เมตตาธรรมของนางอุตตรา
หลวงพ่อธัมมชโย · นางสิริมา หญิงงามเมืองผู้บรรลุโสดาบัน
เมตตาธรรมของนางอุตตรา
นางอุตตราเห็นอาการของนางสิริมาที่ถือทัพพีตักเนยใสร้อนๆ เดินเข้ามา ก็รู้ทันทีว่านางสิริมาคิดจะทำอะไร นางอุตตราจึงส่งยิ้มแล้วแผ่เมตตาในใจว่า ‘สิริมาเปรียบเสมือนสหายของเรา เธอทำอุปการะแก่เรามาก จักรวาลนี้ก็แคบเกินไป พรหมโลกก็ต่ำเกินไป ถ้าจะมาเทียบกับคุณของสหายของเราคนนี้ซึ่งมีมากเหลือเกิน เพราะเธอให้โอกาสเราด้วยการมาดูแลปรนนิบัติสามีแทนเรา เราจึงมีโอกาสถวายทานและฟังธรรม สิริมามีบุญคุณกับเรามากจริงๆ ถ้าหากตอนนี้เรามีความโกรธสิริมาแม้แต่เพียงนิดเดียวก็ขอให้เนยใสร้อนๆ ที่เธอกำลังถือมาราดรดเรานั้นจงลวกเราเถิด แต่ถ้าในใจของเราไม่มีความขุ่นเคืองเธอแม้แต่นิดเดียวก็ขอให้เนยใสร้อนๆ นั้นอย่าได้ลวกเราเลย’
ส่วนนางสิริมาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินหน้าบึ้งเข้าไปแล้วก็ราดเนยใสที่ร้อนๆ ลงไปบนศีรษะของนางอุตตราในทันที แต่ปรากฏว่าเนยใสร้อนๆ กลับเป็นเสมือนน้ำเย็นฉ่ำราดรดลงมาบนศีรษะของนางอุตตรา ทั้งนี้เพราะในใจของนางอุตตรานั้นมีแต่สำนึกในพระคุณของนางสิริมาที่ให้โอกาสนาง ๑๕ วันได้ไปฟังธรรม ถวายภัตตาหาร และรักษาอุโบสถศีล แม้จะเป็นการว่าจ้างกัน ๑๕,๐๐๐ กหาปณะก็ตาม
คนขุ่นมัวกลับเป็นเหล่าทาสีของนางอุตตรา เมื่อเห็นนางสิริมาถือทัพพีเดินมาตักเนยใสที่เดือดพล่าน ก็รู้ว่าคิดจะไปทำอะไร จึงวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วทุกทิศทุกทางตรงเข้าไปทำร้ายร่างกายนางสิริมาจนล้มลงกับพื้น
นางอุตตรารีบเข้าไปห้ามเหล่าทาสีของตนเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปถามนางสิริมาว่า “สิริมาเธอเป็นอะไรหรือไม่ การที่เธอตักเนยใสร้อนๆ ในกระทะมาราดเรานี้เธอต้องการอะไร” แล้วให้โอวาทว่า “เธออย่าทำอย่างนี้เลย มันเป็นบาป บาปนี้จะทำให้เธอไปมหานรก เราไม่มีความขุ่นเคืองในตัวเธอเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว เรามีแต่ความรักและสงสารในตัวเธอ นึกถึงพระคุณของเธอที่ให้โอกาสแก่เราได้ไปถวายทาน ไปฟังธรรม รักษาศีล เราไม่ได้คิดเลยว่าเราจ้างเธอมา แต่คิดว่าเธอให้โอกาสเรา เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป เธออย่าทำอีกเลย เลิกเถอะ เราไม่โกรธหรอก”
จากนั้นก็ให้บริวารนำนางสิริมาไปชำระร่างกาย ให้อาบด้วยน้ำอุ่น แล้วให้นำน้ำมันที่หุงดีแล้วตั้งร้อยครั้งเอามาทาผิวให้นางสิริมาเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดรอยฟกช้ำ
นางสิริมาก็ได้สติขึ้นมา ‘จริงสินะ เราเป็นแค่คนภายนอก เป็นเพียงตัวแทน เราไม่น่าทำอย่างนี้เลย เหตุแค่สามีชั่วคราว นางอุตตราก็ไม่ได้โกรธเราเลย พูดดีกับเรา และยังห้ามปรามทาสีไม่ให้ทำร้ายเรา กลับสั่งให้คอยรับใช้ดูแลเราอย่างดี ให้อาบน้ำอุ่นและเอาน้ำมันมานวด บัดนี้เราได้ทำกรรมหนักเสียแล้ว แล้วเราควรจะทำอย่างไรดี เพื่อให้นางอุตตรายกโทษให้เรา เราจะได้ไม่มีบาปมีกรรม ถ้าเราไม่ขอให้เธอยกโทษให้ ศีรษะของเราคงต้องแตกถึง ๗ เสี่ยงเป็นแน่’ คิดแล้วก็หมอบลงกราบแทบเท้าของนางอุตตราแล้วกล่าวว่า “ขอคุณแม่จงยกโทษให้ดิฉันด้วยเถิด”
หญิงงามเมืองเกิดความสำนึกได้เพราะความดีของนางอุตตราที่ไม่ถือโทษโกรธนาง และยังให้การดูแลอย่างดี เหมือนแก่นจันทน์หอมตอบแทนคมขวานที่ฟันไปที่แก่นจันทน์ด้วยความ