ปิดบ่อนไก่
รณรงค์เลิกตีไก่/ปิดบ่อนไก่
ปิดบ่อนไก่
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
การปิดบ่อนไก่คือการปล่อยไก่ให้มีชีวิตรอดต่อไป ถือว่าเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่มาก ที่เห็นว่าสิ่งนี้มีโทษมากกว่ามีคุณทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งๆ ที่เป็นทางมาแห่งรายได้จำนวนมหาศาล และเป็นรายได้ประจำด้วย แต่ว่าหลังจากที่ได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตแล้ว ก็ตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดเดี่ยวเลยว่า จะไม่ยินดีกับเงินที่ได้มาจากความหายนะของเพื่อนมนุษย์อีกต่อไป
บางคนรู้ว่าบาปแต่ก็ยังทำ คือ ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้ แสดงว่าเขายังรู้ไม่จริง และรู้ยังไม่ครบวงจร บางคนบอกว่าการชนไก่ถือเป็นเกมกีฬาก็เป็นเรื่องว่ากันไปเอง บ้างว่าธรรมชาติของไก่ต้องชนกันอยู่แล้ว แต่ไก่ที่ชนกันตามธรรมชาตินาน ๆ มันจะชนกันครั้งหนึ่ง แล้วชนกันแค่เอาเชิง และเมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้มันก็หนีไป แล้วก็ไม่มีการเหลาเดือยหรือติดอาวุธที่เดือย แถมมีการพนัน มีความหายนะเกิดขึ้นด้วย มันจะไปเป็นกีฬาได้อย่างไร ก็ว่ากันไปเองทั้งนั้น
เลิกเสียเถิด ขอบิณฑบาต เราล้างอดีตที่ผิดพลาดไปให้หมด ถ้าเราตัดสินใจเลิกได้ถือว่าเป็นการช่วยปลดปล่อยมวลมนุษยชาติจำนวนมากให้พ้นจากความหายนะ หากเราคิดดูว่าอาทิตย์หนึ่งเป็นพันคนที่มาชนไก่ ปีหนึ่ง ๕๒ อาทิตย์ จำนวนเท่าไหร่ที่เข้ามา เป็นพันหลาย ๆ พัน เป็นหมื่น แล้วผลกระทบที่คนในครอบครัวได้รับอีกต่างหาก รวมแล้วเป็นแสน หลายแสนชีวิตที่พ้นจากความหายนะ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย ความจริงแล้วเขาไม่ได้ดื้อหรอกนะ แต่บางทีตามไม่ทัน คือดวงปัญญายังไม่ทัน เนื่องจากมันมีความอยากมาบดบัง ทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากความอยาก อยากรวยจะเป็นเป้าหมายหลักเลย อย่างในบ่อนเราจะเห็นว่ามีหลากหลาย อยากได้เงิน แต่มันก็มีได้ มีเสีย มีแพ้ มีชนะ มีลุ้นกัน เพราะความอยากเท่านั้น ความอยากจึงเป็นสมุทัยเหตุแห่งความทุกข์ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้
เราจะต้องศึกษาเรื่องราวของบ่อนไก่ให้ครบวงจรเพราะตอนที่เราเห็น ยังไม่ครบวงจร เราเห็นไก่ตีกัน เกิดไอเดีย อย่าให้มันตีกันตามลำพังเลย เราเชิดชูให้เป็นธรรมเนียมดีกว่า ให้คนได้ดู ได้ชื่นชมลีลาการตีกันเหมือนดูมวยอย่างนั้น แต่ดูไปเพลิน ๆ มันก็เสียเวลา ก็มีเดิมพันกันเสียหน่อย พอมีเดิมพันเข้า มันก็มีได้ มีเสีย มีลุ้นระทึก แล้วมีอาชีพที่รองรับเกิดขึ้นมาอีกมาก จนเกิดเป็นบ่อนไก่ในที่สุด ซึ่งถ้าลองศึกษาไปลึก ๆ แล้ว ไม่มีคุณ
ผู้ที่ชอบเลี้ยงไก่ชนเอาไว้ขาย โดยไม่ได้เล่นพนัน แต่มีจิตผูกพันกับไก่มาก เช้าก็เห็นภาพไก่ สายเห็นไก่ เที่ยงเห็นไก่ บ่ายไก่ เย็นไก่ กลางคืนไก่ ดึกไก่ รุ่งสางไก่ ไก่ตลอด ๒๔ น. พวกนี้จะรักไก่เหมือนลูก ก่อนตายใจก็จะวนเวียนอยู่กับเรื่องไก่ มันร้องยังไง มันเป็นยังไง กรรมนิมิตจะเห็นเป็นไก่ที่เคยเลี้ยง ถ้าเลี้ยงมาก ภาพไก่ก็จะมามาก จนบุญไม่ได้ช่องเข้าไปในใจเลย เหมือนเราดูหนังม้วนเดียวเรื่องไก่ ๆ เมื่อตายไปแล้วก็จะไปเกิดเป็นไก่ให้เขาเลี้ยง เหมือนที่ตนเคยเลี้ยงจนกว่าจะหมดกรรม จนกว่าภาพไก่มันจะหมดจากใจ แล้วคลายความรู้ คือเป็นจนเบื่อ นั่นแหละถึงจะหมดกรรม
อันตรายที่บ่อนไก่ มีมากกว่าที่เราคิดออกเสียอีก กับความรู้สึกนึกคิดว่าการชนไก่คือเกมกีฬา หรือว่าเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านคิดกันให้ดี ไก่ไม่เคยคิดเลยว่าจะให้ตัวเองมามีบทบาทในวงจรวัฒนธรรมพื้นบ้านของคน มันไม่อยากมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้าน ไม่อยากเป็นนักกีฬา ที่ไก่จะต้องต่อสู้กันเอง เพราะจำเป็นด้วยสัญชาติญาณของวิบากกรรม เพราะมันไม่รู้ มันอยากจะพ้นจากกรง อยากจะพ้นจากบ่อน มันต้องการอย่างนี้มากกว่า แต่เวลามันพูดมา เราฟังแล้วมันไม่เข้าใจ เราก็เลยนึกว่ามันชอบ จริง ๆ เราชอบต่างหาก แต่ถ้าเราชอบนี่เราก็จะไปสู่ที่ ๆ เราชอบ ก็คือ ตั้งแต่มหานรก อุสสทนรก ยมโลก เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน มาเป็นมนุษย์ยากจนลำบากทุกข์ทรมาน แล้วก็จะไปอยู่ในวงจรของการชนไก่อีก ซึ่งอันตรายมากเหลือเกิน
เมื่อได้ทราบความจริงแห่งวงจรอุบาทว์นี้แล้ว พึงตัดวงจรกรรม หักดิบเสียเถิด เลิกเกี่ยวข้องโดยประการทั้งปวง อดีตที่ผิดพลาด ลืมไปให้หมด เริ่มให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แล้วอุทิศบุญให้คู่กรรมคู่เวรที่เคยล่วงเกินกันมา เพื่อมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีที่สุดแห่งธรรมเป็นที่ไปในชาติที่สุด