บวชพระนานาชาติ
บวชพระธรรมทายาทนานาชาติ
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
วันพฤหัสบดีที่ ๘ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับโลกใบนี้ ที่มีผู้มีบุญ ๕ ชาติ ได้วางภารกิจเครื่องกังวล แล้วก็เข้ามาศึกษาธรรมะปฏิบัติโดยมาบวชในวันที่ ๑๐ กรกฎาคมที่จะถึงนี้ จะได้ใช้เวลาช่วงสั้น ๆ มาศึกษาธรรมปฏิบัติโดยการมาบวชช่วงสั้น ๆ และก่อนบวชก็มีการเตรียมตัว ๒ อาทิตย์ แม้จะเป็นการเตรียมตัวช่วงสั้นแต่ทุกท่านก็ได้รับประโยชน์พอสมควร เพราะจะเป็นแนวทางสำหรับนำกลับไปปฏิบัติต่อที่ประเทศของตนเองได้
การมาบวชในครั้งนี้ ไม่ใช่ง่าย มองดูเผิน ๆ เหมือนง่ายแค่เรามีค่าเครื่องบินแล้วก็ซื้อตั๋วขึ้นเครื่องมา แต่ความจริงไม่ใช่ง่ายขนาดนั้น เพราะมีชาวต่างประเทศจำนวนมากที่ผ่านมาเมืองไทย คือซื้อตั๋วขึ้นเครื่องบินมา ลงแล้วก็ไป แต่ก็ไม่ได้มาศึกษาธรรมะ ซึ่งเป็นเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต มาอย่างมากก็เปิดธุรกิจบ้าง เพื่อความสนุกสนานบันเทิง หรือมาทัวร์กันบ้าง แต่นี่ไม่ใช่ นี่มาเพื่อจะมาศึกษาความเป็นจริงของชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับตัวของเรา ดังนั้นการมาในคราวนี้ มาด้วยบุญบันดาล หมายความว่าบุญที่แต่ละท่านได้สั่งสมกันมาข้ามภพข้ามชาติ ติดอยู่ในกลางกาย ไปเกิดที่ไหนบุญนี้ก็ติดตามมา คอยจังหวะ คอยช่วงโอกาสที่จะส่งผล โดยจะกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้คิดที่จะขวนขวายมาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อบุญนั้นส่งผล จึงได้มาในคราวนี้
ถ้าไม่มีบุญจะเอาช้างกี่เชือกไปฉุดก็ไม่มา ถ้ามีบุญแม้อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ แม้มีภารกิจก็ไม่ห่วงใย ปลอดกังวล ทิ้งทุกอย่าง บางท่านถึงกับสละครอบครัวมาเลย เพราะบุญภายในกระตุ้นเตือนอยู่ตลอดเวลาว่า ถึงเวลาที่จะต้องยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น ให้ก้าวไปสู่การศึกษาความรู้ภายใน แล้วก็จากมาโดยไม่มีอาลัยอาวรณ์ เหมือนนกที่จากคอนไม่อาวรณ์เมื่อจรจากมา
การบวชที่มีอานิสงส์มาก ต้องบวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ต้องการที่จะสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์จึงจะมีอานิสงส์มาก และอานิสงส์จะยิ่งใหญ่ไพศาลยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก ถ้าการเตรียมตัวก่อนบวชนอกเหนือจากการท่องขานนาค หรือระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ให้คล่องแล้ว เรายังต้องปฏิบัติธรรมให้ได้เข้าถึงพระในตัว
ถ้าได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวแล้ว ได้ชื่อว่าบวชภายในชั้นหนึ่ง พอถึงคราวบวชจริงได้ครองผ้ากาสาวพัตร์ ในกลางอุโบสถท่ามกลางสงฆ์ ต่อหน้าพุทธปฏิมากร ซึ่งเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นบวชอีกชั้นหนึ่ง ถ้าบวชสองชั้นอย่างนี้จะมีอานิสงส์มากยิ่งใหญ่ไพศาล
บวชภายนอกชั้นเดียว คือได้ครองผ้ากาสาวพัตร์ก็ยังมีอานิสงส์มาก คือ ปิดประตูอบายภูมิให้กับตนเองถึง ๖๔ กัป
หนึ่งกัป หมายถึง ช่วงระยะเวลาของโลกตั้งแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็เสื่อมสลายไปครั้งหนึ่งเพราะฉะนั้นอานิสงส์การบวช ผู้บวชจะได้อานิสงส์ ๖๔ กัป ก็หมายความว่า จะเกิดกี่ครั้งก็แล้วแต่ ใน ๖๔ กัปจะไม่ไปอบาย ไม่ไปมหานรก เพราะบุญนี้คุ้มครองเอาไว้ และบุญนี้ยังคุ้มไปถึง โยมพ่อโยมแม่ครึ่งหนึ่ง ๓๒ กัป ไม่ไปอบาย ถ้าหากทำสิ่งใดที่พลาดพลั้งเพราะไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และก็ไปดำเนินชีวิตผิดพลาดซึ่งบาปอกุศลกรรมนั้นจะต้องนำไปสู่มหานรก แต่เพราะบุญที่ลูกบวชนี่จะไปช่วยอุ้มเอาไว้ ไม่ต้องไปอบาย ถึง ๓๒ กัป แต่ถ้าบวช ๒ ชั้นภายในเข้าถึงพระธรรมกายในตัวด้วย ภายนอกได้ครองผ้ากาสาวพัตร์ จะมีอานิสงส์ยิ่งกว่านั้นหลายเท่า
ถ้าบวชทั้งภายนอกและภายใน อย่างนี้จึงจะเป็นพระแท้ แม้ยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคลแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นพระแท้ อยู่ในระดับเข้าถึงไตรสรณคมน์ เป็นการบวชภายในแบบติสรณคมนูปสัมปทา มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
ยังมีเวลาเหลืออีก ๒ วัน ธรรมทายาทที่มาจากแดนไกล จะต้องใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการประพฤติธรรม เมื่อเราตัดห่วงกังวลแล้ว เราจะต้องทำอย่างที่เราได้ตั้งใจมา คือไม่มีห่วงกังวล มีสิ่งที่เราจะต้องสนใจ ที่นอกเหนือจากบทขานนาค หรือพิธีกรรมต่าง ๆ ก็คือการหยุดใจไว้ภายในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของพระรัตนตรัยให้ได้ตลอดเวลาในทุกอริยาบถ ไม่น่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน จะทำกิจกรรมอะไรก็แล้วให้ใจติดไว้ในกลางท้องเหมือนมีกาวชั้นดี ตรึงใจเราให้ติดเอาไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
ทำความเพียรอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ อย่าละความเพียร และปรับให้พอดี ไม่ตึง ไม่หย่อนเกินไป ๒ วันนี้ก็เหลือเฟือในการที่เราจะเข้าถึงพระในตัว การบวชครั้งนี้ก็จะได้มีอานิสงส์มาก จะเป็นประวัติศาสตร์ชีวิต ลาสิกขาบทไปแล้วย้อนกลับมาระลึกนึกถึงวันบวชในคราวนี้เมื่อไรจะปลื้มปีติใจ มีความสุขใจ แม้จะเป็นการบวชช่วงสั้นก็มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล
บวชอย่างนี้จึงจะถูกวัตถุประสงค์ของการบวช คือบวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ส่วนมันจะแจ้งหรือไม่แจ้งนั้น หรือจะหมดกิเลสไหม ก็แล้วแต่บุญบารมีที่เราสั่งสมมา ถ้าหากบุญเราน้อยมันก็ยังไม่แจ้ง แต่ก็จะเป็นการสั่งสมบุญบารมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ
ยังมีสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ แต่ว่ากายมนุษย์มีข้อจำกัด ไปศึกษาความรู้ภายในไม่ได้ กายมนุษย์เป็นทางผ่าน แต่ความรู้ภายในนั้นจะต้องศึกษาด้วยพระธรรมกาย อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระอริยสาวกทั้งหลายท่านศึกษา อย่างน้อยก็มีวิชชา ๓ คือ บุพเพนิวาสานุสติญาณ วิชาเกี่ยวกับเรื่องการระลึกชาติหนหลัง จุตูปปาตญาณ วิชชาเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิดของตัวเราและสรรพสัตว์ทั้งหลายและก็วิชชาที่ ๓ คือการขจัดกิเลส อาสวะ สิ่งที่เป็นมลทินของใจให้หมดสิ้นไป หรือสิ่งที่ตรึงและติดเราเอาไว้ให้อยู่ในโลกนี้ ในภพนี้ ในวัฏฏะนี้ ให้หมดไป ๓ วิชชานี้คือสิ่งที่เราจะต้องศึกษาให้ได้ และเราจะต้องศึกษาด้วยพระธรรมกายในตัวเท่านั้น
เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเหลืออยู่นี้ก็ต้องพยายามทำความเพียรปฏิบัติให้เข้าถึงพระธรรมกาย เพื่อมุ่งไปศึกษาความรู้ภายใน ที่ไม่มีสถาบันใด ๆ จะให้ความรู้ตรงนี้ได้ แล้วก็ไม่มีใครทำแทนกันได้ ธรรมทายาทจากแดนไกลทุก ๆ ท่านที่มากันในคราวนี้ ก็พึงตั้งใจกันให้ดีเราจะเริ่มต้นกันจาก ๕ ชาติ ซึ่งต่อไปจะขยายกันไปยังนานาชาติจนกระทั่งทั่วโลก นี่ก็เป็นรุ่นที่ ๒ ของผู้มีบุญที่มาเพื่อการนี้