ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การทำหน้าที่เผยแผ่ในต่างประเทศ

หลวงพ่อธัมมชโย · บทความ

การทำหน้าที่เผยแผ่ในต่างประเทศ เป้าหมายเดิมของหลวงพ่อ คือ การเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายไปทั่วโลก ซึ่งเป้าหมายนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป จากใจหลวงพ่อเลย เดิมทีเดียว หลวงพ่อตั้งใจจะฝึกผู้ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งปริยัติปฏิบัติและปฏิเวธก่อน เมื่อฝึกฝนตนเองจนสมบูรณ์แล้วจึงจะส่งไปเผยแผ่ แต่เป็นเรื่องบุญบันดาล เมื่อญาติโยมต่างประเทศได้เตรียมบ้านและที่ดินไว้ให้แล้ว หลวงพ่อเลยปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป ชุดบุกเบิก มีความสำคัญมากว่า จะเป็นชุดแรกหรือชุดสุดท้าย ถ้าทำให้เขาประทับใจก็เป็นชุดแรก และจะมีชุดอื่นตามไป แต่ถ้าทำไม่ดีและไม่ให้ประโยชน์แก่เขาเท่าที่ควร หลวงพ่อก็จะลำบากใจในการที่จะส่งชุดต่อไปไปอีก ญาติโยมเขาหวังไว้มาก คิดว่าเราสูงส่งเหมือนพระจันทร์ แต่เรารู้ตัวว่า เราไม่ใช่ >>>> การที่เราไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนนั้น เราไปในนามของวิชชาธรรมกาย และสาธุชนก็หวังเราเป็นที่พึ่ง เป็นแสงสว่าง หวังประโยชน์จากเรา ไม่ใช่เราไปเอาประโยชน์จากเขา เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามศึกษาธรรมะตลอดเวลา ฝึกฝนตัวเราให้ชำนาญ ให้รอบรู้ และสอนผู้อื่น พร้อมทั้งปรับปรุงตนเองตลอดเวลาให้เรามีคุณค่า ต้องยอมรับกับญาติโยมว่า เราไม่รู้หมดทุกเรื่อง ดังนั้นเป็นเพียงแบ่งปันความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่กันและกัน >>>> ความสะอาดเป็นหัวใจ ทิ้งไม่ได้ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ถ้าไม่ไหว ให้ใช้ปาก ให้เขาช่วย โดยการพูดถึงอานิสงส์ของการทำความสะอาดให้เขาฟัง >>>> รอยยิ้มบนใบหน้าของเรา ความสุขภายใน ให้เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ >>>> การแต่งกาย ต้องให้สง่างาม เหมาะสมกับอุบาสกอุบาสิกา แต่อย่าให้ฟุ้งเฟ้อ เครื่องกันหนาว ดูให้เหมาะสม ของพระ ควรใส่ไว้ข้างใน ยกเว้นถุงเท้า รองเท้า ยังไม่ควรมีเสื้อผ้าชนิดไหนมาคลุมผ้ากาสาวพัสตร์ ต้องคิดว่า “เราเดินทางไปสร้างบารมี อุปสรรคไม่สำคัญ แต่เป้าหมายสำคัญกว่า” >>>> อากัปกิริยา ต้องระมัดระวัง ถึงแม้ที่โน่นเขาไม่ถือ แต่เราต้องถือ ให้สงบ สำรวม นุ่มนวล แต่ไม่จ๋องหรือแจ๋น เหมือนใจไม่ได้หลุดจากศูนย์กลางกาย วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายเสมอ แล้วอากัปกิริยาต่าง ๆ จะพอเหมาะพอดี ทั้งคำพูด และการกระทำ ญาติโยมเขาจะเห็น และรับได้ แล้วเขาจะปฏิบัติตาม >>>> ใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ ยิ้มแย้ม ทักทายก่อน หาหัวข้อสนทนาที่จะนำไปสู่การปฏิบัติธรรม ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันนึก และปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา ชาวไทยที่นั่นอยู่ในสังคมวัฒนธรรมฝรั่ง แต่เขายังเป็นชาวพุทธ ถ้าเราแสดงอย่างพอเหมาะพอสม จะช่วยหยุดความเปลี่ยนแปลงของเขา เมื่อเรารวมใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้พบเห็น เขาจะสงบตาม เขาจะประทับใจ และเอาอย่าง >>>> เราไม่รอบรู้ทุกเรื่อง เรื่องหวือหวา เรื่องไม่เป็นประโยชน์ ให้บอกเขาว่า เรามาอเมริกาเพื่อวัตถุประสงค์ให้ทุกคนเข้าถึงเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง คือ การปฏิบัติธรรม แนะนำให้เขาคิดพูดและกระทำแต่สิ่งที่จะนำไปสู่ความสงบภายใน >>>> เว้นจากที่อโคจรทั้งหลาย เรียบร้อยแต่เข้มแข็ง ให้หมั่นระลึกถึงเกียรติยศที่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะ และรักษาเกียรติยศนี้ไว้ยิ่งชีวิต เราจะไปไม่เหมือนใคร ที่อื่นไปแล้วก็เป๋ไปเรื่อย ไปแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ของเราไปแล้วต้องได้ประโยชน์ >>>> อย่าลืมประโยชน์ตน คือ การปฏิบัติธรรม ต้องไม่มีข้อแม้ ข้ออ้างในการปฏิบัติธรรม ตั้งใจมั่นว่า “เราจะต้องเข้าถึงพระธรรมกาย และวิชชาธรรมกายให้ได้” คำนี้ต้องอยู่ลึก ๆ ในใจของเราตลอดเวลา ไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง จะต้องเข้าถึงวิชชาธรรมกายควบคู่กันไปกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จะได้ซาบซึ้งถึงคุณค่า และเกิดกำลังใจในการสร้างบารมี ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว จะเอาความกังวลใจของหลวงพ่อให้ออกไปได้ >>>> นึกถึงหลวงปู่วัดปากน้ำให้มาก ๆ กราบท่านทุกคืน กราบเรียนท่านว่า “เราตั้งใจจะนำวิชชาธรรมกายมาเผยแผ่แก่ชาวโลก ให้ท่านช่วยคุ้มครองด้วย” >>>> ไม่ใช่ไปสอนอย่างเดียว แต่ให้ไปรวมใจญาติโยม ให้ประสานน้ำใจ และรักษาศรัทธาเพื่อให้ได้สร้างบารมีไปด้วยกันด้วยความสมานสามัคคี จะวางระบบการจัดการเข้ามาก็จะต้องไม่ให้รู้สึกว่าเป็นการบังคับเขาด้วย >>>> อาสนะ ควรแนะนำเวลาจะใช้อาสนะ บอกเขาว่า อาสนะนี้สำหรับผู้มีบุญเท่านั้น ให้เขาใช้ด้วยความเคารพ เพราะจะมีประโยชน์กับผู้ที่มีความปรารถนาจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง พูดให้เขาเห็นความสำคัญ ของการนั่งและเก็บ ให้ทำอย่างถูกหลักวิชชา อย่าโยน แต่ให้ยื่นให้แก่กัน >>>> อย่าไปต่อว่าใคร แต่ให้แนะนำ อย่าบ่น แต่ให้บอก เวลาสาธุชนนั่งแล้ว ไม่คุยกัน เอาภาพวัดพระธรรมกายไปไว้ที่โน่นให้ได้ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ (๒๑.๐๐ น.) ณ ห้องปฏิบัติธรรมภูเรือ โอกาส: ให้โอวาทชุดไปปฏิบัติหน้าที่ที่อเมริกา -------------------------------------------------------- นโยบายการเผยแผ่ต่างประเทศ งานของเราคืองานที่แท้จริง ที่จะเผยแผ่พุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย นี่เป็นสิ่งสำคัญ “อยากให้ทุกคนในโลกรู้ว่า ในตัวเขามีพระธรรมกาย และสามารถเข้าถึงได้ โดยอาศัยความเพียร สิ่งนี้จะเป็นที่พึ่งที่ระลึกให้แก่ตัวเขา จะทำให้เขาสมปรารถนา และขจัดความลังเลสงสัยในใจเขาให้หมดไปด้วยการเข้าถึงพระธรรมกาย” ทำภารกิจนี้ให้บรรลุเป้าหมาย นี่เป็นเรื่องหลัก จึงเน้นชาวท้องถิ่น เราอาจเริ่มต้นที่คนไทย คนลาวก่อน แต่เป้าต่อไปเราอยู่ตรงโน้น คือ ชาวท้องถิ่น อะไรคือจุดเริ่มต้น อะไรคือเป้าหมาย ต้องชัดเจน เรามาเกิดในภพชาตินี้ เพื่อการเผยแผ่พุทธศาสนาไปทั่วโลก คำว่า ทั่วโลก หมายถึง ทุกคนในโลก ให้รวมเป็นหนึ่งด้วยพุทธธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธ เป็นของเฉพาะที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ขัดขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือความเชื่อดั้งเดิมของเขาสิ่งที่เราจะต้องทำ คือ >>>> ต้องสอนตนเองให้ได้ว่า “เราต้องเข้าถึงที่พึ่งภายในให้ได้” เมื่อเราเข้าถึงที่พึ่งภายในได้ เราจะเป็นที่พึ่งให้ตัวเราได้ และเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ ไม่ใช่สอนย้อนเข้ามาภายใน เราต้องเริ่มจากตนเองก่อน เพราะเราอยู่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย จำเป็นต้องมีที่พึ่งภายใน ถ้าเราไม่มีที่พึ่งภายใน เวลาเราเจอสิ่งยั่วยุ ยั่วเย้า เกิดสิ่งเร้าภายนอก เราจะไม่มีภูมิคุ้มกันตัวเรา เพราะโลกนี้ถูกหลอมด้วยสิ่งเร้า เราไปอยู่ในสถานที่นั้นด้วย สิ่งเหล่านี้จะมาทุกทิศทาง ให้เราได้เห็น ได้ยิน ได้ถูกต้อง มาทางสื่อต่าง ๆ ยิ่งเราเป็นพระ ก็มาทุกทาง ถ้าเราไปคุ้นเคยสิ่งนี้มาก บางทีมันเผลอ เพราะตัวเราเองก็มีเชื้อ ในยุคนี้ ควรเป็นยุคที่ไม่เสียทหาร มีแต่เพิ่มทหาร ไม่ว่าเราจะไปปฏิบัติภารกิจที่ใด ต้องเข้าถึงที่พึ่งภายในให้ได้ “ถ้าหยุดใจได้ ไปที่ไหนก็ได้ทุกหนทุกแห่ง” เราต้องเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ให้เป็นพระทั้งภายนอกภายใน เมื่อเราเป็นพระแท้ เราจะคิดพูดทำแบบพระ จะมีกระแสพลังของพระอยู่รอบตัว ความคิดอย่างอื่นก็จะหมดไป สายตาเราที่มองสาธุชนใกล้ตัวเรา ก็จะมองแบบพระ..ให้สิ่งนี้เป็นเป้าหมาย ถ้าเรายังไม่เข้าถึงพระธรรมกายตอนนี้ ถูกส่งไปฉับพลัน ก็ต้องมีสำนึกว่า เราต้องฝึกตัวของเราให้ได้ควบคู่กันไปกับภารกิจที่หมู่คณะมอบหมาย พยายามอดกลั้นกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ปลงอสุภะให้ได้ ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง ด้วยมโนปณิธานที่แน่วแน่ ดีที่สุดคือ เข้าถึงแล้วจึงไป แต่ถ้ายังไม่เข้าถึง ก็ต้องฝึกควบคู่กันไป อย่าให้กองทัพธรรมสูญเสียทหารเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งพญามารมันหัวเราะเยาะเรา เราควรหัวเราะเยาะพญามาร หลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านเคยกล่าวว่า “ถ้าเข้าถึงธรรมกาย กามจะยั่วยวนแค่ไหนก็แล้วแต่ ไม่มีผล เราจะล้อเล่นก็ได้ ลูบหัวเล่นได้ ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายแล้วสิ่งนี้ดับหมด” >>>> ระหว่างพระกับฆราวาสจะต้องมีคำพูดที่พอเหมาะพอดี อย่าให้เลยเถิดไปจนมีความสัมพันธ์ที่จะทำให้คลาดเคลื่อนจากเป้าหมาย เรายังไม่ชนะเขา มีโอกาสพลาดพลั้งได้ หลวงพ่อเป็นห่วงมาก มันห่างหู ห่างตา เราต้องสอนตนเองให้ได้ ให้อดทน อดกลั้น ถ้าคิดว่าเราเป็นพระ คิดแบบพระ ทำแบบพระ ให้นึกถึงมโนปณิธานของเราที่มุ่งไปที่สุดแห่งธรรม ภารกิจของเราเพื่อเผยแผ่ขยายวิชชาธรรมกาย มโนปณิธานเราอย่าให้ขาดหาย มันจะถอยหลังไปอยู่ท้ายแถว ซึ่งไม่สมควรสำหรับเรา ซึ่งบารมีขนาดนี้ มีธาตุธรรมแก่ ไม่ควรอยู่ท้ายแถว ควรอยู่แถวหน้ากระดาน ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมพร้อม ๆ กัน ต้องสอนตัวเองทุกวัน ฝึกตัวให้เข้าถึงธรรมกายให้ได้ >>>> อย่าลืม ทหารต้องเพิ่มขึ้น อย่าทำสิ่งใดที่เราทำแล้วไม่สบายใจ สิ่งใดที่ทำแล้วไม่สบายใจ อย่าไปทำ ทำแต่สิ่งที่ทำแล้วปลื้มใจ มีความสุข เบิกบาน รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี รักษาสภาพความเป็นพระ >>>> ต้องเรียนรู้ขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ใช้ภาษาอย่างไร ความเป็นอยู่ ความนึกคิดอย่างไร ตั้งใจที่จะเรียนรู้ของเขา แตกต่างจากเราอย่างไร ต้องรู้ให้เข้าใจ ให้แจ่มแจ้ง พูดภาษาเขาได้ การที่จะถ่ายทอดก็จะง่าย เหมือนศาสนิกอื่นที่เข้ามาในเมืองไทย เขาก็เรียนรู้เพื่อให้เข้ากับเราให้ได้ แล้วก็มีมโนปณิธานกับพระเจ้า ฝังตัวอยู่นาน จนพูดภาษาถิ่นได้ เข้าถึงชาวเราได้ แล้วก็ปรับปรุง รอคอยจังหวะ เราก็ต้องทำคล้าย ๆ อย่างนั้น ถ้าเราเข้าใจเขา การถ่ายทอดที่จะบอกเขาได้ว่าในตัวเขามีธรรมกายก็จะง่าย และ สิ่งนี้ก็จะทำลายความลี้ลับได้ เราก็คอยประคับประคองแก้ไข แล้วพาเขาไปสู่จุดหมาย >>>> เราอยู่ในสายตาของมนุษย์ เทวา สายตาครูบาอาจารย์ และผู้ที่ส่งเรามาทำหน้าที่ มองดูเราตลอดเวลา ในทุกอิริยาบถ เมื่อไรเราเจอมนุษย์ เราจะอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา เขาจะสังเกตอากัปกริยาของเรา เหมือนสามเณรนิโครธ ที่พระเจ้าอโศกมหาราชเลื่อมใส และก่อให้เกิดผลดีต่อพระพุทธศาสนามากมาย >>>> ให้หมั่นศึกษาพระธรรมวินัย ถ้าเราทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามสิกขาบท รักษาอย่างมีความสุข มีความเบิกบาน มีความปีติ รักษาเพื่อเติมความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ของเรา จะยังความเลื่อมใสให้แก่ผู้พบเห็น ให้รักษาด้วยความสุข เพื่อประโยชน์ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของการบวช รักษาเพื่อการนี้ ความเลื่อมใสของสาธุชนเป็นผลพลอยได้ แต่สิ่งที่เราได้คือตัวเรา หมั่นศึกษาฝึกฝนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เวลาเราอยู่ตามลำพัง ให้เราปลื้มปิติ เบิกบาน จะส่งผลให้เราใจนิ่งเร็ว สงบเร็ว เข้าถึงธรรมได้ง่าย ยิ่งรักษา ยิ่งสบายใจ ไม่ใช่ยิ่งรักษา ยิ่งทุกข์ใจ การเป็นนักบวช คือ การทำนิพพานให้แจ้ง การรักษาพระธรรมวินัย เหมือนไม่ได้รักษา เป็นชีวิตจิตวิญญาน เหมือนเราหายใจโดยไม่ตั้งใจ รักษาพระธรรมวินัยก็เหมือนกัน เพราะเราทำจนคุ้นกันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อศิรินอนเนื่องอยู่ในใจก็แสดงออกโดยอัตโนมัติ คนเห็นก็รู้เองว่า นี่พระ เขาเห็นแล้วอยากเข้าใกล้ อยากพูด อยากคุย อยากฟังคำแนะนำที่ดี สิ่งไหนที่รู้ก็ตอบไป ไม่รู้ก็อย่ากลัวเสียหน้า บอกไปว่า จะหาคำตอบมาให้ อย่าดันทุรังพูดจนผิดพระธรรมวินัย เขาจะบอกว่า องค์นี้ซื่อตรง น่าไว้วางใจ >>>> การใช้ปัจจัยสี่ ให้ใช้อย่างระมัดระวัง เพราะได้มาด้วยความเคารพ เลื่อมใส เป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า ผู้บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ใช้สมบัติของพระพุทธเจ้าได้ และผู้ที่ฝึกตัวให้บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะใช้สมบัติของพระพุทธเจ้าได้ .. >>>> เสนาสนะ สถานที่ ต้องรักษาข้อวัตรปฏิบัติในการทำความสะอาด ซึ่งหลวงพ่อ คุณยาย ได้วางกฎระเบียบไว้ เราได้เห็นยายทำอย่างไร รักษาข้อวัตรอย่างไร อย่ามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องดูแลรักษาให้สะอาด สวยงาม สิ่งที่เราจะได้ คือ ความรื่นรมย์ใจ สบายใจ เป็นทางมาแห่งบุญ เป็นทางมาแห่งความเลื่อมใสของมนุษย์และเทวา เวลาเทวดาเลื่อมใส เขาก็จะไปตามคนมีบุญบารมี ชนชาติไหนก็แล้วแต่ตามมาหาเรา อยู่ไกลหลวงพ่อต้องทำให้ยิ่งขึ้นไป เพราะอยู่ใกล้หลวงพ่อยังอะลุ้มอล่วยได้ แต่อยู่ไกล ชาวต่างแดนเขาไม่อะลุ้มอล่วย เขาจ้องจับผิดจับถูกเราตลอดเวลา ให้เราทำอย่างเบิกบาน ความเบิกบานของเราจะขยายออก เกิดกระแสดึงดูดให้เขาเข้ามาใกล้ น่าทำตาม >>>> ทำใจให้เป็นกลาง ๆ ในการพิจารณาข้อบกพร่องของการทำงาน แก้ไข ปรับปรุง ทำอย่างไรให้สมบูรณ์ พิธีกรรมที่พอดี พอที่จะมีเวลาแนะนำการปฏิบัติธรรมให้พอดี ๆ >>>> กรณีที่เจอพระเถระ ต่างนิกาย ก็ให้แสดงความเคารพนับถือท่าน ให้พอเหมาะพอดี รักษาข้อวัตรปฏิบัติให้ท่านเกิดความเอ็นดูเรา บางสิ่งอย่าไปตามท่าน เช่น การฉันมื้อเย็น เราต้องวางตัวให้เหมาะสม ท่านจะให้ความเชื่อถือ และเกรงใจ >>>> นั่งรถ นั่งเรือ ก็ให้ระมัดระวัง อย่าประมาท ถ้าเราไม่ประมาทสิ่งนั้นก็ไม่เกิดขึ้นกับเรา เกิดก็น้อยมาก ยกเว้นวิบากกรรม >>>> อยู่รวมกันก็ต้องสามัคคีกัน รักและปรารถนาดีต่อกัน อย่าขุ่นมัว อย่าโกรธ เวลาจะเตือนกันต้องดูอารมณ์ ยกเว้นว่า จำเป็น ต้องเตือนอย่างรีบด่วน อยู่ใกล้กันให้ระวังคำพูด ความคุ้นเคย ทำให้เราลืม มองข้ามสิ่งนี้ไป จะเป็นเหตุให้ทะเลาะกัน บาดหมางกัน การล้อเล่นกัน ดูเหมือนผ่อนคลาย แต่จากประสบการณ์ของหลวงพ่อ จากล้อเล่นก็จะทะเลาะกัน ต้องระวัง เรื่องไม่เป็นเรื่องก็จะเกิดขึ้น เพราะจะเป็นเหตุแห่งการบาดหมาง >>>> เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นานเท่าไร ให้ใช้ทุกอนุวินาทีให้เป็นประโยชน์ วันนี้ลูก ๆ ทุกองค์มารวมกัน เห็นแล้วก็สบายใจ ไปทบทวนสิ่งที่หลวงพ่อให้ไป เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมกับไปเล่าให้เพื่อนสหธรรมมิก หรือพวกเราที่อยู่ที่ศูนย์ฯ ที่ไม่ได้มา เอาบุญไปฝากเขาด้วย หลวงพ่อฝากบุญไปให้ จะได้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วยกัน ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ อาคารภาวนา วัดพระธรรมกาย