วิชชาชีวิต (๒๕๔๘)
ไฮไลต์: คำที่ตรง
๑๒. วิชชาชีวิต
วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
วันนี้เป็นวันมหาปวารณา ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติในสมัยพุทธกาล เมื่ออยู่จำพรรษาร่วมกันครบ ๑ พรรษาแล้ว ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปบำเพ็ญสมณธรรมเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ต่างก็จะปวารณาซึ่งกันและกันทุกรูปทั้งอาวุโสภันเตที่จะเป็นกัลยาณมิตรให้กันและกัน จะประคับประคองกันไปให้ถึงฝั่งของพระนิพพาน ให้สมกับที่ได้ตั้งใจมาบวชในคราวนี้
ปวารณากันว่า หากใครได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่า เพื่อนสหธรรมิกรูปใด จะเป็นอาวุโสหรือภันเตก็ตามกำลังดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความประมาท หรือผิดพลาดในเรื่องธรรมวินัยด้วยประการใดประการหนึ่ง ก็จะทำหน้าที่กัลยาณมิตรชี้ขุมทรัพย์ให้กันด้วยจิตที่ประกอบไปด้วยความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนสหธรรมิก ที่จะให้หันกลับมาดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง เพื่อกายวาจาใจจะได้สะอาดบริสุทธิ์ ทำพระนิพพานให้แจ้งได้
ที่ต้องปวารณากันอย่างนี้ เพราะแต่ละคนต่างก็มีทิฏฐิมานะด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ชอบเตือนตัวเอง และไม่ชอบให้ใครมาเตือน ดังนั้นเวลาที่ใครมาเตือนเพื่อประโยชน์ของท่านผู้นั้น และเพื่อประโยชน์ของพระศาสนา บางทีทิฏฐิมานะก็ทำให้เกิดความขัดเคืองใจ เป็นเหตุแห่งการผูกโกรธผูกเวรกันไป ปฏิบัติธรรมก็ไม่ค่อยได้เพราะใจมันฟุ้งซ่าน มัวแต่คิดว่า คนนั้นคนนี้มาว่าเรา ทั้ง ๆ ที่เขาตักเตือนด้วยความรักและปรารถนาดี
เพราะเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการปวารณากันไว้ว่า ท่านทั้งหลายในที่นี้ ถ้าใครได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่า เราทำยังไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยก็อนุญาตให้แนะนำตักเตือนได้ โดยอาศัยความกรุณานั้นช่วยชี้ขุมทรัพย์ให้ จะไม่โกรธ จะพิจารณาตัวว่า เราได้พลาดพลั้งจริงไหม ถ้าไม่จริงก็จะให้อภัย ไม่ถือสากัน ถ้าจริงก็จะรีบกลับเนื้อกลับตัวปรับปรุงตัวใหม่ให้เหมาะสมกับการเป็นนักบวชที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง
นี่ก็เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ เพราะหลังจากปวารณาแล้วก็จะแยกย้ายกันไปบำเพ็ญสมณธรรมในสถานที่รื่นรมย์ที่ถูกจริตอัธยาศัย ตามโคนไม้ เรือนว่าง ลอมฟาง ตามป่า ตามเขา ห้วย หนอง คลอง บึง ถ้ำ เพื่อที่จะแสวงหาที่วิเวก สงัดกาย สงัดใจ สงัดจากกิเลสทั้งหลาย และถ้าเจอกันระหว่างทางก็ดี หรือได้ยินข่าวคราวก็ดีว่า เพื่อนสหธรรมิกรูปใดกำลังจะเผลอ ๆ ไผล ๆ ก็จะแนะนำตักเตือนกัน แม้อยู่ไกลก็จะเดินทางไปหา ไปพูดจากันตามประสาผู้ที่มีความรักและปรารถนาดีต่อกัน เราก็ปฏิบัติตามกันมากระทั่งถึงปัจจุบันนี้
หลวงพ่อมีความเห็นส่วนตัวว่า เราอย่าให้เป็นแค่ธรรมเนียมปฏิบัติว่า ทำ ๆ กันไปอย่างนั้นเลย ควรจะทำให้จริงจัง ให้ถูกวัตถุประสงค์ของการปวารณา เพราะว่ากว่าที่เราจะมาบวชกันก็ไม่ใช่ง่าย ก่อนบวชก็ตั้งใจอย่างดีว่า มาบวชคราวนี้เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม จะทำพระนิพพานให้แจ้ง สลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ บวชไปแล้วบางครั้งมีภารกิจมาก จิตมันหยาบบ้าง บางครั้งเราดำเนินชีวิตประมาทในเพศของสมณะบ้าง ก็ควรมีการแนะนำตักเตือนกันด้วยความรักและความปรารถนาดี ไม่โกรธ ไม่ขัดเคือง ไม่ถือสา
แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังมีกิเลสอยู่ ผู้เตือนแม้จะทั้งรักทั้งปรารถนาดีก็ตาม ก็ต้องดูจังหวะ ดูเวลา อารมณ์ ดูสุขภาพของเพื่อนสหธรรมิกว่า ตอนนี้ควรไหม หรือตอนนี้ยังไม่ควร ยังไม่พร้อม ยกเว้นในกรณีที่รีบด่วน มันจำเป็นจริง ๆ หากไม่เตือนไม่บอกกล่าวแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างหนักได้ กรณีอย่างนี้เราก็จะชิงช่วงพูดไปเลย โดยต้องทำใจไว้ว่า ถ้าเขาโกรธเรา เราก็อย่าไปโกรธเขา เพราะใจเราเจตนาดี แบบนี้จะใช้ในกรณีฉุกเฉิน ต้องเอาเพื่อนสหธรรมิกไว้ในหมู่คณะ
แต่ถ้าไม่ถึงกับฉุกเฉินนัก ยังพอมีเวลาก็ดูจังหวะให้ดี เพราะเรายังไม่ชนะพญามาร เรายังมีกิเลสอยู่ บางทีพอรู้ว่าเขาเตือนแม้ด้วยความรักความปรารถนาดี แต่มันหงุดหงิดขัดเคือง นี่ก็เป็นเรื่องที่จะต้องบอกให้พวกเราได้รับทราบ แต่ถ้าเราทำตามได้อย่างที่ปวารณากันเอาไว้ ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับเราทั้งสองฝ่าย และหมู่คณะจะงดงาม เราจะมีความสุขในเพศสมณะ
*วิธีการสร้างกำลังใจในเพศนักบวช*
การมาสู่เพศสมณะนี้ต้องถือว่า เรามีบุญเก่ามามากพอทีเดียว ที่สามารถฉุดตัวเราให้ออกมาจากความสับสนวุ่นวายจากพันธนาการของชีวิตทางโลกได้ ถ้ามีบุญน้อยมาบวชไม่ได้ มันไม่มีอารมณ์อยากจะบวช และไม่เห็นประโยชน์ของการบวช เพราะฉะนั้นลูกทุกรูปมีบุญมากในระดับหนึ่งทีเดียว และหลาย ๆ รูปก็มีบุญที่สั่งสมในเพศนักบวชมามาก ผังการบวชหนาแน่น สำหรับผู้ที่มีผังบวชหนาแน่นก็พอจะวางใจได้ว่า จะประคับประคองตนให้ไปถึงฝั่งที่เราปรารถนาได้ แต่ถ้าใครที่ผังการบวชยังไม่หนาแน่นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องใช้กำลังใจสูงส่ง เอาชนะมันให้ได้
ให้หมั่นพิจารณาให้เห็นทุกข์โทษภัยของชีวิตทางโลก ของการครองเรือน อย่าไปมองด้านสวยสดงดงามเพียงด้านเดียว ให้มองไปตามความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตของคฤหัสถ์มันอึดอัด คับแคบ มีสุขประเดี๋ยวประด๋าว แต่มีทุกข์มาก ไม่คุ้มกับที่เราจะไปใช้ชีวิตอย่างนั้น มันเหมาะสำหรับผู้ที่มีอินทรีย์อ่อน บารมีอ่อน ๆ และสังขารทั้งหลายก็มีแต่เสื่อมลงไปทุกวัน อีกทั้งความตายก็ไม่มีนิมิตหมาย จะตายเมื่อไร วันไหน เวลาไหน ที่ไหน เราก็ไม่รู้ นี่เป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณา
อีกประการหนึ่งก็คือ ต้องบำเพ็ญสมณธรรม ทำสมาธิให้ใจสงัดจากกาม จากอกุศลธรรม ให้ใจตั้งมั่นอยู่ภายในก็จะได้สุขจากสมาธิ เป็นความสุขที่ไม่มีอะไรเสมอเหมือน คือหาไม่ได้จากที่อื่นนอกจากใจที่หยุดนิ่ง และจิตมันก็จะมีกำลังเอง ที่เรียกว่า กำลังใจ กำลังใจที่อยากจะสร้างแต่กุศลธรรมให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เราจะมีความสุขในเพศสมณะ จะรู้สึกว่า วันคืนผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน หลับตาลืมตาไม่กี่ทีก็มืดแล้ว ฉันเช้าเสร็จ ทำความเพียร หรือทำภารกิจและประกอบความเพียรไปด้วย วัน ๆ ก็ทำซ้ำ ๆ กันอยู่อย่างนี้
เพราะฉะนั้น การพิจารณาให้เห็นทุกข์โทษภัยของชีวิต กับการบำเพ็ญสมณธรรมจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ ถ้าเราได้ทำ เราจะมีความสุขในเพศสมณะอย่างลืมวันลืมคืนกันไปเลย
*ต้นบุญต้นแบบของโลก*
เมื่อสักครู่นี้ หลวงพ่อชื่นใจและปีติใจมากกับผู้ที่สวดพระปาติโมกข์ได้ และได้รับดวงแก้วเป็นของขวัญที่ระลึกว่า เราได้ทำความเพียรในการท่องบ่นทรงจำพระปาติโมกข์ เป็นผู้ทรงจำพระวินัยเอาไว้ ดวงแก้วนั้นก็จะเป็นอุปกรณ์ในการบำเพ็ญสมณธรรม และปลื้มปีติใจกับอีก ๑๔ รูป ที่ใช้วันเวลาภายในพรรษาบำเพ็ญสมณธรรมไม่ขาดเลย อย่างนี้ถูกหลักวิชชา ที่จริงควรจะเรียงแถวเข้ามารับกันหมดทุกรูป ถ้าทำได้อย่างนี้ หลวงพ่อก็จะมีความปีติมาก เช่นเดียวกับลูกทุกรูปที่มีความปีติที่ใช้พรรษาแห่งการบรรลุธรรมนี้ บำเพ็ญสมณธรรมโดยไม่ขาดเลย
ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับพระศาสนาว่า มีผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบบังเกิดขึ้นภายในพรรษานี้ไม่ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว และยังเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีให้กับเพื่อนสหธรรมิกทั้งภายในวัดและนอกวัด ญาติโยมก็พลอยมีกำลังใจที่จะปฏิบัติธรรมสั่งสมบุญบารมี มีความรู้สึกว่าได้บุญเยอะ ได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญผู้เป็นอายุพระศาสนา เทวดาผู้มีทิพยจักษุ มองเห็นด้วยตาทิพย์ก็จะชื่นชมอนุโมทนาสาธุการว่า สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประพฤติดีปฏิบัติชอบ เพราะฉะนั้น ๑๔ รูป กับอีก ๑ รูป ที่สวดพระปาติโมกข์ได้ หลวงพ่อปีติมาก มีความสุขมากเลยนะลูกนะ
โดยภาพรวมแล้ว ลูกทุกรูปต่างก็ตั้งใจทำความเพียรกันดีอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ได้มารับดวงแก้วก็เพราะว่า บางรูปขาดไป ๑ วันบ้าง ๒ วันบ้าง ๓ วันบ้าง ซึ่งตามธรรมเนียมของพระต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่น เวลาประกอบสังฆกรรมในโบสถ์ พระผู้เป็นตัวแทนจะถามว่า สงฆ์จงฟังใครเห็นด้วยก็ให้อนุโมทนา ใครไม่เห็นด้วยให้คัดค้าน ถ้าคัดค้านแม้เพียงหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
*สุดยอดวิชชา*
เรามาบวชกันแล้วนะลูกนะ วัตถุประสงค์คือ เราจะมาศึกษาวิชชาธรรมกายซึ่งเป็นสุดยอดแห่งวิชชา และเป็นวิชชาที่แท้จริงที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร วิชาอื่นไม่แท้จริง แค่การทำมาหากินแบบชาวโลก และก็ยกย่องส่งเสริมกันไปว่าประสบความสำเร็จในทางโลกสูงส่ง ได้ปริญญาตรี โท เอก หรือเป็นศาสตราจารย์ แต่ชีวิตก็อย่างนั้นนะ ยังไม่ได้รู้อะไรเลย professor (ศาสตราจารย์) หลาย ๆ ท่าน เวลาหลวงพ่อถามดูนี่ เขาจะเก่งเรื่องวิชาชีพ แต่พอถามเรื่องวิชชาชีวิตก็ไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งวิชชาชีวิตก็ต้องใช้กับชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายและตายไปแล้วนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเรามาถูกทางแล้วนะลูกนะ
เรามาเพื่อจะศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งมีอยู่ในตัวของเราอยู่แล้ว วิธีการก็มีอยู่ ซึ่งได้แนะนำถ่ายทอดกันไปตามที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านค้นพบและถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา มันขึ้นอยู่กับว่า เราเอาจริงแค่ไหนถ้าตั้งใจจริงต้องได้ทุกคน ไม่มีใครที่จะไม่ได้
ผู้มาบวช แสดงว่าเราผ่านขั้นตอนผู้มีคุณสมบัติในการบวช เหมาะสมที่จะบำเพ็ญสมณธรรม แปลว่า ทุกรูปเหมาะสมที่จะเข้าถึงธรรม และจะต้องเข้าถึงวิชชาธรรมกายให้ได้ประการเดียว และต้องถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย ไม่ใช่ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะเรามีคุณสมบัติได้ผ่านการคัดเลือกมาขั้นหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นเหลือแต่ตัวของเราเองเท่านั้นว่า ทำความเพียรกันแค่ไหน
หลวงพ่อเสียดายวันเวลาที่ผ่านไปโดยที่เราไม่ได้ทำความเพียรกันอย่างเต็มที่ เราควรหันกลับมาพิจารณาตัวเราใหม่ว่า อายุเราเพิ่มขึ้น เราแก่กันไปทุกวัน ร่างกายเสื่อมไปทุกวัน และความตายไม่มีนิมิตหมาย เราได้เตรียมพร้อมสำหรับความตายแล้วหรือยัง ต้องมาคิดกันให้ดีแล้วตอนนี้
*เมื่อพลโลกเพิ่มขึ้น ภิกษุควรเพิ่มขึ้น*
มันแปลกอีกเรื่องหนึ่ง พรรษาต้น ๆ จะมีจำนวนนักบวชเยอะ แต่ยิ่งสูงยิ่งหดหาย ยกเว้นในกรณีของผู้บุกเบิกซึ่งมีอยู่ไม่กี่รูป และตอนนั้นหลวงพ่อบวชเป็นรูปแรก และถัด ๆ มาก็บวชทีละรูปกันไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ยังอยู่กันครบถ้วน แต่ผู้ที่มาบวชในท่ามกลาง ที่บวชได้ ๑๐ พรรษา ๒๐ กว่าพรรษา จำได้ว่ามีปริมาณมากกว่านี้ แต่ทำไมตอนนี้ถึงลดลงไป นี่แปลว่า มีผู้ตกหล่นไประหว่างทาง เป็นเพราะไม่ได้บำเพ็ญสมณธรรม ดำเนินชีวิตด้วยความประมาท มีความฟุ้งซ่าน จิตก็อ่อนลง ไม่มีกำลังพอที่จะสู้กับกิเลสมารทั้งหลาย คือ สู้กับสิ่งยั่วยุ ความฟุ้งซ่าน หรือนิวรณ์ทั้งหลายไม่ได้
หลวงพ่ออยากให้มีแต่ปริมาณภิกษุที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างมั่นคง และอย่างเห็นคุณค่าของการบวช เพราะเมื่อเทียบจำนวนพุทธบุตรกับจำนวนพลโลกที่เพิ่มขึ้น จำนวนพุทธบุตรมีแต่จะลดลง แต่พลโลกที่เกิดมาไม่รู้อะไรมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งมันไม่ถูก จริง ๆ แล้วเมื่อพลโลกเพิ่มขึ้น พุทธบุตรก็ต้องขยายเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะไปเป็นแสงสว่างส่องทางชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ อย่างนี้จึงจะถูกต้อง
ที่สำคัญเรื่องวิชชาธรรมกาย เป็นสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงให้ได้ พรรษานี้เหลือวันนี้เป็นวันสุดท้าย วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ก็ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่นี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญสมณธรรม เอามันวันสุดท้ายนี่แหละ วันพระจันทร์เต็มดวง วันที่พระนิพพานสอดบุญละเอียดเป็นพิเศษให้กับผู้ที่ตั้งใจทำความเพียรให้ได้บรรลุธรรม ได้เข้าถึงพระธรรมกาย เอาวันนี้ทำความเพียรกันให้ดี ๆ
การเข้าถึงธรรม อยู่ในวิสัยที่เราทำได้นะ เรานั่งไปใหม่ ๆ มันก็ฟุ้งบ้าง แต่ขอให้นั่งไปเรื่อย ๆ มันจะปรับไปเรื่อย ๆ จากฟุ้งมากมาฟุ้งน้อย จากฟุ้งน้อยก็มาไม่ฟุ้ง แล้วก็จะนิ่ง แม้ไม่เห็นอะไร และก็จะโล่ง ว่าง สว่าง และเดี๋ยวก็เห็นขึ้นมาเอง จนถึงจุดที่ว่า ไม่ต้องทำอะไรมันก็เกิดขึ้นเอง
หลวงพ่อเสียดายแทน หากพวกเราไม่ได้ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม ในขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ บุญก็ไม่เกิดขึ้นกับเรา ธรรมะก็ไม่รู้เรื่อง มีแต่แก่ขึ้นกันไปเท่านั้นเอง ก็ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราจะตั้งมโนปณิธานใหม่สำหรับการทำความเพียรให้ดีทีเดียว
*โอวาทสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องลาสิกขา*
เฉพาะผู้ที่บวชพรรษา ๑ มีความจำเป็นจะต้องลาสิกขาเพราะลางานมาบวช ก็ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา ก่อนลาสิกขาก็ควรจะอยู่รับกฐินกันก่อน เหลือเวลาอีก ๒ อาทิตย์กว่าก็ให้ทำความเพียรให้เต็มที่เต็มกำลังอย่างถูกหลักวิชชา ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรแล้ว เพราะอย่างไรเราต้องลาสิกขาแน่
พอถึงวันที่เรารับกฐินแล้ว จะลาสิกขาก็นั่งธรรมะให้ใจใส ๆ แล้วอธิษฐานจิตให้ดีว่า จริง ๆ แล้วเราไม่อยากลาสิกขา แต่เพราะถึงกำหนดวันลาจำเป็นที่จะต้องไปปฏิบัติภารกิจทางโลก ขอให้บุญนี้เป็นพลังให้เราได้ประสบความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงาน และการประพฤติธรรม เมื่อลาสิกขาแล้วเราจะเป็นอุบาสกที่ดี มีศีล มีธรรม วันพระจะถืออุโบสถศีล เราจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของชาวโลก เหมือนอย่างท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เข้าไปสู่สังคมใดที่เขาดื่มน้ำเมาก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะคะยั้นคะยอ จะเคี่ยวเข็ญขู่เข็ญอย่างไรก็ตาม ต้องยืนยันว่า เราถือศีล ๕ ไม่ดื่มน้ำเมา เพราะเห็นทุกข์โทษภัยทั้งในปัจจุบันและในปรโลก เพราะฉะนั้นยืนยันไม่ดื่ม ให้แข็งเอาไว้ให้ดีทีเดียว อย่าไปโอนอ่อนผ่อนตาม จะพูดอย่างไรก็ให้แข็งเอาไว้ ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกสังคมทั้งหลายที่ดื่มกันนั่นแหละ เชื่อเถอะ ในหมู่ที่กำลังดื่มน้ำเมานี้ กำลังดูเราอยู่ ที่เราไม่ดื่มนั่นแหละ และในที่สุดก็จะเลิกดื่มกันไปทีละคนสองคน เพราะเราเข้มแข็งพอ
แต่ถ้าหากว่า เราไม่เข้มแข็งพอ เมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมที่เขาดื่มน้ำเมาแล้วเราไปดื่มตาม บวชคราวนี้เสียผ้าเหลือง อานิสงส์มันก็ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เราอย่าคิดว่า เราบวชแล้วบุญบวชจะช่วยปิดประตูอบายเปิดประตูสวรรค์ให้เรา ความจริงมันก็เป็นเช่นนั้น ถ้าเราไม่สร้างวิบากกรรมใหม่ ครองตนอยู่ในศีลในธรรมตลอดไปในเพศของคฤหัสถ์ ถ้าทำอย่างนี้ได้ ปิดอบายไปสวรรค์และยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากจะมาเป็นนักบวช แม้บวชช่วงสั้นก็ตาม
นี้ก็เป็นสิ่งที่จะขอฝากเอาไว้ เพราะว่าคงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน และปกติหลวงพ่อก็ไม่ชอบเห็นใครลาสิกขา ไม่ใช่อัธยาศัย แต่ชอบเห็นนักบวชเพิ่มขึ้น และเมื่อบวชแล้วก็อยากเห็นเป็นนักบวชที่ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เป็นเนื้อนาบุญ เป็นอายุพระศาสนา บวชอย่างมีเป้าหมาย ใช้วันเวลาในชีวิตนักบวชแต่ละวันแต่ละคืนด้วยการสั่งสมบุญบารมีกับทำพระนิพพานให้แจ้ง อยากเห็นอย่างนี้ เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้ตามวัดวาอารามต่าง ๆ ทั่วไป ชึ่งตอนนี้หย่อนยานกันไปเรื่อย ๆ
ยิ่งพระพุทธศาสนาหย่อนยานลงเท่าไร กิเลสมารก็จะเพิ่มขึ้น มาร ๕ ฝูงก็จะได้โอกาส อีกทั้งลัทธิเทวนิยมก็จะแพร่กระจายเข้มแข็งขึ้น เมื่อไรกำลังมันก้ำกึ่ง พุทธศาสนาในเมืองไทยลำบาก ถ้าพุทธศาสนาในเมืองไทยลำบาก พุทธศาสนาที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหรือที่อื่นทุกภูมิภาคทั่วโลกก็จะพลอยลำบากตามไปด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้ลูกทุกรูปที่ได้บวชมาแล้วให้ตั้งใจเป็นนักบวชที่สมบูรณ์นะลูกนะ
วันนี้ หลวงพ่อขออนุโมทนาสาธุการ และขออำนวยพรให้ลูกทุกรูปที่ได้ตั้งใจบวชกันในคราวนี้ ให้สมหวังดังใจดังที่ได้ตั้งมโนปณิธานจะทำพระนิพพานให้แจ้ง จะสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ ให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ให้ปลอดกังวลต่อสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและพรหมจรรย์ ให้เป็นเนื้อนาบุญ เป็นอายุพระศาสนา ปฏิบัติธรรมก็ขอให้ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ให้ไปปราบพญามารด้วยกัน
จะศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ให้แตกฉาน ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จะเทศนาก็ให้ไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง เบื้องปลาย บริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งอรรถและพยัญชนะ ใครได้ยินได้ฟังธรรมก็ให้บรรลุธรรมกาย
ความปรารถนาอันใดก็ตามที่ลูกทุกรูปตั้งใจเอาไว้อย่างดีแล้ว เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ขอความปรารถนานั้น จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ จงทุกประการเทอญ