ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทำหน้าที่กัลยาณมิตรต้ององอาจ

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

ทำหน้าที่กัลยาณมิตรต้ององอาจ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ (๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น.) หลวงพ่อเข้าใจว่า ลูกหลวงพ่อทุกคนที่ศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม อยากจะทำบุญมาก ๆ แต่ก็จะมีความคิดสะดุดนิดหนึ่งว่า แล้ว ๆ เราจะไปหาเงินจากที่ไหน เงินมันก็มีอยู่ทั่ว ๆ ไป เราต้องขยันทำบุญ แล้วก็ทำให้ถูกหลักวิชชา ให้ไปรวยนะ ไม่ใช่ให้ไปโลภ หรือไปหลอกเขานะจ๊ะ ทำให้ถูกหลักวิชชา เดี๋ยวมันก็มีมา ถ้าเราทำตามลำพังไม่ได้ ให้ใช้ปัญญา ใช้เครื่องทุ่นแรง ปากของเรา เท้าของเรา พาตัวเราไปเชิญชวนผู้มีบุญทั้งหลายเข้ามาร่วมบุญกับเราในกองกฐินของเรา ความสำเร็จมันก็จะเกิดขึ้น แต่ก็ต้องใช้ความเพียรพยายามหน่อย เพราะการที่จะไปเชิญชวนใครให้มาสร้างบุญนี้ บางคนก็ง่ายมาก บางคนก็ง่ายพอประมาณ บางคนก็ยากนิดหน่อย แต่ถ้าหากเรามีความอดทน มีหัวใจกัลยาณมิตรมันก็จะสมปรารถนา คนนี้ เราชวนวันนี้ ยังไม่ได้ เราก็ไปหาไปชวนอีกคนหนึ่ง แต่คนเดิมเราก็ไม่ทิ้ง แต่เราวางไว้ก่อน พอเรามีเวลา เราก็มาเติมบุญให้กับเขา พูดไปเรื่อย ๆ ทุกวัน จนกระทั่งให้เขาชนะความตระหนี่ในใจของเขาได้ ดวงปัญญาเขาเกิดขึ้น เขาเข้าใจ เขาก็จะมาร่วมบุญกับเรา เราก็จะมีอานิสงส์ในการชวนคนทำความดี ซึ่งก็จะเป็นบริวารสมบัติของเรา แต่ไม่ได้แปลว่า เขาจะมาเป็นบริวารเรา เขาจะมาเป็นพวกเป็นพ้องของเรา แล้วเราก็จะมีบริวารสมบัติที่ดี ไม่ได้มีบริวารวิบัตินะ ใครที่มาเป็นเครื่องทุ่นแรงให้กับเรา จะเป็นเครื่องทุ่นแรงที่แท้จริง ที่ทำความเบากายเบาใจให้กับเรา ไม่นำความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับเรา ทำให้เรามีเวลาในการที่จะสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราควรจะทำกันนะ แล้วก็ต้องทำด้วย เพื่อตัวเราเองเป็นอันดับแรก และเพื่อคนอื่นเป็นอันดับถัด ๆ ไป ทรัพย์ทั้งหมดที่ได้มา หลวงพ่อก็นำไปสร้างสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์ ซึ่งบุญก็จะเกิดขึ้นกับเราในทุก ๆ ครั้งที่สถานที่ตรงนั้นได้ใช้เพื่อการกุศลให้เราดีใจปลื้มใจกันเถอะ เวลาที่เหลืออยู่นี้ใช้ให้เป็นประโยชน์ให้เต็มที่ต่อการสร้างบารมี ทำให้เต็มที่ มีทรัพย์ใช้ทรัพย์ มีปากใช้ปาก มีดวงปัญญาใช้ดวงปัญญา ทำให้เต็มกำลังไปเถิด ยามใดที่บุญส่งผล ตอนนั้นเราจะมีความปลื้ม มีปีติ มีความสุขใจ อย่าไปเกรงใจใคร เราจะไปชวนเขามาทำความดี เราไม่ได้ไปขอเงินเขามาเข้ากระเป๋าเรา และเราไม่ใช่เป็นผู้ไปขอเขา แต่เรากำลังเอาบุญไปให้ และไปตามรักษาสมบัติของเขาให้ติดไปในภพเบื้องหน้า ซึ่งมีทั้งทิพยสมบัติ มนุษยสมบัติ และนิพพานสมบัติ เราเป็นผู้ให้ต่างหาก เพราะฉะนั้น ไปอย่างองอาจ พูดไปเรื่อย ๆ มันก็จะถูกช่องเข้าไปเองนั่นแหละ พูดไปบุญก็จะเติมในตัว คือ ดวงบุญในตัวเราจะโตขึ้นทุกครั้งที่เราพูดเรื่องบุญ เรื่องกุศล ไปชักชวนคนทำความดี บุญจะเติมอยู่ในตัวเราเป็นอัตโนมัติ เราจะเป็นต้นบุญก่อน แล้วเขาก็จะเป็นกลางบุญ แล้วก็ปลายบุญ ที่เขาทำตามคำแนะนำของเรา เรามาเกิดในยุคนี้ เราต้องฉลาดหาบุญ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมายจริง ๆ เห็นกันอยู่หลัด ๆ ก็พลัดพรากกันไป มัจจุราชไม่เคยให้โอกาสใครเลย และใครก็ไม่อาจจะต่อกรกับพญามัจจุราชได้ ไม่ว่าจะด้วยกองทัพใด ๆ ทั้งสิ้น จะมีอาวุธยุทโธปกรณ์แค่ไหน มันสู้ความตายไม่ได้ เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ ให้รีบสั่งสมบุญ บารมี ให้เต็มที่ เต็มกำลัง และถูกหลักวิชชานะจ๊ะ คุณครูไม่ใหญ่