บุญที่ต่างกันของอุตตราและสิริมา (สังฆทานมีผลมาก)
หลวงพ่อธัมมชโย · นางสิริมา หญิงงามเมืองผู้บรรลุโสดาบัน
บุญที่ต่างกันของอุตตราและสิริมา
(สังฆทานมีผลมาก)
กล่าวถึงนางอุตตรา ในวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาโดยปรารภเหตุนางสิริมา แต่เดิมเธอได้เป็นพระโสดาบัน วันนั้นเธอส่งใจไปกับกระแสของพระธรรมเทศนาจนสามารถบรรลุธรรมเป็นพระสกทาคามีได้ คือเลื่อนไปอีกระดับหนึ่ง เข้าถึงพระธรรมกายหน้าตัก ๑๐ วา สูง ๑๐ วา กิเลสตระกูลราคะ โทสะ โมหะ จางลงไปอีกมาก
นางอุตตราเป็นพระสกทาคามี เมื่อสิ้นอายุขัยก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพธิดาอยู่บนดาวดึงส์ (สวรรค์ชั้นที่ ๒) นางสิริมาเป็นพระโสดาบันไปนิมมานรดี (สวรรค์ชั้นที่ ๕) ตรงนี้น่าศึกษา
นางอุตตราบรรลุเป็นพระสกทาคามี ทั้งยังเป็นกัลยาณมิตรให้แก่นางสิริมาจนบรรลุโสดาบัน ถ้านางสิริมาไม่ได้นางอุตตราเป็นกัลยาณมิตรก็ไม่มีทางจะได้ไปฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเมื่อเธอเป็นพระสกทาคามีแล้ว และยังเป็นกัลยาณมิตรให้นางสิริมา เพราะเหตุใดละโลกแล้วจึงไปอยู่แค่ชั้นดาวดึงส์
คำตอบคือ นางอุตตราเกิดในตระกูลที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีความคุ้นเคยกับพระสงฆ์ พระเถระ พระมหาเถระเป็นจำนวนมากในวัด เธอคุ้นเคยรู้จักพระเถระองค์นั้นองค์นี้ แล้วก็รู้ว่าองค์นั้นเป็นเอตทัคคะทางไหน มีคุณวิเศษทางไหน องค์นี้มีฤทธิ์มีเดช องค์นั้นเทศน์เก่ง องค์นี้แสดงธรรมโดยพิสดารได้ องค์นี้แสดงธรรมโดยพิสดารแล้วเอามาย่อได้ เป็นต้น
ดังนั้น การที่เธอนิมนต์พระมาถวายภัตตาหารที่บ้าน เธอจึงเลือกเฉพาะเจาะจงขอนิมนต์องค์นั้นองค์นี้เป็นประจำ การทำอย่างนี้เขาเรียก ปาฏิปุคลิกทาน ทำทานแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีอานิสงส์มาก ทำให้มีทิพยสมบัติมากมายบนชั้นดาวดึงส์ เพราะว่าทำบุญถูกเนื้อนาบุญแต่ทำแบบเฉพาะเจาะจง คือเลือกเอา แต่ก็เทียบไม่ได้กับทิพยสมบัติของเทพธิดาสิริมา ซึ่งเธอถวายแบบสังฆทาน คือ ทำทานไม่เฉพาะเจาะจงแด่ภิกษุรูปใด
ชีวิตของนางสิริมานั้นเริ่มจากผู้ที่ไม่มีความเลื่อมใสในพระศาสนามาก่อน ต่อมาภายหลังได้กัลยาณมิตรคือนางอุตตรา จึงได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน นางก็เกิดกุศลศรัทธาได้ทำทานถวายอัฏฐกภัต คือ ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ ๘ รูปเป็นประจำทุกวันไม่เคยขาดเลย นิมนต์พระมาวันละ ๘ รูป ไม่เฉพาะเจาะจงแก่ภิกษุรูปใด ใจเธอขยายกว้าง
ในการนิมนต์พระมาฉันที่เรือนของตนวันละ ๘ รูป ก็ให้พระเถระท่านจัดกันเองมาตามลำดับพรรษา โดยนิมนต์จากพระพรรษามากมายังพระพรรษาน้อยเรียงกันตามลำดับทั่วถึงหมดทุกรูป เธอจึงมีโอกาสถวายทานแก่หมู่สงฆ์ทุกรูป โดยไม่ได้เจาะจงภิกษุรูปใดเป็นพิเศษ
เธอตบแต่งวัตถุทานอย่างประณีตงดงาม และมีปริมาณมาก ๓-๔ เท่าของจำนวนพระภิกษุที่นิมนต์มา หมายความว่า ภัตตาหารในบาตร ๑ ใบนั้นสามารถฉันได้ ๓-๔ รูป อย่างนี้เสมอเลย ดังนั้นทานของเธอจึงได้ชื่อว่าเป็นสังฆทานอันประณีตไม่เฉพาะเจาะจงแก่ภิกษุรูปใดเลย
ประกอบกับหลังจากที่เธอบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันแล้ว เธอก็ตัดขาดจากเรื่องกามและเลิกอาชีพโสเภณีโดยเด็ดขาด และตั้งใจทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาแต่เพียงอย่างเดียว
ส่วนนางอุตตรานั้นยังครองเรือนอยู่ร่วมกับสามีตามปกติ ดังนั้นเมื่อนางอุตตราละสังขารแล้วจึงไปบังเกิดในชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ที่อุดมไปด้วยเบญจกามคุณมากกว่า
ส่วนนางสิริมานั้นได้ไปอยู่ชั้นนิมมานรดี ถึงแม้ว่ายังเป็นสวรรค์ที่มีการเสพกามอยู่ แต่การเสพกามหรือบริโภคกามนั้นแค่ลูบไล้สัมผัสกายแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรเกินไปกว่านั้น แค่แตะๆ พอเกิดปิ๊งขึ้นมาแล้ว ก็เสร็จสมอารมณ์หมายถึงจุดที่พึงพอใจสูงสุด แล้วก็แยกจากกันอย่างนั้น คือถึงวิสัญญี หลับไปยาวนานทีเดียว ถ้าเทียบกับเมืองมนุษย์ก็นานหลายเดือน
บุคคลเช่นนางสิริมาจึงเป็นต้นแบบอันดีสำหรับผู้ที่เคยดำเนินชีวิตผิดพลาดมาก่อน ที่เรียกว่าต้นคดปลายตรง อดีตที่ผิดพลาดลืมไปให้หมด แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นสิริมาคนใหม่ที่มีชีวิตที่งดงามอยู่ในเส้นทางธรรม แล้วก็สั่งสมบุญกุศลอย่างถูกหลักวิชชา
จากเรื่องทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า ทุกๆ ชีวิตสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ในทุกระดับ คนตาบอดสามารถเข้าถึงธรรมได้ คนครึ่งตัวก็สามารถเข้าถึงธรรมได้ หญิงโสเภณีมีอดีตที่ผิดพลาดก็สามารถเข้าถึงธรรมได้ จะต่างศาสนิกหรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตจนมาถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวให้มันสูงขึ้น ประณีตขึ้น แต่ว่าต้องกระทำด้วยตัวของตัวเองเท่านั้น ใครจะมาทำแทนกันไม่ได้ จะบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ต้องอยู่ที่ตัวเราเอง ใครจะมาทำให้เราบริสุทธิ์ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ขอให้มีความตั้งใจดีและทำอย่างสุดกำลังก็จะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด เหมือนอย่างนางสิริมาอดีตโสเภณีซึ่งเป็นพระอริยบุคคลไปเรียบร้อยแล้ว