ธุดงค์ในป่าคอนกรีต
ธุดงค์ในป่าคอนกรีต
เราไม่ได้เดินแบบชาวโลกที่เขาเดินกัน แต่เราเดินบำเพ็ญสมณธรรม ผ่านร้อน ผ่านหนาวกันมายาวนาน ถ้าเราไม่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความยากลำบาก ต้องอดทนอดกลั้นในทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเราจะได้บารมีมาจากตรงไหน เพราะฉะนั้นเราก็เดินตามอย่างพระมหาเถรานุเถระในกาลก่อน ที่ท่านฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอดทนต่อดิน อากาศ ฟ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย ผู้คน อะไรต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ผ่านทุกขเวทนาทุกอย่างมาหมด แต่ว่าใจของท่าน ไม่ไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้งในเรื่องเหล่านั้นเลย
เพราะฉะนั้น ความทุกข์ทรมานเหล่านั้นมันก็เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว ตั้งอยู่ชั่วคราว แล้วก็ดับหายไป เหลือแต่ความสุขกายสุขใจ อย่างที่ลูกเริ่มมีประสบการณ์ภายในจากการเดินธุดงค์ธรรมชัย
การเดินธุดงค์ในสมัยก่อนนั้น ความยากง่ายก็แตกต่างกันนิดหน่อย คือ สมัยโน้นมีแต่ป่าเขา สิงสาราสัตว์ โรคภัยไข้เจ็บ ไข้ป่าบ้าง ชาวป่าชาวดอยที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวของพระศาสนา ดินอากาศฟ้าแปรปรวน เรื่องอาหาร เรื่องความเป็นอยู่อะไรต่างๆ แต่ว่าพระมหาเถระในกาลก่อน ท่านก็ไม่ย่อท้อ มีความสุขกายสุขใจในการฝึกตน บ่มอินทรีย์ไปเรื่อยๆ
ของเรามาอยู่ในยุคของป่าคอนกรีต ป่ามันหมดแล้ว แต่เดินในเมืองนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ก็มีทั้งดินอากาศฟ้าแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวผู้คน รถรา ควันจากท่อไอเสียต่างๆ เยอะแยะ แต่เราก็จะโชคดีกว่าท่านตรงที่มีศรัทธาญาติโยมเยอะ แย่งกันถวายภัตตาหารบ้าง น้ำปานะบ้าง แต่พระมหาเถระในกาลก่อนท่านไม่ค่อยมี แต่ท่านจะขบฉันแต่พอดีๆ ก็พอเหมาะพอดีสำหรับท่าน
ลูกผ่านมาได้แล้ว ด้วยการบำเพ็ญสมณธรรม ฝึกการมองกลางมองทางได้ มีหลุดบ้างนิดหน่อย ตอนดูว่าถึงกี่กิโลแล้ว ถ้าหลุดแวบไปนิดเดียวลูกก็รู้ตัวอยู่แล้ว แรงมันหมดไปเลย กำลังของพระอยู่ที่ใจอยู่กับตัวตรงกลางกายตรงนั้นแหละ ลูกมีประสบการณ์มาแล้ว
หลวงพ่อติดตามดูภาพทุกวันไม่เคยขาดเลย วันหนึ่งก็หลายครั้ง ดูกี่ทีก็ปลื้มทุกครั้ง แล้วก็ชื่นใจ ที่ลูกขนาดแบกสัมภาระอย่างนี้ แต่ยังรักษาระยะได้ ดูพอเหมาะพองาม ภาพนี้มาจากความเป็นจริงที่ลูกได้ฝึกตนอย่างดี ระยะแถว ระยะแนว ตั้งใจเดินตามรอยหลวงปู่จริงๆ นี่ก็เป็นบารมีพิเศษของลูกทุกรูป เพราะฉะนั้นให้ลูกปลื้มอกปลื้มใจ ดีอกดีใจไว้เถิดว่า การมาบวชของเราในครั้งนี้มันสุดคุ้มทั้งตัวเอง ทั้งโยมพ่อโยมแม่ หมู่ญาติ และที่สำคัญพระศาสนาด้วย
พระศาสนาซึ่งต้องการพุทธบุตรที่มีหัวใจรักพระพุทธศาสนา และตั้งใจฝึกตนอย่างที่ลูกกำลังเป็นอยู่นี้ แม้จะบวชมาไม่นานก็ตาม ทำให้ผู้ที่พบเห็น เขาเห็นคุณค่าของการเป็นสมณะ การบวชพระ เพราะฉะนั้นต่อไปการบวชช่วงสั้นๆ อย่างที่ลูกเคยเห็น เคยได้ยิน บวช ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน แล้วก็ลาสิกขาไป แล้วก็เที่ยวไปบอกว่า บวชแล้วไม่ได้อะไร อีกหน่อยสิ่งเหล่านี้ก็จะสูญพันธุ์ไป จากการที่ลูกได้เดินธุดงค์ในคราวนี้ แล้วจากการฝึกตนก่อนเดินธุดงค์ กำลังเดินธุดงค์อยู่ และแม้จะหลังจากเดินธุดงค์แล้ว ลูกยังจะกลับไปบ่มอินทรีย์ต่อ บำเพ็ญสมณธรรมต่อ อันนี้จะเป็นต้นบุญต้นแบบสำหรับแมนๆ ผู้ที่จะมาบวชในภายหลังว่า เขาจะต้องเห็นคุณค่าของการบวช หรือให้ความสำคัญต่อการบวชมากกว่าที่ผ่านๆ มา จากการบวชของลูกในคราวนี้ เพราะฉะนั้นให้ลูกปลื้มใจ ให้ปีติใจกันทุกๆ คนนะ
๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ (บ่าย)
ห้องแก้วสารพัดนึก