หลักฐานเกี่ยวกับธรรมกาย
หลวงปู่วัดปากน้ำ · พระมงคลเทพมุนี-40วัชรวีร์
๕. หลักฐานเกี่ยวกับธรรมกาย
สาเหตุหนึ่งที่ผู้ไม่รู้พากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา นั้น ก็เพราะว่าก่อนหน้าหลวงพ่อวัดปากน้ำค้นพบวิชชาธรรม
กายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น การสอนเจริญภาวนา
วิชชาธรรมกายได้สูญหายไปนานเกือบ ๒,๐๐๐ ปี ส่วนร่องรอยที่มีปรากฏอยู่ในบางที่บางแห่งนั้น ก็ยังไม่มีผู้ค้นพบหรือที่พบแล้วก็ไม่เข้าใจว่า “ธรรมกาย” นั้นคืออะไร จะเข้าถึงได้หรือไม่อย่างไร
คําว่า “ธรรมกาย” ในพระไตรปิฎกนั้น มีอยู่ทั้งหมด ๔ แห่ง คือในพระสูตรทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ความว่า
๔๑
ตถาคตสฺส เหตํ วาเสฏฺฐ อธิวจนํ ธมฺมกาโย อิติปิ พฺรหฺมกาโย อิติปิ ธมฺมภูโต อิติปิ พฺรหฺมภูโต อิติปิฯ
(ดูก่อน วาเสฏฐะ คําว่าธรรมกายก็ดี พรหมกายก็ดี ธรรมภูติก็ดี พรหมภูตก็ดี นี้แหละเป็นชื่อของเราตถาคต)
ครั้งที่ ๒ อยู่ในขุททกนิกาย อปทาน ความว่า
ธมฺมกายญฺจ ที่เปนตํ เกวลํ รตนากรํ วิโกเปตํ น
สกโกนฺติ โก ทิสวา นปฺปสีทติฯ
(ชนทั้งหลายไม่สามารถกําจัดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้ทรงแสดงธรรมกายและผู้เป็นบ่อเกิดแห่งพระรัตนตรัยอย่างเดียวได้ ใครเล่าเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้วจะไม่เลื่อมใส)
ครั้งที่ ๓ อยู่ในขุททกนิกาย อปทาน มีความว่า
ภวนฺติ ปจฺเจกชินา สยมฺภู มหนฺต ธมฺมา พหุธมฺมกายา (พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้สยมภู เป็นผู้มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมาก)
ครั้งที่ ๔ อยู่ในขุททกนิกาย อปทาน เช่นเดียวกัน
สํวทฺธิโตยํ สุคต รูปกาโย มยา ตว อานนฺทิโย ธมฺมกาโย
๔๒
มม สํวทฺธิโต ตยาฯ
(ข้าแต่พระสุคตเจ้า รูปกายของพระองค์นี้อันหม่อมฉันยังให้เติบโตแล้ว แต่พระธรรมกายอันน่ารื่นรมย์ของหม่อมฉัน พระองค์ให้เติบโตแล้ว)
หลักฐานเกี่ยวกับธรรมกายยังมีอยู่ในคัมภีร์อื่นๆ อีก เช่น ในคัมภีร์อรรถกถา คัมภีร์วิสุทธิมรรค และคัมภีร์มิลินทปัญหา นอกจากนั้นในคัมภีร์ฝ่ายมหายานยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมกายอยู่มากยิ่งกว่าในคัมภีร์ฝ่ายเถรวาท และที่น่าทึ่งก็คือในคัมภีร์เหล่านั้นมีอยู่หลายตอนที่กล่าวตรงกันกับการค้นพบของหลวงพ่อวัดปากน้ํา เช่น ในคัมภีร์ศรีมาลาเทวีสีหนาทสูตร ตอนหนึ่งกล่าวว่า “ธรรมกายนั้นย่อมเที่ยงแท้แน่นอนที่สุด เป็นสุขล้วนๆ เป็นตัวตนคือเป็นอัตตาที่แท้จริง บริสุทธิ์ที่สุด ผู้ใดได้เห็นธรรมกายของตถาคตในลักษณะนี้แล้ว ย่อมถือว่าเห็นถูก”
ผู้ที่มีใจเป็นกลางปราศจากอคติ หรือผู้ที่ไม่มากไปด้วยทิฏฐิแล้ว ย่อมรู้สึกทึ่งในผลการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่สามารถค้นพบวิชชาธรรมกายซึ่งสาบสูญไปช้านานนั้น กลับมาเปิดเผยแก่มวลมนุษยชาติได้อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อมีหลักฐานในพระไตรปิฎกและในคัมภีร์ต่างๆ ยืนยัน
แล้ว ข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิชชาธรรมกายก็ยังไม่หมด แต่ได้เปลี่ยนรูปแบบไปในแง่มุมอื่นๆ จนถึงปัจจุบันนี้ก็มีเช่น นักวิชาการบางท่านสงสัยว่า ธรรมกายซึ่งหลวงพ่อวัดปากน้ำ กล่าวว่าเป็นนิจจัง สุขัง อัตตา นั้น ขัดกับหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในพระพุทธศาสนาหรือไม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้อาจทําให้บางท่านเกิดความไม่แน่ใจว่า วิชชาธรรมกายนั้นดีจริงหรือไม่ ถูกต้องตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาหรือไม่อย่างไร
มีข้อที่น่าคิดอยู่ประการหนึ่งคือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านมีความเชื่อมั่นและยืนยันในความเป็นของจริงในสิ่งที่ท่านได้ค้นพบคือวิชชาธรรมกายมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่ในช่วงแรก นั้น หลักฐานในภาคปริยัติก็หาได้ยากเต็มทน กว่าจะมาค้นพบคําว่า ธรรมกาย ในที่หลายแห่งทั้งในพระไตรปิฎกและคัมภีร์ต่างๆ นั้น ส่วนมากก็เพิ่งมาค้นพบภายหลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว แต่เมื่อพิจารณาถึงคําสอนของท่านในเรื่องธรรมกายแล้ว ก็เป็นคําสอนที่มุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานทุกประการ ทุกถ้อยกระบวนความนั้นส่องทางปฏิบัติตาม หลักคําสอนในพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจนครบถ้วนทุกประ
การ
การอธิบายขยายความหลักธรรมทั้งหลายในพระพุทธ
ศาสนานั้นก็เช่นเดียวกัน นอกจากหลวงพ่อท่านไม่เคยละเลยพระพุทธวจนะแล้ว ท่านยังแจกแจงให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจและซาบซึ้งในข้อธรรมเหล่านั้นได้อย่างแจ่มแจ้ง น้ำเสียงขณะแสดงธรรมของท่านนั้น บ่งบอกถึงความตระหนักซึ้งในคุณแห่งพระธรรม ผู้ที่ได้ยินได้ฟังย่อมสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเมตตากรุณาต่อผู้ที่มาปฏิบัติธรรมฟังธรรมจากท่าน เป็นทั้งถ้อยคําที่กระตุ้นให้เกิดกําลังใจในการปฏิบัติธรรม และป้องปรามผู้ที่กําลังประพฤติผิดหลักธรรมไปในเวลาเดียวกัน