ผู้ทรงธรรม
อุบาสก – อุบาสิกาแก้ว
(เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๒)
อุบาสกแก้ว อุบาสิกาแก้ว คือ ผู้ที่เข้าไปนั่งใกล้ชิดพระรัตนตรัย ได้ประพฤติปฏิบัติตามพุทธโอวาท เป็นผู้มีศรัทธา มีศีล ไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา ได้บำเพ็ญบุญในพระพุทธศาสนา
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และมหาอุบาสิกาวิสาขา ได้ชื่อว่าเป็นยอดอุบาสกแก้ว อุบาสิกาแก้วในสมัยพุทธกาล ท่านมีปฏิปทาที่น่าเลื่อมใส เป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เราต้องศึกษาปฏิปทาของท่าน และนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของเรา เพื่อให้พบกับความสุขที่แท้จริงตามท่าน
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้บริจาคทรัพย์ ๕๔ โกฏิ สร้างวัดพระเชตวันมหาวิหาร ส่วนมหาอุบาสิกาวิสาขาได้บริจาคทรัพย์ ๒๗ โกฏิ เพื่อสร้างวัดบุพพารามขึ้นมา ถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ เอาไว้ให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ชีวิตของท่านได้สละแล้วแก่พระพุทธศาสนา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติสุขอันไพบูลย์ให้บังเกิดขึ้นแก่โลก
ในแต่ละวัน ท่านทั้งสองได้ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสองพันรูป เมื่อว่างเว้นจากการทำธุรกิจการงาน ก็ยังหมั่นไปฟังธรรมวันละสองครั้งเป็นประจำ และไม่เคยไปมือเปล่าเลย ไม่ว่าพระภิกษุสงฆ์ผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะขาดแคลนปัจจัยสี่อย่างไร ท่านทั้งสองก็ยินดีจะเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง เพื่อให้งานพระพุทธศาสนาดำเนินไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ความเสียสละทุ่มเทให้แก่พระพุทธศาสนานั้น ยากที่จะหาบุคคลใดในโลกมาเทียบได้ ไม่มีชายใดและหญิงใดที่จะบริจาคทรัพย์บำรุงพระพุทธศาสนามากเท่ากับท่านทั้งสอง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ทรงยกย่องท่านทั้งสอง ว่าเป็นยอดอุบาสก และมหาอุบาสิกา ผู้เลิศในด้านการถวายทาน และขวนขวายในการช่วยงานพระพุทธศาสนา ท่านทั้งสองสามารถปฏิบัติธรรมจนได้เข้าถึงพระธรรมกายโสดาบัน เป็นพระโสดาบันบุคคล ผู้ยึดมั่นในพระรัตนตรัย ไม่คลอนแคลน เพราะได้เข้าถึงสรณะอันแท้จริงที่มีอยู่ภายในตัว จึงเป็นผู้ที่มีศีลบริสุทธิ์ ไม่ละเมิดในศีล เป็นผู้มีธรรมอันงามวันเวลาที่ผ่านไป จึงเป็นไปเพื่อเพิ่มพูนบุญญาบารมี สั่งสมความดี ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติจนตลอดชีวิต
แม้ในบางช่วงของชีวิตเศรษฐกิจจะตกต่ำ แต่ใจของท่านกลับสูงส่ง มั่นคง ไม่หวั่นไหวในการสร้างบารมี บางช่วงที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐียากจนลง ขนาดต้องถวายข้าวปลายเกรียนและน้ำผักกาดดองแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ แต่ท่านก็ยังคงสร้างบุญสั่งสมบารมีอย่างต่อเนื่องมิได้ขาด แม้จะถูกคัดค้าน ทักท้วง ห้ามปราม จากผู้ที่ไม่เข้าใจ ก็ไม่อาจทำให้ท่านเลิกล้มการทำความดีได้ และในที่สุดท่านก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นมาได้
แม้มหาอุบาสิกาวิสาขา เมื่อแต่งงานแล้วต้องไปอยู่กับครอบครัวของสามี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่นางก็สามารถพลิกใจพ่อของสามี และทุกคนในครอบครัวให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ได้ชักชวนทุกคนให้บำเพ็ญทาน ทำบุญให้ถูกเนื้อนาบุญ ชวนรักษาศีล และเจริญภาวนา จนทุกคนได้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด แล้วก็ยังสามารถชักชวนมหาชนให้มาเป็นพุทธมามกะ เป็นอุบาสก อุบาสิกาแก้ว ผู้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเป็นจำนวนมาก ท่านทั้งสองมีเกียรติประวัติชีวิตอันงดงาม จะเดินทางไปไหนก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เป็นบุคคลที่นำมาซึ่งสิริมงคล ต่อสถานที่นั้นๆ เป็นที่รักของมหาชนทั้งหลาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า บุคคลผู้ยึดเอาพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็นอุบาสก อุบาสิกา การที่จะเป็นอุบาสกอุบาสิกาที่สมบูรณ์ตามพุทธประสงค์นั้น จะต้องเป็นผู้ประกอบไปด้วยศรัทธา มีความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย เชื่อในตถาคตโพธิสัทธา คือเชื่อในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นธรรมกายชัดใสแจ่มอยู่ภายใน มีศรัทธามั่นคง ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน ไม่หวั่นไหว แม้มีใครมาบอกให้เลิกนับถือพระรัตนตรัยก็ตาม และต้องเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ อย่างน้อยก็ต้องรักษาศีล ๕ เป็นปกติ
ประการต่อไปคือต้องไม่ถือมงคลตื่นข่าว แต่เชื่อมั่นในกุศลความดีที่เราทำ ใครจะมาชวนให้ใจเราเขว ให้เลิกทำความดี มาบอกว่าอย่าทำบุญเลย ชาตินี้ชาติหน้าไม่มีจริง ควรเอาเวลาไปเที่ยวสนุกสนานให้เพลิดเพลินไปวันๆ จะดีกว่า ก็จะไม่เชื่อเขา แม้กระแสสังคมโลกจะเป็นอย่างไร แต่ดวงใจก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะสั่งสมความดี ไม่เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นสาระ มุ่งมั่นสร้างบารมีเรื่อยไป
นอกจากนี้ ต้องไม่แสวงบุญเขตนอกพระพุทธศาสนา แต่ให้บำเพ็ญบุญในเขตพระพุทธศาสนา เพราะพระองค์ตรัสว่า เนื้อนาบุญอื่นนอกพระพุทธศาสนาไม่มี พระสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นทักขิไณยบุคคล เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ถ้ามัวแสวงหาบุญเขตที่อื่นนอกจากนี้ ก็จะไม่มีวันเจอ บุญที่ทำไปก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนอินทกเทพบุตร ได้ทำบุญตักบาตร เพียงทัพพีเดียวกับพระอนุรุทธะ เมื่อละจากโลกได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ มีวิมานสว่างไสวกว่าอังกุรเทพบุตรมากมายนัก แม้ว่าอังกุระเทพบุตรจะเคยทำทานกับมหาชนทั่วไป ให้ทานอยู่นานถึงหมื่นปี แต่เพราะไม่มีเนื้อนาบุญอันเลิศ ทำให้ได้บุญน้อยกว่า อินทกเทพบุตร
นี่แหละคือปฏิปทาของอุบาสก อุบาสิกาในพระพุทธศาสนา ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง
เพราะฉะนั้นนับว่าอุบาสกแก้ว อุบาสิกาแก้วทุกคน เป็นผู้ที่มีบุญลาภอันประเสริฐ ที่ได้มาถึงจุดแห่งความสว่างของชีวิตแล้ว เราจะต้องนำแสงสว่างไปให้แก่เพื่อนมนุษย์อันเป็นที่รักของเรา ให้ทุกคนเป็นประดุจดวงตะวัน ที่ไม่เหนื่อยหน่ายต่อการส่องแสง ถ้าทุกคนหนักแน่น เข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคทั้งปวงที่เกิดขึ้น นั่นคือสัญลักษณ์แห่งสันติสุขและสันติภาพที่แท้จริงของโลก ที่จะต้องบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน