หมั่นตรึกนอกรอบ
จงสู้และอย่าท้อ ลูกเอย
ต้องถึงธรรมอย่างเสบย แน่แท้
ให้ทำอย่างที่เคย สอนสั่ง
นั่งบ่มีข้อแม้ จักได้ธรรมครอง
ตะวันธรรม
------------------------------
4.
หมั่นตรึกนอกรอบ
วันอาทิตย์ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑๕.๐๐ น.)
**ปรับกาย-ปรับใจ**
ตั้งใจนั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะ หลับตาเบาๆ พอสบายๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย ทั้งเนื้อทั้งตัวให้รู้สึกสบาย ต้องสบาย
ขยับเนื้อขยับตัวของเราให้ดี ให้เลือดลมในตัวเดินได้สะดวก จะได้ไม่ปวด ไม่เมื่อย กายต้องสบาย เราให้เวลากับตรงนี้สัก ๒ นาที ในการปรับกายปรับใจของเราให้สู่สภาวะที่สบาย
แล้วก็ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง นิ่งอย่างเดียว อย่าให้ใจไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้งเรื่องอะไรเลย ไม่ว่าเรื่องธุรกิจการงาน คน สัตว์ สิ่งของ บ้านช่อง เรื่องครอบครัว เรื่องการศึกษา หรือเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ให้ปลด ให้ปล่อย ให้วาง ให้ใจเกลี้ยงๆ ใจใสๆ ใจเย็นๆ
**อย่ามองข้ามความสบาย**
ปรับตรงนี้สักนิดหนึ่งให้ถูกหลักวิชชา ให้กายสบาย ใจสบาย หลับตาพอสบาย อย่ามองข้ามไปนะ ที่บางท่านเสียเวลามานานแล้วยังไปไม่ถึงจุดที่ใจหยุดนิ่งได้ เพราะเราอาจจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป มองข้ามจุดสบายไป ตั้งใจมากเกินไปบ้าง ไปกด ไปดัน ไปเค้น ไปแช่ใจนิ่งเกินไป กดดัน เค้นภาพอะไรอย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งมันทำให้เราสูญเสียอารมณ์สบาย สูญเสียความสบายของกายและใจ
เพราะฉะนั้น เราจึงยังไม่สมปรารถนา ทั้งๆ ที่ธรรมะก็มีอยู่ในตัว บุญก็มีอยู่ในตัว ความสุข ความบริสุทธิ์ อะไรทั้งหมดเหล่านั้นก็มีอยู่ในตัว แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่องส่งผล เข้ามาไม่ได้ เพราะเราปิดกั้นตัวของเราเองโดยที่เราไม่รู้ตัว ด้วยการทำให้เราสูญเสียความสบายทั้งกายและใจ
เมื่อเราทราบความสำคัญของความสบายแล้ว ต้องปรับสู่สภาวะตรงนี้ ถ้าหลุดจากความสบายเมื่อไรก็ให้เริ่มต้นใหม่ พร้อมจะเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ อย่าไปเสียดายสิ่งที่ผ่านมา
มาเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ เอาจุดสบายตรงนี้ พอเรารู้สึกว่าเราสบายจริงๆ แล้วละก็ ความพึงพอใจที่เราอยากจะนั่งไปนานๆ ก็จะเกิดขึ้น คือ เราชอบอยู่กับอารมณ์ตรงนี้ สบายตรงไหนเราก็เอาตรงนั้นไปก่อน เช่น จะอยู่ที่ปากช่องจมูก ที่หัวตา ที่กลางกั๊กศีรษะ เพดานปาก ช่องปากที่อาหารสำลักหรือกลางท้อง หรือนอกเหนือจากนี้ สบายตรงไหนก็เอาใจอยู่ตรงนั้นไปก่อน
**หาจุดสบายให้เจอ**
พอสบายจริงๆ ใจไม่ไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้งเรื่องอะไรจริงๆ ใจจะนิ่ง นุ่ม เบา เดี๋ยวมันก็จะวื้ดเข้ามาสู่ภายในกลางกายได้อย่างง่ายๆ เพราะบุญได้ช่องส่งผล ความสุข ความบริสุทธิ์ ก็ได้ช่องที่จะเข้ามา แสงสว่าง ดวงใสๆ กายภายในหรือองค์พระ ก็จะได้ช่องที่จะเข้ามาตรงจุดที่สบาย ใจจะเกลี้ยงๆ ใสๆ ไม่มีอารมณ์อะไรเลย หาตรงนี้ให้เจอนะ แล้วมันจะง่าย พอได้ตรงนี้แล้วเราจะไม่เบื่อในการนั่งสมาธิ เราจะอยากทำอย่างนี้ไปทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง ทั้งนอน ทั้งยืน ทั้งเดิน
**หมั่นตรึกนอกรอบ**
แล้วหมั่นตรึกนอกรอบ ไม่ว่าเราจะอยู่เขตนอกหรือเขตใน เขตไหนก็ตาม ทำควบคู่กันไปกับภารกิจ หมั่นตรึก หมั่นนึก หมั่นคิด ให้ใจคุ้นเคยกับกลางกายอย่างสบายๆ
การตรึกนอกรอบจะเป็นอุปการะ คือ ช่วยเกื้อกูลเวลาเรามานั่งในรอบมันจะง่าย ใจมันวื้ดจึ้กลงไปตรงกลางได้อย่างง่ายๆ ใจจะใสๆ เกลี้ยงๆ
แม้ผู้ที่เห็นแสงสว่าง เห็นดวง เห็นกาย หรือองค์พระภายในแล้วก็ตาม ก็จะต้องหมั่นทำทั้งนอกรอบและในรอบให้สม่ำเสมอ ทำควบคู่กับภารกิจในชีวิตประจำวัน อย่าประมาท และเดี๋ยวเราจะสนุกเบิกบานในการปฏิบัติธรรม พอใจหยุดนิ่งตั้งมั่นได้ อะไรก็ง่ายหมด แสงสว่างก็เกิดง่าย ดวงใสๆ ก็เกิดง่าย กายภายใน หรือองค์พระก็เกิดง่าย
ที่ทำได้อยู่แล้วจะยิ่งชัดขึ้น ใสขึ้น สว่างขึ้น สว่างขึ้นไปเรื่อยๆ ชัดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ชัดเอง ใสเอง สว่างเอง องค์พระก็จะอยู่ในกลางกายขยายออกไปเองได้อย่างง่ายๆ องค์ใหม่จะผุดเข้ามาแทนที่ มีองค์ใหม่มาเรื่อยๆ อย่างนี้ จะเป็นไปเอง เพราะฉะนั้นหาจุดตรงนี้ให้ได้ และประคองใจให้หยุดให้นิ่งอย่างเดียว
**เราเกิดมาเพื่อแสวงหาธรรม**
ภารกิจสำคัญของชีวิตที่เกิดมาแต่ละครั้งในโลกนี้ก็เพื่อแสวงหาธรรมะ หาความสุข ความบริสุทธิ์ และเพื่อจะได้ศึกษาเรียนรู้ ได้เข้าถึงวิชชาที่ท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้วทั้งหลายบรรลุ
วิชชาทั้งหลายจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อใจหยุด ใจนิ่ง ใจสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น ถ้าไม่หยุดไม่นิ่งก็เข้าไม่ถึงวิชชา เช่น วิชชา ๓ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติหนหลังเกี่ยวกับเรื่องราวของตัวเราเองหรือผู้อื่น นี่ก็ขึ้นอยู่กับหยุดกับนิ่งนี่แหละ
จะศึกษาวิชชาได้ก็ต้องอาศัยหยุดกับนิ่ง ตรงจิตที่บริสุทธิ์มีความสุขมากๆ ถ้าไม่หยุดไม่นิ่ง ความสุข ความบริสุทธิ์ และธรรมะก็ไม่บังเกิดขึ้น เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตเราเองก็เป็นความลับของชีวิต ถ้าเราไม่รู้เรื่องราวของตัวเราเอง ก็จะเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละชาติ
พญามารกันนักกันหนาทีเดียวไม่ให้เราเข้าถึงวิชชา โดยตรึงใจเราไปติดกับเรื่องอื่น ไม่ให้ใจเราหยุดใจเรานิ่งที่กลางกาย มีเรื่องราวสารพัดเข้ามาเยอะแยะ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต
กว่าเราจะรู้เรื่องนี้ได้ก็ต้องมีผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้วบังเกิดขึ้น มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น มีพระมหาเถรานุเถระที่บรรลุธรรมบังเกิดขึ้น โดยเฉพาะหมู่คณะของเราก็มีพระผู้ปราบมาร พระเดชพระคุณหลวงปู่บังเกิดขึ้น ท่านตั้งปณิธานสละชีวิตจนกระทั่งใจหยุดนิ่งดิ่งเข้าไปสู่ภายในแล้วเข้าถึงธรรม จากนั้นก็นำสิ่งที่รู้ที่เห็นมาเปิดเผย มาเทศนาสั่งสอนต่อไป
ดังนั้น หยุดกับนิ่งมีความสำคัญมาก ลูกทุกคนจะต้องฝึกตรงนี้ให้ดี ช่วงนี้เรายังมีเรี่ยวมีแรง ยังแข็งแรงอยู่ ยังพออดพอทน ให้หมั่นประกอบความเพียรในทุกอิริยาบถควบคู่กับภารกิจประจำวัน ต้องรีบชิงช่วงในขณะที่ยังพอมีเรี่ยวมีแรง ก่อนจะถูกช่วงชิงความแข็งแรงนี้ให้สูญสลายไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น เพราะฉะนั้นต้องหมั่นฝึก หมั่นตรึก หมั่นนึก หมั่นคิด ด้วยอารมณ์สบายที่กลางกายไปเรื่อยๆ พอใจมันว่างเปล่าจากอารมณ์อื่นก็จะหยุดนิ่งได้อย่างง่ายๆ อย่างสบายๆ
เวลาที่เหลืออยู่นี้ เราก็รวมใจไปหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ใครคุ้นกับการนึกถึงดวง องค์พระ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่ เราก็นึกไปอย่างง่ายๆ อย่างสบายๆ แล้วก็ประคองใจให้หยุดนิ่งๆ นุ่มๆ ด้วยบริกรรมภาวนาว่า สัมมาอะระหังประคองใจกันไปอย่างนี้ ต่างคนต่างนั่งกันไปเงียบๆ นะ
หลวงพ่อธัมมชโย