เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงจักรวาล (๒๕๔๗)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(มหาปวารณา)67
๑๓. เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงจักรวาล
วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
วันนี้เป็นวันมหาปวารณา วันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษาร่วมกัน เราจะต้องรักษาอีก ๑ ราตรี จะไปค้างคืนที่ไหนยังไม่ได้จนกว่าจะได้อรุณวันพรุ่งนี้ แต่ในปฏิทินเขาจะเขียนว่าเป็นวันออกพรรษา แต่ความจริงแล้วเป็นวันมหาปวารณา เป็นวันสุดท้ายของพรรษา
เราได้กล่าวคำปวารณาซึ่งเป็นภาษาบาลีกันไปแล้ว แปลเป็นภาษาไทยที่พอจะเข้าใจอย่างง่าย ๆ ก็คือ เราปวารณาซึ่งกันและกันว่า ถ้าหากเพื่อนสหธรรมิกรูปใดได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเรานั้นประพฤติยังไม่ถูกต้องตามธรรมวินัย จะเป็นเหตุให้ทำพระนิพพานให้แจ้งได้ยาก หรือไปสู่นิพพานได้ช้านั้น ก็จะอาศัยความรักและปรารถนาดี แนะนำตักเตือนเรา เพื่อให้เราประพฤติถูกต้องตามธรรมวินัยจะได้ไปสู่พระนิพพานได้อย่างสะดวกสบาย ง่ายดาย
ที่ต้องปวารณากันก็เพราะว่า ปกติของปุถุชนยังมีกิเลสหนาปัญญาหยาบ พูดง่าย ๆ ทุกคนต่างยังมีมานะทิฏฐิ ยังมีความดื้อถือตัวอยู่ในใจ ถ้าหากไม่มีการปวารณากันเอาไว้ว่า ให้แนะนำตักเตือนกันได้ ในข้อที่ได้เห็นได้ยินหรือสงสัยนั้น มันยากที่จะรับฟัง มันจะหงุดหงิด ขัดเคืองใจ จึงได้ปวารณาเพื่อให้โอกาสเพื่อนสหธรรมิกแนะนำตักเตือน เราจะได้ประพฤติถูกต้องตามธรรมวินัย จะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบวชในคราวนี้
*เพศนักบวชเฉพาะผู้มีบุญ*
การอยู่จำพรรษาร่วมกันภายในพรรษานี้ เราจะเห็นได้ว่า เวลามันไม่นานเลย เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เผลอประเดี๋ยวเดียวก็มาถึงวันสุดท้ายของพรรษาแล้ว การมาบวชของพวกเราในคราวนี้ ทั้งพระนวกะที่เข้ามาบวชใหม่และรวมถึงภิกษุเก่าด้วย การบวชของเรามีวัตถุประสงค์เพียงประการเดียว คือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง รองลงมาคือ แสวงบุญ และสร้างบารมี มาชำระกายวาจาใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ จะได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปนิพพานได้ หรืออย่างน้อยก็มาเติมบุญเติมบารมี ให้เรามีอุปนิสัยปัจจัยที่จะไปพระนิพพาน นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องเล็ก ๆ เลย เป็นเรื่องที่สำคัญและยิ่งใหญ่
เพศสมณะ เป็นเพศที่เป็นอสาธารณะ ไม่ใช่ทั่วไป เฉพาะผู้มีบุญที่สั่งสมบุญบารมีในพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ได้ยินได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ หรือพระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเกิดกุศลศรัทธาสั่งสมบุญบารมีกันเรื่อยมา ทั้งทานศีลภาวนา เป็นต้น จนเข้าใจแจ่มแจ้งในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตในระดับหนึ่งว่า ชีวิตในสังสารวัฏเป็นชีวิตที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน ไม่แน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา เพราะว่ายังตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม กฎแห่งไตรลักษณ์ ยังเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ซึ่งเขาเอาความโลภ ความโกรธ ความหลงนั้นเข้ามาบังคับบัญชา
เพราะฉะนั้น ชีวิตจึงมีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอันตราย เนื่องจากมีอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มารองรับอยู่ ซึ่งเราและใคร ๆ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อได้เห็นภัยในวัฏสงสารอย่างนี้ จึงสั่งสมบารมีเรื่อยมาจนถึงจุดอิ่มตัวในเพศคฤหัสถ์แล้วก็เข้าสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระภิกษุสามเณร ตั้งแต่บวชช่วงสั้น ๆ จนกระทั่งบวชช่วงยาวขึ้น
เมื่อเรามาบวชอยู่ตรงนี้ได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นอสาธารณะ เป็นเพศอันอุดมไม่ทั่วไปสำหรับใคร ๆ ที่จะมาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะว่ามันอยู่ยาก ถ้าหากไม่มีเป้าหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีพระธรรมวินัยเป็นกรอบที่ล้อมเราอยู่ ซึ่งเราจะทำผิดจากกรอบนี้ไม่ได้ มันมีโทษมีภัยรองรับอยู่
กรอบของพระธรรมวินัยนี้ มีเอาไว้สำหรับเป็นลู่ชีวิตที่จะประคับประคองให้ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ถ้าเรามีเป้าหมายที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง การอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยก็เหมือนไม่ได้อยู่ คือ จะไม่มีความรู้สึกว่าอึดอัดหรือคับแคบ ตรงกันข้ามกลับมีความสุขกายสุขใจ เบากายเบาใจ เพราะเราได้ปลดเครื่องพันธนาการของชีวิตออกไป เหลือแต่กายวาจาใจที่เราจะต้องคอยดูแลประคับประคองให้มันอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็เดินทางเข้าไปสู่ภายใน เพื่อจะได้เข้าไปถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นแก่นของชีวิตที่จะทำให้เราสามารถอยู่อย่างมีความสุขอย่างแท้จริง เป็นอิสระ เป็นความสุขที่กว้างขวาง ไร้ขอบเขต และไม่มีความสุขใดมาเทียบได้
เมื่อใครเข้าถึงแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เข้าถึงความสุขประเภทที่ว่า พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่ทราบว่าจะอธิบายอย่างไร และพระรัตนตรัยในตัวนี้แหละ จะเป็นอุปกรณ์ให้เราได้ศึกษาวิชชา ๓ เช่น ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ญาณหรือความรู้เป็นเหตุให้เราระลึกชาติได้ รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตไม่ใช่แค่เกิดหนเดียว ตายหนเดียว หรือตายแล้วสูญ แต่เราได้ผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมายาวนานนับครั้งไม่ถ้วน ได้เห็นชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเราตลอดเวลา
ช่วงใดชาติไหนของชีวิต เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ชาตินั้นและชาติถัด ๆ มาชีวิตก็สูงส่ง แต่ชาติไหนประมาทในการดำเนินชีวิต ไม่สั่งสมกุศลธรรม ชาตินั้นและชาติถัดมาก็ตกต่ำ เราจะเห็นการขึ้น ๆ ลง ๆ ของชีวิตอยู่อย่างนี้
เห็นชีวิตของเราที่ไปอยู่ในอบายมีความทุกข์ทรมานมาก ตั้งแต่ไม่มีเวลาว่างเว้นจากความทรมาน จนกระทั่งมีช่วงสั้น ๆ ที่ว่างเว้นนิดหน่อย คือ ตายเกิด ตายเกิด เรื่อยมาเลย กว่าจะมาถึงความเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ส่วนชีวิตในเทวโลกที่ว่าเป็นสุขที่ยาวนานนั้นก็ประเดี๋ยวประด๋าวและไม่แน่นอน อีกทั้งไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
เพราะฉะนั้น พระรัตนตรัยในตัวจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เมื่อเห็นชีวิตอย่างนี้แล้ว จะทำให้เราเข้าใจชีวิตของเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เราจะเห็นกฎแห่งกรรมที่ทำหน้าที่โดยไม่เว้นใครแม้แต่เพียงคนเดียวว่า ประกอบกรรมชนิดนี้จะต้องไปสู่ภพนั้นภพนี้ ไปเสวยวิบากอย่างไรก็เห็นตลอดทั้งหมด ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย คลายความกำหนัด คลายความผูกพัน ความยึดมั่นถือมั่นในคนสัตว์สิ่งของ แม้แต่ภพภูมิก็อยากจะหลุดพ้นไปจากภพนี้ ใจจะหลุดล่อน บริสุทธิ์หยุดนิ่ง แล้วดิ่งเข้าไปสู่ภายใน เพื่อไปสู่กายสุดท้ายคือกายธรรมอรหัตเป็นพระอรหันต์
เพศนักบวชเป็นเพศที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะปลอดกังวลจากเรื่องการครองเรือน การทำมาหากิน และมีสิ่งที่จำเป็นแค่บริขาร ๘ เวลาที่เหลืออยู่เป็นไปเพื่อทำความบริสุทธิ์ทำกายวาจาใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ให้หยุดนิ่งดิ่งเข้าไปสู่ภายใน เพื่อศึกษาความรู้ภายในที่เป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งเรียนยิ่งมีความสุข ยิ่งเรียนยิ่งสว่าง ยิ่งใสขึ้นไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีพลังในการที่จะทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป แตกต่างจากความรู้ทางโลกที่ยิ่งเรียนยิ่งมืด ยิ่งเรียนยิ่งคับแคบ ยิ่งเห็นแก่ตัว ยังวนเวียนกันอยู่ในภพอยู่อย่างนี้
ให้ลูกทุกรูปพึงปีติดีใจที่เราได้มาบวชในคราวนี้ว่า สิ่งที่เราได้กระทำนั้นถูกหลักวิชชาของบัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อน บุญนี้จะเกิดขึ้นกับเราและโยมพ่อโยมแม่ บรรพบุรุษ หมู่ญาติ ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลายไปด้วย
*ปวารณากันแล้ว อย่าให้เป็นเพียงธรรมเนียม*
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของพรรษา เราได้ปวารณากันแล้วก็ขอให้ทำอย่างที่เราได้ตั้งใจปวารณา อย่าทำแค่ตามธรรมเนียม พอถึงวันมหาปวารณาเราก็มาปวารณากันตามธรรมเนียม แต่พอหลังจากวันนี้ไปแล้ว เพื่อนสหธรรมิกมาเห็นเราประพฤติบกพร่องและแนะนำเรา เราก็อย่าไปโกรธ อย่าไปขุ่นเคืองเขา
ถ้าหากห้ามความโกรธความขุ่นมัวไม่ได้ เพราะว่าเรายังมีทิฏฐิมานะอยู่ในตัว ก็ให้ลดมานะทิฏฐิมาอยู่ในระดับที่ฟังได้ แล้วมันไม่ล้นออกมาทางปากโต้ตอบเขาไป หรือขยายออกมาทางกิริยาอาการ ทางระบบประสาทกล้ามเนื้อ เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่า เราไม่พึงพอใจ อย่าให้ถึงขั้นขนาดนั้น ให้อยู่ในระดับที่เราข่มใจได้ ที่เรียกว่า “ทมะ” คือ แม้เราจะขุ่นมัวขัดเคืองก็ข่มเอาไว้ให้มันอยู่ ไม่ให้มันล้นออกมา
แล้วช่วงไหนที่ใจสบาย ก็มาพิจารณาดูในสิ่งที่เพื่อนสหธรรมิกเขาตักเตือน ว่าเขาตักเตือนโดยธรรมไหม ถูกต้องไหม เราเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าเราไม่เป็นจริง เป็นความเข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนของเพื่อนสหธรรมิก เราก็ให้อภัยเขา อย่าไปขุ่นมัว แต่ถ้าจริงก็ต้องขอบคุณเขาที่ช่วยชี้ขุมทรัพย์ให้เราและรีบปรับปรุงแก้ไข
ทำอย่างนี้ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับเราก่อนเป็นอันดับแรก คือ ใจสบาย ปลอดโปร่ง ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ขัดเคือง ไม่ผูกพยาบาท ไม่คิดเบียดเบียนเพื่อนสหธรรมิก แล้วความรักในหมู่คณะของเรา ก็จะแน่นแฟ้นเป็นปึกแผ่น เป็นหนึ่งเดียวกัน จากภิกษุรูปหนึ่งก็ไปถึงเพื่อนสหธรรมิกในอารามเดียวกัน เมื่ออารามของเรามีความรักและความปรารถนาดีกันอย่างแท้จริง มันก็จะขยายไปสู่อารามอื่น เพราะกิตติศัพท์อันดีงามนี้จะแพร่สะพัดไป
หมู่คณะของอารามใดที่มีความรักและปรารถนาดีต่อกัน เราจะสังเกตได้ว่า สมาชิกในหมู่คณะนั้นจะสดใส อินทรีย์จะผ่องใส และจะอยู่ในสายตาของพุทธบริษัท ๔ และพุทธบุตรในอารามอื่น เมื่อเขาเห็นแล้วก็จะเกิดกำลังใจที่จะทำอย่างเราบ้าง จากอารามเราก็ไปสู่อารามอื่น แล้วก็ขยายไปทั่วสังฆมณฑลและทั่วโลก นั่นคือเราจะมีส่วนในการทำให้พุทธบุตรทั่วสังฆมณฑลมีความเข้มแข็งในธรรมวินัย มีความรักปรารถนาดีซึ่งกันและกัน รวมเป็นปึกแผ่นเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อพุทธบุตรเป็นปึกแผ่นได้ ก็จะขยายไปสู่อุบาสกอุบาสิกา พุทธบริษัท ๔ ก็จะมั่นคง เมื่อพุทธบริษัท ๔ มั่นคง เป็นสังคมที่รักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ ซึ่งเป็นคำสอนที่มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ก็จะขยายไปสู่เพื่อนมนุษย์ที่อยู่นอกบุญเขต และขยายจากมนุษย์ต่อมนุษย์ไปเรื่อย ๆ จนไปทั่วโลก และมนุษย์ซึ่งอยู่ในสายตาของเทวดาที่มีกายละเอียด ตั้งแต่ในระดับภุมเทวา รุกขเทวา อากาสเทวา ก็จะโจษขานกันต่อไป จนกระทั่งถึงชาวสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี และจะขยายไปถึงพรหม อรูปพรหม
เราจะเห็นว่า จากการกระทำของเราเพียงรูปเดียวที่รักษาสิ่งนี้เอาไว้ นอกจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและกระทำอย่างจริงจังแล้ว สามารถขยายไปทั่วถึงภพทั้งสาม คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ที่มีอยู่ทุกจักรวาล ที่เราได้ยินได้ฟังว่า แสนโกฏิจักรวาลกับอนันตจักรวาล จะมีสายตาของท่านผู้รู้ของแต่ละจักรวาลมองดูอยู่ ถ้าจักรวาลของเราซึ่งมีชื่อว่า “มงคลจักรวาล” มีความเป็นปึกแผ่นแน่นหนาด้วยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีชีวิตที่สดใสในคำสอนของพระองค์ท่าน ก็จะขยายไปสู่จักรวาลอื่น แล้วก็จะส่งต่อ ๆ กันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่ใคร ๆ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น ก็จะบังเกิดขึ้น
ก้อนหินเพียงก้อนเล็ก ๆ ที่ทิ้งลงมากลางอากาศ ตกลงไปในกลางมหาสมุทร จะเกิดกระแสคลื่น จากคลื่นเล็ก ๆ ลูกนั้น จะค่อย ๆ ไล่คลื่นลูกอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงฝั่งทั้งหลาย สิ่งที่เราทำความดีเพียงรูปเดียวนี้ก็จะขยายไปทั่วทุกหนทุกแห่งตลอดทั้งแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นี่คือสิ่งที่สามารถเป็นจริงได้ ไม่ใช่เพ้อฝัน เพราะว่าทุกการกระทำของเรานั้นล้วนมีความเกี่ยวข้องกับภพภูมิต่าง ๆ ทั้งสิ้น โดยที่เรายังไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้เลย และเราคาดไม่ถึงด้วยว่า มันจะเป็นอย่างนั้น วันใดที่เราได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย วันนั้นเราจะเข้าใจในสิ่งที่หลวงพ่อพูดในวันนี้
*กิจที่ต้องทำกันต่อไป*
แม้วันพรุ่งนี้จะออกพรรษาแล้วก็ตาม กิจของเราก็ยังมีอยู่ คือ กิจในการทำพระนิพพานให้แจ้ง เราจะรู้ตัวของเราเองว่า เราผ่านพรรษาแห่งการบรรลุธรรมมาด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมถึงในระดับไหน จริงจังขนาดไหน ไม่มีใครที่จะรู้ดีเท่ากับตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้วันสุดท้าย เรารู้แล้วว่าเป็นพรรษาแห่งการบรรลุธรรมของเราแล้วหรือยัง เราได้ยินได้ฟังการบรรลุธรรมของบุคคลอื่นที่มีทั้งภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้มีบุญทั้งหลายที่กระจัดกระจายกันไปทั่วโลก แต่ว่าเราได้เป็นอย่างนั้นกับเขาบ้างแล้วหรือยัง ถ้ายัง วันพรุ่งนี้ออกพรรษา ก็ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันต่อไป
ออกพรรษาแล้วก็ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันต่อไป อย่าได้ว่างเว้นจากการปฏิบัติธรรม ทำไปจนกว่าจะเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ทำกันจนกว่ากิเลสอาสวะจะหมดสิ้นจากใจของเรา และทำไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมนะลูกนะ
โอวาทสำหรับผู้จำเป็นต้องลาสิกขา
สำหรับพระนวกะบางรูปที่ลางานมาบวชได้เพียงช่วงสั้น ๆ จำเป็นจะต้องลาสิกขา ถ้าหากสามารถอยู่รับกฐินได้ก็ควรจะอยู่รับกฐินนะลูกนะ จะได้ครบถ้วนบริบูรณ์ในการศึกษาเรื่องราวที่เป็นกิจของสงฆ์แล้วถ้าหากจำเป็นจะต้องลาสิกขาก็ให้มีความรู้สึกว่า เรายังมีความอาลัยอาวรณ์ต่อผ้ากาสาวพัสตร์
ให้นึกอธิษฐานในใจหลังจากนั่งสมาธิแล้วว่า เรายังไม่อยากจะพลัดพรากจากผ้ากาสาวพัสตร์นี้เลย แต่เราลามาได้ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น สักวันหนึ่งเมื่อเราหมดภาระทางโลกแล้ว จะกลับเข้ามาสู่เพศสมณะใหม่ และระหว่างที่อยู่ทางโลก เราจะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของชาวโลก ในฐานะได้ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว ๑ พรรษา อย่าให้กลายเป็นบุคคลที่เราได้ยินคำพังเพยว่า บวชเสียผ้าเหลือง คือ บวชมาแล้ว ๑ พรรษา ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ดีขึ้นในชีวิตของเราเลย อย่าให้ใครหรือตัวเราเกิดความรู้สึกอย่างนี้นะลูกนะ
เมื่อเราลาเพศสมณะไปแล้ว จะยังอยู่ในสายตาของเพื่อนมนุษย์ตลอดเวลา เขาจะดูว่า เรามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือไม่ รักษาศีล ๕ เป็นปกติทุกวัน วันพระเราถืออุโบสถศีล และไม่ขาดในการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา รวมทั้งชักชวนคนมาสร้างความดีด้วย ถ้าหากทำอย่างนี้ได้ชีวิตของเราจึงจะสมบูรณ์ แม้เราลาสิกขาไปแล้วก็เหมือนไม่ได้ลาสิกขา ยังเหมือนกับว่าเราบวชทางใจ เพียงแต่กายภายนอกไม่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์เท่านั้น และแม้ลาสิกขาไปแล้วก็ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันต่อไป
สำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องลาสิกขา ก็ขอให้ตั้งใจบวชกันต่อไป เพราะ ชีวิตใด ๆ ในโลกนี้ แม้ความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็สู้ความเป็นสมณะไม่ได้เลยแม้แต่เพียงนิดเดียว ดังนั้นขอให้ลูกทุกรูป นำสิ่งที่หลวงพ่อมาบอกเล่าสู่กันฟังนี้ไปพินิจพิจารณากัน
วันนี้ขออนุโมทนาสาธุการและขออำนวยพร ให้ลูกทุกรูปหยุดใจไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างสบาย ๆ ขออานุภาพแห่งบุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วนในอายตนนิพพาน บารมีธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย บารมีธรรมของพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย บารมีธรรมของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และมหาทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขาบารมี ตลอดจนกระทั่งบารมีที่ได้ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมตลอดพรรษานี้
จงมารวมอยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้กลั่นกายวาจาใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของลูกทุกรูปให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร จากวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ วิบากกรรม วิบากมาร อุปสรรคต่างๆ นานาในชีวิต ให้มลายหายสูญไปให้หมด
ให้ลูกทุกรูปจงเป็นเนื้อนาบุญ เป็นอายุพระศาสนา รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ธรรมอันใดที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และคุณยายอาจารย์ฯ ได้บรรลุ ให้ลูกทุกรูปจงบรรลุธรรมนั้น จงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีกันไปนาน ๆ สิ่งใดที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและพรหมจรรย์จงห่างไกล ให้มีแต่บัณฑิตนักปราชญ์เข้ามาใกล้ จะศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แตกฉานทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จะเทศนาก็ให้ไพเราะทั้งเบื้องต้นท่ามกลางและเบื้องปลาย บริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งอรรถและพยัญชนะ ใครได้ยินได้ฟังธรรมก็ให้ได้บรรลุธรรมกาย
ความปรารถนาอันใดก็ตามที่ลูกทุกรูปได้ตั้งใจเอาไว้อย่างดีแล้ว เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ขอความปรารถนานั้นจงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ จงทุกประการเทอญ