ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คำถามค้างคาใจ (ประวัติหลวงพ่อ)

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

คำถามค้างคาใจ (ประวัติหลวงพ่อ) เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ นึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา บางทีก็รู้สึกปลื้มเล็กๆ เหมือนกัน สมัยยังเป็นนักเรียน ยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย หลวงพ่อมีคำถามที่ค้างคาใจ ต้องการแสวงหาคำตอบของชีวิต คือ อยากจะรู้ว่า คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต และจะไปถึงเป้าหมายของชีวิตได้อย่างไร นรกสวรรค์มีจริงไหม กฎแห่งกรรมมีจริงไหม ตอนเด็กๆ ก็อ่านหนังสือ เพื่อแสวงหาคำตอบเหล่านี้ แต่คำตอบที่ได้ก็ยังไม่ทำให้เราเกิดความมั่นใจว่า สิ่งเหล่านี้มีจริง และยังไม่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้เราละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใส ด้วยความสมัครใจ เพราะแต่ละตำรับตำราไม่ค่อยยืนยันกัน จะมีก็แต่ในพระไตรปิฎกเท่านั้น จึงต้องไปศึกษาจากท่านผู้รู้ทั้งหลาย ก็ไปเฝ้าเพียรถามคำถามซ้ำๆ อย่างนี้จากท่านผู้รู้ทั้งหลาย แต่มักจะได้ยินคำตอบที่ทำให้เราชักไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน คำตอบที่ได้ยินก็คือ นรกสวรรค์มีจริงมั๊ง เพราะในพระไตรปิฎกบอกว่า มีนะ บ้างก็บอกว่า สวรรค์ในอก นรกในใจ บ้างก็ว่า เขาสร้างเรื่อง กุเรื่องกันขึ้นมา เอาสวรรค์มาล่อ เอานรกมาขู่ให้คนไม่กล้าทำบาป ให้ทำแต่ความดี คำตอบที่ได้ ก็มักจะวนๆ เวียนๆ กันอยู่อย่างนี้ ก็ต้องแสวงหาคำตอบกันเรื่อยไป ในที่สุดก็มาได้รับคำตอบจาก คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ทำให้เกิดความมั่นใจ เพราะว่าเข้าไปถามคำถามเดิม เหมือนกับที่ถามท่านผู้รู้ทั้งหลายว่า “นรกสวรรค์มีจริงไหม” ท่านก็บอก “มีจริง ยายไปมาแล้ว ไปช่วยพ่อของยายที่ตกลงไปในอบาย เพราะว่าดื่มเหล้าวันละ ๑๐ สตางค์ ยายเห็นชัดเลย คุณอยากไปไหมล่ะ ถ้าคุณอยากไปเดี๋ยวยายจะสอนให้แล้วก็ไปด้วยกัน” แล้วท่านก็เล่ารายละเอียดของท่านให้ฟัง โอ้โห้ เท่านั้นแหละ เราก็รู้เลยว่า เราไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน เราได้มาเจอท่านผู้รู้แจ้งเห็นแจ้ง มีประสบประการณ์ด้วยตนเอง และยืนยันอย่างนี้ จึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจศึกษาฝึกฝนกับท่านโดยไม่ห่วงไม่กังวลเรื่องอะไรทั้งสิ้น อนาคตจะมีกินหรือไม่มีกินก็แล้วแต่ ก็ไม่ได้กังวลอะไร มุ่งอย่างเดียวคือ ทำอย่างไรให้ได้อย่างยาย แล้วก็ไปถามท่านว่า “เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต แล้วจะไปถึงเป้าหมายชีวิตได้อย่างไร” ท่านก็บอกมา อย่างที่บอกให้พวกเราท่องกันทุกวันนั่นแหละ (เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ในตัว เริ่มต้นที่ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือสูงขึ้นมา ๒ นิ้วมือ เป้าหมายชีวิต คือ ที่สุดแห่งธรรม ที่พักระหว่างทาง คือ ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตพระบรมโพธิสัตว์) แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจตรงนี้ เพราะว่าฐานใจของเรายังไม่เพียงพอที่จะรองรับสิ่งที่ท่านสอน มันมีความรู้สึกว่าซาบแต่ยังไม่ซึ้ง จนกระทั่งได้มาลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังนั่นแหละ เพราะว่าอยากรู้ แล้วพอมีประสบการณ์ในระดับที่มั่นใจได้แล้ว หลังจากนั้นก็ลุยสร้างบารมีโดยไม่ได้ห่วงกังวลเรื่องอะไรเลย กับอีกหนึ่งข้อข้องใจ ตอนที่เป็นนักเรียน เมื่อเราระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า หรือเห็นพระพุทธรูปในที่ต่างๆ เช่น ตามวัดวาอารามบ้าง ในหนังสือบ้าง โต๊ะหมู่บูชาในห้องพระบ้าง หรือในพิพิธภัณฑ์ หรือที่นักเลงพระไปเล่นพระกัน ก็มักจะไปคลุกดูอยู่ด้วย แต่วัตถุประสงค์คนละแบบกัน คือ เราไม่ได้ไปสั่งสมพระ แต่กำลังไปแสวงหาว่า พระพุทธรูปที่เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีองค์ไหนบ้างพอที่จะทำให้เราเกิดความมั่นใจได้ว่า นี่คือพระพุทธเจ้าที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษ เพราะได้อ่านตามตำราที่มีบันทึกเอาไว้ ซึ่งก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ตะเวนไปตามโรงหล่อพระ ก็จะได้รับคำตอบเหมือนๆ กัน ช่างหล่อพระบอกว่า “ได้ศึกษากับครูบาอาจารย์มา พระพุทธรูปท่านจะมีสัดส่วนของท่านตามยุค ตามสมัย ยุคสุโขทัยก็สัดส่วนนี้ ยุคทราวดี ศรีวิชัย คุปตะ อยุธยา ลพบุรี รัตนโกสินทร์ต้องสัดส่วนอย่างนี้ ถ้าผิดจากนี้ไปละก็ ครูบาอาจารย์ท่านแช่งเอาเลย ห้ามช่างทำผิด” ซึ่งก็เป็นเจตนาดีของท่าน คือ ไม่อยากให้ทำผิดแผกแตกต่างกันไป ถ้าไม่ห้ามตรงนี้ไว้ เดี๋ยวก็จะยิ่งเลอะเทอะกันไป เพราะฉะนั้น เราก็จะได้เห็นแต่พระพุทธรูปตามกาลสมัย กับสืบสายวัฒนธรรม ซึ่งก็ไม่ทำให้หายข้องใจนะ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีผู้รู้เกี่ยวกับพระพุทธรูปตรงไหน หลวงพ่อก็จะไปศึกษา ไปถามเขาดูนะ ก็จะเจอคำตอบคล้ายๆ กันอย่างนี้ บ้างก็บอกว่า ถ้าพระพุทธเจ้าอยู่ทางอีสานต้องหน้าเหมือนคนอีสาน ถ้าอยู่ใต้ก็ต้องเหมือนคนใต้ คนเหนือเหน้าหมือนคนเหนือ คล้ายๆ พระพุทธรูปที่ญี่ปุ่น ก็ต้องเหมือนคนญี่ปุ่น ทุกเชื้อชาติจะต้องเหมือนกันอย่างนั้น มันก็มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะลักษณะมหาบุรุษในพระไตรปิฎกที่ระบุเอาไว้นั้น มันอยู่เหนือคำว่า เชื้อชาติ เพราะเป็นลักษณะของผู้มีบุญบารมีที่สั่งสมมาอย่างดี เต็มเปี่ยมแล้วทั้งนั้น ลักษณมหาบุรุษที่สวยกว่าผู้หญิง งามกว่าผู้ชาย แล้วก็สง่ากว่าเทวดา พรหม อรูปพรหมทั้งหลาย เพราะถ้าไม่สง่างามกว่า เทวา พรหม อรูปพรหมคงไม่เคารพสักการบูชาหรอก ไม่ยกมือไหว้ นอกเหนือจากความรอบรู้ของท่าน สิ่งนี้ก็อยู่ยังเป็นข้อข้องใจที่อยู่ในใจหลวงพ่อตลอดมา แต่ว่ามาหายสงสัยตอนที่มาถึงคุณยายอาจารย์นี่แหละ ท่านบอกว่า “สิ่งที่กำลังแสวงหาอยู่นั้น อยู่ในตัว ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอก ให้ไปค้นตรงนี้ให้เจอ” ก็เฝ้าเพียรพยายามทำตามคำสอนของคุณยายอาจารย์ตลอดระยะเวลา ๔๐ กว่าปี แล้วในที่สุดก็พยายามเก็บเล็กผสมน้อย ลักษณะมหาบุรุษค่อยๆ เอาออกมาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็คือพระธรรมกายประจำตัวที่ประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์นั่นแหละ แต่ว่าถ้าจะถามว่า ลักษณะมหาบุรุษที่ถ่ายทอดมาเป็นพระธรรมกายประจำตัวสมบูรณ์ไหม ก็ยังไม่สมบูรณ์ แต่ว่าสถานการณ์ทำให้เราต้องเร่งรีบสร้างให้เสร็จ ให้ทันใช้ ถึงแม้จะยังไม่ถูกใจสมใจ ก็ถือว่าพอเป็นเค้าโครงที่เราจะศึกษาเข้าไปหาพระในตัวของเราได้ต่อไป เพราะลักษณะมหาบุรุษนั้นมีอยู่ในตัวของเรา ซึ่งจะเหมือนกันทุกคนในโลก ไม่ว่าภายนอกจะแตกต่างกันเพียงไรก็ตาม จะเชื้อชาติศาสนาเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม แต่ภายในนั้นเหมือนกัน เป็นความเหมือนในความต่าง ความแตกต่างมีเพียงภายนอก แต่ความเหมือนอยู่ภายใน ลักษณะมหาบุรุษตรงนี้แหละ เราสามารถเข้าไปถึงได้ เพราะฉะนั้นองค์ที่เสร็จยังไม่สุด แต่องค์สุดนั้นยังไม่เสร็จ เราก็ต้องทำอย่างนี้กันไปก่อน การได้มาหล่อลักษณะมหาบุรุษ เป็นการสั่งสมลักษณะมหาบุรุษให้เกิดขึ้นกับตัวของเราไปทีละเล็กละน้อย นอกเหนือจากบุญกุศลที่เราจะได้รับ และเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยะเจ้า เราจะต้องค่อยๆ สั่งสมลักษณะมหาบุรุษไปเรื่อยๆ ซึ่งที่จำลองมาให้ดู ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากพอสมควร หากใจเราผูกพันไว้กับท่าน สักวันหนึ่งเมื่อบารมีของเราเต็มเปี่ยมแล้ว เราจะต้องได้ลักษณะนี้แน่นอน เพราะฉะนั้น การที่ลูกทุกคนมารวมกันในวันนี้นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่เราเข้าใจกันว่า ได้ยินข่าวมีการหล่อพระ เราอยากจะเอาบุญสร้างพระ มันไม่ได้ผิวเผินในระดับที่เราเห็นด้วยตาเนื้อ หรือเข้าใจด้วยใจเท่านั้น แต่มันไกลเกินไปกว่านั้น เพราะเราเคยสร้างบุญร่วมกันมา บุญนี้จึงบันดาลให้มาสร้างบุญร่วมกันอีก และเรากำลังจะสั่งสมลักษณะมหาบุรุษกันไปเรื่อยๆ ซึ่งเราก็เคยสั่งสมกันมาข้ามชาติกันมาแล้ว แต่ถ้าหากว่าบารมียังไม่เต็มเปี่ยม มันก็ยังไม่ได้ เช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ต้องสั่งสมกันมา กว่าจะได้กายมหาบุรุษก็ต้องสร้างบารมีมายาวนาน ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัปเป็นอย่างน้อย คือ นับชาติกันไม่ถ้วนเลย ให้มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ นั่นแหละจึงจะได้ลักษณะของกายมหาบุรุษ ลูกทุกคนที่นั่งประชุมในที่นี้ก็เช่นเดียวกันได้สั่งสมกันมาข้ามชาติแล้ว และเรากำลังสั่งสมกันต่อไปนะลูกนะ