คุณยายผู้สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระมหาเถระที่เคารพยิ่ง นมัสการพระเถรานุเถระที่มีพรรษากาลมากกว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานยายผู้มีบุญมากทุกท่าน (สาธุ)
แสงจันทร์เด่น เย็นตา และเย็นใจ
แสงไม่เหมือน แสงใด ในใต้หล้า
แสงอ่อนๆ นุ่มนวล ชวนชื่นตา
แทนแสงแห่ง ธรรมา ของดวงธรรม
คุณยายจันทร์ ท่านมาพร้อม ความชุ่มเย็น
ให้ลูกหลาน ผู้พบเห็น เย็นชุ่มฉ่ำ
จริยา เป็นที่สุด ความเลิศล้ำ
ทุกดวงใจ น้อมนำ มาบูชา
ธรรมกาย อสงไขย ไม่ถ้วนผ่าน
กายหยาบท่าน พญามาร หลัวหนักหนา
ทุกคืนวัน ท่านใช้ ทำวิชชา
เร่งรุดหา ทางหลุดพ้น ต้นธาตุธรรม
ในที่นี้มีท่านใดบ้างที่ได้มาทันคุณยาย ขอความกรุณาช่วยยกมือสักนิดหนึ่ง อนุโมทนาบุญด้วยนะ (สาธุ) ท่านใดที่ยกไม่ทันก็ไม่ต้องยกนะ เพราะว่าหลวงพี่นับไม่ทัน เราคงเคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับคุณธรรมและอานุภาพของคุณยายจากพระอาจารย์หลายรูป หรือจากผู้นำบุญที่มีโอกาสมาร่วมงานยาย หรือว่าได้เจอกับคุณยายเองด้วยตัวเองในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
ในช่วงนี้ได้มีหลายท่าน ที่ได้มีโอกาสเล่าถึงประสบการณ์ที่ไปเจอเกี่ยวกับคุณยาย มีอยู่ท่านหนึ่งได้พาโยมจากพม่ามางานยายเป็นครั้งแรก เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว มานั่งที่ด้านหลัง มาเห็นรูปของคุณยาย เขามีความรู้สึกว่านัยน์ตาคุณยายมีอำนาจ นัยต์ตาของคุณยายของเรามีพลัง และเราจะไปตรงไหนของบ้านยายแห่งนี้ คุณยายจะคอยมองตามตลอดเลย ไม่ว่าจะอยู่ด้านซ้าย ตรงกลางหรือด้านขวา คุณยายจะคอยดูแลลูกหลานที่มาร่วมงานยายตลอด
หลวงพี่ได้มีโอกาสได้ชวนกัลยาณมิตรท่านนี้ได้ปฏิบัติธรรมในคืนนั้นหลังจากเสร็จงานพิธียาย เขาก็มานั่งที่ด้านหน้า นั่งสักครู่หนึ่ง กัลยาณมิตรท่านนี้ก็บอกว่า นั่งหลับตานึกถึงยาย เห็นคุณยายมานั่งอยู่ข้างๆ นั่งขัดสมาธิมานั่งอยู่ต่อหน้า มีความรู้สึกว่า ในขณะพูดนี่ขนลุกปีติใจตลอดเวลาที่เล่าให้พระอาจารย์ฟัง ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่กัลยาณมิตรท่านนี้ได้มางานคุณยาย
ในวันรุ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ก็พาสามีมาซึ่งพูดไทยไม่ได้ เป็นชาวพม่าเหมือนกัน มากราบหลวงพี่ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับของภาค ๑ หลวงพี่ก็แนะนำให้เขานั่งสมาธิ เอาดวงแก้วให้เขาดู มาครั้งแรก ให้เขาหลับตาแล้วนึกดวงแก้ว ที่หลวงพี่ได้หยิบไว้กับมือ ถามว่าเขานึกได้ไหม เขาก็บอกนึกได้ ถ้าอย่างนี้ ให้นึกกลืนดวงแก้วเข้าไปในท้อง โยมท่านนี้พูดไทยไม่ได้ เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมก็เลยอ้าปาก กลืนดวงแก้วเข้าไปในท้อง ทำท่ากลืนเข้าไป บอกว่าตอนนี้เห็นดวงแก้วอยู่ในท้องสว่าง ใสสว่าง มีรัศมีสว่างไสว หลวงพี่ก็ให้เขารักษาความสว่างนั้นให้ได้ตลอดที่อยู่ที่วัดนี้
ตอนเย็นมีการสวดพระอภิธรรมของคุณยาย เขาก็มาร่วมงาน หลวงพี่คิดว่าเขากลับไปแล้ว ก็ถามเขาว่า ตอนกลับ เป็นยังไงบ้าง ยังสว่างอยู่ในท้องอยู่หรือเปล่า เขาบอกตอนนี้สว่างตลอดเวลา ยังอยู่เลย จนกระทั่งตลอดที่อยู่ในงานของคุณยาย หลวงพี่เล่าให้ฟังนี้ ก็เป็นประสบการณ์สำหรับคนที่มาร่วมงานคุณยายเป็นครั้งแรก ยังมีประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรม เข้าถึงธรรมได้ภายในวันแรกที่มาถึง
พวกเราทั้งหลายคงมากันหลายๆ ครั้งแล้ว คงไม่ต้องพูดถึง คงสว่างไสวกันหมดแล้ว (สาธุ) นี่เป็นประสบการณ์ที่กัลยาณมิตรมาครั้งแรกที่มาร่วมงานของคุณยาย และมีประสบการณ์เกี่ยวกับคุณยาย
และมีกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่งได้มาร่วมงานสวดพระอภิธรรมคุณยาย ได้ฟังสวดพระอภิธรรม ได้ตรึกระลึกถึงยาย ตรึกถึงธรรมะ นึกถึงธรรมะตลอดเลย นึกถึงพระคุณยาย มีความปีติ เมื่อตอนที่ไปถวายไทยธรรมกับคณะพระภิกษุสงฆ์ที่สวดอภิธรรม ใจก็ตรึกถึงธรรมะ นึกถึงยาย ปรากฏว่า เขามีประสบการณ์เห็นทุกคนที่ถวายไทยธรรมเป็นคุณยายไปหมดเลย นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ว่าคุณยายอยู่กับพวกเราตลอด เป็นประสบการณ์ที่กัลยาณมิตรที่ได้มา มีโอกาสมาร่วมงานของคุณยาย เป็นประสบการณ์ที่กัลยาณมิตรที่ได้เจอประสบการณ์จากคุณยายเมื่อท่านละสังขารไปแล้ว
ในเรื่องที่ท่านยังไม่ละสังขารตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้ยายไปถึงอเมริกาเลย กัลยาณมิตรที่อยู่รัฐจอเจีย เมืองแอตแลนต้า ที่สหรัฐอเมริกา กัลยาณมิตรชวนไปทอดผ้าป่าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม ปรากฏว่าเมื่อไปถึงก็ประทับใจในสถานที่ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ที่ทุกคนแต่งกายสีขาวงดงาม มีความรู้สึกประทับใจ และวันนั้นในช่วงบ่ายก็ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม พร้อมกับเสียงนำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ถ่ายทอดเสียง ไปที่เมืองแอตแลนด์ต้า
ในขณะที่คุณโยมท่านนี้ ชื่อคุณโยมพัฒนา ฟังเสียงหลวงพ่อวันนั้นก็ปล่อยใจตาม ก็เห็นดวงสว่างอยู่กลางท้อง สว่างไสวเห็นแสงสว่าง ก่อนกลับก็ได้ไปกราบลาพระอาจารย์ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ พระอาจารย์ก็ได้เล่าถึงเรื่องเกี่ยวกับมหาธรรมกายเจดีย์และการสร้างองค์พระประจำตัวให้กัลยาณมิตรท่านนี้ได้ฟัง เมื่อได้รับข้อมูลเอกสารต่างๆ ก็ไม่ได้บอกพระอาจารย์ว่าจะมาทำองค์พระ หรือสร้างพระตอนไหน ก็กลับมา
หลังจากนั้น ๓ เดือน กัลยาณมิตรพัฒนานี้ก็ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมที่บ้านของตัวเอง เนื่องจากเคยมีประสบการณ์การปฏิบัติธรรมแล้ว ก็มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่บ้านของตัวเอง นานต่อเนื่องถึง ๒ ชั่วโมง หลังจากออกจากสมาธิแล้ว ก็ลุกไปที่นั่งพักที่หน้าต่างที่บ้านของตัวเอง มองไปที่สวนดอกไม้ ได้ยินเสียงดังก้องกังวาล นุ่มนวล เสียงมีอำนาจ พูดชื่อของกัลยาณมิตรท่านนี้ดังๆ เสียงดังกังวาลว่า พัฒนา พัฒนา พัฒนา ๓ ครั้ง มีความรู้สึกว่าหลังจากจบเสียงนี้ มองไปที่สวนดอกไม้นั้น เห็นผู้หญิงสูงอายุ ร่างผอมบาง แต่งชุดขาว ใส่ไหมพรมมีจุกสีขาว มีสไบเฉียง ปลิวพลิ้วอยู่ด้านหลัง มีความรู้สึกว่าผู้สูงอายุท่านนี้ไม่ได้ยืนติดดินเลย ยืนอยู่ในพื้นดินเหนือสวนดอกไม้นี่ ลอยอยู่ มีความรู้สึกว่าลอยอยู่ ท่านก็พูดกับกัลยาณมิตรท่านนี้ ว่านี่เธอ ทำอะไรอยู่ ทุกคนมีชื่อสร้างพระกัน ทำไมไม่มีชื่อของเราเลย รีบทำซิลูก ท่านพูดอย่างนี้
ทันใดที่ฟัง ได้ยินเสียงของอุบาสิกาท่านนั้นจบ ก็รีบบอกลูกให้ขับรถไปที่ศูนย์แอตแลนต้า เพื่อไปสร้างองค์พระ พอสร้างเสร็จ ก็ได้เหลือบไปเห็นที่ผนังมีรูปของคุณยายติดอยู่ที่ฝาผนัง เห็นนัยต์ตาทั้งคู่ เห็นใบหน้า เห็นลักษณะเหมือนกับผู้สูงอายุที่เห็นอยู่ที่สวนดอกไม้ที่บ้านเลย ทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย เมื่อเห็นภาพนี้แล้วก็มีเสียงดังออกที่กลางกายว่า ลูก แม่ตามหามานานแสนนาน ลูกไปอยู่ที่ไหนมา นี่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากกึ่งกลางกาย ประมาณปี ๒๕๔๐ ที่กัลยาณมิตรท่านนี้ได้มีประสบการณ์
หลังจากนั้นประมาณปี ๒๕๔๒ กัลยาณมิตรท่านนี้ได้มีโอกาสมาที่วัดพระธรรมกาย มีความรู้สึกว่าเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้กราบแทบเท้าของคุณยาย เมื่อได้มาเห็นกุฏิหลังน้อยของคุณยาย ก็มีความรู้สึกว่าดีใจและปลื้มใจ นี่แค่เพียงได้มีโอกาสได้มาเห็นกุฏิหลังน้อยของคุณยายอยู่ที่อาคารปรนิมมิตรสวัตตี ก็มีความรู้สึกว่าปลื้มใจแล้ว
ดังนั้น คุณยายแม้มีชีวิตอยู่ท่านยังไปบอกบุญถึงต่างประเทศ โดยไม่ต้องมีพาสปอร์ตหรือวีซ่า ไปได้หมดทุกที่เลย ดังนั้นคุณยายแม้กระทั่งมีชีวิตอยู่ ท่านก็ไปทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร ยอดผู้นำบุญ
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ ก่อนที่ยายจะละสังขารไปเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อประมาณวันที่ ๗ กันยายน กัลยาณมิตรท่านนี้ได้ฝัน ปกติไม่เคยเจอตัวจริงยาย ไม่เคยมากราบเท้าคุณยายเลย ฝันก่อนหน้าที่ยายจะละสังขารไป ๓ วัน คือวันที่ ๗ ก็ฝันว่าได้มีโอกาสไปกราบเท้าคุณยาย คุณยายนอนอยู่บนเตียง ขณะที่ไปกราบ ยายก็ลุกขึ้นมาแล้วก็บอกกัลยาณมิตรท่านนี้ว่า ให้ช่วยยายปราบไอ้ดำด้วยนะ ซึ่งกัลยาณมิตรท่านนี้ก็ไม่เคยได้ยินคำนี้ที่ยายพูดเลย ไม่เคยได้ยินได้ฟังคำนี้เลย แต่เมื่อได้โอกาสมาเรียนถามกัลยาณมิตรป้าเข่งแข ซึ่งเคยอยู่กับยาย คุณยายของเรานี่สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ ท่านก็บอกว่าคำพูดที่คุณยายได้พูดสม่ำเสมอเลย ก็คือยายจะไปปราบไอ้ดำ ยายจะไปปราบไอ้ดำ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณยายท่านพูดเสมอ ในสมัยที่ท่านอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ก็เป็นสิ่งที่คุณยายท่านได้ไปทำหน้าที่ของท่าน ตามลูกหลานยายให้มาสร้างบุญสร้างบารมี
คุณยายของเราเป็นผู้สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี สมัยที่หลวงพี่เองยังไม่ได้เข้าวัด มีเพื่อนนักศึกษาสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มาชวนให้หลวงพี่เข้าวัด แล้วก็ชวนเป็นกรรมการทอดผ้าป่า ครั้งนั้นหลวงพี่จำได้ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๕ บอกเพื่อนคนนั้นไปว่าไว้อายุ ๘๐ แล้วค่อยเข้าวัด แล้วก็ร่วมบุญไปด้วย ๕ บาท จำได้ หลวงพี่มาคิดถึงตอนนี้ถ้าเข้าวัดตอนอายุ ๘๐ ปี คงไม่ได้เดินเข้านะ คงต้องหามเข้า เข้าแล้วไม่ต้องกลับ ก็รู้สึกดีใจที่ได้เชื่อเพื่อนคนนั้น แล้วก็มาวัดพระธรรมกาย
เมื่อมาถึงวัดพระธรรมกาย มีคามรู้สึกที่ว่าไม่เหมือนกับที่ใดในโลกที่ไปเจอมาเลย แค่เพียงรถบัสที่ออกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาถึงประตูวัดเท่านั้นเอง มีความรู้สึกว่าใจมันเย็น ใจสบาย มีความชุ่มฉ่ำอยู่ในใจตลอดเวลาเลย มีความสุขมากเลย แค่เพียงเข้ามาในเขตวัด ได้มาสัมผัสกับวัดพระธรรมกายเพียงวันแรก เพียงครั้งแรกที่มาถึง ก็มีความรู้สึกประทับใจในจุดนี้ และยิ่งได้มาทราบถึงคุณธรรมของคุณยายเมื่อได้มาอยู่ที่วัด เห็นกิจวัตรของคุณยาย ท่านจะตรวจวัดทุกวันเลย เช้า ๘ โมงเช้า ท่านก็จะนั่งสามล้อ โดยมีอุปัฏฐากนี่ขับให้ ตรวจวัดตั้งแต่ประตูหน้าวัดมา บริเวณโบสถ์ บริเวณถึงหลังวัด ทุกวันในตอนเช้า ถ้าตอนเย็น ๕ โมงเย็น คุณยายจะตรวจดูความสะอาด ความเป็นระเบียบ ตรงไหนที่สกปรก หรือว่ารก คุณยายจะลงไปดูแล ไปจัดการให้สะอาด ให้เรียบร้อย
ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากคุณยายที่ท่านได้เป็นต้นบุญต้นแบบ ทำให้เกิดความสะอาด ความร่มเย็นขึ้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาสัมผัสกับวัด ความสะอาด บรรยากาศของวัด เกิดจากคุณยายเป็นต้นบุญต้นแบบ ให้เกิดบรรยากาศที่น่าประทับใจขึ้น ทั้งเรื่องสถานที่วัดสะอาด บรรยากาศทุกคนมา มาถึงวัด จะทักทายสวัสดีกันก่อน มีความเป็นพี่เป็นน้อง มีความอบอุ่น ซึ่งไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เมื่อได้มาเจอคุณธรรมของคุณยาย ได้เห็นคุณยาย เมื่อได้มาอยู่วัดแล้ว ท่านเจอใคร ท่านก็ทักก่อน ท่านจะสวัสดีก่อน มีความนอบน้อมต่อบุคคลที่มาถึงก่อน
สิ่งนี้ก็ได้รับถ่ายทอดมาจากคุณยายของเรา ซึ่งเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับลูกหลาน ทุกคนแต่งชุดขาวบริสุทธิ์ ดูแล้วสบายตาสบายใจ เมื่อได้มีโอกาสมาวัดสม่ำเสมอ ก็ได้มีโอกาสมาช่วยพี่ๆ รุ่นพี่ๆ เขาล้างห้องน้ำ มีความรู้สึกว่าห้องน้ำที่นี่เข้าไปแล้วสะอาด สบายใจ ตอนเย็นๆ พี่ๆ เขาก็ชวน ชวนขัดห้องน้ำ ล้างห้องน้ำบอกว่าขัดวิมาน วิมานจะได้สว่างไสว ยิ่งขัดวิมาน ธรรมะเราก็ยิ่งสว่าง ใจเราก็ยิ่งสว่าง ตอนเย็นๆ ก็จะไปช่วยพี่ๆ เขาล้างห้องน้ำ โดยเขาจะราดน้ำก่อนแล้วก็เอาแฟ๊บ สก๊อตไบร์ท ถูจนกระทั่งสะอาด ล้วงคอห่านด้วยมือเปล่านี่แหละ ด้วยมือเปล่า จนกระทั่งสะอาด ขาว ล้างราดให้สะอาด แล้วก็เท่านี้ยังไม่พอ เช็ดแห้งอีก ต้องเช็ดแห้ง ห้องน้ำก็เช็ดแห้ง ห้องน้ำบริเวณอาคารประชาสัมพันธ์ เช็ดแห้งเสร็จแล้วก็ปิดประตูให้เรียบร้อย เย็นวันอาทิตย์ก็กลับรถคันสุดท้าย แล้วก็อาทิตย์ถัดไป ห้องน้ำก็ใหม่สะอาด ตั้งแต่มาใช้
ก็ได้ทราบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะว่าทำไมห้องน้ำนี่ต้องเช็ดแห้ง เพราะห้องน้ำของคุณยาย เวลาใช้เสร็จ ท่านจะไม่ให้มีน้ำเปียกชื้น เพราะว่าผู้สูงอายุ เวลาเดินลื่นก็จะล้ม เป็นอะไรไปจะทำให้หายยาก ห้องน้ำคุณยายจึงต้องเช็ดแห้งเสมอ ก็ได้แบบแผน ได้ต้นแบบมาจากคุณยาย ห้องน้ำสะอาด ครัวสะอาด เป็นระเบียบ
เมื่อหลวงพี่ได้มีโอกาสมาอบรมธรรมทายาท ตั้งแต่จบการอบรมธรรมทายาท ก็ได้มีโอกาสได้รักษาศีล ๕ มาตลอด เพราะได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของคุณยาย โดยอ่านจากหนังสือเดินไปสู่ความสุข สิ่งที่ประทับใจที่สุดก็คือตอนที่คุณยายไปหาพ่อ ไปช่วยพ่อในนรก ทำให้รู้สึกว่าคุณยายเป็นบุคคลอัศจรรย์จริง ที่สามารถเข้าถึงธรรมกาย แล้วไปช่วยพ่อให้พ้นจากอบายได้ มีความรู้สึกประทับใจมาก อ่านหนังสือเดินไปสู่ความสุขก่อนที่จะอบรมธรรมทายาทแล้ว วางไม่ลง อ่านจนกระทั่งจบทุกเรื่อง แล้วก็ได้มีโอกาสมาอบรมธรรมทายาท
เมื่ออบรมเสร็จ ก็ได้มีโอกาสมาวัดในวันอาทิตย์ ในวันอาทิตย์ต้นเดือน ได้เห็นสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ จากวัดพระธรรมกายเยอะแยะเลย ทำให้นำไปใช้ที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลวงพี่กำลังจะไปทำงาน ก็ไปสมัครงานที่ ทำแล้วมีเวลาสะดวกที่จะมาสร้างบารมี งานที่หยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ไปขอพรกับคุณยายว่า "คุณยาย ขอพรคุณยายให้ได้งานที่จะสร้างบารมีได้สะดวก หยุดเสาร์อาทิตย์ยิ่งดี คุณยาย ตอนนี้กำลังสมัครงานธนาคารอยู่ ให้งานที่สร้างบุญบารมีได้สะดวก" คุณยายท่านก็ให้พร บอกว่าให้สำเร็จสมปรารถนา
ปรากฏว่าในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๗ หลวงพี่ได้งานที่สร้างบารมีได้สะดวกสมกับพรที่คุณยายท่านให้ คือได้งานสำนักงานมูลนิธิธรรมกาย ทำงานบุญตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เสาร์อาทิตย์ก็มาวัด ก็เป็นพรที่คุณยายท่านให้ ให้ได้งานที่สร้างบารมี ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ นี่ ก็ได้สร้างบารมีสะดวกสบายตลอดมา ทุกวันไม่มีวันหยุด สมกับที่ยายท่านให้พร
มีหลายครั้งเมื่อได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับคุณธรรมของคุณยาย หรือประสบการณ์ที่คุณยายได้ไปช่วยคุณพ่อในนรก ซึ่งได้ยินได้ฟังจากปากของคุณยายเอง ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในบุญ แล้วก็กลัวบาปเหมือนอย่างยาย วันนี้หลวงพี่มีเสียงของคุณยายมาให้พวกเราฟังด้วย อยากฟังไหมเอ่ย เดี๋ยวขอเสียงคุณยายชุดที่ ๑
เสียงคุณยาย : เจ้าประคู้ณ ขอให้บุญกุศลข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าถึงธรรมกายนี่ พ่อของข้าพเจ้าอยู่ที่ไหน ขอให้ธรรมกายของข้าพเจ้านำข้าพเจ้าไป ธรรมกายเขาก็จะออกไปเลย ลอยลิ่วๆๆ ไปเลย ไปถึงแห่งหนึ่งนะ ไปถึงแห่งหนึ่ง โอ้โฮ ไฟมันลุกสูงเชียว ...ธรรมกายก็ลอยลงเหนือไฟ ไฟนี่ดับลง ดับลง ดับลง ดับไป เห็นสัตว์นรกมันตกนรกเยอะผุดโผล่ผุดโผล่ สัตว์นรกมันตกผุดโผล่ผุดโผล่ โอ้โฮ แล้วก็เห็นพ่อเราอีกแหละ พ่อเราผุดโผล่ผุดโผล่อยู่ในนรกแน่ จะทำยังไง ก็ออกจากเข้าที่... อาจารย์ท่านบอกว่าให้อธิษฐานซิ เอาบุญที่เราเข้าถึงธรรมกาย ... ให้ช่วยพ่อด้วย ไปอีกเที่ยวหนึ่ง แล้วก็อธิษฐาน เจ้าประคู้ณ ... ขอให้ธรรมกายข้าพเจ้าช่วยพ่อข้าพเจ้า ตอนนี้ธรรมกายก็...รับพ่อ เอาพ่อขึ้นไปไว้ที่ชั้นดาวดึงส์ เอาไปไว้ ... เขาเรียกว่ากันวิมาณ ... สมบัติสักชิ้นหนึ่งก็ไม่มี มีแต่วิมาน พ่อไม่มีอะไรเลย โอ้โฮ ... ตกนรกนี่ไปช่วย ... ไฟนี่ลุกท่วมเลย ... (เสียงอู้อี้ ฟังไม่รู้เรื่อง)
หลวงพี่นิรันดร์ : คุณยายท่านได้เล่าถึงที่ไปช่วยคุณพ่อในนรก คุณยายมีความสุขเมื่อได้ช่วยพ่อให้พ้นจากนรก คุณยายบอกว่าถ้าคุณยายไม่ได้ช่วย คุณพ่อของคุณยายให้พ้นจากนรกได้ คุณยายคงกลุ้มใจตายไปแล้ว เพราะว่ายายเป็นคนกลัวบาป
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่ายายเคยระลึกชาติว่าเคยเกิดมาเป็นอะไรบ้าง เคยเกิดเป็นวัวควายช้างม้าหมูกาไก่ เคยเกิดมาหมดแล้ว เกิดมาใช้กรรมจนกระทั่งหมดเวรหมดกรรม แล้วก็ได้มาเกิดมาเป็นมนุษย์ มนุษย์นี่เป็นสัตว์ ที่เลิศ เป็นสัตว์ที่ยอด ได้สร้างบุญสร้างกุศล สร้างความดีได้ ดังนั้นคุณยายจึงกลัวบาป คุณยายจึงรักบุญ ที่จะสร้างบุญสร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไป
หลังจากที่ได้เรียนจบหลวงพี่แล้วก็มาอยู่วัด ช่วงนั้นก็เป็นช่วงกฐินยายพอดีเลย กฐินยาย ๘๐ ปี บูชาคุณยาย ได้บุญใหญ่กับยาย ในช่วงนั้นได้เจอหลายสิ่งหลายอย่าง ได้มีโอกาสร่วมบุญทำหน้าที่กัลยาณมิตร ได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับที่คุณยายท่านได้เล่า เล่าถึงสมัยที่ท่านสร้างบุญอยู่วัดปากน้ำ ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่คุณยายได้พูดถึงพระเพื่อนหลวงพี่ซึ่งสนิทกันมากเลย อยู่ด้วยกันทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัยเป็นอุบาสกร่วมกัน ในสมัยนั้น เมื่อบวชแล้ว หลวงพี่ท่านนี้บวชพรรษาแรกได้เป็นพระเถระเลย ชื่อว่าพระเถระธัมโม ได้เป็นพระเถระเลย ในช่วงที่เป็นอุบาสกด้วยกัน ก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันตั้งแต่สมัยกฐินของคุณยายเป็นต้นมา บางครั้งที่ยานพาหนะไม่พอใช้ งานก็ต้องทำ เพื่อเตรียมงานรองรับสาธุชนในวันอาทิตย์ บางครั้งก็ต้องหาปัจจัยจากที่อื่นมาช่วยสนับสนุนงานที่ทำอยู่
จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง อุบาสกท่านนี้ก็นึกในใจว่า อยากจะไปทำงานข้างนอก ไปหาเงินสักก้อนหนึ่งแล้วก็ซื้อรถสักคันหนึ่ง จะได้เอามาช่วยงานของหลวงพ่อได้สะดวก เมื่อมีเงินสักก้อนหนึ่งแล้วก็ จะกลับมา ในใจท่านคิดว่า ไปแล้วจะไม่บอกใครเลย ยังไม่ได้บอกหลวงพ่อ หลวงพี่ หรืออุบาสกคนไหน ก็ยังไม่ได้บอก แม้กระทั่งยายก็ยังไม่ได้บอกเลย
ในตอนนั้นท่านเดินไปที่ครัวอาคารยามา ซึ่งโดยปกติเวลานี้ คุณยายจะไม่อยู่ที่ครัว อุบาสกผจญก็เดินไปที่ครัว คิดว่ายังไงก็จะไปทำงานข้างนอกแล้ว ตัดสินใจแล้ว ในขณะนั้นเอง อยู่ๆ คุณยายท่านก็เดินมาข้างหลัง แล้วก็มาจับมือ อุบาสกผจญ แล้วคุณยายท่านก็พูดว่า "อย่าหนียายไปนะให้อยู่เอาบุญกับยาย ให้ช่วยยายสร้างพระเจดีย์ให้เสร็จ" ยังไม่ทันบอกคุณยายเลย ยายรู้แล้ว ไปจับมือ แล้วก็ทำให้อุบาสกท่านนี้ตัดสินใจที่จะอยู่วัดต่อ แล้วก็ได้บวชเมื่อ ๕๐ ปีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ธัมมชโย ปัจจุบันก็เป็นพระอาจารย์อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมชิคาโก ก็ด้วยความเมตตาจากคุณยาย ที่ท่านได้ประคับประคองให้ศิษย์ทุกคนนี่อยู่ในบุญ อยู่ในธรรมะ ได้ประคองชีวิตอยู่ในพรหมจรรย์นี้ตลอด
ครั้งที่หลวงพี่เองได้มีโอกาสไปที่อาคารยามา คุณยายท่านกำลังรับแขก ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ มีโยมอยู่ท่านหนึ่งได้มาเล่าให้หลวงพี่ฟังว่าวันนั้นมากราบคุณยาย ยังไม่ทันบอกคุณยายเลย คุณยายทักว่า "คุณ ยายไปช่วยคุณมานะ" คุณโยมท่านนี้ขนลุกเลย เพราะว่าก่อนหน้านี้รถเจออุบัติเหตุ อัดก๊อปปี้เลยนะ ปอเต๊กตึ๊งบอก คิดว่ายังไงคงไม่รอด แต่เนื่องจากอุบาสกท่านนี้มีล๊อกเกตของคุณยาย ที่ได้มาร่วมบุญกฐินของคุณยายติดตัวอยู่ มีความรู้สึกว่ามีอะไรนุ่มๆ มาหุ้มตัวอยู่ ปอเต๊กตึ๊งต้องมางัดรถออก คิดว่าตายแล้ว ปรากฏว่าออกมานี่ไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว ก็มาเล่าด้วยความปีติใจที่คุณยายเจอหน้าก็ทักอุบาสกท่านนี้เลย ซึ่งคุณยายท่านรู้วาระจิตล่วงหน้าโดยที่ไม่ได้บอก คุณยายท่านทักก่อน นี่เป็นสิ่งที่คุณยายท่านได้ทำหน้าที่ผู้ให้ลูกศิษย์ทุกคนอยู่ในบุญ อยู่ในความดี สร้างบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
ในช่วงที่คุณยายของเราได้เป็นประธานกฐิน คุณยายมีความปีติใจ เบิกบานใจตลอดเลย ไปทำหน้าที่ทุกที่เลย เดี๋ยวขอทางเสียงได้เปิดเสียงของคุณยายได้พูดถึงกฐินยาย ให้พวกเราได้ฟังชุดที่ ๓
เสียงคุณยาย : ฉันก็คิดถึงว่าเวลาก็มีไม่มากแล้ว ชาตินี้ยังขาดอะไรอยู่ ขาดกฐินยังไม่ได้สร้าง ยังไม่ได้ทำ ก็อยาก เราเข้าวัด...ก็อยากทอดกฐินสักครั้งหนึ่งก็คิดอย่างนี้ แล้วก็ไปขอเจ้าอาวาส ว่าขอ ขอให้เป็นประธานกฐินสักครั้งหนึ่ง แล้วเจ้าอาวาสเขานิ่งไปสักพักหนึ่ง เขาถึงจะให้
ถาม : คุณยายไม่เคยทอดกฐินอะไรเลยในชีวิตนี้ ใช่ไหมคะ
เสียงคุณยาย : ไม่เคยเลย ตั้งแต่สร้างวัดให้เขาอยู่ ... ไม่เคยสักครั้งหนึ่ง เผื่อภพชาติต่อไป... จะได้ไปสร้างวัดใหญ่ๆ จะได้ไปทอดกฐิน จะได้ติดเอาพรรคพวกติดตัวไป รวมหมู่คณะรวมเพื่อนลูกศิษย์ลูกหาเก่าๆ แก่ๆ ที่จะ... ใครมาก็เอา ใครไม่มาก็ปล่อยเขาทิ้ง
ถาม : แล้วผู้ที่ทำบุญในวันนั้นคุณยายจะคุมบุญให้เต็มที่เลยใช่ไหมคะ
เสียงคุณยาย : ตั้งใจว่าเขามาทำบุญวันนั้น เราก็จะคุมบุญให้เขาทุกคน ...
ถาม : คุณยายคะ คุณยายมีบุญมากแล้วนะคะ คุณยายยังคิดว่ายังไม่มากหรือคะ
เสียงคุณยาย : อ๋อยัง... อยากทำบุญเอาไปเยอะๆ ยายชอบทำบุญ
ถาม : ยายรักบุญมากที่สุดเลยนะคะ
เสียงคุณยาย : คิดว่าตอนนี้.... คล้ายๆ ว่าเราเกิดมานี่นะ ไม่ใช่ว่าตายแล้วสูญ ตายแล้วต้องเกิด เมื่อเกิด...ชาตินี้นะ ก็คิดว่าเราสร้างวัดมา อยู่ได้แล้วนะ ผู้คนก็เยอะแยะแล้ว เราไม่ได้ทอดกฐิน อยากจะทอดสักครั้งหนึ่ง
จบ.....
ทำไมจบเอาดื้อๆหล่ะ ลองเช็คเสียงจากเทปก่อน