ทำไมบุญไม่ช่วย
ทำไมบุญไม่ช่วย
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ มาเล่าสู่กันฟัง
วันนี้หลวงพ่อมีเรื่องเล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับพี่น้องวงศ์ธรรมะของเราที่เป็นอดีตผู้นำบุญที่ได้ละโลกไปแล้ว มีข้อคิดสะกิดใจที่ควรยึดเอาเป็นเนติแบบแผนได้เป็นอย่างดี และเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก
ทั้งสองท่านเป็นผู้นำบุญ ที่มีมโนปณิธานในการสร้างบุญเหมือนกัน แต่จริตอัธยาศัยต่างกัน เมื่อละโลกแล้วไปสู่สุคติเดียวกัน แต่ว่าอยู่กันคนละที่ ไม่น่าเชื่อเลยนะ เป็นผู้นำบุญเหมือนกัน มันน่าจะไปอยู่ที่เดียวกันนะ
ผู้นำบุญท่านแรก ท่านนี้น่าชื่นชมอนุโมทนา เข้าวัดมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา สร้างบุญบารมีเรื่อยมา คือ มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัด และรักในการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาตามกำลังที่ตัวจะทำได้ เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ไปทำงาน แต่ไม่ได้ทิ้งหน้าที่ของผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรเลย ทำตลอดเรื่อยมา ๑๐ กว่าปี และทำอย่างทุ่มเทกำลังความรู้ความสามารถเท่าที่ตัวจะมีเรี่ยวแรงกำลัง
เขาส่งภาพถ่ายมาให้หลวงพ่อดู ก็คุ้นหน้า เห็นกันมาตั้งนานแล้ว สาเหตุที่เขาส่งภาพถ่ายมาให้ดูมันมีเหตุ คือ ผู้นำบุญท่านนี้ไปทำหน้าที่ผู้นำบุญ ไปชักชวนผู้มีบุญท่านหนึ่งให้มาสร้างบุญ ส่วนตัวเองก็ทำมาทุกบุญ ไม่เคยขาดเลย ทั้งบุญสร้างองค์พระ สร้างมหาวิหาร สภาธรรมกายสากล ทำทุกบุญทั้งทำด้วยตัวเองด้วยชวนคนอื่นด้วย แต่บุญใหญ่ ๆ ที่ทำ คือ ทอดกฐินสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี
ทีนี้วันนั้น เขาไปชวนผู้มีบุญท่านหนึ่งให้มาร่วมบุญ ผู้มีบุญท่านนั้นบอกว่า ได้ แต่ชวนให้ไปทัศนศึกษาด้วยกันก่อน ก็ตามใจทั้ง ๆ ที่ตัวก็อยากจะมาวัด แต่ว่าเพื่อให้ผู้มีบุญท่านนั้นเขาสบายใจ ก็ไปกับเขา แล้วก็ชวนคุยเรื่องบุญเรื่องธรรมะไปด้วย จนกระทั่งไปเที่ยวที่น้ำตก ลูกของผู้มีบุญท่านนั้นประสบอุบัติเหตุตกน้ำ ตัวเองก็กระโดดลงไปช่วย ปรากฏว่าวิบากกรรมในอดีตตามมาทัน ทำให้จมน้ำตายด้วยกันทั้งคู่ นั่นแหละ เขาก็เลยเอาภาพถ่ายมาให้หลวงพ่อดูว่า เห็นก็จำได้ คนนี้ใจบุญ ทุ่มเทกำลังในการสร้างบารมีอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็ตายเพราะวิบากกรรมเก่า
ถ้าหากเป็นบางคนอาจจะคิดว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ก็ตลอดชีวิตสร้างบุญมาตลอด แล้วทำไมตกน้ำตาย ทำไมบุญไม่ช่วย มันก็น่าคิดเหมือนกันนะ ทำดีแต่ทำไมถึงเป็นอย่างนี้
เราได้ศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรมแล้วว่า มันคนละงบกัน ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลาย ๆ พระองค์ มีผู้มีบุญมาทำบุญกับพระองค์ พอคล้อยหลังไป บางคนถูกวัวขวิดตายบ้าง ถูกงูเห่ากัดตายบ้าง ถูกฟ้าผ่าตายบ้าง อย่างนี้ก็มี เพราะฉะนั้น นี่ก็เป็นเรื่องของวิบากกรรมที่ติดตามมา แต่ว่าผู้นำบุญท่านนี้ใจอยู่ในบุญตลอด ได้ยินได้ฟังเรื่องธรรมะแล้วก็ฝึกฝนตนเองเรื่อยมา ตั้งแต่เป็นนักศึกษา ไม่ว่าหลวงพ่อแนะนำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง เตรียมตัวพร้อมมานาน แล้วก็จำได้ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมให้มาที่วัด มาไหว้พระเจดีย์ มาตรึกระลึกนึกถึงบุญ ถ้ามาตรงนี้แล้วเดี๋ยวทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดี
พอเขาละโลกไปแล้ว กายก็ถอดออก พอกายถอดออกก็ไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว นี่เป็นปกติทุกคนเลยนะ พอไปถึงตรงนี้แม้จะเตรียมตัวอย่างไรก็แล้วแต่ พอถึงตรงนี้มันลืมทุกที เพราะมันแวบไป เหมือนตื่นขึ้นมาเป็นปกติ นึกถึงบ้านก็ไปบ้าน ไปหาหมู่ญาติ มารู้ตัวตอนที่คุยกับเขา แล้วเขาไม่คุยด้วย เห็นเขาแล้วเขาไม่เห็นด้วย สื่อสารอะไรเขาก็ไม่รับรู้รับทราบด้วย เอ๊ะ นี่เราตายแล้วนี่ เท่านั้นละ เธอก็มาวัดเลย มาที่มหาธรรมกายเจดีย์ ไหว้พระเจดีย์ นึกถึงบุญทุก ๆ บุญ ที่ตัวเคยทำเอาไว้ด้วยความปลื้มปีติยินดี กายก็ใสขึ้น สว่างขึ้น กายก็เป็นทิพย์ ราชรถก็มารอรับที่มหาธรรมกายเจดีย์ แล้วก็วื้ดขึ้นไปเลย เวียนประทักษิณ ๓ รอบ
ยิ่งระลึกนึกถึงบุญก็ยิ่งปลื้ม ยิ่งสดชื่น รัศมียิ่งสว่างไสว ภุมเทวา รุกขเทวา อากาสเทวาแถว ๆ นี้ก็ชื่นชมอนุโมทนาสาธุการ แล้วก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ภพที่ตนได้ตั้งปณิธานเอาไว้เมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ ทำบุญอะไรก็อธิษฐานขอไปสวรรค์ชั้นดุสิตก็สมปรารถนา
นี่คือ ผู้นำบุญซึ่งได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้พร้อม แม้วิบากกรรมจะตามมาทันก็ไม่เศร้าหมอง ยังได้สติมาที่มหาธรรมกายเจดีย์อย่างที่ได้ศึกษาเอาไว้ และ ณ มหาธรรมกายเจดีย์ทำให้ระลึกนึกถึงบุญที่ตัวได้กระทำเอาไว้ กุศลวิบากก็บังเกิดขึ้น ราชรถก็มารับเอาไปสู่ภพที่ตนเองปรารถนา นี่ผู้นำบุญรายแรก
แต่รายที่ ๒ ท่านเพิ่งมาเป็นผู้นำบุญได้ไม่กี่ปี แต่ก็ไม่ทิ้งอัธยาศัยเดิม คือ ฟึดฟัด ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ ประเภทปากร้ายใจดี แล้วก็ชอบฟึดฟัด พูดกระทบกระเทียบอะไรต่าง ๆ แต่ก็ทำหน้าที่ผู้นำบุญ ชอบไปชวนคนทำบุญ รูปร่างท่านจะท้วม ๆ หน่อย คือ พอร่างกายท้วม ๆ อ้วน ๆ มันก็อึดอัด เวลาจะพูดอะไร บางทีมันอึดอัดเหมือนกัน มันเหนื่อยนี่ เดินไปมันก็เหนื่อย พอไปชวนใครทำบุญแล้วเขาพูดผิดหูหน่อยก็ลุยกันเลย แหมชวนให้ทำดี ไม่ทำ ยังพูดอย่างนั้นอย่างนี้อีก เพราะฉะนั้น ๑ ก้อนอิฐมา ๒ ก้อนหินไป แต่ก็ทำบุญไม่เคยขาด และไม่น่าเชื่อ นิสัยนี้ติดไปตอนเป็นกายละเอียด ตรงนี้สิสำคัญ
ทีนี้ท่านก็ขึ้นรถไฟ แล้วประสบอุบัติเหตุ ตกรถไฟตาย เพราะวิบากกรรมเก่าตามมาทัน ตายแล้วก็กลับไปบ้าน ไปพูดคุยกับใครเขาก็ไม่รู้เรื่อง พอไม่รู้เรื่องก็ เอ๊ะ เราตายแล้วนี่ ทำไมเราต้องตาย ก็ในเมื่อเราทำบุญมาตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องตาย เขารำพึงอย่างนี้ ทำไมบุญไม่เห็นช่วยเลย ทำไมฉันต้องตกรถไฟตาย ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมอีนั่นไม่ตาย อีนี่ตายได้ ฟึดฟัด ๆ เดินฟึดฟัดทั่วบ้านเลย
เข้าไปในห้องที่ตัวเคยอยู่ ซึ่งตอนนี้เขาล็อคกุญแจไว้แล้ว ในห้องก็เก็บของขวัญที่ระลึกที่ตนเคยทำบุญไว้ มีพระของขวัญ มีธง ชิตํ เม ธงอะไรเก็บไว้หมด ไปกวาดซะเรียบเลย เอาซะร่วงหมดเลย หงุดหงิด ไม่ช่วยอะไรเลย กวาดมันซะ ให้ตกรถไฟได้ เอ้า ธง ชิตํ เม กวาดซะ ชิตํ เม โป้งรวยรึ กวาดซะ เอาลงหมดเลย ข้างนอกเขาก็ได้ยินสิ เอ๊ะ เสียงอะไร ทำไมเป็นอย่างนี้ ไขกุญแจเข้าไปดู โอ ตายแล้ว ของขวัญที่วางไว้บนโต๊ะกองล้มระเนระนาดหมดเลย เออ มันก็น่าทึ่งนะ ปิดประตูหน้าต่าง ล็อคกุญแจหมด แต่ว่าของที่ระลึกพวกนี้เรียบเลย กวาดซะเรียบ
ญาติ ๆ เขาก็เลยเอารูปถ่ายมาให้ดูว่า ทำไมเป็นอย่างนี้ อ้ะ อย่างนี้ต้องให้มาสงบสติอารมณ์ที่บ้านคุณยายซะหน่อย มานั่งธรรมะให้หายหงุดหงิดที่บ้านแก้วเรือนทองของคุณยาย ก็มานั่งปน ๆ กับพวกเรานักเรียนอนุบาลฝันในฝันนั่นแหละ ฟังทุกวัน ๆ กลางวันก็มานั่งสงบจิตสงบใจ ไม่อย่างนั้นยุ่งเลยนะตอนนั้น ก็เล่นกวาดซะหมดโต๊ะเลย อย่าไปกวาดนะของสำคัญนะ ถึงจะหงุดหงิดอย่างไร ก็ต้องสงบจิตสงบใจเอาไว้ให้ดี ๆ ถ้าอึดอัดเราก็ต้องเอาอึดออกให้ได้
ก็มานั่งสมาธิที่บ้านแก้วเรือนทองของคุณยายฯ พอสงบใจได้ ก็นึกถึงบุญ แต่มันมีกรรมตรงฮึดฮัด หงุดหงิด ฉุนเฉียวด้วยอารมณ์โมโห ดีนะว่า ตอนหลังมาสงบใจ บุญก็เลยส่งไปได้แค่ชั้นจาตุมหาราชิกา ไปเกิดเป็นลูกยักษ์ เป็นยักษ์ผู้หญิงแต่สวยนะ สวยแบบยักษ์ เพราะความหงุดหงิด แต่ว่าจิตช่วงสุดท้ายได้มานั่งหลับตา เลยไปอยู่ตรงนั้นก่อน ก็ควรจะไปอยู่ตรงนั้นสักพักหนึ่งให้หายหงุดหงิดก่อน
เพราะฉะนั้นนี่สำคัญ อย่าให้มันติดกายละเอียดไปนะ ถ้าหากว่า ไม่มานั่งหลับตา จิตตรงนั้นเศร้าหมอง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามาทันทีนี่จะบอกให้ นี่ดีว่าก่อนเจ้าหน้าที่เขาจะมา ก็มานั่งหลับตาทำใจให้มันสงบนิ่ง ๆ นึกถึงบุญ ถึงเวลามันก็วูบไปเกิดเป็นยักษ์ผู้หญิง แต่ว่าหุ่นดีขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญ
กฎแห่งการกระทำไม่เว้นใครเลย แม้แต่ผู้นำบุญ เพราะฉะนั้นตอนช่วงนั้น ถ้าไม่ไปปัดไปกวาดอะไรด้วยจิตที่มีโทสจริต และนึกว่านี่เป็นวิบากกรรมของเรา แล้วตามระลึกนึกถึงบุญที่เราเคยทำผ่านมา หรือถ้านึกอะไรไม่ออกก็มาที่มหาธรรมกายเจดีย์ก่อนเลยเหมือนผู้นำบุญคนแรก แล้วบุญนี่แหละจะได้นำส่งเราไปสู่ภพที่เราปรารถนา นี่คือ สิ่งที่ลูกทุกคนต้องศึกษาเอาไว้
อย่าให้เสียชื่อผู้นำบุญพลัดไปเกิดเป็นลูกยักษ์ ลูกครุฑ ปากเป็นครุฑ หรือเกิดเป็นนาคอย่างนี้ ไม่เอา ผู้นำบุญต้องดุสิตบุรี เรามีที่อยู่ของเราตรงนั้น อย่าไปพักกลางทางเป็นยักษ์ไม่เอานะ ไปโน่นถึงที่หมายเลย
เพราะฉะนั้น รักษาใจให้ใส ๆ สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ เวลาเราเหลืออยู่อีกไม่มากในบั้นปลายนี้ อย่าให้มีสิ่งอื่นที่จะตัดรอนเรา เอาบุญล้วน ๆ เพราะเรามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ที่จะขยายวิชชาไปยังชาวโลกทั้งหลาย อย่าให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาฉุดมาหน่วงเวลาของชีวิตเราให้ตกต่ำ ให้ถอยหลัง เพราะฉะนั้นให้ลูกทุกคนทำความเข้าใจตรงนี้ให้ดี