โอวาทบุคคลากรใหม่รุ่น13
สร้างบารมีต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ (๑๙.๓๐ น.)
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ผู้ฟัง : บุคลากรใหม่ รุ่นที่ ๑๓ ณ : หมู่บ้านปฏิบัติธรรม
ในโอกาส : เข้าบรรจุลงหน่วยงาน
๑๘ เดือนนี้ เป็นช่วงที่สำคัญ ที่เราจะสร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็น ๑๘ เดือน ที่หนักมากตั้งแต่สร้างวัดมา เพราะเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ มีผลกระทบต่อกลุ่มพลังของพวกเรา ต่อสาธุชนทั้งหลาย และมีผลสะท้อนมาถึงวัดของเราซึ่งกำลังเร่งสร้างสามสิ่งให้สำเร็จให้ทันคุณยายท่านได้เห็นในช่วงที่สังขารของท่านยังสดชื่นอยู่
• ฝึกฝนให้ชำนาญยิ่งกว่ามืออาชีพ
ลูกได้รับมอบหมายให้ลงหน่วยงาน ผู้ที่อยู่ฝ่ายรุกก็ไม่ใช่รุกอย่างเดียว ต้องรับด้วย และผู้ที่อยู่ฝ่ายรับก็ต้องรุกด้วย ทั้งรุกและทั้งรับไปพร้อมกัน
เมื่อเข้าหน่วยงานแล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงจุดไหนก็ตามให้ทำให้ดีที่สุด ให้ตั้งใจว่าเราจะทำหน่วยงานของเราให้เป็นหน่วยงานที่ดีที่สุดในโลก เพราะหากเราไม่ตั้งใจอย่างนี้ การเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ที่เราตั้งเป้าหมายนั้นจะเป็นไปได้ยากมาก
ลำพังความรู้ระดับปริญญาตรีนั้นทำอะไรได้ไม่เท่าไร ศึกษางานให้ตลอดสาย ให้รู้ทั้งระบบ โดยศึกษาได้จากตำรับตำรา จากผู้รู้ภายนอก จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยทำมาก่อน และจากรุ่นพี่ ศึกษาให้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วฝึกฝนให้เกิดความชำนาญยิ่งกว่ามืออาชีพ
ในการทำงาน จงฝึกฝนให้ชำนาญ ให้ดีที่สุดในโลก ให้เป็นยิ่งกว่ามืออาชีพ ถ้าคิดให้ดี ความรู้เพียงแค่มืออาชีพมันไม่พอ ดูเถอะมืออาชีพทั่วโลกทุกสาขาอาชีพ สร้างงานขึ้นมาก็ไม่ช่วยให้เกิดสันติสุขแก่โลกได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นให้ยิ่งกว่ามืออาชีพ จึงจะสามารถสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่โลก จึงจะสามารถเผยแผ่วิชชาธรรมกายออกไปทั่วโลกได้
• ดูภาพรวมองค์กร
ให้คิดเสมอว่า ทุก ๆ หน่วยงานมีความสำคัญทั้งนั้น นอกจากเราจะรับผิดชอบงานของเราให้ดีที่สุดแล้ว ยังต้องดูภาพรวมขององค์กรด้วย อย่าให้งานของเราไปกระทบภาพรวมขององค์กร ให้ปรับเพื่อให้ภาพรวมขององค์กรราบรื่น เพราะว่าเราต้องทำงานไปเป็นทีม
• รักษาใจให้สดชื่นในทุกสถานการณ์
รักษาใจให้สดชื่นเสมอในทุกสถานการณ์ ให้เราอยู่ในทุกหน่วยงานอย่างมีความสุข อย่าไปเสียเวลาอึดอัด หรือหมดกำลังใจ แม้บางครั้งจะได้รับคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่คนเรายังไม่หมดกิเลส จากระดับภูมิปัญญาที่ไม่เท่ากัน หรือจากความรู้ไม่รอบของผู้ร่วมงาน
อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในสิ่งที่เราไม่ได้ดังใจ นี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องฝึกฝนตัวของเราให้ดียิ่งขึ้น ระวังรักษาใจอย่าให้ใจชอกช้ำ
ช่วง ๑๘ เดือนนี้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ลูก ๆ อย่าไปสนใจอุปสรรค อย่าติดเรื่องปลีกย่อย กระจุ๋มกระจิ๋ม ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาพรวมขององค์กร แม้เรายังไม่หมดกิเลส แต่เราก็สามารถควบคุมตัวเราเองได้ถ้าเราใช้สติและปัญญาไม่ใช้อารมณ์
• รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพราะเรายังต้องอาศัยสังขารนี้ในการสร้างบารมี ควรหาเวลาออกกำลังกายทุกวัน จะทำให้เลือดลมเดินได้สะดวก สุขภาพแข็งแรงจะได้ประหยัดค่ายา ไม่เสียเวลาไปหาหมอ หากร่างกายเราอ่อนแอ จิตใจเราก็จะอ่อนไหว แล้วจะไม่ทนต่อการกระทบกระทั่ง เดี๋ยวใจจะเป๋เอาตอนนี้ จะเสียเวลาที่อุตส่าห์ออกจากบ้านเข้าวัดมาร่วมสร้างบารมี เพราะฉะนั้นให้ระวังรักษาสุขภาพให้ดี
• ต้องทรหดให้เหมือนรุ่นบุกเบิก
ทุ่มเทชีวิตจิตใจ ให้ทรหดอดทนให้มาก ให้เหมือนรุ่นบุกเบิกที่สร้างวัดพระธรรมกาย รุ่นนี้ ในหัวใจเขาไม่คิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย คิดอย่างเดียว คิดแต่เรื่องงานเป็นหลักว่า ทำอย่างไรจึงจะสร้างวัดเสร็จ สมัยนั้นทำงานกันลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว ไม่มีใครสำรวย มีแต่สมบุกสมบัน ว่าอย่างไรว่าตามกัน และให้อภัยในถ้อยคำที่ไม่เจตนา
เมื่อหลวงพ่อตัดสินใจทำงานอะไรแล้ว ก็ลุยกันไป ทำกันไป มุ่งผลสำเร็จของงานเป็นหลัก และเมื่อเกิดความผิดพลาดก็ไม่โทษกัน ช่วยกันแก้ไข ไม่มีแก้ตัว รุ่นแรกๆ ไม่มีแก้ตัว มีแต่แก้ไข
พวกเราเป็นรุ่นขยายงาน (เป็นรุ่นสร้างโลก) งานหนัก ความยากลำบากไม่แพ้รุ่นสร้างวัด เท่าที่ผ่านมา หลวงพ่อดูพวกเรา มักจะติดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องปลีกย่อยกัน อย่าไปสนใจให้ยึดเป้าหมายเป็นหลัก ทุ่มเทชีวิตจิตใจ อย่าสนใจอุปสรรค และการกระทบกระทั่ง คิดอย่างเดียวทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ ลุยงานอย่างเดียวให้เหมือนรุ่นแรก ๆ แล้วความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น
พวกเรายังอยู่ในวัยที่สดชื่น ที่แข็งแรง อยู่ในวัยที่ดีที่สุด ให้ใช้วัยนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีให้เต็มกำลัง อย่ามีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข
อย่าลืม แม้เราจะประจำอยู่ฝ่ายใดก็ตามให้ทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง ทั้งรุกและรับ ฝ่ายรับก็ไม่รับอย่างเดียว ให้ทำหน้าที่ฝ่ายรุกด้วย ส่วนฝ่ายรุกก็ไม่รุกอย่างเดียวให้ทำหน้าที่ฝ่ายรับด้วย ทำทั้งสองอย่างให้อยู่ในตัว ทำควบคู่กันไปทั้งรุกและรับ ทั้งช่วยงานและจัดหาทุน ให้เราเป็นดังแก้วสารพัดนึกที่สามารถเนรมิตอะไรก็ได้ ให้คิดว่า นั่นคือทางมาแห่งบารมีของเรา หากเราคิดอย่างนี้ ๑๘ เดือนนี้ จะเป็น ๑๘ เดือนแห่งความสว่างไสว
ภายหลัง ๑๘ เดือนนี้ เมื่อเราตามระลึกนึกถึงสิ่งที่เราทำมา จะเกิดความภาคภูมิใจ ความสุขใจ แล้วจะอัศจรรย์ใจว่า เราสามารถทำได้อย่างไร เป็นความปีติที่เงินทองหาซื้อไม่ได้ เหมือนอย่างรุ่นหนึ่ง พอสร้างวัดเสร็จ เห็นทีไรก็มีแต่ความปีติใจ บางทียังมานึกกันว่า เราสร้างมาได้อย่างไร
• บุญบารมีที่สร้างไว้ดีแล้วจะเป็นที่พึ่ง
“ทำความดีสักครั้งหนึ่งอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วเราจะนำไปใช้ได้อีกหลาย ครั้ง แม้กระทั่งบนเตียงผู้ป่วย”
ศาสตร์ทุกศาสตร์ที่เรียนมาในโลกนี้ ช่วยอะไรเราไม่ได้เลย เวลาที่เราอยู่บนเตียงผู้ป่วย แต่บุญบารมีที่สั่งสมโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไขสามารถช่วยเราได้ แม้ถอดกายไปในตอนนี้ก็ไม่หวาดหวั่นต่อมรณะภัย เพราะเรารู้ว่า มีกายใหม่ที่สวยสดงดงาม มีสถานที่ที่งดงามรอเราอยู่
เพราะฉะนั้น ต่อแต่นี้ไปลูกทุกคนต้องรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ให้ลูก ๆ พยายามฝึกฝนตนเองให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทุ่มเทให้เต็มที่ อย่าไปหวาดวิตกต่ออุปสรรค หมั่นศึกษาหาความรู้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป แม้จะได้รับความไม่เป็นธรรมก็ขอให้ลืมมันไป ให้อภัย อย่าเก็บเอาไว้ในใจ ให้ใจเราเต็มไปด้วยบุญกุศลล้วน ๆ ให้เราสร้างบารมีทุกวันอย่างมีความสุข
• อย่าทิ้งการปฏิบัติธรรม
สำคัญที่สุด ไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็ตามอย่าทิ้งการปฏิบัติธรรม อย่าให้เป้าหมายมโนปณิธานสูญหาย เพราะการที่พวกเราตัดสินใจเข้าวัดมาก็เพราะต้องการเข้าถึงพระธรรมกาย และศึกษาวิชชาธรรมกาย การฝึกฝนต่าง ๆ นั้นยังเป็นเรื่องรอง
เพราะฉะนั้น ให้ทำสิ่งนี้ควบคู่กันไปกับงานหยาบ โดยไม่ต้องคาดหวังว่า จะละเอียดเลิศเลออะไร เอาแค่ไม่หยาบไปกว่าเดิมก็พอแล้ว แต่ถ้าหากว่าละเอียดขึ้นไปกว่าเดิม ก็ให้ถือเป็นผลพลอยดี ที่เราได้รับจากการรักษาความละเอียดก็แล้วกัน
เมื่องานหยาบสำเร็จแล้ว งานที่แท้จริงของเราก็จะเริ่มขึ้นในการศึกษาวิชชาธรรมกาย เมื่อถึงตอนนั้นความทุ่มเทที่เราได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และความละเอียดที่ได้สั่งสมมาตลอด ก็จะส่งผลในตอนนี้ จะทำให้ธรรมะเราก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีญาณทัศนะที่แม่นยำ และกว้างไกล ใครทุ่มเทมากธรรมะก็จะละเอียดมาก เพราะฉะนั้นขอให้ลูก ๆ ทุกคนทุ่มเทชีวิตจิตใจให้เต็มที่เลยนะ