สัจจะบารมีของคุณยายอาจารย์
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแทบเท้าพระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาผู้เป็นลูกหลานยายทุก ๆ ท่าน
ในค่ำคืนนี้เป็นอีกวาระหนึ่งที่พวกเราลูกหลานยาย ได้มาบำเพ็ญกุศล ระลึกนึกถึงพระคุณของคุณยาย ซึ่งมีพระคุณต่อเรามากมาย ยากที่จะพรรณนาได้หมด หลาย ๆ ท่านก็ได้มาบำเพ็ญกุศลแล้วก็มาฟังธรรมเป็นประจำเกือบทุกวัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความกตัญญูต่อคุณยาย ซึ่งสมควรต่อการอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง
ในค่ำคืนนี้ก็เป็นอีกวาระหนึ่ง ที่พวกเราจะได้มาน้อมระลึกนึกถึงคุณของคุณยาย ซึ่งในแต่ละวันพระอาจารย์แต่ละรูปก็ได้นำพระคุณของคุณยายมาประกาศคุณของท่าน ทำให้พวกเราได้ย้อนระลึกนึกถึงภาพแห่งความดีงามของคุณยายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละท่านที่ได้เคยพบคุณยาย ตั้งแต่สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ ก็จะได้ตอกย้ำทำภาพที่ได้เคยเห็นในอดีตนั้นให้กระจ่างชัด ตอกย้ำถึงความดีงามของท่าน ที่ตัวของเราเองก็จะได้มีกำลังใจดำเนินรอยตามท่าน
การที่เราได้ระลึกนึกถึงพระคุณของคุณยายนั้น ถือว่าเป็นทางมาแห่งกุศล ถ้าหากพวกเราได้เข้ามาถึงวัดพระธรรมกาย มาประพฤติปฏิบัติธรรมกันอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นว่า เราได้รับความรู้ ธรรมะ มีความเข้าใจในเป้าหมายของชีวิตที่เกิดมา รักในการสร้างความดี รักในการสร้างบุญ สร้างบารมี แล้วก็มีกำลังใจที่จะฝึกฝนตัวเองให้มีคุณธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น พวกเราเคยคิดไหมว่า สิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจในการที่จะสร้างความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยการฝึกตัวของเราให้มีคุณธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น คืออะไร สำหรับตัวหลวงพี่เองนั้นคิดว่า ต้นแบบเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เรา มีกำลังใจที่จะสั่งสมความดี หรือฝึกฝนตัวเราเอง ต้นแบบที่สำคัญ ที่โดดเด่นแจ่มชัด สำหรับพวกเราที่ได้เข้ามาสู่วัดพระธรรมกาย ได้มาสร้างบุญสร้างบารมีนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บุคคลที่เป็นต้นแบบโดดเด่นอยู่ในจิตใจของพวกเรา ก็คือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั่นเอง
ในวันนี้หลวงพี่ขอโอกาส ตอบแทนพระคุณของคุณยาย ด้วยการประกาศคุณของท่าน โดยน้อมนึกถึงคุณธรรมของท่านสัก ๑ เรื่อง จริงๆ แล้วคุณธรรมของคุณยายนั้นมีมากมายเหลือเกิน แต่ว่าในวันนี้ จะได้ขอยกเอาคุณธรรมที่หลวงพี่มีความรู้สึกประทับใจในตัวของคุณยายสัก ๑ เรื่อง คุณธรรมนั้นก็คือ สัจจะ
เราลองมาทบทวน นึกถึงคุณธรรมของคุณยาย และนึกถึงภาพของคุณยาย ไปพร้อมๆ กันเลยนะ คำว่าสัจจะนั้น หมายถึงความจริง ความตรง และความแท้ ภาพของสัจจะก็คือ ภาพของบุคคลที่มีความรับผิดชอบ ทำสิ่งใดก็ตาม ที่อยู่ในหน้าที่ของตัวเองนั้นอย่างดีที่สุด จริงก็คือว่าบุคคลที่ทำงานหรือสิ่งใด ๆ ก็ตาม ตั้งใจจริง ไม่ได้ทำเล่น ๆ หรือเหลาะแหละ คือความที่ไม่บิดพลิ้ว ไม่โลเล ก็คือความบริสุทธิ์นั่นเอง
เมื่อเราเรียนธรรมะในเรื่องของสัจจะแล้ว เราจะเข้าใจภาพของสัจจะมากขึ้น ถ้าเรามีคุณยายอยู่ในใจเพราะว่า เราได้เห็นภาพของบุคคลที่มีสัจจะที่มีชีวิตจิตใจที่เราได้อยู่ร่วมยุคร่วมสมัยกับท่านจริง ๆ และทำให้เรามีกำลังใจที่จะฝึกตัวให้เป็นอย่างท่าน
สัจจะมีอยู่ ๔ ประการคือ สัจจะต่อหน้าที่การงาน สัจจะต่อวาจา สัจจะต่อบุคคล และสัจจะต่อความดี
สำหรับสัจจะต่อหน้าที่การงานนั้น คุณยายนั้นรับผิดชอบหน้าที่การงานและทำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของท่านไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งเรื่องที่ยิ่งใหญ่ อย่างดีที่สุดเสมอจริง ๆ แม้ตั้งแต่สมัยที่ท่านอยู่ ที่นครชัยศรี ก่อนที่จะมาพบหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านทำงานทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบอย่างยอดเยี่ยม เช่น ในเรื่องของการทำความสะอาด
การเช็ดบันได ปกติเราจะไม่ค่อยได้เคยเห็นใคร ๆ ที่จะเช็ดบันไดด้านล่าง เรามักจะเช็ดด้านบน ที่เป็นทางเดิน แต่คุณยายก็เช็ดทั้งด้านบนและด้านล่าง เมื่อมีคนถามว่า ทำไมยายถึงต้องทำอย่างนั้น คุณยายก็ตอบว่า “ยายก็อยากจะทำให้ดีที่สุด มันสอนตัวเองได้ว่า ให้เช็ดทั้งข้างนอกข้างใน เช็ดให้สะอาด มันสอนตัวเองอย่างนั้น” เมื่อคุณยายมาเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ระลึกชาติได้ คุณยายจึงไปดูว่าทำไมคุณยายถึงได้เป็นผู้ที่มีระเบียบ รักความสะอาด หรือสอนตัวเองได้ เพราะอะไร
ท่านพบว่าในชาติอดีตต่าง ๆ ที่ผ่านมา ท่านนั่งธรรมะมามาก และก่อนที่คุณยายจะเข้ามาวัดปากน้ำ สมัยที่ยังอยู่ที่บ้านที่นครชัยศรี ท่านทำนา ท่านออกจากบ้านตั้งแต่ ก่อนตะวันขึ้น ไปถึงในที่นาก็อรุณพอดี ในขณะที่คนอื่น ๆ ไปทำนาเขาก็ไปตอนอรุณขึ้นไปแล้ว
นี่แสดงให้เห็นว่าความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวของท่านนั้น ท่านทำอย่างดีที่สุดจริงๆ
ส่วนสัจจะต่อวาจา คุณยายท่านพูดคำไหน คำนั้น สิ่งที่ท่านพูดคือสิ่งที่ท่านทำ ท่านทำให้ดู แล้วก็สอน หลวงพี่เคยได้ฟังมาว่า อย่างเวลาที่คุณยายสอนขัดห้องน้ำ คุณยายจะจูงมือศิษย์ไปสอน ทำให้ดูจริง ๆ สิ่งที่ท่านสอนนั้นก็เป็นสิ่งที่ท่านทำ เพราะฉะนั้นทุกคำที่ท่านสั่งสอน ทุกคำที่ท่านพูดก็เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อคุณยายมาถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้มาศึกษาธรรมะที่วัดปากน้ำ คุณยายได้รับคำชมว่า คุณยายนั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง เป็นคำที่หลวงปู่วัดปากน้ำเอ่ยชมคุณยาย และก่อนที่หลวงปู่วัดปากน้ำ จะละสังขารนั้น ท่านก็ได้สั่งคุณยายให้เผยแผ่วิชชาธรรมกาย คุณยายก็รับคำ
หลังจากหลวงปู่ละสังขารไปแล้ว คุณยายก็ได้ทำหน้าที่ตามที่ท่านได้รับปากหลวงปู่วัดปากน้ำจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ในสมัยก่อนหน้านั้น คุณยายก็อยู่แต่ในโรงงานทำวิชชาไม่ได้ออกไปไหน แต่เมื่อรับปากกับหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่านตามที่ท่านได้รับปาก เราลองคิดดูว่าถ้าคุณยาย ไม่สอนธรรมะ หรือถึงแม้คิดที่จะสอน แต่ว่าไม่ได้ตั้งใจทำอย่างจริงจัง วัดพระธรรมกายจะเกิดขึ้นหรือไม่
คุณธรรมของคุณยายเมื่อเราได้มาเทียบในเรื่องของสัจจะแล้ว จะมองเห็นภาพของคุณธรรมกับคุณยายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจริง ๆ
สำหรับสัจจะต่อบุคคลนั้น คุณยายมีความจริงใจกับทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง และทุก ๆ คนทั้งโลก เพราะคุณยายมีความปรารถนาดีที่จะปิดนรกเปิดสวรรค์ให้กับทุก ๆ คน ถ้าเรามามองดูประวัติของคุณยาย ตั้งแต่ ครูบาอาจารย์คือ คุณยายทองสุข คุณยายมีความเคารพนับถือ มีความกตัญญูมาก เพราะถือว่า เป็นครูคนแรกของท่าน ที่ทำให้ท่านได้เข้าถึงธรรมแล้วก็ได้มาถึงหลวงปู่วัดปากน้ำ
ตอนที่คุณยายทองสุขป่วยหนัก คุณยายก็ได้ทำหน้าที่ดูแลจนถึงที่สุด เมื่อคุณยายทองสุขละโลกไป ก็ได้จัดงานศพให้กับคุณยายทองสุกอย่างสมเกียรติ
ส่วนลูกศิษย์ของท่าน ท่านก็มีสัจจะต่อศิษย์อย่างน่าประทับใจมาก ขณะที่ท่านสอนธรรมะอยู่ที่บ้านธรรมะประสิทธิ์นั้น บุคคลที่มาเรียนธรรมะ เมื่อนั่งหลับตาแล้ว เมื่อคุณยายจะต้องไปเข้าห้องน้ำ คุณยายเดินเงียบระมัดระวังเสียงมากเลย จนกระทั่งหลวงพ่อต้องถามว่า ทำไมคุณยายต้องเดินอย่างนั้น คือไม่มีเสียงเลย ท่านตอบว่าที่ท่านต้องเดินเงียบระวังอย่างนี้เพราะ เกรงว่าจะไปกระทบกระเทือนต่อลูกศิษย์ซึ่งเพิ่งหัดนั่งสมาธิใหม่ ๆ กว่าจะทำใจหยุดใจนิ่งได้ มันก็ต้องใช้เวลา ถ้าเกิดมีเสียงก็อาจจะไปรบกวน อาจจะถอนจากสมาธิ แล้วกว่าจะทำใจหยุดใจนิ่งอีก มันยาก
จะเห็นว่าคุณยายนั้น เอาใจเขามาใส่ใจเรากับบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่เหนือท่านหรือต่ำกว่าท่านเสมอ หรือที่เราได้ฟังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พูดถึงจริยวัตรของคุณยายสมัยก่อน ที่เวลาท่านจะบ้วนน้ำลายหรือน้ำหมากลงในกระโถน หลังจากบ้วนน้ำหมากน้ำลายแล้ว ท่านก็จะมีกระดาษที่ตัดไว้อย่างดีนี้ปิดลงไปทุก ๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาอุปัฏฐากหรือผู้ดูแลของท่านจะนำไปทิ้ง ก็จะรู้สึกไม่รังเกียจในสิ่งปฏิกูลนั้น นี่คือความที่คุณยายเอาใจเขามาใส่ใจเรา แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย
เมื่อเรามาดูตัวของเราเองในขณะนี้ ที่เราได้เข้าวัดพระธรรมกายมา ที่เราได้ฟังกันมาว่าคุณยายจะตามหมู่คณะ หมู่คณะในที่นี้คือญาติ หรือบุคคลที่เคยสร้างบุญสร้างบารมีกันมาก่อน ตั้งแต่สมัยก่อน คือชาติปางก่อน
ตัวเราเองก็อาจจะเป็นบุคคลหนึ่งที่คุณยายท่านเมตตา มีความจริงใจมีสัจจะที่ตามพวกเรามาก็ได้ ลองคิดดูว่าตัวของเราเอง หรือแม้กับบุคคลที่เป็นญาติมิตรในชาติปัจจุบันนี้ กว่าที่เราจะชักชวนให้เขามาสู่เส้นทางธรรมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณยายท่านมีสัจจะต่อบุคคลข้ามชาติเลยทีเดียว และท่านก็ช่วยข้ามชาติด้วย คือ หาทางที่จะให้เราพ้นจากนรก และชี้ทางสวรรค์ให้
คุณยายจึงเป็นบุคคลมีสัจจะต่อบุคคลจริง ๆ ถึงแม้ว่าเราจะมาวัดตั้งแต่ในสมัยไหนคือ ตั้งแต่สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ ตั้งแต่ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม วัดพระธรรมกาย หรือในยุคที่เรากำลังสร้างมหาธรรมกายเจดีย์อยู่นี้ คุณยายก็คือบุคคลที่ท่านได้มีความจริงใจต่อพวกเราอย่างแท้จริง ก่อนที่ท่านจะละสังขารไปนี้ หลวงพ่อทัตตชีโวท่านได้เมตตา เล่าเรื่องคำสั่งที่คุณยาย ได้สั่งเอาไว้หลายข้อ
มีอยู่ข้อหนึ่งที่ หลวงพี่ฟังแล้วมีความซาบซึ้งมากเลย คุณยายได้สั่งเอาไว้ว่า เมื่อยายละสังขารแล้ว ไม่จำเป็นต้องมารดน้ำคุณยาย คุณยายให้เหตุผลว่า ตัวของยายเองนั้นตั้งใจฝึกตัวมาตลอดชีวิต แล้วก็ได้พบว่า สุดยอดของการฝึกตัวก็คือการทำภาวนา ทำใจให้หยุดนิ่ง ให้ใส ให้สว่างเข้าไปเรื่อย ๆ ยายให้อภัยกับทุกคนไม่ว่าใครจะมาล่วงล้ำก้ำเกินยาย ยายก็ให้อโหสิ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมารดน้ำขออโหสิกรรมกับยาย
นี่คือภาพของสัจจะต่อบุคคลที่คุณยายมีต่อพวกเรา และยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ถ้าหากรักยาย ก็ขอให้ตั้งใจนั่งสมาธิและฝึกตัว จะได้อย่างยาย ถ้าเราย้อนนึกถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่พระองค์จะดับขันธปรินิพพาน ที่สาลวโนทยานเมืองกุสินารา ปัจฉิมโอวาทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้ไว้แก่พุทธสาวก
ว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารมีความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา ขอให้ท่านทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด
สิ่งที่คุณยายท่านได้พูดได้ฝากเอาไว้ ถ้ารักยาย อย่าเสียเวลาร้องห่มร้องไห้ ให้ตั้งใจนั่งสมาธิให้ได้อย่างยายนั้น จริง ๆ แล้วก็มีความหมายว่า ไม่ให้ประมาทนั่นเอง เพราะว่าหัวใจของความไม่ประมาทก็คือความมีสติ ในการที่เราได้ฝึกสมาธิเป็นประจำนั้น ก็จะทำให้เราก็มีสติมากขึ้นนั่นเอง
สัจจะข้อสุดท้าย คือสัจจะต่อความดี บุคคลที่มีสัจจะต่อความดีหมายถึงบุคคลที่พยายามปรับปรุงแก้ไขตัวเอง สิ่งใดที่ไม่ดีก็ละเลิกไป และสิ่งใดที่เป็นความดีเมื่อทราบแล้วก็จะทุ่มเททำอย่างเต็มที่ คุณยายของพวกเราเป็นอย่างนั้น และท่านยังได้สอนพวกเราด้วย
คุณยายบอกว่า ก่อนนอนในแต่ละคืน ให้เรานั่งธรรมะ ทำธรรมะของเราให้ละเอียด แล้วมองดูตัวของเราคือ ดูการกระทำ ทางกาย ทางวาจา ทางใจของเราตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งถึงเข้านอน ว่าในแต่ละวันที่ผ่านไปนั้น เราได้สร้างบุญอะไรไว้บ้าง หรือมีสิ่งใดที่ไม่ดีที่เราพลั้งเผลอทำไป ตรวจดูแล้วเราก็จะได้ละเลิกในสิ่งที่ไม่ดี ปรับปรุงตัวเราเอง แก้ไขตัวเราเองอย่าให้ข้ามคืน
เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณยายได้สอนเอาไว้ ท่านเป็นผู้ที่มีสัจจะต่อความดี หรือแม้กระทั่งในอดีตที่ท่านได้ธรรมะใหม่ ๆ ท่านอุปมา ความรู้สึกของท่านที่ได้ธรรมะว่า ถ้าหากมีใครเอาทองคำ เท่าตัวของท่านมาแลกแล้ว ไม่ให้ท่านเห็นธรรมะ ท่านก็ไม่ยอม ท่านมีความจริงต่อความดีต่อธรรมะ
พวกเราทุก ๆ คนที่ได้มาอยู่ในร่มเงา แห่งบุญของคุณยาย ซึ่งท่านเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ให้เราได้มาสั่งสมบุญบารมี ให้เรามารู้หนทางเป้าหมายชีวิต เส้นทางในการที่เราจะมีโอกาสสร้างบุญ สร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น ก็เพราะมีคุณยายเป็นต้นแบบ บางคนอาจจะบอกว่าเรามาวัดในภายหลัง ไม่ได้เจอคุณยาย แต่มาทันหลวงพ่อทั้งสองหรือ พระเถระต่าง ๆ ที่ท่านได้ถ่ายทอดธรรมะให้ และศรัทธาในคำสอนนั้น ๆ
ถามว่า สิ่งที่อยู่เบื้องหลังของหลวงพ่อหรือว่าพระมหาเถระต่าง ๆ ที่ท่านได้ถ่ายทอดธรรมะให้กับเราคือใคร ตอบได้ว่าก็คือคุณยาย คุณยายนั้นเป็นทั้งต้นแบบ เป็นทั้งต้นบุญแล้วก็เป็นเนื้อนาบุญให้กับเรา
ต้นแบบก็คือท่านเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ ในการสร้างความดี ในการฝึกฝนตัวเอง ให้เราดู และท่านมีกุศโลบายในการถ่ายทอด สอน และหล่อหลอมให้เราได้เป็นอย่างท่าน
เป็นต้นบุญหมายความว่า คุณยายเป็นบุคคลที่ริเริ่มหรือเป็นบุคคล คนแรกที่ได้ชักชวนให้กับเราในการสั่งสมความดีนั่นเอง เมื่อเรามาเข้าวัดพระธรรมกายได้สั่งสมความดีได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเรามองย้อนกลับไปถึงต้นเหตุ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสสั่งสมความดีมากมายอย่างนี้นั้น เราจะเห็นภาพของคุณยายของเรายืนเด่นเป็นสง่าอย่างแน่นอน
ขณะนี้คุณยายได้ละสังขารไปแล้ว เราในฐานะที่เป็นลูกหลานยาย เราก็จะได้ถือโอกาสนี้ ตอบแทนพระคุณของคุณยาย วิธีการที่จะตอบแทนก็มีทั้งปฏิบัติบูชา และอามิสบูชา ในขณะที่ธรรมกายเจดีย์ของเราซึ่งอยู่ตรงหน้ารูปของคุณยายนี้ ในขณะนี้เรากำลังสร้างลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ เพราะฉะนั้นโอกาสดีที่เราจะได้ตอบแทนพระคุณยายคือ ช่วยกันสร้างลานธรรมให้สำเร็จโดยเร็วให้ความฝันของคุณยาย ที่จะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ สร้างลานธรรมให้สำเร็จนั้นเป็นจริง ให้จงได้
หลวงพี่คิดว่าพวกเรามีคุณยายอยู่ในใจกันทุกคน และมีความตั้งใจที่จะตอบแทนคุณท่าน ในช่วงนี้เราจะได้มีโอกาสปฏิบัติบูชาคุณยายกัน เรานั่งสมาธิปฏิบัติพร้อม ๆ กันนะ
(นั่งสมาธิ)
พวกเราก็หลับตาของเราเบา ๆ เบา ๆ เท่านั้น ดูร่างกายของเรา ปรับร่างกายของเราให้สบาย ให้ผ่อนคลาย ปล่อยวางความคิดในเรื่องต่าง ๆ ออกไป ให้เราสบายทั้งกาย สบายทั้งใจ ให้ใจของเราสบายปลอดโปร่ง เบา และในท่ามกลางความสบาย ภายในกลางตัวของเรา แล้วก็น้อมนึกถึงภาพของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของพวกเรา ที่รักยิ่ง นึกถึงภาพของท่านไว้ที่กลางตัวของเรา เราจะนึกถึงภาพของคุณยาย
นึกถึงความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกหลานคุณยาย ได้อยู่ใต้ร่มบุญบารมีของท่าน ได้มีโอกาสมาสร้างบุญสร้างบารมี เพราะมีคุณยายเป็นผู้นำ ทำให้เรามีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน มีความรักบุญ กลัวบาป รักที่จะสร้างความดี ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
นึกถึงคุณยาย นึกถึงตัวของเราที่มีความโชคดี ให้ใจของเรากับใจของคุณยายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วเราก็ถามตัวของเราสักนิดหนึ่งว่า เราจะตอบแทนพระคุณของคุณยายอย่างไรดี จึงจะสมกับที่ท่านมีพระคุณต่อเรา ที่ได้สร้างวัดพระธรรมกาย สถานที่ที่ทำให้เราได้มีโอกาสสั่งสมบุญ สร้างความดีได้อย่างเต็มที่ นึกไปเรื่อย ๆ ในสิ่งที่เราปรารถนาที่จะได้ตอบแทนพระคุณท่าน
วัดพระธรรมกายเติบใหญ่เพราะยายสร้าง
ยายแผ้วถางเบิกทางธรรมนำวิถี
รวมลูกหลานธารแห่งธรรมนำชีวี
สร้างบารมีหน้าที่เลิศการเกิดมา
บุญยายคุ้มอุ้มโอบเอื้อเผื่อผองศิษย์
ยายอุทิศชีวิตพลีพระศาสนา
ปักแก่นแท้ปิ่นธรรมพระสัมมา
ชาวโลกาได้พึ่งพิงทั้งหญิงชาย
ให้เรานึกถึงสิ่งที่เราจะตอบแทนพระคุณของคุณยาย ในการสร้างลานธรรมให้สำเร็จ แล้วก็ขอบารมีของคุณยาย ให้เราได้ทำหน้าที่ไปเป็นผู้นำบุญ ชักชวนบุคคลทั้งหลายมาสร้างลานธรรมให้สำเร็จ ให้จงได้
(นั่งสมาธิ)
*********************************** จบ ***********************************