ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

บุคคลที่หาได้ยาก

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระสมนึก : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นประทีปเอกแห่งโลก กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถระ นมัสการเพื่อนสหธรรมมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาทุกท่าน และผู้นำบุญลูกหลานทุกท่าน (สาธุ) วันนี้วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราทุกคนได้มาร่วมกันสั่งสมบุญสั่งสมบารมี แล้วก็ได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยาย มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในตุลลพระสูตรว่า บุคคลที่หาได้ยาก ๒ จำพวก คือบุพพการีบุคคล และกตัญญูกตเวทิตาบุคคล บุคคล ๒ จำพวกนี้แหละหาได้ยากในโลก ผู้ที่ทำคุณงามความดี มีอุปการะต่อผู้อื่น ทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ไม่คิดหวังผลตอบแทนอะไรทั้งสิ้น ใครทำได้อย่างนี้ถือว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก เช่นบิดามารดาของเรา และผู้ชี้หนทางสายกลางคือมัชฌิมาปฏิปทา หนทางบริสุทธิ์ที่จะหลุดพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งหลายไปสู่ฝั่งของพระนิพพาน บัณฑิตทั้งหลายเมื่อรู้เช่นนี้แล้วนี่ รู้ถึงพระคุณของผู้มีอุปการะแล้วนี่ พึงหาโอกาสตอบแทนพระคุณของท่านอยู่เสมอ ผู้ที่รู้คุณของผู้มีพระคุณและได้กระทำตอบแทนคุณของท่าน ชื่อว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยาก ท่านเรียกว่ากตเวทิตาบุคคล ในสมัยพุทธกาล มีอุบาสกท่านหนึ่งชื่ออุปติสสะ ท่านเบื่อหน่ายในทางโลก เริ่มหาหนทางที่จะหลุดพ้น ท่านเริ่มออกบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก เมื่อท่านบวชเป็นปริพาชกแล้วนี่ ท่านศึกษาความรู้ของครูบาอาจารย์จนจบสิ้น ท่านก็รู้แจ้งว่ายังไม่หลุดพ้น ท่านจึงหาหนทางของมรรคผลนิพพาน อยู่มาวันหนึ่ง ท่านได้พบกับพระอัสสชิซึ่งเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ท่านได้บรรลุพระอรหันต์แล้ว ครั้งแรกที่อุปตัสสะปริพาชกนี้นี่ได้พบเห็นพระอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในการสำรวมอินทรีย์ของท่าน ไม่ว่าจะหันซ้ายแลขวานี่ ท่านสำรวมอยู่ตลอดเวลา ยังความเลื่อมใสให้เกิดขึ้นกับอุปติสสะอย่างยิ่ง ท่านจึงเดินตามพระอัสสชิจนถึงที่ที่ท่านนั่งฉันภัตตาหาร อุปติสสะได้ปูอาสนะรองนั่งให้กับท่าน พระอัสสชินั่งฉันแล้วนี่ อุปติสสะยังได้ถวายคนโทน้ำให้ท่านได้ดื่ม เมื่อพระมหาเถระฉันภัตตาหารแล้วก็ดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วนี่ ก็ได้สนทนากัน อุปติสสะได้ถามพระเถระว่าท่านบวชด้วยพระศาสดาองค์ใด พระมหาเถระตอบว่าเราบวชเพื่อนศาสดาสมณะโคดมศากยบุตร อุปติสสะถามว่าท่านแสดงธรรมข้อใด พระเถระตอบว่าเรายังบวช เรายังเพิ่งบวชอยู่ในธรรมวินัยนี้ เราไม่อาจแสดงธรรมที่เป็นพิสดารได้ อุปติสสะจึงขอร้องให้พระเถระแสดงธรรมโดยที่ท่านสามารถแสดงได้ พระอัสสชิจึงแสดงธรรมว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ย่อมดับไปเป็นธรรมดา เมื่ออุปติสสะได้ยินดังนั้นแล้วนี่รู้แจ้ง ตรอง ทำตามท่านไปได้ บรรลุโสดาบัน พระอุปติสสะ อุปติสสะนี่จากนั้นก็ได้ขอบวชเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา ได้ชื่อว่าพระสารีบุตร ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ผู้มีปัญญามาก ท่านได้ช่วยขยายพระศาสนานี่ให้ขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ด้วยความกตัญญูที่พระสารีบุตรนั้นมีต่อพระอัสสชิที่ได้เป็นผู้แสดงธรรม ให้ท่านได้บรรลุถึงหนทางสายกลาง ทุกคืนก่อนที่จะจำวัด ท่านจะเล็งแลด้วยข่ายพระญาณของท่านว่าพระอัสสชิอยู่ ณ ทิศทางใด จากนั้นท่านจะหันศีรษะไปทางทิศนั้นแล้วก็จำวัด ท่านทำอย่างนี้ทุกวันแล้วก็ตลอดไป แสดงถึงความกตัญญูกตเวทิตาที่ท่านมีต่อพระอัสสชิ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ บุคคลใดก็ตามที่ได้ฟังธรรมจากท่านใด พึงนอบน้อมต่อบุคคลท่านนั้น ดังพราหมณ์ที่นอบน้อมบูชาต่อไฟ คุณยายของเรา ท่านก็เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความกตัญญูตรงนี้ เมื่อครั้งที่ท่านยังอยู่ที่บ้านของคุณนายเลี๊ยบ ท่านได้พบกับคุณยายทองสุกครั้งแรก ครั้งแรกที่คุณยายได้พบคุณยายทองสุกนั้น ท่านมีความปีติอยากจะเข้าใกล้ อยากจะฟังธรรม อยากจะปฏิบัติ ท่านคอยปรนนิบัติคุณยายทองสุก เอาอกเอาใจทุกอย่าง จนทำให้คุณยายทองสุกนั้นเกิดความเอ็นดูต่อคุณยาย แล้วก็ได้ขอให้ท่านเจ้าของบ้านนี่อนุญาตให้คุณยายได้ไปปฏิบัติธรรมด้วย คุณยายท่านอยู่ในฐานะที่จะต้องทำงานรับผิดชอบทั้งบ้าน ต้องดูแลปรนนิบัติคุณยายทองสุก แต่ท่านก็เจียดเวลา หาเวลาเพื่อจะปฏิบัติธรรม ท่านเล่าว่าในแรกๆ นี่ใจก็มีกังวล ฟุ้งบ้าง คิดไปเรื่องต่างๆ นานา แต่ด้วยความพากเพียรพยายามของคุณยาย จากที่ฟุ้งมากก็ฟุ้งน้อยลง จากฟุ้งน้อยๆ ก็ไม่ฟุ้งเลย ใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย แล้วท่านก็มองเห็นจุดสว่างที่อยู่กลางกายของท่าน จากนั้นท่านก็ตามเห็นเข้าไปในกลาง เห็นกายในกายจนบรรลุถึงพระธรรมกาย คุณยายมีความปีติมากเมื่อเข้าถึงพระธรรมกายในครั้งแรก ท่านบอกว่าใครจะเอาทองนี่มาสูงท่วมตัวท่าน แล้วไม่ให้ท่านนั่งธรรมะ ท่านไม่เอา สูงเท่านี้หรือเท่าไหนก็ไม่เอา เพราะท่านรู้ว่าการเข้าถึงธรรมะ เข้าถึงพระธรรมกายในตัวนี้นี่ เป็นสุขอย่างยิ่ง จากนี้นี่ คุณยายกับคุณยายทองสุกจึงคิดไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ วันก่อนที่จะไปวัดปากน้ำ คุณยายท่านหลับแล้วก็ฝันไป ฝันว่าคุณยายนี่ได้ยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำใหญ่ ฝั่งตรงข้ามมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ใบดกครื้มดูร่มรื่น แล้วก็มีเรือลำหนึ่งรับคุณยายข้ามฟากไป เมื่อคุณยายไปถึงฝั่งตรงข้ามแล้ว ท่านก็เดินไปที่ต้นโพธิ์ต้นนั้น แล้วก็นั่ง ท่านมีความสุข รู้สึกได้รับความอบอุ่น จากนั้นท่านก็ตื่นขึ้น ในวันรุ่งขึ้น คุณยายทองสุกก็พาคุณยายมาพบกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ได้เห็นคุณยายครั้งแรก ท่านก็ทักเลย มึงมันมาช้าไป คุณยายท่านไม่เข้าใจ แต่ท่านก็จำเอาไว้ เมื่อตอนอยู่วัดปากน้ำใหม่ๆ คุณยายเริ่มป่วย ธรรมะที่เคยได้เห็นนี่ก็หายไป แต่คุณยายมีความรู้สึกว่าธรรมะยังอยู่ เพียงแต่เราป่วย แล้วก็ยังสับสนที่ต้องเปลี่ยนสถานที่อยู่ ขณะที่ได้ปฏิบัติธรรมในโรงงานทำวิชชาอยู่นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็เมตตาต่อคุณยายมาก ท่านบอก ลูกจันทร์ หยุดนิ่งเข้าไว้ หยุดนิ่งเข้าไป คุณยายก็ปฏิบัติตามคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ ท่านเดินขึ้นบันไดนี่ เสียงดังเอี๊ยกอ๊ากๆ คุณยายนี่ท่านกลัวหลวงพ่อวัดปากน้ำมาก กลัวคำถามของท่าน แล้วท่านก็ถูกถามจริงๆ แต่ด้วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านรู้วาระจิตของคุณยาย ท่านก็ถามคุณยายเลยว่าลูกจันทร์นิ่งหรือยังวะ คุณยายท่านกลัวมาก ท่านก็เลยตอบไป นิ่งแล้วเจ้าค่ะ พอสิ้นคำตอบนี้เท่านั้น ธรรมะที่เคยเห็นนี่กลับสว่างขึ้นมาแล้วก็ชัดกว่าเดิมอีก จากนั้น คุณยายก็ได้ฝึกฝนวิชชาธรรมกายจนเป็นที่ไว้วางใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านตรากตรำ หมั่นฝึกฝนอบรมตนเองทุกอย่าง เพื่อสนองงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ ท่านทำอย่างนี้จนพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพ แต่ก่อนที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจะมรณภาพนั้น ท่านได้ประชุมศิษย์ทั้งหลาย ตั้งแต่พระ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ว่าอีก ๕ ปีนี่ท่านจะมรณภาพ ขอให้ทุกๆ คนช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายนี้ไปให้ทั่วโลก เพราะวิชชานี้สามารถช่วยทุกข์มนุษย์ได้ เมื่อสิ้นหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ ลูกศิษย์หลายๆ คนก็แยกย้ายกันไป บางคนก็สิกขาลาเพศไป บางคนก็อยู่ที่วัด มีคุณยายกับคุณยายทองสุกนี่อยู่ด้วยกัน ในช่วงนั้นนี่ คุณยายทองสุกเริ่มล้มป่วย ท่านป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูก ในสมัยนั้นนี่จะหายารักษานั้นยาก แล้วก็ไม่มียาไหนที่จะรักษาได้หายขาด คุณยายท่านก็รู้ แต่ท่านก็ขวนขวายหายายนี่ที่จะมาบรรเทาความทุกข์ ที่คอยเบียดเบียนคุณยายทองสุก ท่านเฝ้าปรนนิบัติคุณยายทองสุกนี่เป็นเวลานานทีเดียว ในบางครั้งนี่ท่านถือถ้วยยาเข้าไป ต้องดูอารมณ์ของคุณยายทองสุกก่อน เพราะว่าความเจ็บปวดจากโรคภัยไข้เจ็บนี้ ทำให้คุณยายทองสุกนี่บางทีก็อารมณ์เสียง่าย บางครั้งเข้าไป คุณยายของเราเข้าไปนี่ คุณยายทองสุกบอกว่ากูไม่กินของมึง ถ้าเป็นเราได้ยิน บางคนเราจะท้อแท้ทีเดียว ทำทุกอย่างแต่ก็ถูกว่าอย่างนี้ คุณยายของเราไม่ ท่านฟังด้วยใจที่นิ่งเป็นปกติ มีจิตเมตตาต่อคุณยายทองสุก แล้วก็หวังจะตอบแทนพระคุณของท่านที่เป็นครูคนแรกที่สอนให้ท่านรู้จักเส้นทางสายกลางนี้ คุณยายปรนนิบัติคุณยายทองสุกนี่ จนบุคคลที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นนี่ เกรงว่าคุณยายของเรานี่จะล้มป่วยตามไปด้วย ท่านทำอย่างดีที่สุดเพื่อทดแทนพระคุณของท่าน อยู่มาวันหนึ่ง คุณยายทองสุกเข้าห้องน้ำ เมื่อออกจากห้องน้ำนี่ คุณยายทองสุกพูดกับคุณยายว่า ท่านพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติว่าไส้กูทะลุแล้วว่ะ คุณยายท่านฟัง ท่านก็นิ่ง คุณยายทองสุกก็จะเปรยกับคุณยายอยู่เสมอเมื่ออยู่กัน ๒ คน ว่าเมื่อเวลาที่จะตายนี่ จะมีอยู่กันแค่ ๒ คนนั่นแหละ คือคุณยายกับคุณยายทองสุกเท่านั้น แล้ววันนั้นก็มาถึง คุณยายทองสุกนี่นอน นอนหนุนตักคุณยายของเรา แล้วท่านก็ลืมตา มองมาที่คุณยาย แล้วก็บอกว่ากูไปแล้วนะ คุณยายของเรานี่ฟังแล้วท่านก็นิ่งเป็นปกตินะ แล้วท่านก็ตอบคุณยายทองสุกไปว่า พี่ พี่ พุ่งเข้านิพพานไปเลยนะ ผู้รู้ต่อผู้รู้นี่เขาสนทนากันอย่างนี้ พอคุณยายของเรานี่ท่านปรนนิบัติคุณยายทองสุกของเรา จนถึงวินาทีสุดท้าย ท่านตอบแทนพระคุณของท่านนี่จนถึงวินาทีสุดท้ายของท่าน จากนั้น ก็ได้จัดงานศพให้สมเกียรติของคุณยายทองสุก หลังจากนี้แล้วนี่ หลวงพี่ได้อ่านในประวัติของคุณยาย ท่านบอกว่าท่านคิดจะกลับบ้านนะ แต่โดยที่ว่าท่านนึกถึงคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ให้เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปให้ทั่วโลก ด้วยความกตัญญูของคุณยาย ท่านเฝ้ารอคอยหมู่คณะของเรานี่ บุคคลท่านแรกที่ไปถึงคุณยายก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา จากนั้นก็รวบรวมหมู่คณะของเรานี่มากขึ้นมากขึ้น คุณยายเมื่ออายุได้ ๖๐ ปี เป็นเวลาที่บุคคลทั้งหลายนี่จะได้พักผ่อนแล้ว แต่ด้วยความกตัญญูต่อพระรัตนตรัย ท่านได้รวบรวมหมู่คณะแล้วก็อุทิศตนเองนี่มาบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายให้เป็นศรีสง่ากับพระศาสนา ได้สร้างวัดที่เป็นวัดอย่างแท้จริง ได้สร้างพระที่เป็นพระอย่างแท้จริง เป็นต้นแบบให้กับผู้มีบุญที่จะตามมาในภายหลัง คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวของท่าน จากนั้นท่านยังได้สร้างหมู่คณะของเราให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ คุณยายท่านให้เราตั้งแต่วันแรกที่มาสร้างวัด จนถึงวันสุดท้ายของท่าน มรดกทั้งหลายนี่ที่ท่านทิ้งไว้ให้เรา และที่สำคัญคือวิชชาธรรมกายนี้นี่ เราลูกหลานยายทุกคน ถ้าเรารักคุณยาย อยากจะตอบแทนพระคุณของคุณยาย ขอให้เรารักในการปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมะ เข้าถึงพระธรรมกายในตัวให้ได้ จึงชื่อว่าได้ตอบแทนพระคุณของคุณยาย ให้สมกับที่คุณยายนี่ท่านได้เหน็ดเหนื่อยพากเพียรมาตลอดชีวิต เพื่อให้ทุกคน พวกเราทุกคนได้รู้แจ้งในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราสะดวกสบายทุกอย่าง แต่ก็มาจากความยากลำบากของคุณยายทั้งสิ้น และในโอกาสนี้นี่เป็นโอกาสที่ดี ลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นโอกาสที่พวกเรานี่จะช่วยกันสร้างให้สำเร็จเพื่อบูชาธรรมคุณยาย ตอบแทนเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีที่เรามีต่อคุณยาย เราจะได้ประกาศให้โลกรู้ว่าลานธรรม รัตนบัลลังก์นี้นี่ที่จะเป็นที่รองรับผู้มีบุญทั้งหลายที่จะเดินทางมาจากทั่วโลก มาปฏิบัติธรรม มาศึกษาถึงวิชชาธรรมกายนี่ ถ้าเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน หลวงพี่ว่า หลวงพี่เชื่อว่าสิ่งนี้จะสำเร็จได้เป็นอัศจรรย์ เราจะสามารถประกาศให้โลกรู้ว่านี่คุณยายนี่แหละคือผู้สร้างลานธรรม บูชามหาธรรมกายเจดีย์ คุณยายนี่แหละคือผู้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ บูชาพระรัตนตรัยที่มีคุณอย่างไม่มีประมาณ และในที่สุดนี้ ก่อนที่เราจะกลับกันไป ขอให้เราปฏิบัติธรรมบูชาธรรมคุณยายกันนะ ปรับร่างกายของเราให้สบาย ให้ผ่อนคลายนี่ ให้เรานึกถึงคุณยายของเรา ภาพที่คุณยายเคยได้เดินตรวจวัด ได้นั่งอยู่บนซาเล็งของท่าน นกยูงก็เดินตามท่าน บางครั้งท่านก็ให้อาหาร นึกถึงภาพคุณยาย นึกถึงรอยยิ้มของท่าน เมื่อเราเห็นแล้วนี่ เกิดความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย แล้วก็อยากเข้าใกล้คุณยาย ดวงตาของคุณยายนี่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา มีแต่ความปรารถนาดีต่อทุกๆ คนที่มาได้พบคุณยาย ภาพต่างๆ เหล่านี้นี่เราคงไม่ได้เห็นอีกแล้ว แต่เรานึกถึงท่านได้ในกลางตัวของเรา คุณยายท่านจะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ลูกหลานของท่านทุกคนนี่รักในการสร้างบารมี รักในการฝึกฝนตัวเอง อบรมตัวเอง ละสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลายนี่ เพื่อมุ่งสู่ความบริสุทธิ์ภายใน ให้ธาตุธรรมเห็น จำ คิด รู้ ของเรานี่บริสุทธิ์จะได้เหมาะสมเป็นภาชนะรองรับอมตธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นึกถึงคุณยายขึ้นมาในกลางตัวของเรานะ อย่างเบาๆ สบายๆ ขอบุญบารมีของท่านนี่คุ้มครองปกป้องรักษาให้ลูกหลานยายทุกคนนี่ สามารถสร้างบารมีไปได้ตลอดรอดฝั่ง และให้มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ต่อคุณยาย (หมดหน้า 1/A) (เริ่มม้วน 1/B) ถ้าเมื่อไหร่เราสามารถเข้าถึงธรรมะภายใน เราจะได้ติดต่อกับคุณยายได้ คุณยายจะปีติใจมาก ถ้าเราทุกคนเข้าถึงพระธรรมกายในตัวได้ ได้ช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายนี่ไปให้ทั่วโลกเลย จากนั้นเราก็นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรานี่ ท่านได้ตรากตรำงานทุกอย่างนี่ เพื่อให้พระศาสนาของเรานี่เจริญรุ่งเรือง ให้วิชชาธรรมกายนี้เผยแผ่ไปได้ทั่วโลก เราทุกคนช่วยกันสมัครสมานกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยกันสร้างลานธรรมเพื่อบูชาธรรมคุณยาย แล้วก็ได้ให้โอกาสแก่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ทำงานที่แท้จริงของท่าน เราทำให้ยาย แต่บุญได้ที่เราทุกคน แล้วก็นึกเอาบุญนี้นี่ไปถึงกับหมู่ญาติเราทุกคน บุคคลอันเป็นที่รักทั้งหลาย คุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องของเรา ลูกหลานเราทุกคน บริวารของเรานี่ ให้เขาได้บุญจากการที่เราได้มาสั่งสมบุญกันในวันนี้ ให้หมู่ญาติของเราทุกคน ที่มีทุกข์ก็ขอให้เขาพ้นทุกข์ ที่มีสุขน้อยก็ให้มีสุขมาก ที่มีสุขมากให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป บุคคลใดที่เป็นมิจฉาทิฐิ ขอให้เขารู้ถูก เห็นถูกต้องตามความเป็นจริง มีสัมมาทิฐิเป็นชาวพุทธที่รักในการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้สังคมไทย สังคมชาวพุทธนี่อยู่เย็นเป็นสุข เป็นสังคมชาวพุทธอย่างแท้จริง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เห็นอกเห็นใจกัน แล้วก็นึกเอาบุญนี้นี่ให้กับตัวของเราเอง ขอบุญสนับสนุนให้เรานี่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บอย่าได้มาเบียดเบียน ให้ธุรกิจการงานของเรานี่เจริญก้าวหน้า ให้สายสมบัตินี่เกิดขึ้นกับตัวของเรา ให้เรานี่เป็นที่มานอนของโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ความมีสิริ ความเป็นมงคลทั้งหลาย ให้เกิดขึ้นกับตัวของเรา ให้เรานี่เป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย นึกคิดอะไรนี่ให้สมความปรารถนา จะกระทำสิ่งใดให้สำเร็จโดยเร็วพลัน จากนั้น เราก็นึกอธิษฐานจิตกันตามใจชอบกันสักพักหนึ่งนะ สัพเพ……… PAGE PAGE 1 หน้า 431120FW-AAT