ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

หล่อรูปเหมือนทองคำหลวงปู่

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

หล่อรูปเหมือนทองคำ บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญใหญ่ที่กำลังรอคอยพวกเราอยู่ ที่จะหล่อรูปพระเดชพระคุณหลวงปู่ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายด้วยทองคำ ซึ่งเราได้ร่วมหล่อกันมาแล้วหนึ่งองค์ อีก ๓ องค์ที่จะหล่อนี้เราจะอาราธนาท่านไปประดิษฐานในเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ตั้งแต่ที่บังเกิดขึ้นด้วยรูปกายเนื้อของท่านที่วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็ที่โบสถ์ วัดโบสถ์บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่บรรลุธรรมของท่านเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ อีกองค์หนึ่งก็นำไปประดิษฐานที่วัดบางปลา จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ท่านได้เผยแผ่วิชชาธรรมกายเป็นครั้งแรก มีคฤหัสถ์และบรรพชิตบรรลุธรรมตามคำแนะนำสั่งสอนของท่าน รูปหล่อทองคำ ๓ องค์นี้จะเป็นทางมาแห่งบุญของลูกทุก ๆ คน ที่ได้ร่วมสถาปนาหล่อท่านขึ้นมา และสำหรับผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญธรรมจาริกในเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ การที่เราหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่นี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย เพราะท่านเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในโลกและจักรวาล การกล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการยกย่องครูบาอาจารย์ของเราเกินไปเลย ที่จริงการพูดนี้ไม่ถึงกับคุณธรรมและคุณวิเศษที่ท่านมีอยู่ด้วยซ้ำ ที่ทำให้พูดได้ไม่เต็มที่เพราะว่าติดขัดในหลาย ๆ เรื่อง ตั้งแต่ฐานรองรับความรู้คือพวกเรานั้นยังมีไม่มาก ถ้าปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงพระธรรมกาย หรือวิชชาธรรมกาย การที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านก็จะได้กว้างกว่านี้ กับมีอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้เข้าวัด แล้วไม่เข้าใจ เดี๋ยวจะพาลเข้าใจผิดไปว่า หลวงพ่อยกย่องมหาปูชนียาจารย์เหนือกว่าพระพุทธเจ้าขึ้นมา เพราะความที่เขาไม่เข้าใจและก็ไม่ปฏิบัติ แทนที่จะเป็นผลดีก็จะเป็นผลเสีย เสียในที่นี้ไม่ใช่มหาปูชนียาจารย์เสีย เสียสำหรับผู้ที่พูดด้วยความไม่รู้ มันจะเป็นบาปเป็นอกุศล เพราะฉะนั้นก็พูดได้เท่าที่เราจะรับทราบได้ เช่น ท่านเป็นต้นแบบที่ดีของนักบวช บวชใจมาตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี แล้วพออายุได้ ๒๒ ปี ก็บวชครองผ้ากาสาวพัสตร์ที่วัดสองพี่น้อง บวชได้วันหนึ่งรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็ปฏิบัติธรรมไม่เคยขาดเลย ไม่ว่าจะเจ็บป่วย ฝนตก แดดออก ฟ้าร้องหรือมีภารกิจมากมายเพียงไหน ท่านก็ไม่เคยทอดทิ้งการปฏิบัติธรรมจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต แล้วเมื่อครองเพศบรรพชิตแล้วท่านก็เป็นสมณะแท้ เป็นตัวอย่างของสมณะในปัจจุบันหลาย ๆ รูปโดยเฉพาะของวัดพระธรรมกาย ที่ยึดถือท่านเป็นเนติแบบแผน หลวงปู่วัดปากน้ำ แสวงหาหนทางพระนิพพานมาตลอด แม้ยังไม่ถึงหนทางมรรคผลนิพพานแต่ก็ปฏิบัติเพื่อเข้าถึง ตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งโรงครัว ออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ เพราะฉะนั้นในการบิณฑบาตแต่ละครั้งของท่านถือเป็นการโปรดสัตว์ ไม่ใช่เพื่อให้สัตว์โปรด นำบุญไปให้กับทุก ๆ ท่านที่นำอาหารมาใส่บาตรท่าน เรียนหนังสือด้านปริยัติท่านก็เป็นต้นแบบ ไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลีอะไรต่าง ๆ แบกตำรับตำราจนไหล่ลู่ ไปศึกษาตามวัดวาอารามต่าง ๆ ที่มีความเชียวชาญในแต่ละคัมภีร์ที่ไม่เหมือนกัน ด้วยความสุขแล้วก็เบิกบานในการศึกษาพระปริยัติธรรม ท่านแม้เรียนรู้แล้วแต่ก็ไม่ได้สอบเป็นมหาเปรียญ แล้วก็ได้ศึกษาธรรมะในพระไตรปิฎกกระทั่งแตกฉาน แตกฉานแล้วก็ได้ก้าวเข้าสู่การทำกรรมฐาน ในสมัยนั้นใครว่าการเรียนวิชาอะไรเป็นของดีที่ไม่ขัดกับพระธรรมวินัยท่านไปศึกษาเล่าเรียนทั้งนั้น แม้แต่วิทยาศาสตร์ทางใจ ซึ่งพระเถรานุเถระในสมัยนั้นท่านนิยมศึกษาท่านก็เรียนกันไป จนแคล่วคล่องชำนาญ จนกระทั่ง ๑๑ พรรษาผ่านไป ท่านถึงได้มาย้อนนึกถึงความตั้งใจเดิมที่จะบวชเมื่ออายุ ๑๙ เพื่อจะทำพระนิพพานให้แจ้งเรายังไม่ได้บรรลุเลย ไปเรียนที่ไหนในทุกสำนักที่สอนกรรมฐานทั่วประเทศ เดินธุดงค์ผ่านป่าเขาไปแสวงหา ไม่มีใครพูดถึงทางมรรคผลนิพพาน มีแต่พูดเกี่ยวกับเรื่องวิชาที่ไม่ใช่ทางมรรคผลนิพพาน มักจะพูดว่าเราเข้าป่าไปแสวงหาโมกขธรรม แต่ก็ไม่รู้ว่านิพพานอยู่ตรงไหน ไม่รู้แต่ไปหากันก่อน คือ ตั้งเป้าหมายดี แต่วิธีการทำอย่างไรยังไม่รู้ แต่ก็แสวงหากันไปอย่างนั้น หลวงพ่อเคยเจอหลวงปู่บางรูปที่เคยร่วมธุดงค์ไปกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ของเรา ตอนที่ไปเจอท่านอายุเกือบร้อยกันแล้ว ก็ได้ฟังเรื่องราวการเดินธุดงค์ ส่วนมากมักจะเป็นวิทยาศาสตร์ทางใจ คือเรื่องราวเกี่ยวกับอภินิหารต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้มีเกี่ยวกับเรื่องทางมรรคผลนิพพาน ธรรมปฏิบัติที่ไหนก็ไม่มี แล้วก็ไม่มีใครกล่าวถึงเรื่องพระรัตนตรัยในตัวเลย มักจะพูดพระรัตนตรัยนอกตัว เพราะฉะนั้นพระเดชพระคุณหลวงปูท่านก็แสวงหาเรื่อยมา แต่ก็ยังไม่ได้แนวทางที่จะปฏิบัติให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน พอกลางพรรษาที่ ๑๒ ท่านถึงได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า เป็นไงเป็นกันถ้าไม่บรรลุหนทางพระนิพพานแล้วไม่ลุกจากที่ยอมตาย ซึ่งถ้าเราคิดกันให้ดี ถือว่าเป็นการเสียสละชีวิตที่มีเป้าหมายอันสูงมาก ๆ ทีเดียว เป็นการเสี่ยงมากเลย เพราะนั่งตายแล้วไม่รู้จะเจอหรือเปล่า แต่ท่านก็กล้าที่จะสละชีวิต แล้วด้วยอานุภาพบุญญาธิการที่ท่านได้สั่งสมมาก็ได้บรรลุหนทางนั้น จากนั้นคนก็ได้เริ่มรู้จักทางมรรคผลนิพพาน รู้จักพระรัตนตรัยในตัว ทำให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์รุ่น ๆ ต่อมา ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตเดินได้ถูกต้องตรงแนวมรรคผลนิพพาน อย่างน้อยก็ปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์ หรือน้อยไปกว่านั้นก็คือได้พบสุขในปัจจุบัน พบที่พึ่งภายใน เมื่อท่านบรรลุแล้วท่านก็ไม่ได้หวงแหนวิชชา นำไปเผยแผ่ต่อ เริ่มต้นที่วัดบางปลา จังหวัดนครปฐมที่เราจะอัญเชิญรูปหล่อทองคำของท่านไปประดิษฐาน แล้วท่านก็ย้ายมาเป็นสมภาร เป็นเจ้าอาวาสที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เริ่มศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายด้วยตัวเองด้วย เผยแผ่ด้วย ท่านใช้คำว่า ทั้งเรียน ทั้งสอน คือตัวท่านทั้งเรียนไปด้วย แล้วก็สอนไปด้วย เป็นทั้งครู เป็นทั้งนักเรียนไปในตัวเสร็จ จนกระทั่งคำว่า “พระธรรมกาย” ได้ขยายไปในวงกว้าง มีผู้มีบุญทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตมาศึกษาธรรมปฏิบัติได้บรรลุธรรมกายทั้งภายในและต่างประเทศเป็นพยานแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันจำนวนมาก ไม่ใช่จำนวนเรือนหมื่น แต่เป็นเรือนหลาย ๆ แสนอาจจะเป็นล้านด้วยซ้ำไป พระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำ ท่านเกิดมาเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข มาวางเข็มทิศชีวิตให้กับมวลมนุษยชาติให้ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง นี่ถ้าเราไม่ได้พบคำสอนของท่าน ความมั่นใจในทางพระพุทธศาสนาจะลดน้อยถอยลงไปกันเรื่อย ๆ เพราะเราจะไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์มีจริง เรื่องกฎแห่งกรรมมีจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุญที่ทำแล้วมีผลไหม ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นพื้นฐานของสัมมาทิฏฐิ ถ้าไม่มีความเชื่ออย่างนี้ หิริโอตตัปปะมันก็ไม่เกิดขึ้น คนเราลองไม่ละอายต่อบาป และไม่เกรงกลัวต่อบาป ก็สามารถทำบาปได้ทุกข์ชนิด ถ้าทำบาปได้ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นในสังคม แล้วก็จะขยายไปทั่วโลก แต่ว่าเมื่อคนมีหิริโอตตัปปะเพราะว่าเข้าใจแจ่มแจ้งว่า ความเป็นจริงของชีวิตนั้นไม่ใช่เพียงแค่ลูกนัยน์ตาเรามองเห็นเท่านั้น แต่ยังมีชีวิตหลังความตายอีก พิสูจน์ได้แล้วก็มีผู้ไปพิสูจน์ และใคร ๆ ก็พิสูจน์ได้ด้วย ถ้าพร้อมที่จะพิสูจน์ แต่ก็ต้องทำตามหลักวิชชาและต้องมีความเพียร คำพูดที่ท่านยืนยันอย่างนี้ ยิ่งทำให้เราเกิดความมั่นใจที่จะกล้าอุทิศตน อุทิศเวลา ทุ่มเทชีวิตจิตใจและทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะไปศึกษาฝึกฝนเพื่อพิสูจน์ในสิ่งเหล่านี้ และเมื่อเข้าถึงแล้วความสงสัยในระดับต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ หดหายไป คือยังไม่หมดความสงสัยทั้งหมดแต่ความสงสัยในแต่ระดับจะค่อย ๆ หายไป เช่น คนเราหลับตาแล้วไม่มืดมีจริงหรือ บางคนทำได้ แต่เราก็ยังสงสัยว่าเขาได้จริงหรือเปล่า พอเราทำได้เออจริงนะหลับตาแล้วไม่มืด ความสว่างนั้นเรืองรองกว่าแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ แสงดาว หรือแสงที่มนุษย์ประดิษฐ์ ความสงสัยในระดับนี้ก็หายไป หรือพอเราได้ฟังว่า ในกลางท้องมีดวงธรรมใส ๆ กลมเหมือนดวงแก้ว ลอยเด่นอยู่ตรงกลาง ฟังแล้วก็ยังสงสัย เพราะในท้องมีแต่ตับไตไส้พุง ลูกแก้วอะไรจะไปอยู่ตรงนั้น แล้วความสงสัยหมดไปเมื่อเราเข้าถึง มองผ่านแสงสว่างไปก็เข้าถึงดวงธรรม เออมีจริง ๆ ความสงสัยในระดับที่สองก็หมดไป แต่พอมีคนมาพูดว่า ในกลางดวงธรรมมีดวงธรรมถัด ๆ ไปอีกหลายดวง แล้วดวงสุดท้ายจะเชื่อมให้เข้าถึงกายมนุษย์ละเอียดภายใน หน้าตาเหมือนตัวเรา เรายังเข้าไม่ถึงก็สงสัย แต่พอเราเข้าถึง เออมีจริง ๆ นี่แหละความสงสัยก็ค่อย ๆ หดหายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีองค์พระอยู่ในตัวกลางตับไตไส้ พุงได้ไง แล้วยิ่งได้ฟังของใหญ่อยู่ในของเล็ก เออมันจะจริงหรือ ฟุ้งซ่านหรือเปล่า ของใหญ่ในของเล็ก พระองค์โตอยู่ในกลางพระองค์เล็ก ฟังแล้วก็ยังสงสัย แต่พอเข้าถึงเออจริงอยู่ได้เพราะเขาละเอียดกว่า เหมือนภูเขาอยู่ในฟิมล์ถ่ายรูปหรืออยู่ในกระจกนั่นแหละ ภูเขาก็ไม่ได้เล็กลง กระจกก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่มันอยู่ได้ ความสงสัยก็ค่อย ๆ หายสงสัย หรือการเห็นได้ทุกทิศทุกทางรอบตัว ในเวลาเดียวมันมีได้อย่างไร ก็ยังสงสัย แต่พอศึกษาวิชชาธรรมกายมากเข้า ไปถึงจริง ๆ เออไม่ต้องก้ม ไม่ต้องเงย ไม่ต้องเหลียว ไม่ต้องกลับหลังหันอะไร เมื่อเราศึกษาวิชชาธรรมกาย นรกมีจริงไหม สวรรค์มีจริงไหม ก็อยู่ในกำมือ เราอ่านในพระไตรปิฎกว่า มีการระลึกชาติหนหลังได้ อย่าว่าแต่หนหลังเลย เมื่อวานนี้กินก๋วยเตี๋ยวอร่อยยังไงยังลืมเลย นี่ว่าย้อนหลังรีวายเทปชีวิตจะจริงหรือ ไม่ค่อยมั่นใจ อย่าว่าแต่ฆราวาสไม่มั่นใจเลย แม้แต่พระบางรูปก็ยังไม่เชื่อ ถ้าพระไม่เชื่อโยมเชื่อยาก เพราะฉะนั้นพระต้องเชื่อก่อน พระต้องดีก่อน แต่ว่าพอไปถึง ณ จุดตรงนั้นเรื่องยากก็เป็นเรื่องง่าย เรื่องเหลือเชื่อก็ต้องเชื่อเพราะมันเป็นความจริง จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราว รู้เรื่องรู้ราวต่าง ๆ สนุกสนานทีเดียว ก็จะทำให้เราเชื่อมั่นในการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกว่า พระองค์เคยเกิดชาตินั้นเป็นนกบ้าง เคยเกิดเป็นคนชั้นสูง ชั้นกลาง ชั้นต่ำ เป็นตั้งแต่ยาจกถึงพระราชา แม้ตกนรกก็เคยมาแล้ว เราก็เชื่อมั่น ความสงสัยก็ค่อย ๆ หายไป เมื่อความสงสัยหายไป ความสุข ความปีติ ความเบิกบานใจก็เกิดขึ้น การทำความเห็นให้ตรงต่อหนทางพระนิพพานก็เกิดความมั่นใจ การประพฤติตัวของเราก็ดีขึ้น หิริโอตตัปปะเกิดแล้ว ธรรมที่คุ้มครองให้โลกอยู่เย็นเป็นสุขเกิด นี่แหละคือพระคุณส่วนน้อยของพระเดชพระคุณหลวงปู่ที่มีต่อพวกเราและชาวโลก ทำให้เราจำเป็นต้องรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำ เพื่อเป็นทางมาแห่งบุญแก่ตัวเรา และแก่ผู้ที่จะติดตามมาศึกษาพระพุทธศาสนาในภายหลัง ****************************จบ****************************