ภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์
หลวงพ่อธัมมชโย · นางสิริมา หญิงงามเมืองผู้บรรลุโสดาบัน
ภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์
อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งฉันภัตตาหารในเรือนของนางแล้ว ได้ไปยังวิหารอีกแห่งหนึ่งไกลออกไปประมาณ ๓ โยชน์ ภิกษุในที่นั้นได้ถามท่านในเวลาเย็นว่า “ผู้มีอายุ วันนี้ท่านไปรับภัตตาหารที่ไหนมา”
ภิกษุผู้มาเยือน “ผมไปฉันภัตตาหารที่เรือนของนางสิริมา”
ภิกษุในที่นั้น “ท่านผู้มีอายุ ภัตตาหารของนางเป็นอย่างไร น่าฉันไหม” ภิกษุคุยกันไปตามประสาภิกษุปุถุชน
ภิกษุผู้มาเยือน “ผมไม่สามารถพรรณนาภัตตาหารของนางได้ นางถวายประณีตเหลือเกิน แต่การได้เห็นนางนั่นแหละวิเศษยิ่งกว่าอาหารของนางเสียอีก เพราะนางสวยงามมาก”
แล้วภิกษุรูปนั้นก็พรรณนาความงามของนางสิริมาให้ฟังว่างามเลิศเลอเพียงใด เพื่อนภิกษุพอได้ฟังก็บังเกิดความรักนางขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้า ลืมไปเลยว่าตนเป็นพระ คิดว่าเราไปดูนางด้วยตนเองดีกว่า อยากเห็นนางจังเลย จึงบอกจำนวนพรรษาของตนกับภิกษุรูปนั้น แล้วถามว่า วันไหนจะถึงวาระที่ตนจะไปบิณฑบาตบ้านนางได้
ภิกษุผู้มาเยือนนับพรรษาแล้วบอกว่า “พรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าท่านปรารถนาจะไป ท่านต้องเป็นผู้นำสงฆ์ในหมู่ภิกษุรวม ๘ รูปนะ”
ภิกษุในที่นั้นเฝ้าเร่งวันเร่งคืนอยากให้ถึงอรุณโดยเร็ว เมื่ออรุณขึ้นแล้วจึงไปสมทบกับภิกษุอื่นรวมเป็น ๘ รูป เข้าไปคอยอยู่ในศาลาที่นางจัดเตรียมไว้ภายในเขตบ้านของนาง
แต่ปรากฏว่าเมื่อวานนี้ พอเหล่าพระภิกษุฉันเสร็จเรียบร้อยและกลับไปแล้ว นางสิริมาเกิดมีอาการป่วยกระทั่งลุกไม่ขึ้น นางจึงได้เปลื้องเครื่องประดับที่สวยงามออกแล้วนอนพักอยู่บนเตียง มาวันนี้หญิงรับใช้ของนางเห็นภิกษุมากันครบก็เลยไปรายงานให้ทราบ
นางสิริมาไม่สามารถออกไปรับบาตรแล้วนิมนต์ให้นั่ง และถวายภัตตาหารให้ฉันด้วยมือตนเองได้ จึงสั่งหญิงรับใช้ว่า “พวกเธอจงรับบาตรแล้วนิมนต์ให้ท่านนั่ง ให้ท่านดื่มข้าวยาคู ถวายขนมและผลไม้ จากนั้นจงบรรจุภัตตาหารให้เต็มบาตร แล้วช่วยถวายแทนฉันหน่อยเถิด เพราะวันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ไม่มีแรงเลย”
หญิงรับใช้บอกว่า “ได้ค่ะ คุณแม่” แล้วนิมนต์ภิกษุทั้งหลายให้เข้ามา ถวายข้าวยาคูให้ดื่ม ถวายขนมและผลไม้ เมื่อถึงเวลาก็บรรจุภัตตาหารให้เต็มบาตรแล้วถวายภิกษุทุกรูป เสร็จแล้วเข้าไปรายงานให้นางทราบ
นางสิริมาเองก็อยากเห็นพระ เพื่อจะได้ปลื้มใจเวลาพระให้พร จึงบอกกับหญิงรับใช้ว่า “ช่วยพยุงฉันไปหน่อยเถอะ ฉันจะไปไหว้พระคุณเจ้า” หญิงรับใช้ช่วยกันพยุงนางไปใกล้เหล่าภิกษุ นางไหว้ภิกษุเหล่านั้นด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มเพราะพิษไข้
ภิกษุรูปนั้นไม่ได้ตั้งใจมาบิณฑบาต แต่ตั้งใจจะมาดูเจ้าของภัตตาหาร พอได้เห็นนางเข้าถึงกับรำพึงในใจว่า ‘โอ้ นี่ขนาดเป็นไข้ยังสวยขนาดนี้ ถ้าไม่ป่วยจะสวยขนาดไหนหนอ’ คิดวนๆ อย่างนี้ กิเลสที่มีอยู่ในตัวที่เคยสั่งสมเอาไว้หลายโกฏิกัปก็กำเริบขึ้นมา รู้สึกไม่อยากกลับวัดเลย แต่ก็จำต้องกลับ
ท่านอุ้มบาตรเดินกลับที่พัก ทุกย่างก้าวเดินก็พร่ำเพ้อแต่นางสิริมา พอไปถึงที่พักก็ไม่สามารถฉันภัตตาหารได้ เห็นแต่หน้านาง จึงเอาบาตรวางไว้ข้างเตียง ปูจีวรแล้วก็นอนเพ้ออยู่ “สิริมา สิริมา” เพื่อนภิกษุก็เข้าไปถาม “ท่าน ทำไมไม่ฉันล่ะ ฉันเถอะ เดี๋ยวมันจะหมดเวลาฉันนะ” ส่วนภิกษุนั้นก็ตาค้างมองเพดาน ในใจมีแต่ภาพนางสิริมา แม้เพื่อนภิกษุเฝ้าอ้อนวอนให้ฉันและถามไถ่อาการ “ท่านเป็นอะไร บอกหน่อยเถอะ” แต่ก็ไม่สำเร็จ ภิกษุนั้นไม่ตอบและไม่อาจฉันภัตตาหารได้เพราะเฝ้าคิดถึงแต่นางสิริมา