บวชเพื่อแสวงหาอัตตาในอนัตตา
บวชเพื่อแสวงหาอัตตาในอนัตตา
อนัตตา แปลว่า ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง คือ ไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะยังมีกิเลสอาสวะบังคับครอบงำให้เรามีความโลภ มีความโกรธ มีความหลง เมื่อกระทำทางกาย วาจา ใจ ก็มีวิบากมารองรับ ซึ่งทำให้ชีวิตไม่แน่นอน เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง
เพราะความขึ้นลงของชีวิต มันจึงเป็นความทุกข์ เกิดเป็นมนุษย์ชั้นล่างก็ทุกข์ ชั้นกลางก็ทุกข์ ชั้นสูงก็ทุกข์ เป็นเศรษฐีก็ทุกข์แบบเศรษฐี เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็ยังมีความทุกข์ จะเป็นเทวดาก็ทุกข์ รูปพรหม อรูปพรหมก็ทุกข์ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังอยู่ในวัฏฏะในภพทั้ง ๓ นี้จึงยังไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เพราะยังบังคับบัญชาตัวเองไม่ได้ ปกครองตัวเองยังไม่ได้ ยังมีคนอื่นเขามาปกครองอยู่
อัตตา คือ ตัวตนที่แท้จริง เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง หมายเอา กายธรรมอรหัตที่อยู่ในตัวเรานั่นแหละ คือ อัตตาที่แท้จริง ที่พ้นจากกิเลสอาสวะ หมดกิเลสแล้ว ไม่ตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร พอหมดกิเลสก็หมดกรรม หมดกรรมก็หมดวิบาก นั่นแหละตัวอัตตาที่แท้จริงอยู่ในตัวของเรา ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย ต้องแสวงหาเข้าไปภายในตัว
อาณาจักรแห่งอัตตาหรือพระอรหันต์อยู่ภายในตัว เหมือนกับคำกล่าวที่มีอยู่ในคริสต์ศาสนาว่า อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าอยู่ในตัวของเราเอง ไม่ใช่อยู่ที่ไหน ก็ต้องแสวงหากันเข้าไป
คุณครูไม่ใหญ่
๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ (ค่ำ)