ทีมเดียวกันหัวใจเดียวกันe2
ทีมเดียวกันหัวใจเดียวกัน
• เป้าหมายการเข้ามาสู่องค์กร
การที่เราตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในทางโลก ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย การทำมาหากินต่าง ๆ ลาภ ยศ สรร เสริญ ในทางโลก ก็เพราะพิจารณาเห็นว่า ทางโลกนั้นไม่ใช่เป็นทางที่เราจะสร้างบารมีให้สะอาด บริสุทธิ์ บริบูรณ์ เหมือนเพชรที่เจียระไนแล้วไม่ได้ เพราะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ผู้ทุศีลเป็นจำนวนมาก ผู้มีศีลเป็นจำนวนน้อย ทิ้งสิ่งเหล่านั้นมาเข้ามาสู่ในองค์กรนี้ มีวัตถุประสงค์
ประการแรก คือ จะมาศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อที่จะได้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตของตัว และทำเป้าหมายของชีวิตให้ชัดเจน ทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
ประการที่ ๒ มุ่งมาฝึกฝนอบรมตัวของเราให้สมบูรณ์ ๆ ด้วยวิชชาและจรณะ
ประการที่ ๓ สร้างบารมี อะไรที่เป็นบุญเป็นบารมี เราก็จะทำกันอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลาที่มีจำกัดอยู่ในโลกนี้ หรือวันหนึ่งคืนหนึ่งให้ใจวนเวียนอยู่กับความดี กับการสร้างบารมีทุกชนิด โดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง เงื่อนไขใด ๆ
นี่คือความตั้งใจจริงของเราตั้งแต่แรก แล้วเราก็ได้เข้าสู่องค์กรนี้ ยอมรับกฎเกณฑ์ ระบบ ระเบียบ ทั้งธรรมวินัย ที่หมู่คณะมอบให้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันทำให้เราตามใจตัวเราเองไม่ได้ แต่เราก็เต็มใจที่จะทำ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของเรา เพื่อการสร้างบารมี ฝึกฝนอบรมตนและการศึกษาวิชชาธรรมกาย เพราะฉะนั้นอย่าให้ใจมันซัดส่ายไปที่อื่นที่มันนอกเรื่องนอกราว ไม่ใช่เรื่องของพระของเณร ของอุบาสก ของอุบาสิกา
• ต้นแบบการสร้างบารมี
ในการสร้างบารมีนั้น ให้พวกเราดูต้นแบบ คือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และคุณยายอาจารย์ฯ ถ้าเราอยากเป็นอย่างท่าน เราก็ต้องทำอย่างท่าน ถ้าไปทำตรงกันข้ามก็ไม่เป็นแบบท่าน
ต้นแบบมีอยู่แล้ว เป็นบรรทัดฐานเอาไว้สำหรับเทียบเคียงตัวเราว่า ได้ดำเนินตามรอยท่านแล้วหรือยัง ถ้าเดินตามรอยท่าน เราก็จะต้องไปเป็นอย่างท่าน คือ ไปรู้ไปเห็นสิ่งที่ท่านได้รู้ได้เห็นได้เข้าถึง ได้เป็นในสิ่งนั้น นี่คือเครื่องวัดของเรา แบบแผนของเรา เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่เป็นอย่างนี้ ก็ให้ปรับปรุงแก้ไขเสีย ใครที่เป็นแล้วก็ทำให้เจริญยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำทุกวันทุกคืน อย่าได้ท้อถอย
• ทีมเดียวกัน หัวใจเดียวกัน
การเข้ามาสู่องค์กรนี้ เราจะต้องมีหัวใจเป็นดวงเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียว ต้องรับผิดชอบร่วมกัน นอกจากภารกิจที่เราได้มอบหมายแล้ว ต้องรับผิดชอบภาพรวมขององค์กรด้วย เพราะเราเป็นเจ้าขององค์กรทั้งหมด
เราจะเอาเฉพาะกิจส่วนตัว หรือเฉพาะสิ่งที่เราได้รับมอบหมายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองภาพรวมให้ได้ แล้วก็สวมหัวใจเป็นดวงเดียวกัน มองภาพรวมให้เห็นให้หมดแล้วก็สวมหัวใจให้เป็นดวงเดียวกัน มันถึงจะไปกันทั้งทีมได้ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ
• เป้าหมายที่สุดแห่งธรรม
หลวงพ่อได้ตั้งเจตนาเอาไว้ว่า จะมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ลูกทุกคนที่เข้ามาอยู่องค์กรนี้ ก็ควรจะตั้งเจตนาอย่างนี้ ที่จะมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมด้วย
ถ้าเราไปไม่ถึงที่สุดแห่งธรรม อะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตของเราก็จะอยู่ในบังคับบัญชาของพญามารตลอด ไม่ว่าจะเกิดไปเป็นอะไรก็ตาม จะตกอยู่ในบังคับบัญชาของเขาทั้งหมดนั่นแหละ โดยที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านเข้าไปค้นพบว่า มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะหลุดพ้นจากบ่าวจากทาสของเขาได้ ก็คือการไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ให้สุดสายธาตุสายธรรมของตัวเองนั่นแหละจึงจะพ้นจากบ่าวจากทาสเขา หรือไปให้เลยในจุดที่เขาบังคับเราได้อยู่
ท่านมองเห็นจนกระทั่งท่านกล้าพูดออกมาว่า ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกาย ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยว่า เขาบังคับบัญชาอยู่ และจะไปถึงทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจากเขาได้ บางทีไปอยู่ ณ สถานที่ที่เข้าใจว่า พ้นไปแล้ว แต่จริง ๆ พ้นไปได้ในระดับหนึ่ง แล้วไม่รู้เลยว่า ยังอยู่ในบังคับบัญชาของเขาอยู่
เพราะฉะนั้น ญาณทัสนะของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่ท่านเข้าไปรู้ไปเห็นอย่างนั้น ท่านถึงกล้ายืนยันว่า ตลอดนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานไม่ถอดกาย นิพพานถอดกาย ไม่มีใครรู้เลย เกี่ยวกับเรื่องนี้
ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง รู้ในระดับหนึ่งก็เป็นอันตรายที่รองลงมา ความรู้ที่สมบูรณ์นั้นเป็นสิ่งที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นท่านถึงอุทิศตนทำหยุดทำนิ่ง ค้นเข้าไปเพื่อให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ให้เลยจากที่เขาบังคับบัญชาให้ได้ เพื่อท่านจะได้หลุดพ้นจากที่เขาบังคับบัญชา เมื่อท่านหลุดพ้นแล้ว ทั้งหมดก็จะหลุดพ้นตามกันไปด้วย เพราะทุกสิ่งมันเกี่ยวพันกันไปหมด มันแยกออกจากกันไม่ได้ เกี่ยวพันหมดเลยตลอดนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวพัน
เราไม่ได้ไปเห็นอย่างนั้น เราจึงไม่รู้ เราจึงไม่เข้าใจ แต่เราจะเอาตัวของเราเองเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้ที่ไม่ได้ไปเห็น ไปรู้ จะทำตามอำเภอใจของเราไม่ได้ บัณฑิตนักปราชญ์เขาจะต้องเอาความเห็นของผู้รู้เป็นหลัก เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านมีญาณทัสนะขนาดนั้น ท่านไปรู้ไปเห็น ท่านยืนยัน ท่านมาแนะนำสั่งสอน ให้เราได้เดินตามรอยท่าน ให้เราได้รู้ เราก็ควรจะเชื่อท่าน
• ที่สุดแห่งธรรม..ต้องไปเป็นทีม
การที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม หรือจะไปให้หลุดพ้นจากที่เขาบังคับบัญชามาเป็นชั้น ๆ นับชั้นไม่ถ้วนนั้นทำตามลำพังไม่ได้ มันต้องไปเป็นทีม เพราะงานนี้งานใหญ่ ไปตามลำพังไม่ได้
สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านยังต้องทำกันไปเป็นทีมเลย ทั้งวันทั้งคืน ๒๔ น. หมุนเวียนกันอยู่ตลอดเวลาไม่ขาดช่วง ในการที่จะมุ่งไปให้เลยหน้าเขา ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม โดยการทำหยุด ทำนิ่ง
เพราะฉะนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำหยุดนิ่งไปเป็นทีม ไปตามลำพังมันสู้เขาไม่ได้ เมื่อท่านทำอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ขนาดเป็นทีมแล้วยังสู้เขาไม่ได้ ยังไปไม่สุดเลย แต่ท่านก็ไม่ท้อถอย ถูกถอดกายได้ก็ขึ้นไปทำต่อ แต่ว่าไม่มีกายมนุษย์หยาบ มันไม่แรง ไม่มีอานุภาพก็ทำเท่าที่ทำได้ ใจท่านก็มุ่งมั่นว่า มาเกิดเมื่อไรก็ทำต่อกันอีกอย่างนี้แหละ จนกระทั่งไปถึงที่สุด
คุณยายท่านได้สู้กันมาตั้งแต่สมัยโน้นเรื่อยมาเลย จนกระทั่งมาถึงสมัยนี้ กระทั่งเข้าสู่วัยชรา
เราก็เช่นเดียวกัน ก็จะต้องทำกันไปเป็นทีม จะต่างคนต่างทำไม่ได้ จะเอาความเห็นตัวเองเป็นหลักอย่างเดียวไม่ได้ จะทำงานเฉพาะจุดที่เรารับผิดชอบอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะต้องดูว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นผลดีต่อส่วนรวมหรือไม่ หรือทิศทางส่วนรวมตอนนี้ของเขาไปยังทางทิศไหน เมื่อเขาไปทางไหน เราก็จะต้องทุ่มเข้าไปทางนั้น ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่กระจัดกระจายกันไปทำ มันจะไม่มีพลัง นี่เป็นหลักที่เราจะต้องยึดเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานเป็นทีม
เพราะฉะนั้น ศิลปินเดี่ยว ไม่ควรมีในองค์กรนี้ เรามีความสามารถแค่ไหนเราก็ทุ่มลงไปในงานนั้น แต่อย่าลืมดูภาพรวมขององค์กรด้วย ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว ก็ได้ชื่อว่า ทำกันไปเป็นทีม เดี๋ยวความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น
• ว่าอย่างไร ว่าตามกัน
หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกคน มีเวลาได้ปฏิบัติธรรมกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเข้าไปรู้ไปเห็นวิชชาธรรมกายที่มันเกี่ยวโยงกับตัวเรา นี่คือความปรารถนาอย่างยิ่ง แล้วก็ไม่เคยทิ้งความตั้งใจนี้ตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังมีความปรารถนาอยากให้ลูกทุกคนได้ไปรู้ไปเห็นวิชชาธรรมกาย
เราจะได้รู้ว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยาย ท่านทำอะไร แล้วมันเกี่ยวพันกับเราอย่างไร เราไม่ทำได้ไหม อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น นี่คือความปรารถนาจริง ๆ แต่สิ่งนี้ จะทำได้ต่อเมื่อเราปลอดกังวล ถ้าเราไม่ปลอดกังวลเกี่ยวกับเรื่องหยาบ มันยากที่เราจะทำอย่างนี้ได้ ต้องปลดกังวล
ความกังวลในระดับหนึ่งเราได้ทิ้งไปแล้ว คือกังวลในทางโลก เหลือแต่เครื่องกังวลในภายใน คือ สิ่งที่เรากำลังจะสร้าง ๓ สิ่งนี้ คือ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี สภาธรรมกายสากล มหาธรรมกายเจดีย์ ๓ สิ่งนี้ยังเป็นเครื่องกังวลอยู่ แล้ว ๓ สิ่งนี้มีความเกี่ยวพันกับการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำ ก็จะมากระทบถึงการปฏิบัติธรรมส่วนตัวของเรา
เราจำเป็นจะต้องให้ชาวโลกเขารู้ว่า ในตัวเขามีธรรมกาย เขาจะได้หันมาสนใจการปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงหาสันติสุขภายใน ความรู้แจ้งภายใน ถ้าหากเขาได้เรียนรู้อย่างนี้ สันติสุขก็จะเกิดขึ้นกับโลกภายนอก โลกภายนอกซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมของเรา ถ้าโลกภายนอกมีสันติสุข ก็จะไม่กระทบกระเทือนมาถึงเรา ซึ่งตั้งใจจะปฏิบัติธรรม แต่ถ้าโลกภายนอก หรือสิ่งแวดล้อมนั้นยังเร่าร้อน ยังสับสน ยังเข้าไม่ถึงธรรม มันก็จะกระเทือนถึงเรา
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นว่า เราจะต้องสอนให้ชาวโลกเขารู้จักว่า ในตัวเขามีพระธรรมกายอยู่ ซึ่งเป็นทุกสิ่งที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดขึ้นกับเขา เมื่อเราจะต้องสอนให้เขารู้อย่างนี้ จะต้องสร้างสิ่งที่เกี่ยวพันกับการสอน
๓ สิ่งนั่นแหละมีความเกี่ยวพันกัน ที่จะทำให้เขาได้มีโอกาสมาศึกษา มาเรียนรู้ เพื่อตัวเขาจะได้เข้าถึงจุดนั้นในสิ่งที่ดีสุดของเขา และเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดของเรา
ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องสร้าง และเมื่อสร้างมันก็เป็นเครื่องกังวลสำหรับเรา แต่เมื่อไรเราสร้างเสร็จ จบบริบูรณ์ทั้ง ๓ สิ่งนั้น ก็เท่ากับเราได้ปลดเครื่องกังวลเราได้ออกไป ใจของเราจะได้เกลี้ยงเกลา แล้วปฏิบัติธรรมะกันอย่างเต็มที่ โดยไม่มีห่วง ไม่มีกังวล
อีกประการหนึ่ง การทำทั้ง ๓ สิ่งนั้น ก็จะเป็นบารมีของเรา ในฐานะเราเป็นกัลยาณมิตรให้แก่ชาวโลกเขา ก็เป็นการสั่งสมบารมี บารมีที่เราจะได้นั้นที่เราได้เหนื่อยอุทิศตนลงไปทำ ได้รับบารมีตอบแทนกลับมาก็จะเป็นเครื่องเกื้อหนุนให้เราได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ท่านก็ได้สร้างบารมีประเภทนี้กันมาแล้วนับภพนับชาติไม่ถ้วน ควบคู่กับการปฏิบัติธรรม ท่านก็ทำของท่านอย่างนี้มานะจนกระทั่งบารมีเต็มเปี่ยมหมดความจำเป็นในสิ่งที่หยาบ ท่านก็มุ่งเข้าหาสิ่งที่ละเอียดอย่างเดียว เราก็จะได้เดินรอยตามอย่างท่านเช่นเดียวกัน
สร้างให้มันเสร็จ เราจะได้ปลอดกังวล แล้วทั้ง ๓ สิ่งนั้นไม่เกินปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เหลือเวลาอีก ๒ ปี ถ้าหากว่าเราช่วยกันทำ จะต้องสำเร็จทั้ง ๓ สิ่ง และต่อจากวันนั้นเป็นต้นไป เราจะได้มีโอกาสให้กับตัวของเราเองได้เต็มที่มากกว่าปัจจุบันนี้
เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราจะต้องคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน อย่าว่าแต่เราเลย แม้แต่คุณยายท่าน อายุ ๙๐ ปี ปีนี้ท่านยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำทั้ง ๓ สิ่งนี้ให้เสร็จให้ได้ แต่ท่านไม่มีแรง
ท่านรู้ว่ามันเป็นบุญใหญ่ขนาดไหน เพราะท่านไปเห็นมา เป็นแต่เพียงท่านไม่มีแรง เพราะท่านชราแล้ว สังขารร่างกายมันก็เป็นไปตามธรรมชาติของคนแก่ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาเสื่อมในทุกสิ่ง ยกเว้นกำลังใจของท่าน แต่กายและใจนั้นต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ใจสู้แต่กายมันไม่ไหว มันก็ได้แต่มองดู แล้วก็รำพึงให้ลูกหลานที่ใกล้ชิดฟัง เพราะฉะนั้นท่านยังมีความคิดอย่างนี้ เราเป็นลูกหลานของท่าน ก็น่าจะมีความคิดอย่างท่าน
การทอดกฐินสามัคคี ๙๐ ปี บูชาธรรมคุณยาย เรามีเวลาเหลืออีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น มีเวลาจำกัด มันจะเป็นกฐินที่แตกต่างจากทุกปี เพราะเป็นกฐินสามัคคี ๙๐ ปีบูชาธรรมคุณยาย ก็หมายถึงว่า เมื่อท่านทำด้วยตัวของท่านไม่ได้ ท่านก็ต้องอาศัยพวกเรานี่แหละเป็นมือเป็นเท้าให้ท่าน ที่จะอุทิศตนช่วยกันไประดม ทำกฐินสามัคคี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ให้สำเร็จลุล่วงสมความปรารถนาให้ได้
เวลา ๑ เดือนที่เหลืออยู่นี้ มันไม่มากเท่าไร ถ้าหากเราไม่ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ไปในทิศทางเดียวกัน หลวงพ่อว่า กฐินบูชาธรรมคุณยายนี้ยากจะสำเร็จได้ เมื่อคืนมีรายงานมาถึงหลวงพ่อว่า มีผู้ศรัทธาอยากจะไปปฏิบัติธรรม เพราะครบวาระถึงโอกาสตัวเองที่จะไปปฏิบัติธรรม ๒ อาทิตย์ อยากจะใช้โอกาสนั้น ลงชื่อสมัครมา ๕๐ กว่าคน ยังไม่รวมพี่เลี้ยงต่าง ๆ และก็จะมีการฝึกอบรมในบางจุด โดยสมาชิกภายในที่จะขอเข้าไปอบรม
มันก็ทำให้หลวงพ่อมีความรู้สึกที่แปลกว่า ลูกหลานของยาย บางคนก็รักยาย บางคนก็ไม่รู้ว่า รักยายหรือเปล่า เพราะเวลามันมีจำกัด เรามีเวลา ๑ เดือน แต่ไปใช้เวลาเพื่อส่วนตัว ๒ อาทิตย์ ก็ครึ่งเดือน แล้วจะเหลือเวลาสักกี่วันในการมาทำงานตรงนี้ ซึ่งกำลังต้องการ การไปเป็นทีม แล้วหลวงพ่อก็ได้พูดในอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เรากำลังอยู่ในภาวะคับขัน เรือลำนี้กำลังเจอกระแสคลื่นลมแรง เรากำลังจะต้องรัดเข็มขัด คือเจาะรูเข็มขัดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรู เพราะรายรับรายจ่ายนั้นมันไม่เสมอกัน รายจ่ายมากกว่ารายรับ และมันมากมากทีเดียว
หลวงพ่อก็นึกว่า ลูกทุกคนจะเข้าใจกันดีว่า เราลงเรือลำเดียวกัน เราจะต้องช่วยกันทุกคน ไม่ว่าเป็นพระ เป็นเณร อุบาสก อุบาสิกา ทุก ๆ คนจะต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง แต่พอมามีเมื่อคืนนี้ หลวงพ่อก็เลยแปลกใจ ซึ่งก็ถามว่า มันผิดไหม มันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะใช้โอกาสของตัว ตามกฎเกณฑ์ขององค์กรที่ให้เอาไว้ เป็นแต่ว่าเพียงมันไม่เหมาะที่จะใช้ในตอนนี้ เพราะเราสามารถเลื่อนไปใช้หลังจากกฐินยายแล้วก็ได้
กฎเกณฑ์มันมีอยู่ แต่ในเวลาเดียวกันข้อยกเว้นมันก็มี เราน่าจะมีจิตสำนึกไปในทิศทางเดียวกัน รักยายให้มากกว่านี้ ถ้าไม่มียายก็ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีองค์กรก็พูดกันมาบ่อย ๆ
ตอนนี้ยายกำลังต้องการความช่วยเหลือ องค์กรเรากำลังต้องการความช่วยเหลือของสมาชิกทุก ๆ คน เราน่าจะมีจิตสำนึกตรงนี้เกิดขึ้น แล้วใช้สติปัญญาของเราว่า เราควรจะทำอย่างไร จึงจะให้เรือลำนี้ไปถึงที่หมายโดยปลอดภัย ได้มีโอกาสแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อยาย ซึ่งมีความปรารถนาอยากจะเห็น ๓ สิ่งนี้สำเร็จ และโดยเฉพาะช่วงสั้นนี้อยากเห็นธรรมกายเจดีย์บังเกิดขึ้นและสั้นกว่านั้นอีก อยากเห็นกฐินสามัคคียายนั้นเป็นกฐินที่สามารถทำให้ธรรมกายเจดีย์นี้สำเร็จ
จิตสำนึกนี้ มันควรจะมีเกิดขึ้นในใจ โดยที่หลวงพ่อไม่ต้องมาบอกอะไร เพราะลูกทุกคนเป็นผู้มีบุญ มีสติ มีปัญญาเป็นบัณฑิต เป็นนักปราชญ์ ถ้าไม่เป็นอย่างนี้แล้วทิ้งทางโลกไม่ได้หรอก จะเข้ามาสู่ในทางธรรมอย่างนี้ยาก คนไม่มีบุญ ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา อยู่ทางโลก จะเอาช้างไปฉุดกี่เชือกก็แล้วแต่น่ะ มันเข้ามาอยู่ในองค์กรนี้ไม่ได้หรอก แต่คนมีบุญ มีสติ มีปัญญาถึงจะเข้ามาได้
แต่พอมาถึงตอนนี้ ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น มีบุญมาก มีสติปัญญามาก แต่ตายน้ำตื้น เพราะมีแล้วไม่ได้เอามาใช้ สติปัญญามีอยู่มากมายก่ายกอง กำลังบุญก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ไม่ได้เอามาใช้ เมื่อสติปัญญามีไว้ไม่ได้ใช้ มันก็เหมือนคนไร้สติปัญญา
ช่วงนี้เราควรจะมีความคิด พูดทำ เป็นหนึ่งเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องกฐินสามัคคี ๙๐ ปี บูชาธรรมคุณยาย ควรจะมีตรงนี้เอาไว้ในใจ ทุกอิริยาบถ ทุกลมหายใจเข้าออกตลอดเวลาเลย เพราะมันเป็นช่วงสั้น ๆ มันสั้นเหลือเกิน เพราะวันหนึ่งคืนหนึ่ง หลับตา ลืมตา ไม่กี่ทีก็มืดแล้ว เราควรจะใช้เวลาตรงนี้ให้มันเป็นประโยชน์
แต่ถ้าหากว่าจะไปปฏิบัติธรรม มีความรักอย่างนี้ หลวงพ่อเปิดโอกาส หลังจากภารกิจกฐินสามัคคีเสร็จแล้วไปนั่งกับหลวงพ่อตรงไหนก็ได้ เราไปนั่งด้วยกัน และขอให้นั่งจริง ๆ เถิด เพราะหลวงพ่อก็อยากเห็นคนจริงที่รักการปฏิบัติจริง ทำจริง เอากันให้ถึงกันจริง ๆ หลวงพ่อจะให้โอกาสตรงนั้น
แต่ในตอนนี้ มันควรจะมีจิตสำนึกร่วมที่จะช่วยทำกฐินสามัคคีของคุณยาย บูชาธรรมคุณยายให้บรรลุเป้าหมาย อย่าไปเอาหัวจิตหัวใจไปใช้เกี่ยวกับเรื่องอื่นสิจ๊ะ ถึงแม้มันจะเป็นความดี แต่มันไม่ถูกกาละเทศะ
ดังนั้น ตอนช่วงนี้ลูกทุกคนมีโอกาสที่จะบูชาธรรมท่าน แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน และเป็นการสร้างบารมีของเรา รวมทั้งพาให้นาวาลำนี้ไปถึงที่หมายโดยปลอดภัย ในขณะที่กำลังเจอคลื่นลมในตอนนี้
มันมีหลาย ๆ เหตุผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่ลูกทุกคนควรจะมาช่วยกันในทุกจุด จะมาทำตามอำเภอใจไม่ควร มันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นมีสติปัญญา แต่ถ้าไม่เอามาใช้ มันก็เหมือนกับไร้สติปัญญา ก็เป็นคนที่เปล่า ๆ อย่างนั้นแหละ
ดังนั้นขอให้ลูกทุกคนได้เข้าใจเอาไว้ว่า ตอนนี้คุณยายท่านกำลังต้องการอะไร บุญใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ให้กับผู้รับต้องตรงกัน ดังนั้นตอนนี้ทำตัวทำใจเสียใหม่ ปรับจิตปรับใจเสียใหม่ แล้วให้มันเสร็จในวันนี้ด้วย ให้มันมีจิตสำนึกร่วมกันในวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็สายเกินไป เพราะเหลือแค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ผู้มีบุญกำลังรอคอยพวกเราอยู่เยอะแยะ เขาจะพลาดโอกาสที่จะทำบุญใหญ่ ก็เพราะเราไม่ไปบอกเขาเท่านั้นแหละ
พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
สมาชิก ๓ อาศรม
สภาธรรมกายสากล (หลังคาจาก) วัดพระธรรมกาย จ. ปทุมธานี
วันจันทร์ที่ ๒๙ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
๙.๐๐ น.