กัลยาณมิตรธรรมของคุณยายอาจารย์
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ในอายตนนิพพานนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน ขอกราบอนุญาตพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระภาวนาวิริยคุณที่เคารพอย่างสูง ขอกราบคารวะพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป และขอเจริญพร ยอดกัลยาณมิตรนักสร้างบารมี ผู้รักในการทำความดีทุกท่าน (สาธุ)
ในวันนี้พวกเราทั้งหลายได้ทำความดีตั้งแต่เช้า ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ถวายสังฆทาน แล้วตอนบ่ายก็ได้ฟังธรรมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ พวกเราทั้งหลายก็ได้ฟังพระผู้ใหญ่ ซึ่งท่านได้เมตตามาสวดพุทธมนต์ให้กับคุณยาย แล้วก็ให้กับพวกเราได้ฟัง
คุณยายของพวกเราท่านเป็นที่เคารพนับถือของพวกเราเป็นอย่างสูง ท่านเป็นยอดกัลยาณมิตร เป็นช่างปั้น ถ้าจะพูดถึงก็เป็นช่างปั้นที่ดีเยี่ยมให้กับลูกหลานยายทุก ๆ คน โดยเฉพาะในใจของคุณยาย ตั้งแต่สมัยที่ท่านอยู่วัดปากน้ำ ในใจท่านอยากจะสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ แล้วก็สร้างคนดีให้เกิดขึ้นในสังคม คุณธรรมตรงนี้ ตรงกับคุณสมบัติของกัลยาณมิตร
คำว่ากัลยาณมิตรซึ่งมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในชั้นเปรียญธรรม ๘ ประโยค เป็นหนทางแห่งการปฏิบัตินั้น ได้บอกไว้ว่ากัลยาณมิตรประกอบไปด้วย
ปิโย / ครุ / ภาวนีโย / วตฺตา จะ / วจนกฺขโม / คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา / โน จฏฺฐาเน นิโยชเย
ซึ่งแปลได้ความว่าบุคคลที่เป็นกัลยาณมิตรนั้น ต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้ คือ
เป็นที่รัก เป็นที่น่าเคารพยกย่องเทิดทูน เป็นผู้มีปกติโอวาทพร่ำสอนอยู่เป็นนิจ อดทนต่อคำสอนล่วงเกินของบุคคลอื่น แล้วก็สามารถที่จะอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย และประการสุดท้ายก็คือสามารถที่จะชักนำเราไปสู่หนทางแห่งความบริสุทธิ์ หนทางแห่งความหลุดพ้น
ที่อาตมาเอาพุทธพจน์ เอาพระบาลีตรงนี้มาพูดให้ฟังก็เพราะว่าตรงกับคุณธรรมของยายเรา ยายของเรานั้นท่านเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมอย่างนี้ จึงเป็นที่รัก เป็นที่เคารพของลูกหลานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทั้งภิกษุ สามเณร แล้วก็อุบาสก อุบาสิกา หลวงพี่จะขอขยายความตั้งแต่บทต้นเลย
คำว่า ปิโย หมายถึง เป็นที่รักเป็นที่เจริญใจของลูกศิษย์ ลูกศิษย์เข้าไปหา ก็ทำให้ลูกศิษย์อบอุ่นใจ หลวงพี่จะย้อนไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ซึ่งในสมัยนั้น หลวงพี่เป็นสามเณร เพิ่งก้าวเข้ามาสู่ในร่มเงาบวรของพระพุทธศาสนาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ ได้เข้าวัด เป็นสามเณรตัวเล็ก ๆ องค์หนึ่ง ในขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าคุณยายคือใคร แต่มีความรู้สึกว่าคุณยายคนนี้ ลักษณะท่าทางไม่ใช่ธรรมดา ในความเห็นของอาตมาซึ่งเป็นเด็กตอนนั้น เพราะดูลักษณะ ดูท่าทาง และดูแววตาของคุณยาย ก็มีความรู้สึกว่ายายคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาแน่ ๆ
พออยู่ในวัดนานเข้าก็รู้ว่าคุณยายของเราเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย เป็นผู้สานต่อมโนปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำ จนกระทั่งขยายมาสู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คือวัดพระธรรมกายให้พวกเราได้สร้างบารมีแห่งนี้ เพราะฉะนั้นรู้ตอนนั้นจึงมีความรู้สึกว่าคุณยายของเราเป็นผู้มีบุญมาก จึงเป็นที่รัก เป็นที่เคารพของลูกศิษย์ลูกหา
โดยเฉพาะที่หลวงพี่ประทับใจมากที่สุดในสมัยนั้น ทุกอาทิตย์ต้นเดือนเวลาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของพวกเรานำบูชาข้าวพระ ยายก็จะมานั่งเป็นประธาน และหลวงพี่มีความรู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันบุญใหญ่มาก ซึ่งในสมัยนั้นยายยังแข็งแรง และหลวงพ่อก็จะบอกว่าให้ยายช่วยพาลูกหลานยาย เอาของหยาบ ๆ ไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพุทธบูชา ซึ่งในวันอาทิตย์ต้นเดือน อาตมาเองมีความรู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันบุญใหญ่ ที่พวกเราจะได้ไปบูชาข้าวพระกัน ซึ่งมีคุณยายเป็นประธาน แล้วก็เป็นที่เคารพ เป็นที่เทิดทูนของพวกเรา
บุคคลที่จะประกอบด้วยความเป็นผู้น่ารัก ท่านได้ขยายไว้ ๓ ประการ คือ
ประการที่ ๑. ต้องกายงาม กายงามในที่นี้หมายถึงความสะอาด ความสะอาดภายนอกตั้งแต่ของหยาบ ๆ ตั้งแต่เสื้อผ้า ตั้งแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกอย่าง หลวงพี่ก็มาดูว่าคุณธรรมตรงนี้ ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง เล่าให้ฟังสม่ำเสมอว่าตรงนี้ยายมีเต็มเปี่ยม แล้วก็ตรงกับคุณสมบัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นที่รัก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะท่านมีความสะอาดทั้งกาย กายงามคือสะอาดทั้งกิริยามารยาท สงบเรียบร้อย รวมจนไปถึงภายนอก
ในสมัยก่อนสามเณรจะรับบุญกัน อย่างเช่นหลังจากสวดมนต์ทำวัตรเช้า นั่งธรรมะเสร็จเรียบร้อยแล้วประมาณ ๖ โมงเช้าก็จะรับบุญขัดวิมานบ้าง บุญอุปัฏฐากครูบาอาจารย์บ้าง แล้วก็บุญที่ชอบมากที่สุดก็คือบุญไปกวาดในบริเวณวัด เพราะว่าในสมัยนั้นได้นั่งซาเล้ง ชอบนั่งซาเล้งไปกวาดในวัด ก็อาศัยว่าเป็นสามเณรก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงเวลาก็ไปกวาด กวาด ๆ เสร็จก็รีบกลับมาฉัน แต่ขณะที่กวาดไปนั้น สามเณรก็จะเล่นกัน แล้วก็ กวาดทิ้งไว้ข้างถนน
คราวนี้ปกติทุกเช้า ยายก็จะเดินตรวจวัด บางทีก็จะให้อุปัฏฐาก ซึ่งตอนนี้ท่านก็บวชแล้วนะ ปั่นสามล้อแล้วยายก็นั่ง ทุกเช้ายายก็จะมาตรวจอย่างนี้แหละ เผอิญในวันนั้นพวกหลวงพี่ก็ไม่ได้สังเกตว่ายายอยู่ข้างหลัง กวาดไปก็เล่นไป กวาดให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะว่าจะต้องรีบไปฉัน พอหันหลังไปเจอยาย ยายก็บอกว่าลูกเณร ทีหลังกวาดวัดนี่นะ กวาดแล้วอย่าเอาไปทิ้งข้างถนน เดี๋ยวเวลาลมมันพัด มันก็เลอะ มันก็สกปรกเหมือนเก่า กวาดก็เหมือนไม่ได้กวาด เพราะฉะนั้นเวลากวาดเสร็จแล้วเอามารวมกันไว้ แล้วก็ใส่ถังขยะเอาไปทิ้ง เราจะได้เป็นคนละเอียดตั้งแต่เป็นเด็กเลย เพราะฉะนั้นบุญจะได้ไม่ตกไม่หล่น หลวงพี่ก็จำได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เขียนไว้เลยว่านี่แหละยาย แม้แต่เป็นเด็ก ยายก็ไม่มองข้าม ยายก็พร่ำสอน ตั้งแต่นั้นมาสามเณรไม่กลัว พอรู้ว่ายายมานะ รีบทันทีเลย รีบให้ยายเห็น แล้วก็กวาด แล้วก็รวมกันไว้ ใส่ถังขยะ นี่คือกายงาม ความเป็นระเบียบ ความรักษา ความสะอาด โดยยายไม่มองข้ามตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ หรือใคร ๆ ก็ตามที่มาวัดพระธรรมกาย
ประการที่ ๒ วาจางาม วาจางามหมายถึงคำพูดที่เป็นคำบริสุทธิ์ เป็นคำหลุดพ้น แล้วก็เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ยอดกัลยาณมิตรทั้งหลายคงจะทราบดี บางคนบางท่านอาจจะได้พูดคุยกับยาย เราลองสังเกตว่าคำพูดของยายเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์จริง ๆ ใครมาหายาย ยายก็จะชักชวนบอกไป เราไปพระนิพพานกันดีกว่า เราทำความดีดีกว่า วันเวลาในชีวิตมันหมดไปเร็ว เพราะฉะนั้นอย่าประมาท เพราะฉะนั้นปกติของยาย จึงเป็นผู้มีวาจางาม เป็นผู้มีวาจางาม ถ้าในทางภาษาบาลีท่านก็บอกว่าเป็นผู้มีวาจาสุภาษิตเป็นนิจ เพราะฉะนั้นยายของเรา ท่านครบทุกประการ
ประการที่ ๓ ใจงาม หมายถึงธรรมะที่อยู่ในภายใน บริสุทธิ์หมดจด เพราะยายปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกาย ทำวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพราะฉะนั้นใจของยายไม่ขุ่นมัวเลย ใจของเราหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เพราะฉะนั้นในกลางกายของยาย จึงเป็นประดุจเจดีย์ที่มีพระธรรมกายอยู่ในตัวของยายนับไม่ถ้วน นี่คือใจงาม
รวมจนไปถึงที่กล่าวมานี้คือคำว่าปิโย เพราะฉะนั้นปิโยตรงนี้ จึงเป็นที่รัก เป็นที่น่าเชื่อใจ แล้วก็มั่นใจให้กับลูกศิษย์
คำว่า ครุ ภาวนีโย ก็หมายถึงความเป็นผู้น่าเคารพ น่าเข้าใกล้ แล้วก็น่ายกย่อง ใครที่เข้ามาหายายจะสังเกตเห็นยายจะอ่อนน้อมถ่อมตนก่อน พอเราเข้าไปหายาย ยายจะพนมมือไหว้เลย ทักทายเขาก่อน แม้ยายจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย เวลายายจะคุยกับพระภิกษุสามเณร ยายพนมมือตลอดเลย ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่อยากให้ยายพนมมือ แต่ยายแสดงออกเพราะยายอยากได้บุญ เพราะว่าใครก็ตามที่แสดงความเคารพอย่างนี้ บุคคลนั้นจะเป็นคนเจริญ แล้วก็จะมีคุณธรรมภายในเหมือนอย่างยาย ตามจริงธรรมะของยาย ถ้าจะพูดถึงอย่างเรานี่ ไม่ติดฝุ่นท่านเลย แต่กิริยาภายนอกที่ท่านแสดงออกมานั้น บ่งบอกให้ทราบว่านี่แหละปฏิบัติธรรม นี่แหละคนที่รักในการทำความดี เพราะฉะนั้นยายจึงเป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่องของพวกเราทั้งหลาย ทั้งพระภิกษุ ทั้งสามเณร
คำว่า วัตตา หมายถึงความเป็นผู้ฉลาด ความเป็นผู้ฉลาดในการว่ากล่าวตักเตือน ในการที่จะสอน ในการที่แนะเราให้ทำความดี ตรงนี้ยายมีครบถ้วน เพราะยายเวลาจะตักเตือนใคร ยายดูใจก่อน ไม่เหมือนพวกเรา ยังดูใจกันไม่ได้ แต่ยายจะพูด จะคุยกับใคร ยายดูใจก่อน แล้วก็พูด แล้วก็ทักออกไป เพราะฉะนั้นจึงเจาะใจคนได้ บางทีเราเดินเข้าไป ยายทักบอกว่าใจขุ่นมัว ไม่รู้คิดเรื่องอะไร เราสะดุดเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ยายเป็นผู้ฉลาด
แล้วคำพูดของยายก็ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำพูดที่ออกมาจากศูนย์กลางกาย แล้วก็เป็นคำพูดที่ให้กำลังใจ โดยเฉพาะตั้งแต่หลวงพี่สอบบาลีตั้งแต่ประโยค ๑ ๒ จนถึงประโยค ๙ นักศึกษาบาลีทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร ยายจะคอยให้กำลังใจ แล้วยายก็จะมาคอยดูแลทุกอย่าง เรื่องอาหารก็ดี โดยเฉพาะใกล้ ๆ สอบ ถึงแม้ชุดที่เรียนเปรียญเอกจะต้องไปอยู่วัดข้างนอก จะต้องไปเรียนที่ส่วนกลาง ยายก็ยังเอาของที่ระลึกไปมอบให้กับพระอาจารย์ใหญ่ แล้วก็เอาของที่ระลึกไปให้ คือปากกา ปากกายายเป็นตัวแทนของยาย ยายจะบอกว่าใครที่ใช้ปากกายาย ลูกเณรก็ดี พระของยายก็ดี ที่ได้รับปากกาไปแล้ว ขอให้สอบให้ผ่าน ขอให้เป็นหน้าเป็นตาของหลวงพ่อ ขอให้เป็นหน้าเป็นตาของวัดพระธรรมกาย ยายก็เอาใจช่วย ยายก็นั่งอธิษฐานให้ เพราะฉะนั้นหลวงพี่ได้รับปากกายาย เปรียบเสมือนว่ากำความสำเร็จไว้แล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ายายทำละเอียดให้
เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีปากกาอีกแล้ว มีแต่ความดี เพราะฉะนั้นรุ่นหลัง ๆ คงจะหาได้ยาก แต่ปากกานี้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ยายจะไม่ให้ปีละด้าม หมายถึงว่าให้ด้ามเดียว แล้วพอไส้หมดไปเปลี่ยนใหม่ ถ้าได้ทุกปี สงสัยได้ตั้ง ๙ ด้ามแน่เลย แต่ให้ไปเปลี่ยนไส้ใหม่เท่านั้นเอง ด้ามก็คือด้ามอันเก่า เพราะฉะนั้นยายให้กำลังใจอย่างนี้ตลอดมา โดยเฉพาะกำลังในการศึกษาเล่าเรียน นี่จึงเป็นผู้ว่ากล่าวและให้กำลังใจลูก ให้กำลังใจหลาน
และโดยเฉพาะที่สุดในการปฏิบัติธรรม ยายจะเน้นเสมอว่าเราต้องรีบปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรม คำพูดคำหนึ่งที่หลวงพี่จดไว้แล้วก็จำได้ อยากจะมาเล่าให้โยมฟัง ยายได้พูดถึงเกี่ยวกับความไม่ประมาท ยายบอกไว้ชัดว่าพวกเราแก่แล้วนะ อย่านึกว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ให้นึกถึงความแก่ตลอดเวลา ถ้ายังทะนงตนว่าเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ก็จะทำให้ตนเองตกนรกได้ง่าย เพราะฉะนั้นเอาบุญละเอียดให้มากกว่าบุญหยาบ บุญละเอียดจะทำให้เราหลุดพ้นจากกิเลส ซึ่งเป็นคำที่ยายได้กลั่นออกมาจากศูนย์กลางกาย และหลวงพี่ก็จำได้สนิทแล้วก็จดไว้เลย เพราะว่าคำ ๆ นี้ไม่ใช่คำธรรมดา ปกติของคนทั่วไป เวลาจะพูดอะไรก็ให้มีแค่ความสุข แต่ยายของเราไม่อย่างนั้นสอนตั้งแต่ชาตินี้จนกระทั่งไปถึงชาติหน้า ว่าง่าย ๆ ก็คือปิดนรก เปิดสวรรค์ แล้วก็พาให้เราก้าวไปถึงที่สุดแห่งธรรม
คำว่า วจนกฺขโม (วะจะนักขะโม) ก็คือความเป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำของคนอื่น ตรงนี้นี่เองที่เราได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ทั้งญาติโยม ทั้งตัวหลวงพี่เอง ก็เพราะอาศัยยาย ยายอดทนมาตลอด อดทนหวังที่จะให้เราเป็นคนดี หวังที่จะสร้างวัดให้เป็นวัด ถ้ายายไม่อดทน ไม่มีสถานที่ให้เราได้สร้างบารมีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ความอดทนของยายนี้ หลวงพ่อได้เล่าตั้งแต่สมัยที่คุณยายยังอยู่ที่วัดปากน้ำ สมัยที่นั่งธรรมะทำวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ยายอดทนมาตลอด ตั้งแต่ถ้อยคำของคนอื่นที่ไม่เป็นที่พอใจ ยายไม่เคยเก็บมาคิด ยายถือว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของโลกธรรม มีสรรเสริญก็มีการนินทา เพราะฉะนั้นใจของยายจึงไม่ติดในเรื่องไร้สาระ แต่ใจของยายจะมุ่งเอาความบริสุทธิ์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นจึงตรงกับคำว่าวะจะนักขะโม คืออดทนต่อคำถ้อยคำ จนกระทั่งยายได้รับคำชมจากหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง
เพราะโดยปกติในประวัติหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ท่านเป็นคนจริง แล้วไม่ค่อยชมง่าย ๆ แต่ที่ท่านชมออกมามีอยู่คนเดียวคือคุณยายของเราว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง เพราะฉะนั้นคุณยายจึงไม่ธรรมดา
แล้วก็ประการสุดท้ายในหัวข้อบาลีบทนี้ก็คือ โน จัฏฐาเน นิโยชะเย คือมีปกติชักนำแต่ในทางที่ดี มีปกติจูงใจของเราให้หลุดพ้นจากกิเลส คุณธรรมตรงนี้ยายของเราสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านพูดเป็นประจำ เราจะสังเกตได้ ถ้าใครได้อ่านคำสอนของยาย ที่พระอาจารย์มหาสุวิทย์ วิชฺเชสโก ที่ท่านได้รวบรวมไว้ ยายจะพูด แล้วก็จะชักชวนอยู่เสมอ ในเรื่องของการทำความดี อย่าประมาท ที่หลวงพี่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นว่าบทที่หลวงพี่ประทับใจว่าเรานึกว่ายังเป็นเด็ก แต่ความจริงแล้วเราไม่ใช่เด็ก เพราะเรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับภพนับชาติไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นคำพูดที่จะชักชวนให้เราทำความดี ต้องเป็นคำพูดที่ออกจากศูนย์กลางกาย เป็นคำพูดที่คุณยายไปรู้ ไปเห็นมาแล้ว
โดยเฉพาะปกติคุณยายท่านจะพูดเสมอว่าเราต้องทำความดีนะ เพราะว่าถ้าทำความชั่ว เราก็จะตกนรก และเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ ยายพูดเป็นประจำ เราจะได้ยินคุ้นหูเสมอ ๆ ว่าเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ ยายพูดบ่อย แล้วเราก็เห็นภาพชัดเวลายายเล่าให้ฟังเรื่องนรกว่ามันร้อนขนาดไหน มันร้อนขนาดในโลกนี้เอามาเปรียบเทียบไม่ได้เลย พอลงไปมันละลายเลย ยายจะเล่าให้เห็นภาพ แล้วก็ให้เห็นถึงความดีที่เราได้ทำไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นคุณธรรมของยาย แล้วก็ตรงกับคุณสมบัติของกัลยาณมิตร หรือความเป็นครูที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า บุคคลที่จะเป็นกัลยาณมิตร เป็นครูของคนได้นั้น ต้องเป็นที่รัก เป็นที่รักของคนทั่ว ๆ ไป เป็นที่เคารพยกย่อง แล้วก็เทิดทูนของลูกศิษย์ เป็นผู้ว่ากล่าวโดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย อดทนต่อคำว่ากล่าว แล้วก็สามารถที่จะอธิบายเรื่องยาก ๆ จากที่เราไม่เข้าใจให้เข้าใจได้ง่าย เราไปเจอคำพูดของยายเพียงไม่กี่คำ เราเข้าใจ แล้วเราก็ซึ้งใจในคำของยาย แล้วประการสุดท้ายก็คือชักนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เสมอ
นี่คือคุณสมบัติที่มีอยู่ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งหลวงพี่ได้ศึกษาแล้วก็ตรงกับคุณธรรมของยาย คนที่จะมีคุณธรรมอย่างนี้หาได้ยาก จะมีไม่กี่คนเท่านั้นนอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ในยุคนี้เราก็มีให้เห็นเป็นรูปธรรมคือคุณยายของเรา เพราะฉะนั้นความเป็นกัลยาณมิตรจึงเป็นที่สุดของความดี จึงเป็นทั้งหมดของความดี
ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้ตรัสว่า บุคคลที่เป็นกัลยาณมิตรนั้นคือเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ แม้แต่ตถาคตเอง ถ้าไม่ได้กัลยาณมิตรในสมัยตอนที่เป็นโชติปาละคือฆฏิการะ ก็คงไม่ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกาศพระศาสนาให้เราอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นกัลยาณมิตรจึงเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ แล้วก็ตรัสอีกว่าดูก่อนอานนท์ สัตว์ทั้งหลาย ที่มีการเกิดเป็นธรรมดา อาศัยเราเป็นกัลยาณมิตร จึงพ้นจากการเกิดได้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ก็ได้ยายที่คอยทำตามโอวาทตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่สานต่อมโนปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ให้ช่วยกันแผ่ขยายวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นวิชชาที่บริสุทธิ์หมดจด เป็นวิชชาที่จะพาเราพ้นจากความทุกข์ พ้นจากวัฏฏะสงสาร แล้วก็จะพาให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรม
เพราะฉะนั้นยายจึงเป็นยอดกัลยาณมิตร จึงเป็นยอดของความเป็นครู เพราะฉะนั้นยอดกัลยาณมิตรทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่นี้ อาตมาเองมีความรู้สึกว่าเราทั้งหลายได้เดินตามแนวทางของยาย ซึ่งยายได้ประพฤติปฏิบัติให้เห็นในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นรูปธรรม อย่างที่หลวงพี่ได้ยกพระบาลีมากล่าวข้างต้น เพราะฉะนั้นเราลูกหลานยายรักที่จะเดินตามยาย ก็ให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เราก็จะได้ติดตามยาย ติดตามหลวงพ่อทั้งสอง แล้วก็ติดตามหมู่คณะในการทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะชีวิตของเราที่เกิดมานั้นนอกจากบุญแล้วไม่มีอะไรที่จะเป็นที่พึ่งของเราได้ เพราะฉะนั้นให้เรานึกถึงตรงนี้ เราก็จะได้มีกำลังจิตกำลังใจที่จะทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
เพราะฉะนั้นก่อนที่เราทั้งหลายจะเลิกจากตรงนี้แล้ว ขอให้เราทั้งหลายได้นั่งหลับ หลับตานึกถึงความดีที่พวกเราทั้งหลายได้ทำมาทั้งหมดนี้ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงเวลานี้ ให้เราทำใจของเราหยุด ทำใจของเรานิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ให้นึกเอาบุญบารมีที่เราได้ทำมา กลั่นกาย วาจา ใจของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ตามอย่างที่ยายได้ทำเป็นต้นแบบให้พวกเราได้ดู และได้เดินตาม เพราะฉะนั้นให้เรานึกถึงตรงนี้ที่คุณยายของเรายังมีมโนปณิธานที่จะขยายพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะถ้าเราหันหลังได้ เราจะดูว่าเจดีย์ที่อยู่ข้างหลังเรานั้น ยายได้ฝากไว้กับลูกหลานทุก ๆ คน ลานธรรมที่จะเป็นที่รองรับสาธุชนนับล้าน ๆ คนทั่วประเทศได้มาทำความดี ยายได้ฝากตรงนี้ให้พวกเราทุก ๆ คนได้ช่วยกันสานต่อมโนปณิธานให้ลานธรรม ลานมหาธรรมกายเจดีย์นี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เราจะได้ตามสร้างบารมีไปกับยาย ไปกับหลวงพ่อและหมู่คณะอย่างง่ายดาย
เพราะฉะนั้นเราท่านทั้งหลายให้นึกอย่างนี้ แล้วก็มีกำลังจิตกำลังใจที่จะทำความดี แล้วก็จะเป็นกัลยาณมิตรให้กับตัวเอง ให้กับคนรอบข้าง และให้กับชาวโลกที่จะพร้อมใจกันมาทำความดีเหมือนอย่างเรา เพราะฉะนั้นให้เรานึกอย่างนี้อย่างสบาย ๆ แล้วเราก็อธิษฐานจิตอย่างนี้
เมื่อกาย วาจา ใจของเรา ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้เราอธิษฐานว่าธรรมอันใดที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้บรรลุ ธรรมอันใดที่คุณยายของเราได้เข้าถึง (สัพเพฯ)
*********************************** จบ ***********************************