ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณยายอาจารย์ผู้ยังโลกให้สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) (ช่วงต้นไม่ได้ยิน) พระอุดม หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญหลวงพี่ทุกรูปที่ได้มาบรรยายธรรมที่ผ่านมาทุกรูป และขออนุโมทนาบุญกับโยมพี่อารีพันธ์ที่ได้อุปัฏฐากคุณยาย แล้วก็ทีมงานทุกๆ ท่าน และสาธุชนที่มาร่วมงานคุณยายทุกๆ คน (สาธุ) กว่าจะได้มาเจอคุณยาย หลวงพี่ก็อยากจะเล่าประวัติของตัวเองสักเล็กน้อยเพื่อโยงเข้าถึงว่าได้มาเจอคุณยายอย่างไร สมัยเด็กโยมแม่ก็ได้เอาไปฝากคุณยายเลี้ยง ไม่ได้อยู่กับโยมแม่ อยู่กับคุณยายมาตั้งแต่เล็ก คุณยายทางโลกนะ พอโตขึ้นก็ศึกษาเล่าเรียนจนจบ ม.ศ. ๕ ที่บ้าน ที่จังหวัดมุกดาหาร หลวงพี่อยู่จังหวัดมุกดาหาร แล้วก็เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒๐ แล้วก็ปี ๒๒ ก็ได้มาอยู่กรุงเทพฯ ก็มาอยู่โยมน้า ก็มาเลี้ยงน้องปี ๑ ความจริงงานที่หลวงพี่ทำก็คือซักผ้า ถูบ้าน ช่วยโยมที่บ้าน เป็นงานที่โยมแม่นี่ก็ฝึกมาตั้งแต่เล็กๆ แต่พอปี ๒๓ ก็ได้มาเรียนที่รามอีกครั้ง แล้วก็ได้เข้าชมรมพุทธ ชมรมเขาก็พามาที่วัด ก็มาได้อบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๘ ปี ๒๓ หลังจากอบรมเสร็จก็ลาสิกขา แล้วก็ได้มาวัดทุกวันอาทิตย์ไม่เคยขาดเลย เพราะพี่ๆ เขาบอกว่าวันอาทิตย์ต้นเดือนอย่างน้อยไม่ควรขาด เพราะว่าคุณยายของเรา ท่านลงคุมบุญให้ บูชาข้าวพระ เราทำบุญตลอดทั้งเดือนก็สู้มาทำบุญบูชาข้าวพระวันเดียวไม่ได้ เจอคุณยายครั้งแรกก็มีความรู้สึกว่าเหมือนเราได้อยู่ใกล้ชิดท่านมา มานานนะฮะ ท่านเป็นผู้ที่เดินตัวตรง เป็นคุณยายที่ตอนนั้นเข้ามาท่านก็อายุ ๗๒ ปี เป็นผู้ที่มีความสง่า เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ดวงตาของท่านเป็นประกายสดใส ไม่บ่งบอกถึงว่าเป็นอายุที่ ๗๒ เลยนะ ตอนแรกก็คิดว่าท่านอายุสัก ๖๐ กว่า พอฟังจากหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านก็อบรมธรรมทายาทตอนที่สมัยหลวงพี่อบรม ท่านก็จะเล่าถึงคุณธรรมของคุณยายให้ทราบพอสมควร ดังนั้นบางตอนที่พระอาจารย์ได้พูดมาแล้ว หลวงพี่อาจจะไม่ได้พูดตรงนี้ เพราะว่าจะได้ไม่ซ้ำกันฮะ จะขอพูดในส่วนที่หลวงพี่รับผิดชอบที่ได้เข้ามาอยู่วัด พอมาวัดมากเข้ามากเข้า ก็จะฝันเห็นแต่คุณยายกับหลวงพ่อ ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มาอยู่วัด ไม่เคยคิด แต่ลึกๆ แล้วอยากจะมาอยู่ แต่ว่าตอนนั้นยังเรียนไม่จบนะ เพราะว่าผู้ที่จะมาอยู่ที่วัดพระธรรมกายได้ต้องจบปริญญาตรีเป็นอย่างน้อยนะ ตอนนั้นหลวงพี่ยังเรียนไม่จบ แต่ก็ได้มาช่วยวัดทุกวันอาทิตย์ ศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็จะมาค้างวัดนะ วันอาทิตย์นี่ก็จะไม่ค่อยได้ไปเรียน จะมาเอาบุญ เพราะมีความรู้สึกว่าเรานี่มาช้า เพราะว่าวัดสร้างตั้งแต่ปี ๑๓ ๒๓ มา โอ้ ๑๐ ปีแล้ว กลัวไม่ทันพี่ๆ เขานะ พอปี ๒๔ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน หลวงพ่อท่านก็อนุญาตให้เข้ามาอยู่วัด ก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่ขัดพระ แล้วก็มีดมันบาดมือ แล้วก็เดินเข้าไปที่ครัว จะเอาปลาสเตอร์ปิดมือ ก็เจอหลวงพ่อท่านกำลังประชุมพี่ๆ เขาอยู่นะ เพราะว่าพี่ๆ ก่อนที่จะออกบุญ หลวงพ่อก็จะให้ธรรมะ ให้ธรรมะทุกๆ คน ก่อนที่จะออกไปบอกบุญเจ้าภาพ ก็มีความรู้สึกว่าดีใจที่หลวงพ่อท่านเมตตา ความฝันของเราก็เป็นจริงขึ้นมา ว่าเหมือนกับหลวงพ่อท่านตามให้มาอยู่อย่างนี้ แต่ถึงมาอยู่ยังก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มาอุปัฏฐากทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ คือแบบมันเร็วมากจนตั้งตัวไม่ติด เร็วมากแบบ พี่เขาก็บอกว่าเรานี้มีบุญนะที่ได้มาอยู่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่จะมาอยู่นี่ต้องจบปริญญา ก็มีความรู้สึกว่าเรานี่ก็มีบุญได้สมสมมา เหมือนกับคุณยายท่านก็ตามมาด้วย อันนี้คุณยายท่านพูดไว้ตอนที่หลวงพี่จะบวชนะ เมื่อเข้ามาอยู่ ก็เจอคุณยาย ท่านก็จะตรวจครัวฮะ ไปที่โรงครัวทุกๆ เช้า หลวงพี่ก็จะมาช่วยกวาดถนนตั้งแต่ประตู ๓ ยันอาคารจาตุมเลย ถ้าเกิดวันไหนอุบาสกเขาไม่อยู่กัน แล้วก็ทุกเช้าก็จะถูศาลาดุสิตนะตรงนี้ หลวงพี่วิเชสโกสมัยนั้นท่านก็ยังไม่บวช ก็มาช่วยกันถู แต่ก่อนนี่จะไม่มีไม้ม๊อบนะ ต้องนั่งคุกเข่าแล้วก็ถอยหลังถู ไม่มีไม้ม๊อบเหมือนปัจจุบัน สมัยนี้พัฒนาขึ้นเยอะ มีไม้ถู สะดวกสบายขึ้น ก็อยากเล่าถึงความสะอาดของคุณยาย เพราะได้มาในช่วงที่ท่านยังแข็งแรง แล้วก็จะ เพราะว่าหน้าที่ของหลวงพี่ก็คือทำความสะอาด ถูกุฏิของหลวงพ่อแล้วก็คุณยายด้วย ได้รับความเมตตาจากพี่อารีพันธ์ให้มาช่วย จริงๆ แล้วมีหน้าที่อุปัฏฐากหลวงพ่อ เผอิญว่าหลวงพ่อท่านก็ ช่วงนั้นก็จะขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ ก็จะมีเวลาว่าง ก็มาช่วยพี่เขายกถาดอาหารบ้าง แล้วก็ช่วยถูกุฏิคุณยาย แล้วก็พาคุณยายนั่งรถตรวจรถ ดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในวัด จริงๆ แล้วคุณยายของเราท่านเป็นผู้ที่ละเอียด ไปถึงตรงไหนท่านก็จะให้ลงเก็บ ตั้งแต่เศษใบไม้ กิ่งไม้ที่มันเกะกะ รก แล้วก็เสื่อที่เขานั่งแล้วไม่เก็บกัน คุณยายท่านก็ให้ลงไปเก็บ คือท่านจะไม่ให้ผ่านไปเลย เป็นคนที่เก็บงานตามหลังทุกๆ เรื่อง แล้วมีอยู่วันหนึ่งท่านก็เข้าไปที่ครัว ตู้สแตนเลสนะ ที่หลวงพี่เล่าให้ญาติโยมหลายๆ ท่านก็คงฟังมาแล้ว ก็ขอให้เล่าให้สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฟัง มันก็จะเปิดปิดไม่สนิท ยายท่านก็จะบอกว่านี่ เวลาเอาจาน ถ้วยจานออกมาใช้ ก็พยายามเปิดปิดให้สนิท ท่านก็พูดทุกวั่นทุกวันนะ ท่านก็คงเห็นว่าเออ ต่อไปถ้ายายอายุมากขึ้น ถ้ายายไม่สั่งไว้ก็คงแบบไม่มีใครพูดแทนยาย ท่านก็เลยสั่งหลวงพี่ว่า ตาก่อนท่านเรียกว่าตาดมนะ ตาดม ต่อไปนะเราต้องพูดแทนยาย ต้องสอนแทนยาย ตอนนั้นหลวงพี่ก็นึกในใจว่าเราจะสอนใครได้ ไม่มีวิชชาธรรมกายเหมือนคุณยาย ก็นึกอย่างนี้นะ แต่พอบวชยังไม่ทันไรก็ต้องมาสอนเขา ทุกวันนี้ก็ยังปิดไม่สนิทนะ ตู้สแตนเลสนี่ที่ยามา ถ้าใครไป ก็จะเห็นมันจะเปิดปิดไม่ค่อยสนิท คุณยายท่านก็สอนว่านี่ เดี๋ยวงูเงี้ยวเคี้ยวขอมาทำรังแมลง มาทำรังถ้วยจานพระ จะสกปรก นี่คือคุณยายของเราท่านละเอียด แล้วท่านก็จะอธิษฐาน ชอบคำอธิษฐานท่าน ท่านอธิษฐานว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติ ก็ให้เขามีกินมีใช้ ไม่รู้จักหมดจักสิ้น จะเห็นว่านี่เห็นไหมคำอธิษฐานของยายท่านเป็นผู้ที่ใจอย่างกะมหาสมุทร ท่านจะนึกถึงพวกเรา ก็จะดูได้จากว่าเวลามีงานบุญใหญ่ ญาติโยมมาเท่าไหร่ เราก็เลี้ยงได้หมด โดยที่มีคุณยายไปตามมานะ คุณยายท่านตามมา ตามในละเอียดนะ เห็นคุณยายของเราท่าน หลายๆ ท่านอาจจะไม่เคยเจอคุณยายเลย แต่ก็ฝันถึงคุณยาย นี่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคุณยายท่านไปตามมา แล้วตัวหลวงพี่เองก็ขอยืนยัน พระคุณของคุณยายนี้ยิ่งใหญ่นัก เพราะว่าจากครอบครัวของหลวงพี่เอง เมื่อกี้เล่าข้ามไปว่าโยมพ่อ ซึ่งยังไม่ค่อยศรัทธาในศาสนาเท่าไหร่ ตั้งแต่หลวงพี่มาอยู่วัดสิบกว่าปีนะ อยู่วัดสิบกว่าปี ท่านก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลยนะ ไม่เคยมาเยี่ยม แล้วที่บ้านก็ขาย ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ นะ ธุรกิจส่วนตัวก็คือค้าขาย ขายอาหาร แล้วมันจะมีเหล้าด้วย พอหลวงพ่อท่านเทศน์อาชีพที่ไม่บริสุทธิ์ หลวงพี่ก็จะนึกถึงบ้านทุกที ก็อยากจะให้ท่านเลิก ก็ขอบารมีคุณยาย นึกอธิษฐานให้ท่าน ท่านก็เลิกได้ พอเราเข้าวัด ก็บุญที่ดูแลอุปัฏฐากทั้งหลวงพ่อ คุณยาย ก็ทำให้โยมพ่อโยมแม่นี่เลิกอาชีพค้าขาย คือไม่ต้องทำบาปขายสุรา ก็อยากจะฝากทุกท่านที่ค้าขายสุรา ก็ถ้าเลิกก็อยากจะให้เลิก เพราะมันจะความจำ มันจะเสื่อมมันจะลดลงฮะ แล้วจะเป็นคนที่หลงๆ ลืมๆ ตรงนี้อยากจะฝาก เลิกได้ก็อยากให้เลิก มาพอเจอหลวงพ่อ คุณยายแล้ว เรามีบุญแล้ว เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างอื่นอีกเยอะแยะนะ เรื่องความสะอาดขอย้อนกลับมาอีกนิดหนึ่งว่าห้องน้ำนะ โถส้วมนี่ หลวงพี่ก็โชคดีที่ว่ามาทันคุณยายท่านสอนให้ดู ทำให้ดู โดยล้วงมือนี่ลงไปในคอห่านเลย โดยไม่มีความรังเกียจ แล้วยายก็สอนว่านี่นะ ถึงใครจะจบปริญญาตรี โท เอก มาก็ต้องมาล้างห้องน้ำให้เป็น เพราะปกติแล้วเขาจะมีไม้ ไม้ถูใช่ไหม แต่คุณยายจะไม่ใช้ ท่านก็ใช้มือสก๊อตไบร์ท แล้วห้องน้ำนี่ก็ต้องดูตั้งแต่เพดานมีมีหยักไย่หรือเปล่า ต้องทำความสะอาดตั้งแต่ข้างบนลงมา ไล่มาถึงผนังทั้งสี่ห้องน้ำ แล้วก็ประตูด้วย ประตู บางคนเขาจะทำความสะอาดแค่โถส้วมอย่างเดียว แล้วพื้นก็ บางทีก็ไม่ได้ล้าง ผนังด้านข้างก็อาจจะไม่ได้ล้าง ถ้าให้หลวงพี่ไปตรวจแต่ละแห่ง มันก็จะต้องเจอข้อบกพร่องว่าตรงไหนไม่สะอาด แล้วจะชี้ บอกได้เลยว่ามันยังไม่สะอาด แล้วอ่างล้างหน้าของคุณยายก็จะแห้งตลอด ก็ต้องเช็ดให้แห้ง ฉะนั้นเวลาไปอบรม หรือสอนญาติโยม หลวงพี่ก็แนะนำว่าอ่างล้างหน้านี่นะ ถ้าเกิดอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆ การที่จะเช็ดให้แห้งมันก็คงจะยากเหมือนกัน ก็ใช้วิธี ใช้ฟองน้ำที่เป็นตาข่ายแล้วก็ให้หยดซันไลท์ลงไป ๑ หยด แล้วก็เช็ด โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำแล้วเคลือบไว้ เราก็จะได้อ่างล้างหน้าที่สะอาดตลอดเวลาโดยไม่มีคราบหินปูน แล้วหลวงพี่ก็โชคดีที่ว่าได้มีหน้าที่ซักสบงจีวร โดยรับมอบหมายจากหลวงพี่อิทธิจินตโก ท่านก็สมัยก่อนท่านก็ซักผ้าให้หลวงพ่อ พอหลวงพี่มา ท่านก็มอบหมายงานตรงนี้ให้ โดยสอนให้ซักผ้า โดยมีคุณยายควบคุมอีกทีหนึ่ง ควบคุมในการซักจีวรสบงหลวงพ่อ ในเรื่องของจีวร มันเป็นผืนใหญ่ เพราะงั้นก่อนที่จะซัก เราก็ดูก่อนว่ามันมีรอยสกปรกตรงไหน ต้องมองให้ละเอียด ถ้าเกิดมันมีคราบน้ำมันหรือว่าคราบเลือด เราต้องเอาใช้น้ำยาซักแห้งป้ายลงไปก่อน แล้วก็ขยี้ๆ แล้วมันก็จะค่อยๆ ออก ถ้าเราลงน้ำปุ๊บนี่มันก็ไม่ออก เพราะมันซึมเข้าไปในเนื้อผ้านะ ก็ได้จากประสบการณ์มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อท่านคงตรวจงานสมัยแรกๆ วัดเราก็ราดยางมะตอย จีวรหลวงพ่อก็โดนยางมะตอยสะเก็ดเล็กๆ เยอะแยะเลย วันนั้นมาเห็นแล้ว ไม่อยากจะซักเลย มันเยอะ แต่ก็ค่อยๆ ทำไปทีละจุดฮะ เอาน้ำยาซักแห้งนี่ป้ายไป เอ๊ะมันก็ออกเหมือนกันนะ มันค่อยๆ ออก วันนั้นทำประมาณ ๑ ชั่วโมง ผืนเดียวนะ ๑ ชั่วโมง ทำจนเสร็จก็ได้ความรู้ว่าเออนี่ ต้องใช้น้ำยาซักแห้ง ต้องซักผ้าแห้ง ซักตอนผ้าแห้ง มันก็จะทำให้ซักออก นี่จะเห็นว่าได้ความรู้ในการซักเสื้อผ้า ซึ่งหน้าที่นี้หลวงพี่เองก็เคยทำมาตั้งแต่เล็กๆ แล้วนะ ซักผ้าให้ตั้งแต่โยมพ่อโยมแม่นี่ก็ทำมาตรงนี้ มาอยู่วัดก็ต้องมาทำหน้าที่ตรงนี้ ก็อยากบอกว่าแต่ละท่านแต่ละคนมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน หน้าที่ไม่เหมือนกัน หน้าที่ที่ได้มาสร้างบารมี เป็นหน้าที่ที่เป็นผังสำเร็จของแต่ละรูปแต่ละคน เหมือนทุกท่านที่เป็นผู้นำบุญ มีหน้าที่บอกบุญก็ต้องชักชวนคนมาสร้างความดีเหมือนคุณยายของเรา คุณยายของเรา ถึงแม้จะละสังขารไปแล้วก็ตามนะ ท่านก็ยังมาให้พวกเราได้สร้างบารมีอยู่ ก่อนที่ท่านจะละสังขารท่านก็ได้มาเข้าฝันหลวงพี่ก่อนแล้ว เมื่อเดือนมิถุนา ท่านมาฝัน ในฝันนั้นท่าน ร่างของท่านบอกแข็งแรง และเดินเร็ว เรานี่เดินตามไม่ทันเลย ในฝัน มองใกล้ๆ ว่าเอ๊ะ คุณยายเดินเร็ว ก็มีความรู้สึกดีใจว่ายายแข็งแรงขึ้น จะได้รับแขกอีกครั้งหนึ่ง แต่พอลึกๆ มันก็ เหมือนกับฝันซ้อนฝัน ก็มีความรู้สึกว่ายายคงอยู่กะเราอีกไม่นาน พอเดือนกรกฎา ซึ่งเป็นเดือนเกิดของหลวงพี่เอง ก็ได้มีโอกาส ปัจจัยบูชาธรรมคุณยาย จริงๆ แล้วเข้าไปทุกเดือน เดือนละครั้ง ได้รับความเมตตาจากพี่อารีพันธ์ให้ เนื่องจากญาติโยมเขาถวายปัจจัยมา หลวงพี่ก็จะแบ่งทำบุญบูชาธรรมหลวงพ่อ คุณยาย แล้วก็ภัตตาหารทุกวันพระนะ เวลาไปเทศน์ตามศูนย์ต่างๆ ได้ปัจจัยมาก็จะบูชาธรรมหลวงพ่อ คุณยายทุกครั้งเลยนะ ฉะนั้นญาติโยมที่ถวายมาก็ให้มีส่วนในบุญนี้ทุกอย่างเลยนะ วันนั้นเข้าไปถวายปัจจัยท่าน ก็เลยอาราธนา บอกว่ายาย คุณยายอยู่กะลูกหลานไปนานๆ นะ อยู่กับพระเณร แล้วก็ญาติโยม คุณยายท่านก็ไม่พูดหรอก ท่านก็พยักหน้า พยักหน้า แปลว่ารับ วันนั้นพี่อารีไม่อยู่ มีน้องเปิ้ลเขาอยู่ ก็ดีใจว่าเออ คุณยายคงจะอยู่กะเราอีกนาน เพราะท่านก็ยังแข็งแรงฮะตอนที่เจอเมื่อเดือนกรกฎา พอเดือนสิงหาก็เข้าไปอีกฮะ ก็ไปบูชาธรรมท่านอีก แต่คราวนี้พี่อารีพันธ์เขาบอกว่ายายท่านหลับ ยายหลับ แต่หลวงพี่ก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยววางหยอดใส่มือยาย ก็เอาไปหยอดใส่มือยายก็ได้ พี่อารีเขาก็พูดกรอกหูที่คุณยายว่านี่พระอุดมเอาปัจจัยมาถวายนะ จริงๆ แล้วยายไม่ได้รับ ยายก็บอก อึม นะ มีเสียงอึมออกมา แล้วก็ไม่ได้อาราธนาต่อ ไม่ได้อาราธนาต่อ ก็มีความรู้สึกว่าก็เสียใจนิดหนึ่งที่ว่าแบบ ท่านก็ไม่ได้ไปเยี่ยมด้วย แต่อย่างน้อยท่านก็มาเข้าฝัน ก็มีความรู้สึกว่ายายก็มาบอกล่วงหน้าแล้ว ให้เราได้ทำใจล่วงหน้าว่าสังขารร่างกายมันไม่เที่ยงแท้แน่นอน ถึงเวลาท่านก็ต้องละจากพวกเราไป แต่ความดีที่ท่านทำไว้ให้พวกเรานี่มันมหาศาล ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราจะต้องตอบแทนพระคุณท่านให้ยิ่งๆ ขึ้นไป วันที่ท่านไปก็เป็นวันที่ ๑๐ วันที่ ๑๐ กันยา ๒๕๔๓ วันอาทิตย์ ถ้าพวกเรานึกตรองตามให้ดีว่าเออ คุณยายท่านถึงแม้ว่าจะไป ท่านก็ยังทิ้งปริศนาธรรมให้เรา ในที่นี้ใครนึกออกบ้าง หลวงพี่ก็เลยเพิ่งนึกเมื่อตอนจะมาเทศน์นี่เองนะ สดๆ ร้อนๆ คุณยายท่านต้องมีปริศนาธรรม ก็เห็น ไปอ่านคติธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำนะ วันที่ ๑๐ ก็ มีก็ เห็นสิบและเห็นศูนย์ เป็นเค้ามูลสืบกันมา เที่ยงแท้แน่หนักหนา ตั้งอนิจจาเป็นอาจินต์ จุติแล้วปฏิสนธิ์ ย่อมเวียนวนอยู่ทั้งสิ้น สังขารไม่ยืนยิน ลา...สิ้นเป็นตัวมา วันที่ ๑๐ แล้วมันก็ตรงกับวันอาทิตย์ด้วย แล้วก็ขึ้น ๑๒ ค่ำเดือน ๑๐ นะ ขึ้น ๑๒ ค่ำ หลวงพี่ก็ตีเป็นอายตนะ ๑๒ นะ หลวงพ่อ คุณยายท่านเคยบอกให้เราว่าทางที่เราจะเข้าถึงธรรม ศูนย์กลางกายได้นี้ มันต้อง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั้งภายนอกภายในต้องหยุดนิ่งเข้าไปภายใน ยายท่าน ท่านจะบอกความหมายว่าท่านน่ะเข้าไปสู่ภายใน เวลาท่านละสังขารแล้วเข้าธรรมกายของท่าน ดิ่งเข้ากลางตลอด หลวงพ่อท่านก็จะเล่าว่าคุณยายท่านหลับเหมือนยืน หลับเหมือนยืน เพราะท่านไปอย่างผู้ชนะ แล้ววันอาทิตย์ก็หมายความว่า คุณยายท่านก็เปรียบเหมือนดวงธรรม ตะวันธรรมที่ให้ความสว่างกับชาวโลก ชาวโลกที่เกิดมา ที่คุณยายท่านสร้างผลงานไว้ ก็เป็นผลงานที่จะได้ติดตาตรึงใจให้กับสาธุชนได้มากราบไหว้บูชา โดยมีพระธรรมกายเจดีย์เป็นที่ตั้ง ให้ระลึกถึงพระคุณของคุณยาย ดวงอาทิตย์สว่างในเวลากลางวัน ดวงจันทร์สว่างในเวลากลางคืน แต่ยอดกัลยาณมิตร มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะยิ่งตอนนี้คุณยายของเราท่านละสังขารแล้วก็ยังมีร่างของท่านให้เราได้มาร่วมบุญนี้ ก็อยากให้ทุกท่านนึกถึงบุญที่ได้มาร่วมฟังสวดอภิธรรมทุกวัน ฉะนั้นก็อยากให้ยอดขุนพลลูกหลานยายทุกท่านได้มาร่วมกันสร้างลานมหาธรรมกายเจดีย์ที่คุณยายท่านปรารถนาอยากจะให้ทุกคนเข้าถึงธรรมเหมือนคุณยายนะ เพราะคุณยายท่านลำบากมาเยอะนะ แล้วท่านก็พูดอยู่คำหนึ่งว่าเราไม่ต้องกลัวหรอกนะว่าวัดพระธรรมกายจะไม่มีคน ยายจะไปตามมาให้เยอะๆ เห็นไหม ทุกวันนี้ก็เยอะขึ้นทุกวันตามที่ยายท่านพูดไว้ แล้วยายท่านก็ยังอ่อนน้อมถ่อมตนทุกเรื่องนะ เวลาคุยกับพระกับเณรท่านจะยกพนมมือตลอด เจอญาติโยมก็ยกพนมมือก่อน อันนี้ก็เป็นจุดเด่นของคุณยายที่ทุกท่านต้องเอาไปใช้ และท่านก็เป็นผู้ที่ไม่มีความน้อยใจ ก็อยากฝากญาติโยมทุกท่านว่าเนื่องจากว่าเจ้าภาพเราเยอะขึ้นนะ มีเจ้าภาพหลายๆ ท่านก็น้อยใจ เวลามาพี่เลี้ยงหรือเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ดี หลวงพี่ก็อยากฝากไว้ว่าขอให้เราทุกท่านเป็นเจ้าของวัดนะ เราที่มาทุกวันนี้เป็นเจ้าของวัด ให้ทำเหมือนกับว่าเป็นลูกหลานยายต้องช่วยเหลือตัวเอง ได้ก็อยากให้ช่วยเหลือตัวเอง ก็จะได้แบ่งเบาภาระของผู้ที่เข้ามาในภายหลัง คืออยากให้เจ้าหน้าที่เขาต้อนรับคนที่มา มาใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับวัด คนที่มาเก่าแล้ว ก็อยากให้ตั้งใจทำความดีเหมือนคุณยาย จะไม่มีการน้อยใจว่าใครจะดูแลหรือไม่ดูแล เพราะเราต้องมาเอาบุญนี่นะ เอาบุญอย่างเดียว เหมือนคุณยาย แล้วจะไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไง เวลาท่านจะสอน ท่านก็สอนย้ำแล้วย้ำอีก ไม่เบื่อที่จะสอน ตัวหลวงพี่เองบางครั้งก็ยังไม่อยากสอน บางครั้งถ้าเกิดว่าบางคนเขารับไม่ได้ เราก็ต้อง ไม่เหมือนคุณยาย ท่านแบบสอนตรงๆ เลย ไม่อ้อมค้อม ไม่อ้อมค้อม และทุกเช้าท่านก็จะเดินไปที่ สมัยก่อนท่านแข็งแรง เดินไปที่โรงนอน อาคารมหาพรหม เวลาเดินไปนี่ ท่านก็ต้อง เราก็ต้องทำเสียงให้พี่ๆ เขารู้สึกตัวตื่น พอคุณยายมาทุกคนต้องสปริงตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ แค่เสียงคุณยายมีอำนาจมาก ท่านมีพลัง เพราะท่านจะบอกว่าใครนอนตื่นสายนะ เทวดาเขาจะถุยน้ำลายใส่นะ เพราะว่าเทวดานี่เขามาอนุโมทนาบุญกับพวกเรานะ มาอนุโมทนาบุญกับพวกเราทุกๆ คน ฉะนั้นก็อย่านอนตื่นสาย ก็ตื่นขึ้นมาก่อน มานั่งสมาธิ ถ้าง่วง สายๆ ค่อยไปนอน ท่านบอก ความจริงแล้วตอนเช้านี่อากาศจะดีนะ คนโบราณนี่ฉลาด ยิ่งตอนเช้าแดดตอนเช้า ๗ โมงนี่ก็มีวิตามินดี ตอนเด็กๆ หลวงพี่นี่ แม่เขาจะไม่ให้นอน ต้องให้ลุกขึ้นมารับแสงแดด เพราะจะทำให้แข็งแรงขึ้น คุณยายท่านก็เป็นผู้ที่ตื่นเช้ามาตั้งแต่สมัยเป็นลูกชาวนา ไปทำนาแต่เช้า ท่านก็เลยเรียกโดน ได้ฉายาว่าแข้งเหล็กนะ เพื่อนๆ เขาจะเรียกคุณยายว่าแข้งเหล็ก นี่คุณยายท่านเล่าให้ฟังเอง เวลาท่านพูดบ่อยๆ คุณยายท่านก็จะบอกว่ากลัวว่าคนที่ฟังแล้วจะเบื่อหรือรำคาญท่าน ท่านก็จะต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ท่านก็จะบอกว่ายายแก่แล้ว ก็มีหลงๆ ลืมๆ บ้างนะ อย่าถือสายายนะ ท่านก็บอกอีกหน่อยเราแก่ เราก็จะเหมือนยายนั่นแหละ ท่านก็บอก เราก็นึกว่าเออ ขนาดหนุ่มๆ นะ ก็ยังมีลืมเลยใช่ไหม ทำไมต้องแก่เลย ไม่รู้คุณยาย แต่คุณยายถึงท่านแก่ แต่ก็แก่บุญแก่บารมี แล้วท่านจะเข้าไปหาหลวงพ่อว่านี่ ยายจำใครไม่ค่อยได้แล้วตอนนี้ ท่านบอก หลวงพ่อก็บอกว่า ยายไม่ต้องไปจำเขาหรอกนะ ให้เขาจำยายก็พอนะ ให้จำคุณยายก็พอ หลวงพ่อท่านก็บอกคุณยาย แต่ถึงว่า แม้ว่าคุณยายจำช่วงในปัจจุบันแล้ว แต่เวลาละสังขารก็สามารถจำได้หมด ในละเอียดท่านจำได้หมดทุกคน เอาไปหมดเลยฮะ เวลาจัดงานกฐินทุกครั้ง งานกฐินครั้งแรกปี ๓๑ เราก็จะได้ความเข้าใจว่ายายท่านก็ไปบอกบุญทุกแห่ง แล้วก็พระทุกรูป สามเณร คุณยายท่านก็บอกบุญ หลวงพี่ก็ได้ มีโอกาสได้เห็นปฏิปทาของท่านเวลาท่านเอาผ้ากฐินท่านไว้ที่หัวเตียง แล้วท่านก็ยังบอกเข้าที่อาราธนาไปบูชาพระพุทธเจ้าทุกครั้ง ก็จะเห็นว่างานกฐินยายครั้งแรก เป็นงานที่สามารถปลดทุกข์ ๒ พันไร่นะ ที่เราซื้อที่ ๒ พันไร่ ยายสามารถปลดหนี้ได้ ตั้งแต่นั้นมาหลวงพ่อก็เลยให้คุณยายเป็นประธานตลอด เป็นประธานตลอด กฐินที่จะถึงนี้ ถือว่าเป็นกฐินของคุณยาย ถือว่าเป็นกฐินที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน หลวงพ่อบอกว่ายายท่านมีบุญเยอะ ก็มีญาติโยมที่เขาเห็น ญาติโยมที่ถวายผ้าบังสุกุล เห็นคุณยายพรึ่บเต็มหมดเลย ยิ่งกายละเอียด ยิ่งสามารถที่จะปาฏิหาริย์กายให้ได้เยอะขึ้น จะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ละเอียด ซึ่งสาธุชนเขาเห็น ก็ถือว่า หลวงพ่อว่าคุณยายท่านลงมา มาดู มาฟังพวกเรามาร่วมงาน หลวงพ่อบอกว่าท่านพยายามที่จะกลั่น กลั่นแล้วก็แก้ กลั่นเห็น จำ คิด รู้ ของพวกเราให้ใส บริสุทธิ์นะ แล้วก็แก้ไขสิ่งที่มันไม่ดี อยู่ที่ในจิตใจของเรานี่ให้มันมลายให้หายสูญให้หมดนะ ให้มีแต่สิ่งที่ดีๆ เข้ามา แล้วก็มีอีกจุดหนึ่งที่คุณยายท่านอธิษฐานเอาคือว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็อย่าได้เจอะเจอคนพาลนะ อันนี้สำคัญเพราะว่าคนพาลถ้าเราไปคบแล้ว มันก็มีสิ่งที่ทำให้เราผิดพลาดแล้วก็เสียหายนะ ตรงนี้เราก็ได้ฟังมงคลหลวงพ่อทัตตะมาแล้ว ก็จะทราบว่าแม้แต่คนดีๆ ถ้าไปคบคนพาลมันก็ทำให้เสียเหมือนกัน คุณยายท่านถึงย้ำนักย้ำหนาบอกว่าเราอย่าไปคบคนพาลนะ หลวงพี่ก็ได้คุณยายนี่แหละที่ท่านคอยดึงคอยเตือนสติ ถามว่าอยู่กับคุณยายมาสิบกว่าปีนี่ เคยคิดจะกลับบ้านไหม ก็ต้องบอกว่าเคยเหมือนกัน เพราะว่าทางบ้านเขาก็ ช่วงที่หลวงพี่เรียนจบ ก็อยากจะให้ไปทำงาน หลวงพี่ก็คิดว่าเออ คงอยากจะอยู่ช่วยคุณยายสัก ๒ ปี คิดเหมือนทางโลกเขานะ เรียนเหมือนเขาเอาทุนเรียนแพทย์ไปใช่ไหม เขาก็ต้องใช้หนี้เรียน ตอนนั้นคิดว่าจะอยู่สัก ๒ ปี แต่เหมือนกับคุณยายท่านจะรู้ ท่านก็สั่ง ตาดม เราอย่าไปไหนนะ ต้องอยู่กับหลวงพ่อ ดูแลหลวงพ่อให้ดี อุปัฏฐากหลวงพ่อให้ดี ท่านก็สั่ง ก็สะดุ้งเลย เอ๊ะ ยังไม่เคยไปเล่าให้ใครว่าจะกลับบ้าน คุณยายท่านก็รู้แล้วนะ นี่คือการรู้วาระจิตของคุณยาย (จบหมด 1/A) (เริ่มม้วน 1/B) อยู่ไปก็อยากจะบวชถึงเวลาแล้ว ๑๐ ปี เห็นพี่ ๆ น้อง ๆ เขาทยอยบวชกันก็มีความรู้สึกว่า อยากจะบวช ก็นั่งคิดเพลิน เอ๊ เรานี่จะได้บวชเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะมันนาน คิดเพลิน คุณยายท่านเดินมาจากข้างหลังมาจากไหนไม่รู้ท่านก็พูดนะ ตาดม เราไม่ต้องกังวลหรอกนะ ถึงเวลาหลวงพ่อท่านก็ให้บวชเองดูสิ หลวงพี่ก็สะดุ้งเลยนะ พอยายพูดอย่างนี้นะ ตั้งแต่นั้นมาก็เลิก เลิกคิดเลยนะว่าเดี๋ยวหลวงพ่อจะให้บวชเมื่อไหร่ไม่สนในแล้วนะ ขอให้ได้อุปัฏฐากคุณยาย ก็รู้สึกว่าเป็นบุญแล้ว จะหาครูบาอาจารย์ที่มารู้จิตใจของเรามันไม่ใช่ง่ายนะ ขนาดพ่อแม่ โยมพ่อโยมแม่ยังเองยังไม่รู้เลยว่าเราชอบอะไรใช่ไหม ท่านอยากจะให้เราเรียนแพทย์นะโยมพ่อ จริง ๆ แล้วสมองเราไปไม่ได้เรารู้ตัวว่าเราเรียนไม่เก่ง พอเข้ามหาวิทยาลัยนี้การเรียนก็ยังไม่ดีแต่ก็จบได้ก็เพราะคุณยายนะ คุณยายท่านเคี่ยวเข็ญเรียนให้จบปริญญาตรีนะ ก็จบได้เหมือนกัน เพราะเป็นบารมีคุณยาย และก็บารมีของท่านอีกนั่นแหละ ขอให้โยมพ่อเลิกสูบบุหรี่ โยมพ่อท่านก็เลิกได้ตอนที่กลับไปเยี่ยมท่านก็ถามท่านว่า ทำไมถึงเลิก ท่านก็บอกว่าบุหรี่มันขึ้นราคา ง่าย ๆ นี่เองน่ะไม่ยากเลย บทจะเลิก แต่ว่า คือบารมีของยายแบบเยอะมากนะ ถ้าเทียบกับหลวงพ่อทัตตะว่า มากกว่าพ่อแม่ก็เป็นเรื่องจริง เพราะว่า โยมพ่อโยมแม่นี่อยากจะให้ไปแต่งงานมีครอบครัวนะ ทางโลกเขาก็อยากเป็นห่วงนะกลัวเราจะลำบาก แต่คุณยายมิใช่ ท่านจะให้เรา บวชแล้วอย่าสึกนะท่านบอกเลยนะ ท่านสั่งไว้ สึกมาแล้วยายตีนะท่านบอก ท่านสั่งไว้เลย เมื่อรับปากท่านแล้วก็ต้องไปให้ได้ ก็อยู่ได้ แต่โยมพ่อโยมแม่ โยมแม่นี่ศรัทธาอยู่แล้วไม่มีปัญหา แต่โยมพ่อท่านก็ ก็ดีนะ ท่านก็เริ่มดีขึ้นไม่เคยขัดนะ คือลูก ๆ จะทำอะไรท่านก็ไม่เคยขัด แต่เพียงแต่ว่าท่านยังไม่ทำของทานเอง มาเริ่มศรัทธาก็เมื่อตอนที่หลวงพี่บวช ๒๒ เมษาเขามางานบวชของที่วัดเราเป็นงานบวชที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลกก็ว่าได้ เพราะว่า ทุกคนที่บวชแล้วก็ล้วนแต่ได้ฝึกฝนตนเองมาพอสมควร นี่ถือศีล ๘ มาเป็นเวลาอย่างน้อยก็ ๗-๘ ปีขึ้นไป อย่างหลวงพี่นี่ก็ ๑๒ ปีกว่าจะได้บวชนะ ไม่ใช่มาบวชเลยนะ หลวงพ่อท่านต้องดูว่าบวชไปแล้วจะอยู่ได้หรือเปล่า เพราะว่าการที่จะอยู่ที่นี่ต้องอยู่ในกฏระเบียบวินัยของที่วัด มีอะไรคุณยายท่านบอกเขาให้ทำก็ทำนะ ทำตามกฏตามระเบียบ พระที่ท่านออกไปก็เพราะว่าไม่ได้ทำตามกฏตามระเบียบก็อยู่ไม่ได้เป็นธรรมดา บารมียังไม่พอ อาจจะเพราะว่า ไม่ได้อธิษฐานไว้นะ หลวงพี่โชคดี เมื่อเข้ามาก็ได้มีโอกาสเทปูนที่กำแพงหน้าวัดนะ หน้าวัดเราจะเห็นถ้าเราไปดูหน้าวัดจะมีกำแพงปูนที่แข็งแรงเหมือนด้านข้าง สมัยก่อนมันจะเป็นปูนเหมือนด้านข้าง พอเทปูนก็ได้อธิษฐานว่า ด้วยบุญเราที่เราได้เทกำแพง ก็ขอให้เราอย่ได้หลุดไปจากวงบุญของหลวงพ่อคุณยายเลยนะ อธิษฐานนะ พี่นึกอธิษฐานเองนะว่า ขอให้ได้อยู่สร้างบารมีอย่าได้หลุดไปเหมือนกำแพงมันกั้นไว้นี่พอเราคิดจะไปคุณยายท่านรู้บุญที่เราอธิษฐานจะช่วย ช่วยกันไม่ให้เราหลุดจากวงบุญในการสร้างบารมี ฉะนั้นก็อยากให้ทุกท่านที่มาสร้างบารมีแล้วต้องอธิษฐานบารมีอธิษฐานเป็นบารมีอย่างหนึ่งที่คุณยายท่านย้ำอยู่เสมอ ทานบารมีนี่คุณยายท่านก็ทำอย่างยิ่งยวดนะ ศีลท่านก็รักษาอย่างไม่ข้อบกพร่อง เนกขัมมบารมีก็คือท่านประพฤติพรหมจรรย์ เราจะเห็นว่าท่านบารมี ๑๐ ทัศ เป็นอย่างน้อยที่หลวงพี่ยกขึ้นมาว่าท่าน ท่านละสังขารวันที่ ๑๐ ก็เอาโยงเข้าไปกับบารมี ๑๐ ทัศ ปัญญาของท่านก็เป็นเลิศ สามารถที่เอาผู้ที่จบปริญญานะ ตั้งแต่แพทย์ วิศวะ เภสัชกรนะ และก็ วิศวะทุกแขนง นักบริหารทั้งหลายนะมาบวช ก็เพราะบารมีคุณยายและหลวงพ่อทั้งนั้นเลยนะ ถ้าเกิดไม่มีบารมีของคุณยายก็คงไม่มีพระเณรเป็นจำนวนเยอะขนาดนี้นะ เราจะเห็นว่านี่บารมีคุณยายท่านสร้างมาเยอะ และก็มีความวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติธรรมมีความเพียรนั่งสมาธิ สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ใช้ความเพียรนั่งกลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง ซึ่งเราก็ได้ฟังจากพระอาจารย์หลายรูปมาแล้ว ท่านก็มีความอดทนที่จะสั่งสอนศิษย์ ย้ำศิษย์ทั้งหลายโดยไม่เบื่อที่สอน สอนแล้วสอนอีกนะ ท่านบอกว่าอย่าพึ่งเบื่อยายนะ ยายก็จะสอนอย่างนี้ตอกย้ำอยู่เรื่อย ๆ ถ้าหากเราคิดเป็นนะ ถ้าคนที่ไตร่ตรองตามว่า ที่ยายสอนบ่อย ๆ ทำไมต้องสอนเรื่องพื้น ๆ หยาบ ๆ ขนาดหยาบ ๆ เรายังทำไม่ดีเลยแล้วละเอียดจะทำดีได้อย่างไร ใช่ไหม ยายถึงต้องพูดแล้วพูดอีก ขนาดยายสั่งไว้ขนาดทุกวันนี้มันก็ยังทำไม่ได้อย่างที่คุณยายท่านบอกไว้ ก็เหมือนเปิดปิดตู้นี่ก่อนที่จะมานี่ก็ไปดูนะก็ยังปิดไม่สนิท ก็ได้ปิดแล้วค่อยมา นี่ถึงได้เอามาเทศน์ได้ สัจจบารมีก็เหมือนกัน ยายท่านก็เป็นผู้ที่มีสัจจะ พูดคำไหนก็เป็นคำนั้น ท่านสร้างสมมาเยอะ ท่านให้บุญใครนี่ก็สำเร็จทุกอย่าง การที่จะสำเร็จได้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้นั้นด้วยที่มาขอบุญบารมียายว่าได้ทำตามที่ยายท่านได้ให้แนวทางไว้หริอเปล่า เบื้องต้นก็คือต้องรู้จักทำทาน รักษาศีลแล้วก็เจริญภาวนา ไม่ให้ขาด ถ้าเราอ่านอานุภาพบุญของแต่ละท่านที่เขาประสบความสำเร็จก็จะเห็นว่าเขานี่ทุ่มเทอย่างจริง ๆ จัง ๆ มิใช่ทำอย่างเหยาะ ๆ แหยะ และยายท่านก็เป็นผู้มีที่เมตตานะ เมตตาสูง เมตตาทุก ๆ คนที่เขามาจะมากราบยาย ยายจะลงรับแขกโดยที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเลย ท่านจะลงรับแขกทุกวันอาทิตย์แต่วันธรรมดาท่านก็จะพักมีอยู่ครั้งหนึ่งมีญาติโยมที่เขามาจากภูเก็ตมาไกลมา ก็อยากมากราบยาย แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ท่านจะออกมา วันนั้นพี่อารีพันธ์ก็ฝากให้หลวงพี่ช่วยดูแลคุณยาย พี่เขาก็ออกไปทำธุระข้างนอก มันก็แดดร้อนช่วงบ่าย ท่านก็อยากจะออก เวลาท่านจะออกมานี่ก็ห้ามไม่ได้นะ ก็ต้องบอกมันแด ยายก็บอกกลัวอะไรกับแดด ยายเป็นลูกชาวนานะ ท่านก็บอกนี่ น่าจะออกมา พอออกมาก็มาเจอเจ้าภาพก็ถึงบางอ้อ อ๋อ เจ้าภาพคงอธิษฐานอยากเจอคุณยาย ยายท่านก็ออกมาให้เจอนะ เพราะเขามาไกล เพราะเขาจะต้องรีบกราบยายแล้วจะได้กลับ เพราะเขามาจากภูเก็ต นี่จะเห็นว่าคุณยายมีญาณทัสสนะที่แม่นยำ มีหลาย ๆ เรื่องนะที่หลวงพี่ได้ประสบด้วยตัวเองเวลาท่านยายท่านนั่งสมาธิเสร็จ ท่านเห็นอะไรในที่นะท่านจะต้องบอกให้สามล้อไปดูเลยนะ คือคุณยายไม่ชอบให้ใครมาแบบมาพรอดรักกันในวัดนะ ท่านจะเห็นเลยว่า ปุ๊บพาไปดู มันก็มีจริง ๆ นะที่เนินประตู ที่ถ้าใครเข้าไปในวัดจะมีเนินประดู่ไปเจอท่านบอก ก็ให้หลวงพี่ไปช่วยคุยนะ แล้วก่อนลงไปเราต้องพนมมือไหว้เขาก่อนนะ ยกมือแล้วก็คุยกับเขาดี ๆ ว่าที่สถานที่นี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมะ เขาจะไม่ให้มาพูดคุยกันให้มานั่งปฏิบัติธรรม และที่ศาลาเหมือนกัน ก็จะไม่มีการมานอนด้วยนะ ถ้าใครนอนยายท่านให้เข้าไปช่วยพูดคุยก่อนเข้าไปเราก็ต้องยกมือไหว้เขาแล้วก็ถามเขาคุณไม่สบายหรือก็ถามเขาก่อน ไม่สบายหรือเปล่า ก็คุยกับเขาดีๆ เพราะว่าสถานที่ทุกแห่งนี้คุณยายท่านจะให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมไม่ได้ให้มานอน ถ้าจะนอนต้องไปนอนที่บ้าน หรือนอนในรถยนที่เราเอามาก็ได้นะ นี่คุณยายท่านให้เราเอาบุญจริง ๆ ก็วันนี้ก็พูดมาเยอะสมควรแก่เวลานะหลวงพี่ก็ก็ขอจบเพียงแค่นี้ก่อนนะเพราะว่าจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาฉะนั้นอยากให้ยอดขุนพลทุกท่านนะนึกถึงคุณยายเยอะๆ เพราะคุณยายท่านอยากจะสร้างลานธรรมเพื่อเป็นให้ชาวโลกเขาได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ลานธรรมนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้เขาเข้าถึงธรรม เมื่อเขาเข้าถึงธรรม เราก็มีส่วนในบุญทุกอย่างในการได้ประพฤติปฏิบัติธรรม บุญที่ญาติโยมเขามานั่งสมาธิ เขาเห็นองค์พระหรือดวงแก้วเราก็เก็บบุญนี้ตลอด มีคุณยายท่านเป็นผู้ที่นำบุญให้และท่านยังบอกว่า ที่หลวงพี่พูดตั้งแต่ตอนแรกว่ายายจะไปตามมาให้เยอะ และกฐินนี้ก็เป็นกฐินที่คุณยายเป็นประธานหลวงพ่อบอกว่าอย่างน้อยให้มาหนึ่งแสนคน คิดว่าคุณยายท่านก็ตามในละเอียด ส่วนหยาบก็เป็นหน้าที่ของพวกเราไปตามนะ ตามให้ญาติโยมเขามาร่วมบุญกับคุณยาย จะได้เอาบุญส่วนนี้ไป เพราะคุณยายท่านถึงแม้ว่าจะละสังขารไปแล้วแต่ท่านก็ยังช่วยตามดู เพราะหลาย ๆ คนมาวัดครั้งแรกถ้าเราได้เจอะเจอก็จะเห็นว่าญาติโยมหลายคนก็ได้เจอคุณยายท่านไปตามไปตามให้มาสร้างบารมีอย่าให้ตกหล่นเลยนะ เก็บให้หมดเลย ฉะนั้นเราต้องอธิษฐานตามติด ติดตามอย่าได้ตกลงในการสร้างบารมีกับคุณยายไปฉะนั้นการที่เราจะติดตาม ตามติดคุณยายได้ก็ต้องประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะคุณยายท่านรักธรรมะเป็นชีวิตจิตใจ ฉะนั้นขอเชิญทุกท่านนั่งสมาธิกันนะ เราก็หลับตาของเราเบา ๆ นึกถึงองค์พระหรือดวงแก้วนึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมชโยก็ได้นะ คุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกายที่ ๗ นึกสบาย ๆ ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบร้อน นึกให้หยุดในหยุด กลางของหยุด ตรึกในตรึกกลางของตรึกเข้าไป ทิ้งดิ่งลงไปเลย ทิ้งทั้งตัว นึกหยุดในหยุด กลางของหยุด ตรึกในตรึกกลางของตรึกในตรึก นึกให้ชัดในชัดใสในใส สว่างในสว่างปล่อยใจให้เลื่อนไหล เหมือนกับสายน้ำที่ตกจากฟากฟ้า ให้บุญทับทวี (นั่งสมาธิ) สัพเพ พุทธา … (สาธุ) พิธีกร ขอเชิญกัลฯ เนาวรัตน์ ฤดีพิพัฒนพงศ์ ได้ถวายเครื่องไทยธรรมแก่พระอาจารย์ขอเรียนเชิญครับ (สาธุ) พระอุดม : ก็ขอให้ทรัพย์ที่ทุกท่านได้รวบรวมกันมานี้ ที่ได้มาร่วมงานคุณยายทุก ๆ ท่านให้เป็นเสบียงติดตัวข้ามภพข้ามชาติในการสร้างบารมี คำว่าไม่มีไม่สำเร็จอย่าได้พบ พบแต่คำว่ามีคำว่าสำเร็จให้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ได้ทำบุญทำทานไม่รู้จักหมดจักสิ้นทั้งทางโลกทางธรรม เมื่อถึงคราวประพฤติปฏิบัติธรรมให้มีดวงตาเห็นธรรมรู้แจ้งแทงตลอดในวิชาธรรมกายไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญ (สาธุ) ก่อนที่จะบูชาพระก็ขออนุญาติหลวงพี่แถมอีกนิดหนึ่งนะ เมื่อกี้ลืมบอกว่าเคยหลวงพ่อธัมมะท่านเคยบอกว่า ฉายาของพระ ไม่ควร ถ้าเป็นโยมแล้วไม่ควรเรียกชื่อเล่นของพระ พระด้วยกันนี่เรียกได้ ตัวอย่างหลวงพี่หมูนี่โยมไม่ควรเรียกนะ ควรจะเป็นเรียกหลวงพี่อิทธิจะดีกว่านะ เพราะว่าหลวงพ่อธัมมะท่านเคยบอกไว้ก็เอามาฝากทุกท่านเพื่อจะได้เรียกให้ถูกนะ อย่าไปเรียกหลวงพี่ต๊ะอย่างนี้ก็ไม่ถูก หลวงพี่สุรัตน์ หลวงพี่อัครัตโน ก็ฝากไว้ให้ญาติโยมนี้ได้ปฏิบัติเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะว่าพระเรียกพระด้วยกันเรียกได้เพราะศีลท่านเสมอกัน ของพวกเราศีลน้อยกว่า อย่างกับคุณยายท่านก็เป็นผู้ที่มีศีลบริสุทธิ์ ก็สามารถเรียกได้เพราะว่าท่านเป็นครูบาอาจารย์นะ แล้วก็เวลาปฏิบัติก็อยากจะฝากอีกนิดหนึ่งนะ ทุกท่านในที่นี้ก็ให้เห็น ถ้ามีพระอาจารย์ท่านถามก็ขอให้ตอบว่าเห็นนะทุกท่านเห็นอยู่แล้วบางคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ เราไม่เห็นอะไร บอกว่าเห็นนั้นโกหกหรือเปล่า ไม่ใช่โกหก เห็นความมืดก็เห็นนะ ใช่หรือเปล่านะ ฉะนั้นคำว่าไม่นี่อย่าให้มีในจิตใจของพวกเรานะ พวกเรานี่บอกว่าเห็นตลอดแล้วภาพความเห็นก็จะค่อย ๆ ขึ้นมาเหมือนเราเข้าไปในบ้านของเรานี่มันอาจจะมืด ๆ แต่เพราะว่าเราบอกว่าเห็น ภาพความเห็นมันจะค่อย ๆ ปรับขึ้นมา เดี๋ยวเราบูชาพระพร้อมกัน อรหัง สัมมา….(จบหมด1/B) หน้า PAGE 14 431026FW-AAT