็ดี เครื่องให้ทานของเราก็ดี ที่เข้าไปตั้งไว้ดีแล้วในพระสงฆ์ เมื่อให้แล้วย่อมสำเร็จประโยชน์โดยฉับพลันแก่บูรพเปรตชน ก็คือญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พูดง่ายๆ ทำบุญไปแล้วนี่ ญาติๆ ที่เป็นเปรตก็ดี อสูรกายก็ดี หรือเทวดานี่เขารับได้ทันทีเลย บุคคลในบ้านก็ร่าเริงเบิกบาน ทำให้ภรรยาของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีนี่ทำตามอย่างบ้าง คือทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมหมู่สงฆ์นี่มาถวายมหาทานอีก ด้วยอานิสงส์อย่างนี้ มีการถวายทานกันถึง ๓ เดือนทีเดียวนะ อานิสงส์อย่างหนึ่ง แค่ตุ๊กตาแป้งตัวเดียว ไม่ใช่แค่ชั้นที่ ๒ คือภรรยาของเศรษฐีเท่านั้น คือพระราชานี่ พระราชาปเสนทิโกศล ก็แปลกใจที่พระสงฆ์ไม่ได้ไปเสวยภัตตาหาร ไม่ได้ไปฉันที่พระราชวัง ก็นึกแปลกใจ พอมาเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ทูลถามว่าเพราะเหตุใดหมู่นี้นี่ไม่เห็นพระสงฆ์ไปฉันภัตตาหารวังของหม่อมฉันเลย พระองค์ก็ตรัสเล่าเรื่องราวตั้งแต่แรกให้ฟัง พระราชาก็ปลื้มใจทูลอาราธนาพร้อมหมู่ภิกษุสงฆ์นี่มาถวายมหาทานอีก ไม่ใช่แค่นั้นมหาชนอีก พอได้ยินข่าวเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกฟังดูว่าแปลก ว่าทำบุญอุทิศให้ตุ๊กตาแป้ง แต่ผลที่สุดได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เรื่องนี้ต่อทอดมาถึงภรรยาเศรษฐี ถึงพระราชา ชาวเมืองก็เอาบ้าง ได้ถวายมหาทานต่อเนื่องกันมาอย่างนี้ นี่เพราะบัณฑิตปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วทำบุญ แค่เพียงตุ๊กตาแป้ง ตกแตกตัวเดียวเท่านั้น บุญยังเกิดเป็นทอดๆ ถึง ๔ ทอดทีเดียว ถ้าทุกท่านลองนึกด้วยนะ ว่าผลบุญนั้นน่ะเกิดขึ้นกับใครบ้าง ที่แน่ๆ ก็คือตัวของผู้ที่ทำบุญ คือท่านเศรษฐีก็ดี ภรรยาก็ดี พระราชา และมหาชน แต่ไม่ใช่แค่ทั้ง ๔ คนนะ มากกว่านั้น เพราะว่าต่างคนต่างก็มีบริวาร บริวารก็ได้ทำบุญด้วย ได้ฟังธรรมด้วย นอกจากนั้นอย่างกายละเอียดของญาติๆ ที่ละโลกไปแล้ว ของแต่ละท่านใน ๔ ท่านนั้น ใน ๔ กลุ่มนั้นอีกมากมายก็พลอยได้รับบุญไปด้วย อานิสงส์ของการทำบุญ ปรารภเหตุของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีแค่เพียงครั้งเดียว ก่อให้เกิด จะเรียกว่าบุญมันหลายทอดทีเดียว ก็ขอเล่าย้อนมาถึงที่พวกเราทุกท่านมาที่นี้เหมือนกัน พวกเราได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่ปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วทำบุญ หลวงพี่เชื่อว่าหลายๆ ท่านในที่นี้นี่ ทำบุญกันหลายๆ อย่างทีเดียว ยิ่งกว่านี้ด้วย บางคนนี่ทำทานมาก็คือถวายภัตตาหาร เช้า เพลก็มี รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ก็เยอะ เจริญภาวนาอีก บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ อย่าง นี่ ๓ อย่างเข้าไปแล้ว อย่างที่ ๔ คือมีอ่อนน้อมถ่อมตนก็มี บางท่านขวนขวายในกิจที่ชอบ อย่างหลายๆ ท่านที่เดินเข้ามา การจัดสถานที่นี่ ผู้ที่ขวนขวายในกิจที่ชอบก็มีอยู่ บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ นี่ จากหลวงพี่แสดงธรรมก็ดี ทุกท่านได้ฟังธรรมก็ดี ก็เป็นบุญ แล้วถ้าเรานึกถึงบุญนี้ ให้ส่วนบุญ จะเป็นให้ส่วนบุญกับเทวดา ณ ที่นี้ก็ดี ให้ส่วนบุญกับทุกๆ คน ณ ที่นี้ก็ดี หรือหมู่ญาติ หรือชาวโลก หรือสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ได้บุญ ผู้อนุโมทนาก็ได้บุญ แม้การทำความเห็นให้ตรง คือมีความเข้าใจในธรรมะต่างๆ ก็ได้บุญ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ นี่เกิดขึ้น ณ ที่ที่เดียวนี่ทั้งหมด คิดดูว่ามันจะมีผลไพศาลแค่ไหน และการที่พวกเราซึ่งเป็นบัณฑิตปรารภเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แล้วทำบุญ เพราะใครบ้าง คุณยายท่านได้ละสังขารท่านเป็นต้นบุญให้เราได้ เพราะอำนาจบุญฤทธิ์ที่มีอยู่ในตัวของท่าน แต่เราได้มีมหาบัณฑิตก็คือหลวงพ่อของเราทั้งสอง ท่านได้ปรารภเหตุที่คุณยายละสังขารให้มีกิจกรรมฟังสวดพระอภิธรรม ทำให้พวกเรานี่ได้มาสร้างบุญที่ๆ หลายทอดได้อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นจากปกติ หลวงพี่สังเกตเห็นบางท่านที่มาร่วมบุญนี่ในช่วงของงานพระอภิธรรมคุณยายนี่ มีหลายท่านทีเดียวหน้าตานี่ผ่องใส บางท่านอายุประมาณ ๕๐ กว่า ๖๐ เห็นหน้าท่านแล้วนี่ แก้มนี่เป็นสีชมพู แบบหน้านี่ใสมาก แล้วไม่ใช่หลวงพี่พูดเองคนเดียว ถามบุคคลที่พบเห็นจริงไหม โยมพี่หลายๆ ท่านก็บอกว่าจริง เพราะว่ามางานของคุณยายแล้วนี่ ปฏิบัติธรรมก็ปฏิบัติธรรมได้ดีขึ้น จิตใจเบิกบานผ่องใส การสร้างบุญสร้างบารมี สร้างด้วยความสุข ความเบิกบาน นี้คือพวกเราทุกท่านได้ประโยชน์ตรงนี้ ได้มีโอกาสสร้างบุญใหญ่ก็เพราะมหาบัณฑิตคือพ่อในทางธรรมของเรา หลวงพ่อธัมมชโย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาตินี่ หลวงพี่ก็อยากจะได้เล่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เพื่อให้ทุกท่านได้มีความตระหนัก ซาบซึ้งว่าตัวของทุกท่านเองก็ดี หลวงพี่ก็ดีหรือหลายๆ คนเรียกจะได้ว่า จะเรียกได้ว่าแทบทั้งหมด ณ ที่นี้เป็นหนี้พระคุณของท่านมากมายมหาศาล เพราะถ้าไม่มีท่านบางคนก็คงไม่ได้มีโอกาสมาสร้างความดีอย่างนี้ ก็อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านนะได้ใช้โอกาสนี้แหละ สร้างบุญสร้างบารมีให้เต็มที่ โดยเฉพาะเราจะได้ตั้งใจนี่เอาบุญละเอียดคือการปฏิบัติธรรมให้มากขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง เพราะว่าปกติที่ผ่านมีการสวดพระอภิธรรม กิจกรรมต่างๆ แต่วันนี้ไม่มี ก็อยากจะขอเชิญทุกท่านได้นั่งกลั่นจิต กลั่นใจของเรา เอาบุญนี้ให้เต็มที่แล้วก็บูชาทั้งพ่อทางธรรมของเรา คือหลวงพ่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ บูชาคุณยาย น้อมนำบุญนี้ถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา และนำบุญนี้แหละให้คุณพ่อของเรา ให้ทุกท่านได้ตรึกระลึกนึกถึงบุญอย่างที่หลวงพี่ได้กล่าวเอาไว้ คือบุญทั้งหลายทั้ง ๑๐ ประการ บุญที่เกิดขึ้นจากการทำทาน การรักษาศีล การสวดมนต์เจริญภาวนา ความอ่อนน้อมถ่อมตน ขวนขวายในกิจที่ชอบก็ดี ทั้งฟังธรรม และเล่าธรรมะ บางท่านก็มีในบุญส่วนนี้ การให้ส่วนบุญ แผ่เมตตาและอนุโมทนากัน นึกถึงบุญทุกๆ อย่างให้มารวมไว้ในศูนย์กลางกายของเรา ให้เรานึกถึงบุญนี้ให้แช่มชื่น ให้เบิกบาน ให้ผ่องใส ใจของเราให้ชุ่มไปด้วยบุญล้วนๆ จนกระทั่งเกิดความเย็น เกิดความเบาสบาย เกิดความใส ผุดขึ้นมาเป็นดวงกลมๆ ที่ศูนย์กลางกาย เป็นองค์พระที่สุกใส สว่าง ท่านใดจะนึกน้อมหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมะ คุณยายของเราก็ได้ เพราะว่าเป็นการเจริญทั้งพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ คุณยายของเราท่านเป็นทักขิไนยบุคคล เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เข้าถึงธรรมกายภายใน เราตรึกระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย จะเป็นทั้ง ๓ อย่าง หรืออย่างใดอย่างหนึ่งที่เราชอบใจ นึกด้วยใจที่แช่มชื่น นึกด้วยใจที่เบิกบาน นึกด้วยใจที่ผ่องใส กระแสบุญทั้งหลายที่ส่งผ่านจากพระรัตนตรัย และกระแสบุญที่เราได้สร้างสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน นึกให้มาหล่อเลี้ยงที่ศูนย์กลางกาย ที่ดวง ที่องค์พระของเรา ให้สุกใส สว่าง เป็นความเย็น เป็นความสะอาด บริสุทธิ์ สว่างไสว ที่พลอยกลั่นทั้งกายหยาบของเรา ทั้งใจของเราให้มีความสุข สดชื่น ให้มีความเบาสบาย น้อมใจมานิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายเช่นนี้ วางใจให้ละเอียดอ่อน ให้แผ่วเบา ทำความรู้สึกเหมือนใจของเรา เหมือนกระแสบุญของเราที่อยู่ภายในนั้นเชื่อมกันไป แช่อิ่มเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับดวงธรรม กับองค์พระภายใน ให้เหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใจเราให้ละเอียด ให้นุ่มนวล มีความละมุนละไม วางเบาๆ ทำอย่างใจเย็นๆ ว่าเราจะตั้งใจทำใจของเรานั้นให้เย็น ให้ผ่องใส ให้หยุดนิ่ง เพื่อบุญละเอียดที่เกิดขึ้นนี้ เราจะได้น้อมนำบูชาธรรมแด่พ่อในทางธรรมของเรา น้อมนำบูชาธรรมคุณยาย ผู้เป็นที่รักเคารพของเรา จะได้น้อมนำบุญนี้นี่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงของเรา และน้อมนำบุญนี้แหละให้กับคุณพ่อ ผู้ให้กำเนิดกายหยาบของเรา ให้ใจของเราหยุด นิ่ง ผ่องใส ให้ชุ่มให้เย็นอยู่ในกลางกาย อยู่ในกลางดวง กลางองค์พระ นั่งแบบยิ้มๆ สามารถยิ้มน้อยๆ ให้กับตัวของเราเองได้ นั่งอย่างมีความสุข เบิกบาน นิ่งในกลางดวงใส นิ่งในกลางองค์พระใสๆ ให้กระแสบุญจากพระรัตนตรัย จากการที่เราทำใจให้หยุดให้นิ่ง หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง มากลั่นดวงที่เราตรึกระลึกนึกถึงให้ใสยิ่งขึ้น มากลั่นองค์พระที่เราตรึกระลึกถึงให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ยิ่งขึ้น ให้ความใสของดวง ขององค์พระนั้น สุกใส สว่าง สะอาด บริสุทธิ์ จนขยายเป็นดวงที่โตขึ้น องค์พระที่โตขึ้นได้ กลั่นจนมีดวงใหม่ มีองค์พระองค์ใหม่ ที่สุกใสสว่างกว่าของเดิมผุดขึ้นมา เป็นดวงใหม่ เป็นองค์พระใหม่ ที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ ยิ่งขึ้น ขึ้นมาทีละดวง ทีละองค์ ขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ยิ่งดวงใหม่ขยายไปเท่าไหร่ ดวงที่ใหม่กว่านี้ที่ผุดขึ้นมา องค์ที่ใหม่กว่านี้ที่ผุดขึ้นมา ก็ยิ่งใส สะอาด บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ทำใจให้ละเอียด ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ดวง ให้องค์พระนั้นผุดขึ้นมาเป็นสาย ตรึกนิ่งอยู่ในกลางของกลางอย่างเดียว ทำใจเรานิ่ง หยุดในกลางความใส แล้วนึกให้กระแสบุญนั้นหลั่งไหลมารวมกันที่ศูนย์กลางกายของเรา มารวมกันในกลางดวง กลางองค์พระ ให้ดวง ให้องค์พระที่เรานั้นแหละเป็นจุดศูนย์กลางของบุญ เป็นบุญที่สะอาด ที่บริสุทธิ์ แล้วนึกอาราธนาบุญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย บุญบารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ของหลวงพ่อธัมมะ ของคุณยาย กับทั้งของเรา นึกอธิษฐานรวมบุญนั้นแหละมาไว้ในกลางตัว มาไว้ในกลางดวง กลางองค์พระของเรา แล้วเราก็ตั้งจิตนึกให้ส่วนบุญส่วนกุศล แต่โดยเริ่มต้นนึกน้อมบุญนี้บูชาแด่หลวงพ่อวัดปากน้ำของเราก่อน บูชาธรรมแด่คุณยายของเรา นึกน้อมนำบูชาธรรมแด่หลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว ครูบาอาจารย์ผู้ให้เส้นทางชีวิตในทางธรรมของเรา และนึกน้อมบุญนี้แหละถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา นึกถึงบุญนี้ให้แก่คุณพ่อคุณแม่ของเรา ผู้ที่ให้กำเนิด ให้ทุกๆ ท่านที่เรานึกนี่ใส สว่าง ในกลางกายของเรา น้อมนึกด้วยความเคารพ ด้วยความบูชา ให้ท่านใส สว่าง ในกลางกาย กลางดวงของเรา กลางองค์พระ แล้วเราก็นึกขยายกระแสบุญ แผ่กระแสบุญความปรารถนาดีนี้ให้ซ่านไปทั้งเนื้อทั้งคนของเรา ให้บุญนี้กลั่นกายของเรา กลั่นเซลทุกเซล กลั่นไปทุกอณูเนื้อของเรา ให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ขับไล่ทุกข์โศกโรคภัยที่มีอยู่ในตัวของเรา ให้ละลายหายสูญไปให้หมด ให้บุญนี้เป็นความสว่าง สะอาด บริสุทธิ์ แผ่ขยายออกจากกายของทุกทิศทุกทาง ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน เหมือนดวงอาทิตย์ที่เปล่งแสงสว่างออกรอบทิศ ให้ความสว่างแก่ทุกๆ สรรพสัตว์ ทุกๆ สรรพสิ่ง ใจที่เปี่ยมไปด้วยบุญของเรา ก็ขยายกระแสความปรารถนาดี กระแสบุญนี้ทุกทิศทุกทางเช่นกัน ขยายไปทั้งภพภูมิที่หยาบ ภพภูมิที่ละเอียด ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ ขยายไปโดยเริ่มต้นให้คลุมไปทั่วทั้งสภาธรรมกายสากลแห่งนี้ ให้บุญของเรากลั่นกาย กลั่นใจ ของทุกๆ คน ให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ทั้งกาย ทั้งใจ ขยายกระแสบุญนี้ให้กว้างขวางออกไปเรื่อยๆ กลั่นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ จะเป็นโต๊ะหมู่บูชา แจกันทุกสิ่งทุกอย่างให้ใส ให้สว่าง ด้วยกระแสใจที่เปี่ยมไปด้วยบุญกุศล และความปรารถนาดีของเรา ขยายไปให้ทั่วทั้งวัดพระธรรมกาย กลั่นทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ ใบหญ้า ทุกสิ่งทุกอย่างให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ สว่างไสว มีแต่กระแสบุญไปหล่อเลี้ยงทุกอณูทีเดียว ขยายกระแสบุญของเราให้กว้างขวางออกไป ทั่วทั้งจังหวัดปทุมธานี จังหวัดที่อยู่ข้างเคียงและที่ไกลออกไป ขยายไปเรื่อยๆ กลั่นทั้งแผ่นดิน ผืนน้ำ ภูเขาเลากา กลั่นไปทุกอณูของบรรยากาศ ให้มีแต่ความสะอาด บริสุทธิ์ สว่างไสวทั่วทั้งประเทศไทยของเรา แผ่ขยายไปยังนานาประเทศ ครอบคลุมไปทั่วทั้งโลก (หมดม้วน 1/B) (เริ่มม้วน 2/A) นึกให้บุญนี้ถึงแก่ทุกๆ คน ทุกๆ สรรพสัตว์ทีเดียว ที่ต่ำสุดคือสัตว์นรก ยมบาล นายนิรยบาล สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย จะมีเท้ามาก ๔ เท้า ๒ เท้าหรือไม่มีเท้าก็ตาม แม้เหล่าเปรต อสูรกายก็ดี มนุษย์ทั้งหลาย เทวดาที่คอยปกปักษ์อารักขาตัวของเราที่เรียกว่า อารักขเทวดา อารักขเทวดาของบุญสถานแห่งนี้ อารักขเทวดาของคุณยายที่มารักษาสรีระหยาบของท่าน บริวารของคุณยายก็ดี เทวดาอารักทั้งหลายที่อยู่ในสถานที่นี้ ที่ไกลออกไป ทั้งภุมเทวา รุกขเทวา อากาศเทวา ครุฑ ยักษ์ นาค คนธรรพ์ ชาวสวรรค์ จาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา นิมมานนรดี ปรมินมิตวัตสวตี กระทั่งถึงรูปพรหมทั้ง ๑๖ ชั้น อรูปพรหม ๔ ชั้น ตลอดทั่วทั้งโลกธาตุนี้ จักรวาลอื่นอีกนับไม่ถ้วน ทั้งหมดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล กระแสใจ กระแสบุญของเราให้ขยายไป ให้ทุกๆ สรรพสัตว์ได้อนุโมทนา เมื่ออนุโมทนาแล้ว ที่มีทุกข์แล้ว ก็ขอให้พ้นจากความทุกข์ ให้มีความสุข ที่มีความสุขอยู่แล้วก็ให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าได้อาฆาตพยาบาทจองเวรเบียดเบียน หรือมีความอิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน สรรพสัตว์ใดที่เราได้เคยพลั้งพลาดล่วงเกินเบียดเบียนเขา ภพชาติที่ผ่านมา ภพชาตินี้ก็ดี ก็ขอให้ได้อนุโมทนา และนึกอโหสิกรรมให้แก่เรา อย่าได้ผูกเวรต่อกันและกันเลย ให้กล่อมเกลาจิตใจของสรรพสัตว์ทั้งหลายให้มีแต่ความเมตตา ปรารภนาดีซึ่งกันและกัน เมื่อถึงคราวประพฤติปฏิบัติธรรม ก็ให้มีดวงตาเห็นธรรม ทำพระนิพพานให้แจ้ง เหตุการณ์ร้าย ภัยพาลใดๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวเราก็ดี แก่วัด แก่หลวงพ่อ แก่พระพุทธศาสนา ขออานุภาพแห่งบุญนี้ บุญของพวกเราทุกๆ คน ความปรารถนาดี บารมีพระพุทธเจ้านับไม่ถ้วน เทวดาทั้งหลาย ให้มาช่วยปัดเป่าจากร้ายให้กลายเป็นดี จากพาลให้เป็นบัณฑิต อย่าให้สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายนั้นเกิดขึ้นได้ ให้มีแต่ประโยชน์ ความสุข ความสำเร็จที่เป็นบุญเป็นกุศล ที่ส่งผลตั้งแต่ชาตินี้ ข้ามภพข้ามชาติไป นึกแต่ในสิ่งที่ดีๆ ปรารถนา อธิษฐานให้เราอธิษฐานไปด้วย ว่าบุญกุศลทั้งหลายที่เราทำมาดีแล้วทั้งหมดนี้ ขอให้มาเป็นเครื่องสนับสนุน ให้เราเป็นผู้มีความสะอาด บริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา และใจ ให้เราหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ อวิชชา อกุศลมลทินใดๆ ทั้งหลาย ให้เราได้พ้นจากทุกข์ โทษภัยในวัฏสงสาร ให้เราเป็นยอดนักสร้างบารมีที่มีหัวใจที่เข้มแข็ง มีดวงปัญญาสว่างไสว มีสมบัติใหญ่ไว้สร้างบารมีได้อย่างเต็มใจปรารถนา อธิษฐานให้มีร่างกายที่แข็งแรง อายุขัยยืนยาว มีดวงปัญญาสว่างไสว แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม ให้เราเป็นผู้ที่ไม่ตกต่ำไปจากนี้อีกแล้ว มีแต่เจริญรุดหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งทางโลก ทั้งทางธรรม ให้พบแต่คำว่ามี มี มี ให้พบแต่คำว่าสำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ ไปตลอดทุกภพทุกชาติ และเราก็นึกอธิษฐานด้วยว่าในยุคนี้ ขณะนี้ที่ยังคงมีภัยในพระพุทธศาสนา ต่อหลวงพ่อของเรา ซึ่งเป็นผู้ที่เราเคารพรักยิ่ง ปิดหนทางอบายให้กับเรา เปิดหนทางสวรรค์ หนทางการสร้างบารมีไปสู่มรรคผลนิพพาน สู่ที่สุดแห่งธรรม ถ้าไม่มีท่าน เราก็ไม่ได้รู้ ไม่ได้มีโอกาสสร้างสมบุญบารมี เรานึกตั้งมั่นใจว่าเราจะน้อมนำสิ่งที่หลวงพ่อท่านสอน ธรรมะต่างๆ ความรู้ความสามารถ เราจะเค้นออกมาจากความคิด เค้นออกมาจากจิตใจที่สะอาด บริสุทธิ์ ที่มีต่อท่าน ต่อพระพุทธศาสนา เค้นออกมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะนำคุณธรรมที่เราได้รับ ธรรมะที่เราได้รับนี่แหละ ไปชักชวนหมู่ญาติของเราที่ใจตกบ้าง หมู่ญาติที่มาใหม่บ้าง พี่น้องเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย เราจะตั้งใจทำให้อย่างเต็มที่ ชักชวนเขาเหล่านั้นให้มาสร้างบุญสร้างบารมี เพราะเราได้อาศัยหลวงพ่อ พระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง นับจากนี้เราจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับพระพุทธศาสนาได้ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งของเรา กำลังบุญ กำลังความสะอาดบริสุทธิ์ที่เราตั้งใจอย่างแน่วแน่ ชักชวนหมู่ญาติกันมาให้เต็มที่ ไปปลูกศรัทธาเขา ให้เขาเกิดความรักในการสั่งสมบุญบารมี และเข้าใจในวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้า ให้ตั้งปณิธานไว้ในใจว่าจะทำอย่างนี้ทุกๆ วัน นึกเค้นจากความละเอียด ความสะอาดบริสุทธิ์ที่มีอยู่ภายในให้เต็มที่ เพื่อที่จะเอาบุญนี้แหละ ตอบแทนพระคุณของหลวงพ่อ ผู้เป็นพ่อในทางธรรมของเรา ตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ให้เราอธิษฐานย้ำมั่นในกลางดวง กลางองค์พระของเราให้ดีทีเดียวกันทุกๆ ท่าน สัพเพ...จบ. PAGE PAGE 16/ NUMPAGES 17 431205FW-AAT