ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ขั้นตอนหล่อหลอมลูกศิษย์ของคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอถวายความเคารพแด่พระเถรานุเถระทุก ๆ รูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร ยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญขุนพลกล้าลูกหลานยายทุกๆ ท่าน หากพวกเราได้เคยจดจำถ้อยคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเราที่ได้กล่าวถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณยายพวกเราคงจำได้ว่า หลวงพ่อท่านเคยกล่าวไว้ว่า หากไม่มีคุณยายก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย และไม่มีพวกเราที่จะได้สร้างความดีอย่างมีความสุขจนถึงทุกวันนี้ได้ พวกเราทุก ๆ ท่าน ณ ที่นี้ที่ได้มีโอกาสมาสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยายของเราต่างก็ตระหนักมาด้วยดีว่า สิ่งที่เราได้มีโอกาสมาถึงจุด ๆ นี้ได้ก็เพราะว่าเรามีคุณยาย ท่านเป็นหลักชัยเป็นผู้นำในการสร้างบารมีกับพวกเรามาด้วยดีตลอด เฉกเช่นเดียวกับตัวหลวงพี่เอง ถ้าหากจะนึกถึงย้อนอดีตในตัวหลวงพี่เอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มีโอกาส ได้มาศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนาและมีโอกาสมาถึงวัดพระธรรมกายได้ ในสมัยที่หลวงพี่เป็นนิสิตเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยในปีพ.ศ. ๒๕๒๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๖ สมัยนั้นเรียกว่า เป็นยุคของคนหนุ่มสาวที่กำลังแสวงหาคุณค่าของชีวิต ขณะนั้นเอง ตัวหลวงพี่เอง มีความรู้สึกว่า อยากจะสร้างตนเองให้มีคุณค่า ซึ่งในยุคนั้น สิ่งที่ทำได้คือการที่มีโอกาสไปบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือบุคคลที่ยากไร้ ในสภาวะที่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่ในช่วงปิดเทอม หรือแต่ละครั้งที่หลวงพี่มีโอกาส ก็จะได้ไปค่ายพัฒนาชนบทในที่ต่าง ๆ สร้างสิ่งต่าง ๆ ถาวรวัตถุให้กับบุคคลผู้ยากไร้เหล่านั้น จวบจนกระทั่งหลวงพี่ได้จบจากสถาบันการศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ก็ได้มาทำงานทางโลกใช้ชีวิตตามปกติเหมือนชาวโลก แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นจุดหักเหชีวิตของตัวหลวงพี่เอง คือได้มีโอกาสเข้าโบสถ์ของศาสนาอื่นมาก่อน และได้พบเห็นภาพปฏิทินรูปภาพโบสถ์ของวัดพระธรรมกายอยู่ในสถานที่แห่งนั้น จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของหลวงพี่เอง ภาพโบสถ์วัดพระธรรมกายเปรียบเสมือนเป็นจุดที่จะกระชากใจให้หลวงพี่ได้มีโอกาสมาศึกษา และมาถึงวัดพระธรรมกายแห่งนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ จนกระทั่งได้บวชเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ตลอดระยะเวลาที่หลวงพี่ได้อยู่วัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ จนกระทั่งถึงบัดนี้ได้มีโอกาสเจอะเจอเรื่องราว พบปะ หรือฟังคำสอนจากคุณยายโดยตรงบ้าง ได้ยินได้ฟัง โอวาทจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองหรือพระเถรานุเถระในรุ่นบุกเบิกที่ได้เล่าเรื่องราวของคุณยายบ้าง ในวันนี้หลวงพี่จะได้นำประสบการณ์สิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดให้กับพวกเราเหล่าผู้นำบุญ ซึ่งจะเป็นเพียงบางส่วนที่หลวงพี่เองมีความประทับใจในคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันเรื่องแรกที่หลวงพี่มีความประทับใจในคุณยาย คือเรื่องของความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ที่หลวงพี่พูดเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเพราะว่าพื้นฐานเดิมของหลวงพี่เอง มีความรู้สึกว่าชีวิตของคนเราเองจะต้องมีการเสียสละทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นเสมอมา แต่เมื่อมีโอกาสได้พบคุณยาย ยิ่งได้ทราบมโนปณิธานที่คุณยายได้สืบทอดมาจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำแล้ว ยิ่งทำให้เราเห็นคุณค่าตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคุณยาย ถ้าเราลองมองดูในโลกนี้ ถ้าเป็นระดับครอบครัว บุคคลที่มีความเสียสละก็คือบิดามารดา ที่เสียสละให้ความรักความเอ็นดูกับลูก ๆ ที่จะพยายามบ่มเพาะนิสัยลูกให้เป็นคนดีให้ได้ ถ้าเป็นระดับของชุมชนต่าง ๆ ก็จะเป็นผู้นำชุมชนที่จะเป็นบุคคลที่มีความเสียสละทำประโยชน์ให้กับชุมชนนั้น ๆ ถ้าเป็นระดับประเทศก็คือผู้นำประเทศที่ยอมเสียสละตนเองในการทำประโยชน์หรือบริหารประเทศให้ไปสู่ความเจริญก้าวหน้า และสงบร่มเย็น ถ้าเป็นระดับโลกก็มีองค์กรต่าง ๆ มากมายที่จะพยายามค้นหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะสร้างโลกให้เกิดความสงบร่มเย็น แต่สิ่งเหล่านั้นพวกเราก็ได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังมาในโลกแห่งนี้ก็ยังมีปัญหาต่าง ๆ อยู่มากมายที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป แต่เมื่อเราได้มีโอกาสมาพบคุณยายทำให้เราได้รู้ว่า ความเสียสละของคุณยายเป็นความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดเข้าไปสู่ฝั่งแห่งนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุขอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งมวลพ้นจากความทุกข์ สิ่งนี้คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่คุณยายมีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ท่านได้สืบทอดมโนปณิธานจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ในการที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย นำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน ทำให้ตัวหลวงพี่เองได้นึกถึงพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้ ถึงบุคคลผู้มีความเสียสละไว้ว่า บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อเห็นสุขอันไพบูลย์ก็พึงสละสุขอันพอประมาณ จึงจะได้พบสุขอันไพบูลย์นั้น คำว่าสุขอันไพบูลย์นั้นคือบรมสุขที่อยู่ในฝั่งแห่งพระนิพพาน เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ที่คุณยายได้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงปู่มาสู่ใจของมวลมนุษย์ทั้งหลาย ยิ่งถ้าเราได้มีโอกาสศึกษาประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละพระองค์ เราจะรู้เลยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้น ท่านใช้เวลาในการสร้างบารมีที่แตกต่างออกไป บางพระองค์ใช้เวลาสร้างบารมีถึง ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป จึงสามารถตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็นำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายเข้าไปถึงฝั่งพระนิพพานได้เป็นจำนวนมาก ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งคือพระโพธิสัตว์ที่สร้างบารมีถึง ๔๐ อสงไขยกับแสนมหากัป จึงจะบรรลุธรรม ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ใช้ระยะเวลาถึง ๘๐ อสงไขย กับแสนมหากัป ถึงจะได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ว่าแม้จะตรัสรู้ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นจำนวนมากเข้าไปถึงฝั่งพระนิพพานแต่ก็ยังไม่สามารถนำไปได้ทั้งหมด เมื่อเราได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังถึงความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ตลอดจนถึงคุณยาย ทำให้เรา และหลวงพี่เองมีความภาคภูมิใจที่เกิดมามีโอกาสพบบุคคลที่สำคัญ ที่มีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดเข้าไปถึงฝั่งพระนิพพาน ให้เราเองมีความภาคภูมิใจตรงนี้ นี่คือเรื่องแรกที่หลวงพี่ประทับใจต่อคุณยายที่ท่านมีความเสียสละอันยิ่งใหญ่ในการสืบทอดมโนปณิธาน ของหลวงปู่วัดปากน้ำ แม้ท่านเองจะเริ่มต้นเพียงคนเดียวก็ตาม เรื่องที่ ๒ ที่หลวงพี่เกิดความประทับใจ คือเรื่องของกุศโลบายของคุณยายในการสั่งสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี ให้รักการสร้างบารมี จนกระทั่งมีความปรารถนา ที่จะสืบทอดมโนปณิธานตามพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำไปเช่นเดียวกัน จุดนี้ ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก สำหรับบุคคลทั้งหลายในโลก ให้เราลองดูในระดับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของเราเอง จะสอนลูก ๆ ให้เป็นคนดีต้องใช้เวลา ต้องมีกุศโลบายมากมายในการสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ ที่ผู้นำประเทศเองจะพยายามให้คนในประเทศเป็นคนดี ให้ประเทศเกิดความสงบร่มเย็น พยายามที่จะคิดหาวิธีการต่าง ๆ มากมาย ตั้งโครงการต่าง ๆ มากมายในการที่จะสร้างประเทศให้เกิดความสงบร่มเย็น สร้างคนให้เป็นคนดีขึ้นมา แต่ถึงบัดนี้เองก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาหรือสร้างคนดีให้เกิดได้เป็นจำนวนมาก แต่ลองมาดูตัวอย่างของคุณยายเอง คือท่านมาเริ่มต้นจากบุคคลคนเดียว แต่สามารถที่จะรวมหมู่รวมคณะ จนกระทั่งสามารถสร้างคนดีให้เกิดขึ้น ที่มีจิตใจอาจหาญในการสร้างความดี ในการสร้างบารมี เฉกเช่นเดียวกับพวกเราที่อยู่ ณ ที่นี้ได้เป็นจำนวนมาก คุณยายท่านได้เริ่มต้นจากการที่ท่านได้ฝึกฝนตนเองให้เป็นต้นแบบที่ดีให้กับพวกเรา ถามว่าในโลกยุคปัจจุบันจริง ๆ แล้ว มีคนจำนวนมากมายที่อยากสร้างความดี แต่บุคคลทั้งหลายเหล่านั้นบางครั้งยังขาดกำลังใจ เพราะยังไม่เห็นต้นแบบแห่งความดี หรือบุคคลที่สร้างความดีให้เป็นแบบอย่าง แต่เมื่อบุคคลทั้งหลายเหล่านั้นได้เห็นต้นแบบแห่งการสร้างความดีแล้ว ก็จะมีกำลังใจที่จะดำเนินรอยตามในการสร้างความดี ถามพวกเราในใจทุก ๆ คนที่พวกเราได้มีโอกาสมาสร้างความดีเป็นหมู่คณะก็เพราะเห็นคุณยายท่านเป็นต้นแบบและเป็นแบบอย่างในการสร้างความดี ไม่เพียงเท่านั้นเอง คุณยายท่านยังหมั่นพร่ำสอนลูกศิษย์ให้ใจของพวกเราเองเกาะเกี่ยวอยู่กับการสร้างบารมีตลอดเวลา ท่านไม่เคยเบื่อหน่าย ในการที่จะพูดเรื่องราวที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะท่านรู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดไปเป็นการย้ำเตือนให้พวกเราทุกคนได้ตระหนักคุณค่าของการสร้างบารมี จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญ ถ้าเปรียบเสมือนการทำงานทางโลกยิ่งเราทำในสิ่งนั้นบ่อย ๆ มากเข้าก็จะเกิดความชำนาญหรือความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น คุณยายท่านตระหนักตรงนี้มาก จึงหมั่นพร่ำสอนให้พวกเราได้ยินได้ฟังเรื่องราวการสร้างบารมี ไม่เพียงเท่านั้นเอง คุณยายท่านก็ยังทำให้พวกเราดูเป็นตัวอย่าง มาตลอดเวลาที่อยู่กับพวกเรา โดยท่านนำสิ่งที่ง่าย ๆ ใกล้ตัวมาเป็นบทฝึกให้กับพวกเราที่ให้พวกเรา ได้มีโอกาสเกาะเกี่ยวอยู่กับเรื่องของการสร้างบารมี ไม่ว่าเรื่องของปัจจัย ๔ ทั้งหลาย ที่พวกเราได้มีโอกาสมาใช้สมบัติพระศาสนา คุณยายท่านก็หมั่นพร่ำสอนให้เราได้รู้คุณค่ารู้จักรักษาสมบัติพระศาสนา หรือแม้กระทั่งกิจกรรมที่ทางวัดจัดขึ้นมาพวกเราได้มีโอกาสร่วมแรงร่วมใจในการช่วยกันอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราเอง ได้มีสายใยผูกพันอยู่กับการสร้างบารมีด้วยดีตลอดมา ถ้าจะสรุปโดยภาพรวมแล้วก็คือ คุณยายท่านมีขั้นตอนในการที่จะหล่อหลอมลูกศิษย์ให้มาสู่เส้นทางของการสร้างบารมีจนกระทั่งสืบทอดมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำถึงปัจจุบันนี้ได้ หลวงพี่ขอสรุปโดยภาพรวมมี ๓ ขั้นตอนด้วยกัน ขั้นตอนแรกคุณยายท่านตระหนักถึงบุคคลที่จะมาถึงวัด ว่าจะทำอย่างไรให้บุคคลที่มาถึงวัดนั้นได้เกิดความประทับใจหรือเรียกว่า first impression เกิดความประทับใจความสบายใจเมื่อมาถึงวัดพระธรรมกายแห่งนี้ เมื่อบุคคลที่มาถึงวัดเกิดความประทับใจเกิดความสบายใจแล้ว ก็ย่อมมีใจที่เปิดกว้างในการที่จะรับคำสอน หรือคำแนะนำหรือคำเชิญชวนที่จะถ่ายทอดมาสู่ใจของพวกเราทุก ๆ คนพวกเราคงจำได้ในสมัยที่เราได้เข้าวัดใหม่ ๆ สิ่งที่หลาย ๆ ท่านพวกเราประทับใจและเกิดความสบายใจอย่างมากแม้กระทั่งหลวงพี่เองก็ตาม คือเรื่องของความสะอาดของวัด ที่เข้ามาทุกพื้นที่มีแต่ความสะอาดทำให้จิตใจเราเกิดความสบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณยายเองท่านได้ปลูกฝัง และฝึกฝนลูกศิษย์มาด้วยดีตลอดมา ซึ่งพวกเราก็คงได้ยินได้ฟังที่คุณยายท่านเป็นแบบอย่าง ในการทำความสะอาดสุขพิมานด้วยตัวท่านเอง นอกจากเรื่องของความสะอาดแล้ว สิ่งที่คุณยายท่านตระหนักก็คือเรื่องของการทักทายปราศรัย ด้วยการสวัสดีประนมมืออ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ พวกเราคงเคยได้เจอะเจอ และมีโอกาสมาพบคุณยาย ท่านเป็นแบบอย่างในการปฏิสันถารกับบุคคลผู้มาใหม่ กับบุคคลผู้มาวัดทำให้รู้สึกเป็นกันเอง เกิดความอบอุ่นใจ เกิดความสบายใจ ประการที่ ๓ คือความสงบ ความสงบร่มรื่นของของวัดย่อมนำพาให้จิตใจเราเกิดความสงบและทำให้เราเองได้เปิดใจกว้างในการที่จะประพฤติปฏิบัติได้มากขึ้น ซึ่งความสงบจะเกิดขึ้นได้ ถ้าดูจริง ๆ แล้วก็เกิดจากพื้นฐานของคุณยายที่ได้วางกฎระเบียบทั้ง ๑๐ ประการให้บุคคลผู้มาวัดได้ถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ไม่ควรนำสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย หรือเป็นสิ่งที่จะรบกวนการประพฤติปฏิบัติธรรมในเรื่องของสื่อ หรือวิทยุ หรือการละเล่นต่าง ๆ เข้ามาสู่วัดได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณยายท่านวางรากฐาน เพื่อให้เกิดความสงบเกิดขึ้นให้เหมาะต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม เหมาะต่อการที่เราเองก็จะได้มีโอกาสพูดคุยสนทนาในเรื่องของธรรมะได้มากยิ่งขึ้น นี่คือขั้นตอนที่ ๑ ที่พวกเราเองคงได้นึกภาพออกว่า สิ่งแรกที่เราได้มาคือความประทับใจ ความสบายใจ เมื่อเราเกิดความสบายใจแล้ว ก็มาสู่ขั้นตอนที่สองที่คุณยายท่านได้ปลูกฝังให้พวกเราทุก ๆ คนที่มาวัด ได้รักบุญกลัวบาป และรักการนั่งธรรมะ ไม่ว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เรามาถึงวัด ถ้าเราสังเกตให้ดีแล้ว กิจกรรมทุกอย่างในวัดที่เราได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำ ล้วนแล้วเป็นเรื่องของการสร้างบุญบารมีทั้งนั้น จะเปรียบเทียบแล้วก็เปรียบเสมือนเป็นบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการทีเดียว ครั้งใดที่เรามาวัดแต่ละอาทิตย์ เราได้มีโอกาสสร้างบุญครบทั้ง ๑๐ ประการ ๑๐ ประการนั้นเป็นอย่างไร คือข้อแรก บุญที่เกิดจากการทำทานเราได้มีโอกาสได้มาถวายภัตตาหารกับพระภิกษุสามเณร ได้มีโอกาสมาถวายไทยธรรมที่จุดอธิษฐานธรรม บุญนั้นก็เกิดขึ้นจากการที่เราตั้งใจในการทำทาน ข้อที่ ๒ คือการรักษาศีล ที่พวกเรามาวัดทุกอาทิตย์ได้มีโอกาสมาตั้งใจรักษาศีลอย่างบริสุทธ์บริบูรณ์ อาราธนาศีลด้วยความตั้งใจ ซึ่งทำให้เราเกิดบุญกุศลในการรักษาศีล ข้อที่ ๓ คือการเจริญภาวนา ซึ่งทุกครั้ง วัดของเราเองไม่ว่าจะทำบุญอะไรก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องทำสม่ำเสมอเป็นรากฐานที่สำคัญก็คือการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ กลั่นจิตกลั่นใจของเราให้ผ่องใสสะอาดบริสุทธิ์ ก็เป็นบุญที่เกิดจากการเจริญภาวนา ข้อที่ ๔ คือบุญที่เกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อบุคคลผู้มีคุณธรรม ซึ่งพวกเราก็คงนึกภาพออก เราได้มีโอกาสฝึกฝนในเรื่องของการกราบไหว้ พระพุทธรูป พระบรมพุทธเจ้าหรือพระธรรมกาย ได้มีโอกาสกราบไหว้ พระภิกษุสงฆ์ หยุดทำเคารพพระภิกษุสงฆ์ผู้เดินผ่านไป นี่คือการฝึกฝนให้เราได้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนต่อบุคคลผู้มีคุณธรรม ข้อที่ ๕ คือบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาบุญ พวกเราคงเห็นอยู่เป็นประจำ จะมีลูก ๆ เจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครอนุโมทนาบุญกับพวกเราหลังจากเดินทางออกจากวัดไป จนกระทั่งแม้ปัจจุบันนี้เมื่อพวกเราได้ยินได้ฟังสิ่งที่บุคคลทั้งหลายได้สร้างความดีในรายการสู้ต่อไป เราก็มีโอกาสชื่นชมความดี อนุโมทนาบุญกับบุคคลทั้งหลายเหล่านั้น นี่คือข้อที่ ๕ ข้อที่ ๖ บุญที่เกิดจากการอุทิศส่วนกุศล ซึ่งพวกเราได้ทำมาทุกวันอาทิตย์ ขณะที่เรารับพรพระ เราได้มีโอกาสแผ่อุทิศส่วนกุศลไป ยังบุคคลผู้ละโลกแล้ว ข้อที่ ๗ คือ บุญที่เกิดจากการขวนขวายกิจที่ชอบ ในสมัยยุคสร้างวัดใหม่ ๆ หรือสมัยที่พวกเราอยู่สภาจากก็ดี ญาติโยมทุกคนที่มาวัดจะได้มีโอกาสรับบุญในการรักษาสมบัติพระศาสนา ทุก ๆ ครั้งไป หลังจากเสร็จพิธีภาคบ่ายแล้ว ได้มีการเชิญชวนให้ญาติโยมทุก ๆ คนกวาด ถู สภาหลังคาจาก เช็ดเสื่อ เก็บเสื่อต่าง ๆ ให้เรียบร้อย จนกระทั่งมีโอกาสแบ่งบุญกันไปล้างทำความสะอาดสุขพิมาน รอบสภาธรรมกายสากลหลังคาจาก หรือแม้กระทั่งช่วยกันเก็บเพชรพลอย สิ่งเหล่านี้คือเครื่องหล่อหลอมให้พวกเราได้มีโอกาส ขวนขวายในกิจที่ชอบ เป็นการสร้างบุญอย่างหนึ่งในข้อที่ ๗ ข้อที่ ๘ คือการฟังธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราได้มีโอกาสฟังธรรมกันทุกวันอาทิตย์ การฟังธรรมนั้นจะทำให้พวกเราได้เข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งมากขึ้น ที่สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ข้อที่ ๙ คือการแสดงธรรม ในเรื่องของการแสดงธรรมนั้น จริง ๆ แล้วโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์ แต่พวกเราก็มีโอกาสเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้ธรรมทาน บางครั้งพวกเราได้พาสาธุชนใหม่มาวัด ได้แนะนำสิ่งดี ๆ หรือสนทนาธรรมให้ธรรมะเป็นธรรมทานกับบุคคลผู้มาใหม่ให้เขาได้เข้าใจธรรมะที่ง่าย ๆ ก็เป็นบุญที่เกิดจากการที่พวกเราได้ให้ธรรมทาน ข้อสุดท้ายคือ บุญที่เกิดจากการทำความเห็นของตนให้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสมาวัดเราจะเกิดกำลังใจในการสร้างบารมีและมีความเห็นถูกต้องยิ่งขึ้นไป สิ่งเหล่านี้คือบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการที่พวกเราจะได้รับกันเต็มเปี่ยมทุก ๆ ครั้งที่มาวัด นี่คือสิ่งที่คุณยายท่านได้ปลูกฝังและหล่อหลอม มีกุศโลบายในการที่จะปลูกฝังให้พวกเรารักบุญ กลัวบาป และรักการนั่งธรรมะ ส่วนสุดท้ายในกุศโลบายที่คุณยายท่านพยายามที่จะฝึกพวกเราก็คือ ฝึกให้พวกเราได้มีความเสียสละเช่นเดียวกับท่าน ให้มีความเสียสละอันยิ่งใหญ่ในการที่จะสืบทอดมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ เพราะว่าการที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายออกไปให้ทั่วโลกจนกระทั่งการนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดเข้าไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้นั้น จะต้องอาศัยการสร้างบุญบารมีที่ยิ่งใหญ่ ต้องเป็นการสร้างบุญที่ใหญ่ ๆ และเป็นการสร้างบุญที่ต่อเนื่อง เหตุที่ต้องสร้างบุญใหญ่ และสร้างบุญให้ต่อเนื่อง เพราะว่าเพื่อจะเป็นเครื่องช่วยย่นระยะทางและเวลาอันมีคุณค่าของพวกเราให้ไปถึงมโนปณิธานที่เราตั้งใจไว้ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันด้วยดีตลอดมา ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจกำลังทรัพย์ สติปัญญาของเราด้วยตัวเอง และเชิญชวนบุคคลทั้งหลายผู้มีบุญได้มีโอกาสมาสร้างบุญบารมีกับหมู่คณะ จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันนี้ที่มีผู้มีบุญทั้งหลาย ได้มาสร้างบารมีเป็นหมู่คณะอย่างมากมาย ถ้าจะเปรียบแล้วในสมัยพุทธกาลของเราเอง ก็มีบุคคลหลาย ๆ ท่านที่เป็นบัณฑิตรักการสร้างบารมีอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งเทพธิดาที่อยู่ในสวรรค์ก็ตาม ในสมัยที่ท่านเป็นมนุษย์ก็เป็นลูกชาวนาเป็นหญิงสาวที่ยากจน มีอยู่วันหนึ่งได้มีโอกาสถวายทานอันบริสุทธิ์คือข้าวตอกที่ตัวเองได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง ถวายแด่พระมหากัสสปเถระ ที่ท่านพึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ทันทีที่หญิงสาวท่านนี้ได้ถวายข้าวตอกลงในบาตรของพระมหากัสสปเถระแล้วก็เกิดความปลื้มปีติใจ อธิษฐานตั้งความปรารถนาที่อยากจะให้ตนเองมีส่วนแห่งธรรมที่พระมหากัสสปะได้บรรลุแล้ว หลังจากที่พระมหากัสสปะได้กลับไปแล้วนางเองก็ยังมีความปลื้มปีติใจมาระลึกถึงบุญที่ตนเองได้กระทำมา แล้วก็เดินทางกลับไป ระหว่างที่เดินทางไป ก็ได้เจอะเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน มีงูพิษตัวหนึ่งที่ออกมาจากโพรงจอมปลวกออกมากัดนางจนกระทั่งล้มลงสิ้นชีวิตและไปบังเกิดเป็นเทพธิดา ชื่อว่าลาชเทพธิดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อนางได้บังเกิดแล้วนางก็ได้ดูวิมานของนางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิมานที่สว่างไสว มีขันทองข้าวตอกทองเต็มไปทั้งวิมาน นางก็ได้ระลึกถึงผลบุญที่ตนเองได้มาว่า เหตุอันใดที่นางได้วิมานที่สว่างไสวขนาดนี้ จึงรู้ว่าตนเองได้มีโอกาส ถวายข้าวตอกแด่พระมหากัสสปเถระ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วตระหนักในบุญอย่างมากไม่อยากจะให้สมบัติหรือวิมานของตนเองนี้มีเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว อยากจะสร้างบุญบารมีให้ต่อเนื่อง เพื่อให้สมบัติหรือวิมานนั้นเป็นสมบัติที่ถาวรสืบต่อไปได้ยาวนาน จึงตั้งใจลงมาอุปัฏฐากพระมหากัสสปเถระ ด้วยการปัดกวาดเสนาสนะ จัดน้ำฉันน้ำใช้ให้กับพระมหากัสสปเถระ ในช่วงวันแรก สองวันแรกนั้นเอง นางก็มีโอกาสได้ทำสมความปรารถนา พระมหากัสสปเถระเองก็เข้าใจว่าคงเป็นพระภิกษุหนุ่มหรือไม่ก็สามเณรน้อยที่ได้อุปัฏฐากท่านมาจัดเสนาอาสนะ ปัดกวาดเช็ดถู หรือจัดน้ำฉันน้ำใช้ให้ท่าน แต่พอมาถึงวันที่ ๓ แล้ว ท่านได้สังเกตเห็นความสว่าง ที่เปล่งจากกายของลาชเทพธิดา ทำให้ท่านเองได้รู้ว่าไม่ใช่สามเณรน้อยหรือว่าภิกษุหนุ่มนั้นเลย จึงรู้ว่าเป็นเทพธิดาที่ตั้งใจลงมาอุปัฏฐากท่าน ท่านเองก็ได้กล่าวกับเทพธิดานั้นว่าสิ่งที่เธอทำไปแล้วก็ขอให้ทำไปเถอะ แต่ ณ บัดนี้ขอให้เธอจงกลับไปเถอะ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำกับเราในตอนนี้ ปรากฏว่านางลาชเทพธิดาเองก็เกิดความเศร้าโศกเสียใจ เพราะตัวเองก็ตั้งใจที่จะทำบุญในการที่จะทำสมบัติของตนเองให้ถาวร ก็พยายามอ้อนวอนพระมหากัสสปเถระแต่พระมหากัสสปเถระเองท่านตระหนักถึงความสำคัญตรงนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเกิดมีเหตุการณ์นี้ขึ้นมาอีก ต่อไปในอนาคตพระภิกษุก็สามารถที่จะเอ่ยอ้างแบบอย่างของท่านว่าจะมีสตรีมาอุปัฏฐากถึงที่กุฏิได้ ท่านเองตระหนักถึงอนาคตตรงนี้จึงย้ำให้นางเทพธิดากลับไปเสีย ยังบนวิมานของนางเถอะ แต่ในระหว่างที่นางเอง เศร้าโศกเสียใจ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ได้ยินเสียงด้วยโสตทิพย์ด้วยหูทิพย์ของพระองค์ท่าน จึงได้แผ่ข่ายพระญาณ เสมือนพระองค์ไปอยู่ปรากฏต่อนางเทพธิดาแล้วทรงได้เล่าถึงความจริงที่พระมหากัสสปะจำเป็นต้องทำ แต่ในขณะเดียวกัน พระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้าเองก็ทรงยกย่อง ชื่นชมเจตนารมณ์ของลาชเทพธิดา ที่มีความตั้งใจที่จะสั่งสมบุญอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำสมบัติของตนให้ถาวร พระองค์จึงทรงตรัสคาถาเพื่อให้สติกับนางและชื่นชมนางไว้ว่า ปุญญัญเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนัปปุนัง ตัมหิ ฉันทัง กะยิราถะ สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย แปลโดยความเป็นภาษาไทยก็คือ หากบุรุษพึงทำบุญไซร้ พึงทำบุญนั้นบ่อย ๆ และก็พึงทำความพอใจในบุญนั้น เพราะการสั่งสมบุญนั้นนำสุขมาให้ หลังจากที่พระองค์ทรงตรัสพระคาถาเสร็จ นางลาชเทพธิดาก็เกิดความปลื้มปีติบรรลุธรรมเป็นโสดาบัน และก็กลับไปยังวิมานของนาง นี่เป็นเรื่องราวของนางเทพธิดา ที่มีความตั้งใจสร้างบุญบารมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำสมบัติของตนให้ถาวร เฉกเช่นเดียวกับพวกเรา การที่พวกเราต้องสร้างบารมีใหญ่ ๆ และต่อเนื่องนั้นก็เพื่อทำให้เราเอง ได้รับผลบุญหรือสมบัติอันถาวรเช่นเดียวกัน เราจะเห็นตัวอย่างจากคุณยายที่ท่าน ตั้งใจสั่งสมบารมีมาด้วยดีตลอด ไม่ว่าในเรื่องของการสร้างวัด ด้วยเงินเพียงแค่ ๓,๒๐๐ บาท จนกระทั่งได้มีโอกาสสร้างบุญใหญ่ในการบวชพระภิกษุ ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว และพระเถรานุเถระทุก ๆ รูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ คุณยายท่านก็ตั้งใจเป็นประธานกฐิน ครั้งแรกในชีวิตของท่าน ทันทีที่ได้รับเป็นประธานกฐิน ท่านเกิดความปีติ ในใจของท่าน คิดแต่เรื่องของกฐินยายตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ตามท่านจะพูดเรื่องของกฐินยาย อยากให้ทุกคนได้มีโอกาส มีส่วนร่วมในกฐินคุณยาย ท่านยอมเดินทางไปยังทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อบอกข่าวบุญของท่าน ทำให้ในยุคนั้นเรียกว่าทุกคนมีจิตใจที่จดจ่อ อยู่กับกฐินยายทั่วหน้ากันทุก ๆ คน ทั้งในวัดและภายนอกทั่วทุกภาคของประเทศ จนกระทั่งสามารถ ที่จะปลดภาระในเรื่องของการซื้อที่ดิน ๒๐๐๐ ไร่ ได้อย่างหมดทีเดียว และหลังจากนั้นคุณยายก็ได้เป็นประธานกฐิน เป็นผู้นำหลักชัยกับพวกเรามาตลอดทุก ๆ ปี พวกเราในทีนี้บางท่าน เคยเป็นประธานรองในกฐินยายมา บางท่านก็ได้เป็นทุกปี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณยายเองท่านหมั่นพร่ำสอน หมั่นพูดซ้ำ ๆ ไม่เคยเบื่อหน่ายในการทำหน้าที่ และทำให้เราดูเป็นแบบอย่างที่ดี พวกเราคงเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างว่า พระเดชคุณหลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย ท่านได้นั่งธรรมะตามทั้งสมบัติ ตามทั้งบุคคลผู้มีบุญทั้งหลาย ให้ได้มาสร้างบารมีกับหมู่คณะของเรา แล้วท่านก็ย่ำอยู่เสมอ ๆ ว่า ให้พวกเราเองได้นำกายหยาบของเราไปทำหน้าที่ในการเชิญชวนผู้มีบุญทั้งหลาย ให้ได้มาร่วมสร้างบารมีกับพวกเรา เพราะผู้มีบุญทั้งหลายเหล่านั้นกำลังรอพวกเราอยู่ เราเองจะต้องมีหน้าที่ตรงนี้ เราจะต้องชิงช่วงเวลาอันมีค่าในการที่จะนำพาบุคคลผู้มีบุญทั้งหลาย มาสู่เส้นทางแห่งการสร้างบารมี ก่อนที่บุคคลผู้มีบุญทั้งหลายเหล่านั้นจะถูกคนพาล หรือพญามาร หรือกิเลสทั้งหลายมาช่วงชิงเอาเวลาไปสร้างสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องใช้เวลาอันมีค่านี้ ไปทำหน้าที่ เพื่อชิงช่วงเวลาอันมีค่าให้ผู้มีบุญได้มีโอกาสมาร่วมหนทางแห่งการสร้างบารมีของเราให้ได้ นี่คือเรื่องประการที่สอง ที่เป็นความประทับใจ ที่มีต่อคุณยายในเรื่องของกุศโลบาย ที่ท่านได้หมั่นหล่อหลอมพวกเรา ให้มีจิตใจที่อาจหาญร่าเริง ตั้งใจสืบทอดมโนปณิธานของหลวงปู่วัดปากน้ำ ในเรื่องที่ ๓ คือ การที่พวกเราได้มีโอกาส สร้างบารมีเป็นหมู่คณะ เป็นทีมมาด้วยดีตลอดมา มีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่หลวงพี่เกิดความประทับใจ สมัยที่เข้าวัดใหม่ ๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ในวันมาฆบูชา สมัยนั้นเราจะมีการจุดโคมมาฆประทีป บริเวณสภาหลังคาจาก บริเวณที่จะปักโคมมาฆประทีปนั้น อยู่ด้านหน้าสภาหลังคาจาก สมัยนั้นยังไม่มีเต็นท์ใหญ่อยู่บริเวณหน้าสภาเลย เราจะอาศัยเต็นท์เล็ก ๆ ที่ติดต่อเช่ามา เพื่อให้เป็นบริเวณที่นั่งให้กับสาธุชนที่มาเป็นเรือนหมื่นในยุคนั้น หลังจากพวกเราได้ประกอบพิธีกรรมบำเพ็ญ บุญเสร็จในช่วงบ่ายแล้ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งเลย ในขณะนั้นยังมีเต็นท์อยู่หลายร้อยทีเดียว ที่กลางไว้ แต่จำเป็นต้องใช้พื้นที่บริเวณหน้าสภาหลังคาจาก ในการปักโคมมาฆประทีป ภาพวันนั้นเป็นภาพที่หลวงพี่มีความประทับใจ ปรากฏว่าสาธุชนทุก ๆ คนที่มาร่วมงานในวันนั้น ได้ร่วมแรงร่วมใจในการรื้อ เต็นท์ผ้าใบทั้งหมด และช่วยกันปักโคมมาฆประทีป จนกระทั่งเสร็จทันเวลาที่จะประกอบพิธี จุดโคมมาฆประทีป สิ่งนี้แหละเป็นภาพแห่งความประทับใจที่หลวงพี่ได้ตระหนักว่า หมู่คณะแห่งนี้เป็นหมู่คณะที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยดีตลอดมา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณยายท่านปลูกฝัง ให้ลูก ๆ ทุกคนในวัด รู้จักเชิญชวน ให้บุคคลผู้มาวัด ได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของวัด มีส่วนร่วมในการที่จะรักษาสมบัติพระศาสนา เหมือนสมัยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะชีโว ท่านจะพูดเป็นคติให้กับลูก ๆ เจ้าหน้าที่ หรืออาสาสมัครว่า คนมาวัดหนึ่งร้อย เราก็จะพยายามให้เป็นเจ้าหน้าที่ทั้งหนึ่งร้อย คนมาวัดหนึ่งล้านก็ให้เป็นเจ้าหน้าที่ทั้งหนึ่งล้าน เพราะว่าท่านอยากให้ทุก ๆ คนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของวัดทุกตารางนิ้ว นี่คือสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ที่หลวงพี่เกิดความประทับใจ ส่วนเหตุการณ์ที่ ๒ ที่หลวงพี่จะขอฝากเป็นเรื่องสุดท้าย ในการสร้างบารมีเป็นหมู่คณะ มีอยู่ครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ หลวงพี่กับหมู่คณะพระภิกษุ ในรุ่นเดียวกันคือพระภิกษุที่บวชในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้มีโอกาสไปถวายปัจจัยและทองคำแด่คุณยาย ที่ครัวหน้าอาคารยามา ในวันนั้นสิ่งที่หลวงพี่ได้ยินได้ฟัง คำกล่าวหรือคำสอนของคุณยายนั้น หลวงพี่ได้บันทึกไว้ในปัจจุบัน เมื่อเราอ่านทบทวนแล้ว ทำให้นึกย้อนหลังว่าเป็นสิ่งที่ประคับประคองตัวหลวงพี่ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิ่งที่พวกเราสามารถจะน้อมนำไปใช้ ปฏิบัติในการประคับประคอง พวกเราให้อยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมีได้ มีอยู่ ๓ ข้อด้วยกัน ข้อแรก คุณยายท่านพูดไว้ว่า คนเรานั้นตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ เอาไปได้แต่บุญกับบาปเท่านั้น ใครทำบุญก็ได้บุญติดไป ใครทำบาปก็ได้บาปติดไป ขอให้ทุก ๆ องค์ได้สร้างบุญไว้มาก ๆ นี่คือข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ เป็นข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ จะทำให้จิตใจเราวนเวียนอยู่กับเรื่องของการสร้างบุญบารมีได้ตลอดเวลา คุณยายท่านพูดไว้ว่า อย่าคิดอะไรมากมายที่ไร้ประโยชน์ ให้คิดง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวคือเรื่องบุญกุศลที่เราทำอยู่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะในระหว่างที่เราสร้างบารมีเอง บางครั้งใจเราเองย่อมมีโอกาสตกบ้าง หรือใจเราไปอยู่ในเรื่องของอกุศลธรรมบ้าง สิ่งนี้จะเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เราอย่าไปคิดเรื่องอะไรมากมายที่ไร้ประโยชน์ ให้คิดง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวคือ เรื่องบุญกุศลที่เราทำอยู่ ข้อที่ ๓ นี้ ท่านจะเน้นกับพระโดยตรงเลย สมัยนั้นท่านจะพูดกับพระ ด้วยประโยคนี้อยู่มาก ท่านบอกไว้ว่า อย่าสึกไปเลยนะ ขอให้ท่านบวชไปนาน ๆ อยู่ไปตลอดชีวิตเลยนะ ถ้าจะเทียบกับพวกเราเอง หลวงพี่อาจจะกล่าวไว้ว่า ขอให้พวกเราเหล่าผู้นำบุญอยู่สร้างบารมีไปนาน ๆ ตลอดชีวิตเลยนะ คำสอนทั้ง ๓ ข้อนี้เป็นสิ่งที่หลวงพี่ได้พยายามหมั่นทบทวน และนำมาฝึกฝนตนเองทำให้สามารถประคับประคองชีวิตของตนเอง มาสู่เส้นทางธรรมได้ถึงปัจจุบันนี้ สิ่งที่คุณยายทำมาตลอดนั้น จะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงยกย่อง และชื่นชม เพราะถือว่าเป็นปฏิบัติบูชา ในการที่จะดำรงคงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ดังที่พระองค์เคยตรัสไว้ว่า หากบริษัททั้ง ๔ จะยังบูชาเราด้วยปฏิบัติบูชาตราบใด ศาสนาของเราจะรุ่งเรืองดุจดังพระจันทร์เพ็ญ แจ่มอยู่กลางฟ้าตราบนั้น สิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่คุณยายท่าน ตั้งใจที่จะดำรงคงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา สืบทอดวิชชาธรรมกาย จนกระทั่งสามารถที่จะนำพา สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดเข้าไปถึงฝั่งพระนิพพาน เรื่องราวต่าง ๆ ที่หลวงพี่เล่ามาทั้ง ๓ ประการนี้ ก็โดยสรุปแล้วคือ ความประทับใจที่มีต่อคุณยาย คือเรื่องของความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ที่คุณยายได้ตั้งใจสืบทอดมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ มาสู่ใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยและหมู่คณะของพวกเรา จนกระทั่งมีความปรารถนา ในการที่จะสืบทอดมโนปณิธานของหลวงปู่วัดปากน้ำเช่นเดียวกัน และท่านมีกุศโลบายที่ยอดเยี่ยม ในการทำตรงนี้ สามารถที่จะรวมหมู่รวมคณะจนกระทั่งเป็นหมู่คณะที่ยิ่งใหญ่ จะหาหมู่คณะใดในโลกที่จะเป็นแบบอย่างนี้ได้ยากยิ่ง เพราะฉะนั้นในโอกาสนี้ ที่พวกเราได้มีโอกาสมาบำเพ็ญกุศล สิ่งที่หลวงพี่อยากจะให้พวกเราตระหนัก ในคุณค่า ในพระคุณของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนี้ ขอให้พวกเราได้มีโอกาสตอบแทน บูชา และประกาศเกียรติคุณของท่าน การที่จะตอบแทน บูชา ประกาศเกียรติคุณของท่านได้นั้น เราทุก ๆ คนจะต้องร่วมแรงร่วมใจ ในการสืบทอดมโนปณิธาน ที่คุณยายตั้งใจในการที่สืบทอดมโนปณิธานของหลวงปู่วัดปากน้ำ ด้วยการที่พวกเราจะต้องมีภาพคุณยายอยู่ในใจ และหมั่นคิด หมั่นพูด หมั่นทำ ดำเนินรอยตามแบบอย่างคุณยาย ที่ท่านเคยได้ทำให้เรามาด้วยดีตลอด โดยในเวลานี้ที่พวกเราได้มีโอกาส ช่วยกันทำความปรารถนาของคุณยาย ในการสร้างรัตนบัลลังก์ ลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ อย่างที่เราเองปรารถนา ธรรมใดคุณยายซึ้ง ขอศิษย์ถึงทุกชีวี ตามติดบ่มความดี ทุกภพชาติ พิฆาตมาร เปี่ยมด้วยธรรมฤทธิ์ บุญศักดิ์สิทธิ์มหาศาล สืบทอดอุดมการณ์ ปณิธานธาตุธรรมมา แผ่ขยายวิชชาเลิศให้บรรเจิดทั่วโลกา ศิษย์มั่นคำสัญญา แทนมาลาบูชาคุณ ต่อจากนี้พวกเราจะได้น้อมใจของเรา กลั่นจิตกลั่นใจของเราให้ผ่องใส สะอาดบริสุทธิ์ ตรึกระลึกถึงภาพแห่งการสร้างความดี ที่คุณยายของเราได้เป็นแบบอย่าง ให้เราได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นด้วยดีตลอดมา ให้เรารวมใจของเรา วางใจของเรานิ่ง ๆ เบา ๆ สบาย ๆ ตรึกนึกถึงธรรมะที่เราได้ประสบ ปล่อยใจของเราให้อยู่ที่ตรงกลางแห่งความสบาย หรือธรรมะที่เราเข้าถึง ปล่อยใจเราไปอย่างสบาย ๆ ให้ใจเราหยุดใจเรานิ่ง ไปอย่างแผ่วเบา แล้วน้อมระลึกนึกถึงภาพของคุณยาย ให้ปรากฏภายในกลางใจของเรา น้อมระลึกนึกถึงคุณความดี อันยิ่งใหญ่ พระคุณของคุณยายท่าน ที่ท่านได้เป็นผู้นำหลักชัย นำพาพวกเราจนกระทั่งได้มีจิตใจที่อาจหาญ ในการที่จะสืบทอดมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายออกไปทั่วโลก และช่วยกันนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งหมด เข้าไปถึงฝั่งพระนิพพาน น้อมใจของเราให้หยุดนิ่งที่กลาง ในภาพของคุณยายที่เราตรึกขึ้นมานะ *********************************** จบ ***********************************