ดวงปฐมมรรค
วิสุทธิ์วิมุตติมรรค
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
ดวงปฐมมรรค หรือ ดวงธรรมเบื้องต้น
คือ จุดเริ่มต้นที่จะเดินทางไปสู่อายตนนิพพานของพระอริยเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย
ถ้าหากว่า ยังหาดวงธรรมเบื้องต้นไม่พบ ไปพระนิพพานไม่ถูก
เราจะเห็นหนทางเบื้องต้นต่อเมื่อใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ และใจจะหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ได้ก็ด้วยการปฏิบัติธรรม นำใจที่แวบไป แวบมา คิดไปในเรื่องราวต่าง ๆ มาหยุดนิ่งตรงกลางกายฐานที่ ๗ พอหยุดนิ่งถูกส่วนแล้วจะเห็นแผนผังของชีวิต คือ เห็นดวงธรรมเบื้องต้น ความบริสุทธิ์เบื้องต้น เป็นดวงใส ๆ เกินความใสใด ๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความใสเหมือนกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า เป็นเพชรใส ๆ น้ำแข็งใส ๆ หรือหยดน้ำค้างที่ปลายยอดหญ้า เทียบความใสของดวงธรรมนี้ไม่ได้เลย เป็นใสที่เกินความใส เรียกว่า ใสในใส ใสเกินใส
เป็นดวงสว่างที่มาพร้อมกับความสุข ความเบิกบาน ความตื่นตัวภายใน ความรู้สึกอึดอัด คับแคบ หงุดหงิด ซึม เศร้า เซ็ง ในชีวิตหมดไปเลย จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ความมีชีวิตชีวาขยายไปสู่ระบบประสาท และกล้ามเนื้อทุกส่วนทั้งเนื้อทั้งตัวทีเดียว รู้สึกสดชื่น สดชื่นมาก ๆ ที่ได้เข้าถึงดวงธรรมเบื้องต้นนี้
ดวงธรรมเบื้องต้นนี้เอง ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านเรียกว่า ปฐมมรรค คือ หนทางเบื้องต้นที่จะเดินทางไปสู่อายตนนิพพานของพระอริยเจ้า ของพระอรหันต์ทั้งหลาย บางท่านก็เรียกว่า วิสุทธิมรรค คือ ทางแห่งความบริสุทธิ์ บางท่านก็เรียกว่า วิมุตติมรรค คือ ทางแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะที่บังคับบัญชาเรา
เมื่อใจเราหยุดนิ่งต่อไป กลางดวงธรรมดวงนี้ ถูกส่วนเข้า ดวงธรรมก็ขยายกว้างออกไปเอง เราจะเห็นดวงธรรมเป็นชุด ๆ ผุดขึ้นมาในกลาง เป็นดวงที่โตใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ใสสว่างยิ่งขึ้น มีความสุขมากขึ้น เราจะเริ่มเข้าใจคำว่า หลุดพ้น คือ หลุดจากดวงธรรมดวงแรก ก็จะเข้าถึงดวงธรรมดวงที่ ๒ เหมือนถูกดึงดูดเข้าไป ดวงธรรมดวงที่ ๒ เรียกว่า ดวงศีล
พอหยุดนิ่งเข้าไปในกลางดวงศีล ถูกส่วนเข้า ก็ขยายเข้าถึงอีกดวงหนึ่ง เรียกว่า ดวงสมาธิ พอนิ่งต่อไปอีกก็จะเข้าถึง ดวงปัญญา พอถูกส่วนต่อไปอีกก็จะหลุดจากดวงปัญญาเข้าถึง ดวงวิมุตติ ดวงกลมโตหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ คำว่า หนัก ไม่ใช่มีน้ำหนักมากนะ แต่หมายความว่า สุกสว่างมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ใสขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จะไปหาคำอะไรมาเปรียบเทียบ พอถูกส่วนก็หลุดไปอีก
หลุดพ้นจากดวงวิมุตติ เข้าถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะใสสว่างหนักยิ่งขึ้น ใจยิ่งเบิกบาน ยิ่งแช่มชื่น ก็จะเข้าถึงกาย ๆ หนึ่ง เรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด หน้าตาเหมือนตัวของเรา ท่านหญิงก็เหมือนกับท่านหญิง ท่านชายก็เหมือนกับท่านชาย สวยงามประณีตกว่ากายหยาบ ผิวพรรณวรรณะเกลี้ยงเกลากว่า อยู่ในวัยเจริญ นั่งขัดสมาธิใจนิ่งอยู่ภายใน พอถูกส่วนก็เป็นอันเดียวกันเลย คือ เราจะมีความรู้สึกนึกคิดว่า เราเป็นกายมนุษย์ละเอียด มีความคิดแตกต่างจากกายมนุษย์หยาบ รู้สึกว่ากายมนุษย์หยาบเหมือนเป็นเปลือกเป็นเสื้อที่เราสวมใส่อยู่ จะเข้าใจอย่างนั้นทันที แล้วใจก็อยากจะหยุดนิ่งอยู่ในกลางกายฐานที่ ๗ ของกายมนุษย์ละเอียดต่อไป หยุดเข้าไปในทำนองอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็จะเห็นดวงธรรมทีละชุด ๆ แล้วก็จะเข้าถึงกายถัดไป คือ กายทิพย์
กายทิพย์ เหมือนกายของชาวสวรรค์ สวยงามมาก ท่านหญิงก็เหมือนท่านหญิง ท่านชายก็เหมือนท่านชาย เครื่องประดับติดตัวสวยงามทีเดียว เนื้อตัวเกลี้ยงเกลา มองไม่เห็น ปุ่ม ปม กระดูก กลมกลึงกลมกลืนกันไปหมด เวลาเราจะไปเกิดเป็นชาวสวรรค์ ไปอยู่ร่วมเข้าเป็นสหายแห่งเทวดาต้องใช้กายนี้ พอกายมนุษย์หยาบ กายมนุษย์ละเอียดดับวูบก็เข้าถึงกายทิพย์ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับเขา มีรัศมีสว่าง เขาถึงจะยอมรับเอาเข้าไปเป็นสหายเป็นหมู่เป็นพวก เพราะฉะนั้น กายทิพย์นี้แหละ คือ กายที่เราจะไปอยู่บนสวรรค์
หยุดต่อไปกลางกายทิพย์ ก็จะเข้าถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง ๖ ดวงโตใหญ่หนักยิ่งขึ้น ใสบริสุทธิ์และสว่างมากกว่าเดิม สุดดวงสุดท้าย คือ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ก็จะเข้าถึงกายรูปพรหม โตใหญ่กว่ากายทิพย์ สวยงามกว่า คือ สง่ากว่า เครื่องประดับละเอียดประณีตเพิ่มขึ้น ใจกายรูปพรหมจะนิ่งอยู่ตรงกลางตลอด สุกสว่างมาก สว่างเหนือกว่ากายทิพย์ ครอบคลุมกายทิพย์ ถ้าพรหมลงมาบนสวรรค์ รัศมีเขาจะคลุมเทวดาหมดเลย เพราะกายพรหมนี้สว่างบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น
เมื่อใจหยุดนิ่งต่อไปก็จะเข้าถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง ๖ ดวงเหมือนกัน ในกลางดวงสุดท้าย คือ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ก็จะเข้าถึงกายอรูปพรหม เป็นกายที่ใกล้เคียงลักษณะมหาบุรุษมากที่สุด กายสวยงามมีเครื่องประดับที่ประณีต มีรายละเอียดซับซ้อนเข้าไปอีก เครื่องประดับทั้งเนื้อทั้งตัวสวยงามจริง ๆ ใจของท่านนิ่งอยู่ที่เดิม
หยุดไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ในที่สุดก็เข้าถึงกายธรรมโคตรภู หน้าตักหย่อนกว่า ๕ วา นิดหน่อยกายนี้แหละที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ เป็นกายองค์พระมีเกตุดอกบัวตูมเล็ก ๆ ใสบริสุทธิ์สว่างมาก สว่างครอบคลุมอรูปพรหม ถ้าท่านเสด็จลงมาในอรูปภพรัศมีท่านคลุมหมดเลย อรูปพรหมเทียบไม่ได้ เห็นแล้วต้องกราบ ต้องไหว้ ต้องบูชา นี่แหละกายของพระรัตนตรัย เรียกว่า พุทธรัตนะ
เข้ากลางกายธรรมโคตรภู ก็จะเข้าถึงดวงธรรมอีก ๖ ดวงในทำนองเดียวกัน ก็จะเข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน หน้าตัก ๕ วา สูง ๕ วา ใส สว่างยิ่งกว่า แต่พิมพ์เดียวกันอย่างนี้เรื่อยไป ก็เข้าถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง กลางดวงสุดท้ายก็เข้าถึงกายธรรมพระสกิทาคามี กายโตใหญ่หนักยิ่งขึ้น หน้าตัก ๑๐ วา สูง ๑๐ วา ใสสว่างบริสุทธิ์มาก ความรู้ท่านก็กว้างขวางใหญ่โตการหลุดพ้นก็หลุดได้มากเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ
หยุดต่อไปก็เข้าถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง กลางดวงสุดท้ายดวงที่ ๖ ก็เข้าถึงกายธรรมพระอนาคามี หน้าตัก ๑๕ วา สูง ๑๕ วา ใสสวยงามมาก กายนี้เกือบเป็นกายสุดท้ายแล้ว กิเลสบางเบาเหลือเกิน บางมาก ๆ พอหลุดจากกายนี้ไปก็เข้าถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง ๖ ดวง กลางดวงธรรมดวงที่ ๖ เข้าถึงกายธรรมอรหัต กายนี้แหละเป็นกายที่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายโดยสิ้นเชิง
กายเป้าหมายของเราก็คือ กายธรรมอรหัต เป็นกายผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้วอย่างสมบูรณ์ จะมีปัญญาบริสุทธิ์ ความรู้ที่สมบูรณ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ พญามารครอบงำไม่ได้ จะเอาสังโยชน์เบื้องต่ำเบื้องสูงมาครอบงำ มาบังคับให้อยู่ในภพสามไม่ได้แล้ว หลุดเลย พอหลุดแล้วก็มีอายตนนิพพานเป็นที่อยู่ มีภพเป็นที่อยู่ เป็นภพของกายธรรมอรหัตหน้าตาเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียวกันเลย
เพราะฉะนั้นเป้าหมายของการเกิดเป็นมนุษย์ก็เพื่อปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงกายธรรมอรหัต และจะเข้าถึงกายธรรมอรหัตได้นั้น ต้องเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ต้องเข้าถึงดวงปฐมมรรคก่อนจึงจะไปพระนิพพานได้ ให้ลูกทุก ๆ คนตั้งใจปฏิบัติให้เข้าถึงกันนะ