ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ผู้เป็นยอดกตัญญู

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ด้วยเศียรเกล้า กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร ญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ยอดนักสร้างบารมีลูกหลานยายทุก ๆ ท่าน สำหรับวันนี้เป็นอีกวาระหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ควรค่าแก่การเก็บไว้ในใจเพื่อที่จะระลึกถึงตราบนานเท่านาน เพราะว่านับเป็นเวลาประมาณ ๒ เดือนเศษ ๆ ที่พวกเรายอดนักสร้างบารมีทุกท่านได้มีโอกาสมาบำเพ็ญกุศลให้กับยอดนักรบกล้าผู้ยิ่งใหญ่ คือคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นทั้งต้นบุญและก็ต้นแบบให้แก่พวกเราแล้วก็ชาวโลก ทุกท่านคงได้รับรู้รับทราบถึงคุณธรรม คุณงามความดีต่าง ๆ ของคุณยาย ที่พระอาจารย์ และหลวงพี่ทุก ๆ รูปได้มีโอกาสมาถ่ายทอดให้ฟัง ทั้งจากประสบการณ์โดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่า คุณธรรมคุณความดีของคุณยายกล่าวทีไรก็ไม่หมด พร่ำพรรณนายังไงก็ไม่หมดสิ้น ทุกคนที่เกิดมาในโลกมนุษย์นี้ มียายด้วยกันทั้งนั้น แต่ยายของผู้ใดที่จะสามารถทำหน้าที่ของยายให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ คงค่าแก่การเคารพนับถือกราบไหว้ ยายของใครจะสามารถทำได้เช่นนี้ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คือผู้สร้างตะวันธรรม คือผู้สร้างวัดพระธรรมกาย สร้างพระภิกษุ สามเณร สร้างอุบาสก อุบาสิกา ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ทุก ๆ ท่านให้เป็นคนดี คุณยายสร้างชนิดที่ว่ายายคนไหน ๆ ในโลกนี้ก็ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะใครก็ตามที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิดคุณยายมากที่สุด คนนั้นยิ่งจะมีความรู้สึกเทิดทูนเคารพบูชายายมากเป็นพิเศษ และความรู้สึก เมื่อได้ยินคำว่ายายของผู้พูดและผู้ฟัง คราใด ก็จะมีความรู้สึกว่าภาคภูมิใจ มีความปลาบปลื้มปีติใจที่ได้เกิดเป็นลูกหลานยาย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลวงพ่อของเราทั้ง ๒ องค์ จึงรักเคารพบูชายายยิ่งชีวิต ก็เพราะว่ายายของเราเป็นผู้สร้างชีวิตใหม่ ให้ชีวิตใหม่ในเส้นทางธรรมแก่หลวงพ่อทั้ง ๒ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือคุณยายสามารถปิดประตูนรก สามารถเปิดประตูสวรรค์ ชี้ทางสว่างให้ไปพระนิพพานได้ คุณธรรมคุณงามความดีของคุณยายมีมากมายเหลือเกิน แต่ที่จะพูดในวันนี้ อยากจะคุยเรื่องของความกตัญญู ถ้าจะเปรียบยายแล้ว ชีวิตของยายเหมือนผ้าขาว ผ้าขาวที่ใส บริสุทธิ์ ที่สะอาดยิ่งกว่าผ้าของชาวสวรรค์ ยิ่งกว่าผ้าทิพย์ของเทวดาเสียอีก เพราะว่าในชีวิตของยาย ในช่วงชีวิตของยายที่อยู่ทางโลก ถึงแม้ว่ายายจะอยู่กับโลก แต่ว่ายายไม่ได้ดำเนินชีวิตเหมือนกับชนชาวโลกทั่วไป ยายไม่ได้แต่งงาน ยายมาอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยายรักษาศีลตั้งแต่ยังเป็นสาว ยายได้ทำวิชชา ซึ่งสมัยนั้นการได้ทำวิชชานี้เป็นสุดยอดของความปรารถนาที่ทุกคนต่างก็ต้องการเลยทีเดียว แต่ยายไปถึงจุด ๆ นั้นได้ เพราะฉะนั้นความบริสุทธิ์ของยายจึงเป็นหนึ่งไม่มีสอง ถือว่ายายของเราเป็นยอดเช่นเดียวกัน เป็นยอดกตัญญู น้อมนบครู ทุกวันวาร เชื่อมวิชชา พระนิพพาน ผู้สร้างสรรค์ ตะวันธรรม การที่คนใดคนหนึ่งหรือว่าคุณพ่อคุณแม่ของตนเอง เมื่อตายไปแล้ว ไปบังเกิด ณ แห่งหนตำบลใด นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่สิ่งที่ยากยิ่งไปกว่านั้นก็คือการที่คนเรารู้ว่าบุพการีของเรานี้ เมื่อละโลกไปแล้ว ไปบังเกิดในภพภูมิที่ไม่ดี และสามารถช่วยท่านไปบังเกิดในภพภูมิที่ดีได้ คุณยายของเราสามารถทำได้ นี่คือคุณธรรมความดีของยาย คือความอัศจรรย์ของยายประการหนึ่ง และสามารถบ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่ายายมีความกตัญญูต่อบุพการี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า การที่จะตอบแทนพระคุณของพ่อแม่โดยเอาพ่อแม่มาวางไว้บนบ่าทั้งสอง เลี้ยงดูปูเสื่อท่านจนถึงร้อยปี ก็ไม่สามารถทดแทนพระคุณท่านหมดได้ แต่ว่ามีวิธีทางออก ใครสามารถชักชวนคุณพ่อคุณแม่ที่ยังไม่มีศรัทธา ให้ท่านมีศรัทธา ที่ท่านยังไม่รักษาศีล ให้ท่านรักษาศีล และที่ยังไม่เจริญภาวนา ให้เจริญภาวนาได้ แต่คุณยายของเราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นความกตัญญูของเราก็เป็นเลิศเช่นเดียวกัน ย้อนไปในปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ สมัยนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำเรียกศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ญาติโยม แม่ชีทั้งหลายเข้าไปประชุมกัน เพื่อที่จะบอกให้รู้ว่าอีกประมาณสัก ๕ ปี หลวงพ่อวัดปากน้ำจะมรณภาพแล้ว หลวงพ่อก็ประชุมมีใจความที่สำคัญว่า ให้ลูก ๆ ทุกคนช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ไปทั่วโลก เพราะวิชชานี้เป็นวิชชาที่ดี สามารถช่วยตัวเองได้ สามารถช่วยครอบครัว ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหายสัมพันธชนได้ และที่สำคัญสามารถช่วยคนได้ทั้งโลกนี้ คือใจความสั้น ๆ ที่มีความหมายลึกซึ้งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไว้ ในช่วง ๕ ปีนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำป่วยหนัก และได้มรณภาพในปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ หลังจากที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพแล้ว พวกที่ทำวิชชากับหลวงพ่อ ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือแม่ชีทั้งหลาย ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามสถานที่ต่าง ๆ บ้างก็ปักหลักสอนธรรมะที่บ้านตัวเอง ปักหลักสอนธรรมะในวัดปากน้ำ บางคนก็สึกเป็นฆราวาส บางคนก็ย้ายไปอยู่ตามวัดอื่น ๆ แต่คุณยายของเรายังปักหลักอยู่ที่วัดปากน้ำ และไปอาศัยอยู่กับคุณยายทองสุก ซึ่งคุณยายทองสุกเป็นครูบาอาจารย์คนแรกที่สั่งสอนคุณยายอาจารย์ของเราให้เข้าถึงธรรมะ เข้าถึงพระธรรมกาย ให้รู้จักวิชชาธรรมกายได้ และคุณยายก็ไปรับใช้ปรนนิบัติคุณยายทองสุกเสมอมา หลังจากนั้นไม่นาน คุณยายทองสุกก็ล้มป่วยลง เนื่องจากว่าคุณยายทองสุกได้รับหน้าที่จากหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไปเผยแผ่ธรรมะทั่วประเทศ ก็เหมือนกับคุณยายอุบาสิกาถวิล วัติรางกูลของพวกเรา ได้มีโอกาสไปถ่ายทอดธรรมะ ไปสอนธรรมะทั่วประเทศ ช่วงนั้นคุณยายทองสุกป่วยเป็นโรคมะเร็งที่มดลูก เป็นโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย ซึ่งโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เป็นขั้นสุดท้ายทรมานมาก และมีกลิ่นเหม็นมีเลือดหนองไหลออกมา แต่คนที่คอยรับใช้คอยปรนนิบัติ ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีไม่ใช่ใครอื่น ลองสังเกตดูว่าญาติโยม หรือว่าลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะเต็มไปหมดเลย เต็มบ้านเต็มเมือง แต่คนที่จะไปคอยดูแลเอาใจใส่ ไปปรนนิบัติรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร ให้ยา ซักเสื้อผ้า ทำความสะอาด ทุกสิ่งทุกอย่าง ปรนนิบัติทุกอย่างเลย คือคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของเราเอง เนื่องจากว่าคุณยายอุบาสิกาจันทร์คือลูกศิษย์ของท่าน ท่านมีความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนให้ท่านเข้าถึงธรรมะได้ เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสอง บางครั้งโรคร้ายก็มารุมเร้า ทำให้คุณยายทองสุกทุรนทุราย บางทีก็ละเมอเพ้อต่าง ๆ นานา บางทีก็ด่าคุณยายของเราบ้าง แต่ว่าคุณยายของเราก็มีใจสงบนิ่ง ในลักษณะของผู้ที่มีใจสงบดีแล้ว ยายก็ทำหน้าที่ปรนนิบัติคุณยายทองสุกเรื่อยมา และหลังจากนั้นไม่นานคุณยายทองสุกก็ได้ละสังขารไป บนตักของคุณยายของเรา ซึ่งก่อนหน้านี้คุณยายทองสุกจะพูดเสมอ ๆ ว่า เมื่อจะละโลก จะมีเพียงคุณยายอุบาสิกาจันทร์ และคุณยายทองสุกเท่านั้นแหละ อยู่ด้วยกัน ๒ คน ท่านจะพูดอย่างนี้อยู่เสมอ ๆ แต่คุณยายของเราก็ฟังด้วยความสงบนิ่ง ก่อนที่จะละสังขารไป คุณยายทองสุกก็หันมาพูดกับคุณยายของเราว่า ไปแล้วนะ แต่ก่อนที่จะไปนั้น คุณยายอุบาสิกาจันทร์ของเราได้พูดคำที่เป็นอมตะ ที่ทรงคุณค่ามากที่สุดเลย คือท่านทั้งสองไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วว่างั้นเถอะ ก็พูดคำ ๆ หนึ่งออกไปว่า พี่ พุ่งเข้าไปในพระนิพพานเลยนะ คำ ๆ นี้เป็นคำพูดของท่านผู้รู้กับท่านผู้รู้เท่านั้นที่จะสื่อสารกันได้ อย่างที่หลวงพ่อธัมมะของเราพูดกับคุณยาย ก็พูดอย่างนี้นะ พุ่งเข้าไปในพระนิพพานเลยนะ คือไม่ต้องห่วงกายหยาบให้เข้าไปเลยนะ หลังจากนั้นคุณยายทองสุกก็ละสังขาร คุณยายอุบาสิกาจันทร์ของเราก็จัดงานของคุณยายทองสุกให้อย่างสมเกียรติ หลังจากนั้นคุณยายของเราก็ได้มีโอกาสหวนระลึกถึงคำพูดที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไว้ในปีก่อน ๆ โน้นว่า ให้เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปให้ได้ทั่วโลก คุณยายก็หาวิธีที่จะทำอย่างไรถึงจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ไปได้ทั่วโลก ยายก็เลยจัดเป็นบ้านธรรมประสิทธิ์ จัดเป็นบ้านกัลยาณมิตรหลังแรกขึ้น รวบรวมสมาชิกมาประพฤติปฏิบัติธรรม ซึ่งหนึ่งในผู้ปฏิบัติธรรมในตอนนั้นก็คือเด็กหนุ่ม ผู้มีชื่อว่านายไชยบูลย์ สุทธิผล คือหลวงพ่อธัมมชโยของเราเอง ซึ่งเด็กหนุ่มคนนี้เวลาไปเรียนธรรมะกับคุณยาย จะมีธรรมะก้าวหน้าได้เร็วมาก และคุณยายก็มีความมั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้แหละคือผู้ที่จะสืบทอดวิชชาธรรมกาย สืบทอดวิชชาของหลวงพ่อ สามารถเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปได้ทั่วโลก และจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ คำที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ความฝันที่คุณยายใฝ่ฝันไว้ ก็กำลังกลับกลายเป็นความจริง ซึ่งคุณยายของเราก็ได้มีโอกาสออกมาจากวัดปากน้ำ มาสร้างวัดพระธรรมกาย สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างญาติโยม อุบาสก อุบาสิกาทุก ๆ คนให้เป็นคนดี พื้นที่แห่งนี้ที่พวกเราได้นั่งประพฤติปฏิบัติธรรมก็เพราะ ๒ มือน้อย ๆ ของคุณยายของเรา ยายสร้างในสิ่งที่บุคคลอื่นไม่สามารถสร้างได้ ยายทำในสิ่งที่บุคคลอื่นไม่สามารถทำได้ มือทั้งสองของยายชุ่มไปด้วยบุญ ชุ่มไปด้วยบารมี ชีวิตของยายสะอาด บริสุทธิ์ ทั้งภายนอกและภายใน เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์จึงได้จารึกไว้แล้วว่าคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คนนี้คือบุคคลที่สร้างวัดพระธรรมกาย เป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย คือผู้ที่สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง จากเรื่องราว ตำนาน ของการสร้าง ใครรู้บ้าง ว่าลำบาก สักเพียงไหน แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า แทบขาดใจ สอนศิษย์ให้ เป็นคนดี ศรีทุกคน แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ยายไม่หวั่น ยายฝ่าฟัน ต่อสู้ จนรู้ผล อุปสรรค มากมาย รอบกายตน ไม่อาจท้น ท่วมใจ คลายเรี่ยวแรง คุณที่สาม งามสดใส กว่าใครอื่น ยายหยิบยื่น วิชชา ให้กล้าแกร่ง พร่ำสอนศิษย์ ด้วยรักแท้ แม้หมดแรง ให้รู้แจ้ง ถึงธรรมะ ชนะมาร การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเกิดมาในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน เป็นใคร ฐานะหน้าที่การงานของเขาเป็นยังไง นั่นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทำอย่างไรคน ๆ นั้นจึงจะสามารถดำเนินชีวิตให้สมกับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ให้ใช้ชีวิตของความเป็นมนุษย์นั้นได้อย่างมีคุณค่า สามารถทำคุณประโยชน์ให้แก่ตัวเอง และสามารถทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากที่สุด สิ่งนี้ต่างหากที่สำคัญที่สุด ทุกคนต้องมีความหวัง ทุกคนต้องการกำลังใจ คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คือต้นแบบของนักสร้างบารมีทั้งหลาย หลวงพ่อธัมมะของเราเคยพูดไว้ว่าความอดทนหรือคุณธรรมต่าง ๆ ขอให้พวกเราได้แค่เสี้ยวหนึ่งของคุณยาย แค่นี้ก็เพียงพอ คุณยายของเราไม่จำเป็นต้องให้ได้เหมือนกับยาย ขอให้ได้แค่เศษเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี คุณยาย หลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อของเราเคยพูดไว้อย่างนี้ เวลาที่หลวงพ่อวัดปากน้ำหรือว่าหลวงพ่อธัมมชโยพูด ท่านก็จะพูดสรรเสริญคุณยายของเราว่าเป็นคนที่มีความกตัญญู เป็นคนที่รักความสะอาด เป็นต้นแบบให้แก่ลูก ๆ ให้แก่หลาน ๆ คราใดที่ท้อให้ดูคุณยาย คราใดที่ใจของเราอ่อนล้า ให้มองดูยาย เพราะว่ายายถึงแม้กายจะเป็นหญิง แต่จิตใจของคุณยายนั้นกล้าแกร่งยิ่งกว่าชาย อย่างไรก็ตาม คุณยายของเราได้ละโลก ได้จากพวกเราไปแล้ว แต่ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่คุณยายได้ฝากไว้คือมรดกธรรมอันล้ำค่า ยายได้ฝากไว้ให้กับโลก ให้แก่ลูกหลาน ยอดนักสร้างบารมีทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติตาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า กำลังใด ๆ ก็ไม่สู้กำลังของพญามัจจุราช ผู้มีเสนาใหญ่ ใคร ๆ ก็ไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยมารสูตร ความไม่มีโรคทั้งปวง ในที่สุดก็คือความมีโรค ความเป็นหนุ่มสาวทั้งปวง ก็มีความแก่เป็นปริโยสาน ความเป็นอยู่ทั้งปวง ก็มีความตายเป็นปริโยสาน สัตว์ทั้งหลายเมื่อเกิดมาแล้ว ตั้งแต่เวลาที่คลอดออกมาก็บ่ายหน้าไปสู่ความตายด้วยกันทุกคน ไม่หวนย้อนกลับเลยแม้สักนิด เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นแล้ว ก็บ่ายหน้าไปสู่ความตกไป เหมือนน้ำที่ไหลลงจากภูเขา มีกระแสเชี่ยว ย่อมพัดพาเอาสิ่งที่มันจะพาเอาไปได้ ให้ไหลรุดไปท่าเดียว ไม่หวนกลับเลย ดังนั้น พึงระลึกนึกถึงความตายว่า นายเพชฌฆาตคิดว่าเราจะตัดศีรษะของบุคคลนี้ ถือดาบจ่อที่คอ ยืนประชิดตัวอยู่ฉันใด แม้ความตายก็ปรากฏอยู่ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะความตายมาพร้อมกับความเกิด และเพราะคร่าเอาชีวิตไป อุปมาเหมือนดอกเห็ด ย่อมพาเอาฝุ่นติดหัวขึ้นมาด้วยฉันใด เมื่อบุคคลเกิดมา ก็พาความแก่และความตายเกิดมาด้วยฉันนั้น และพระองค์ยังตรัสต่อไปอีกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อายุของมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้มีน้อยนัก จักต้องไปสู่สัมปรายภพ เพราะฉะนั้นควรรีบขวนขวายสร้างคุณงามความดี สร้างบารมี ประพฤติพรหมจรรย์ เพราะว่าเมื่อสัตว์เกิดขึ้นมาแล้ว ความไม่ตายหามีไม่ ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อเป็นอยู่ก็เป็นได้เพียงร้อยปี หรือจะอยู่เกินนั้นไปก็มีบ้าง แต่น้อย บัณฑิตทั้งหลายเมื่อพิจารณาเห็นความตายอย่างนี้เนือง ๆ ก็ให้รีบสั่งสมคุณงามความดี บุญไหนที่เรายังไม่ได้ทำ ก็ขอให้รีบทำ บุญไหนที่เราทำแล้ว ก็ขอให้ทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป สำหรับวันนี้ก็สมควรแก่เวลา ขอให้พวกเราทุก ๆ ท่าน ตั้งใจหลับตาเจริญสมาธิภาวนา ระลึกถึงคุณงามความดีของคุณยาย ให้พวกเราทำใจให้สงบนิ่ง ๆ สักครู่นะ ให้เรานึกถึงคุณยาย กลั่นคุณยายให้ใส ๆ ที่กลางท้อง และให้เราตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าคุณยาย สิ่งไหนที่เราอยากจะทำให้สำเร็จในชีวิตนี้ สิ่งไหนที่เราทำยังไม่สำเร็จ อยากจะทำให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ ก็ขอให้เราตั้งจิตอธิษฐาน อธิษฐานต่อหน้าคุณยายของเรา ตอนนี้คำอธิษฐานของเราจะเป็นคำอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้พวกเราต่างคนต่างทำใจให้นิ่ง ๆ ทุกคนเลยนะ *********************************** จบ ***********************************