ภารกิจปราบมาร (๒๕๕o)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(มหาปวารณา)67
๑๐. ภารกิจปราบมาร
วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันศุกร์ที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เราได้ทำปวารณากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ถูกวัตถุประสงค์ของการปวารณา วัตถุประสงค์หลักก็คือ การให้โอกาสทำหน้าที่กัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน ในกรณีที่ได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่า เพื่อนสหธรรมิกท่านใดท่านหนึ่ง มีข้อวัตรปฏิบัติที่จะทำให้ไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมาบวช คือ การทำพระนิพพานให้แจ้ง สลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ ไม่ว่าด้วยเหตุอันใดก็ตาม ก็จะมีโอกาสได้แนะนำตักเตือนกันได้โดยธรรม ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนสหธรรมิกอย่างแท้จริง เพื่อจะได้หันกลับมาพิจารณาตนเอง ได้สติ เกิดความสลดใจ เกิดธรรมสังเวช หันกลับมาปรับปรุงตัวของตัวเองให้เป็นพระแท้ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมาบวช
*เหตุที่ต้องมีการปวารณา*
ที่ปวารณากันอย่างนี้ เพราะโดยปกติของปุถุชนคนมีกิเลสหนาปัญญาหยาบ ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิตก็ตาม โดยทั่วไปสามารถอดทนต่อดินอากาศฟ้าและทุกสิ่งได้ แม้เข้าสู่สมรภูมิรบก็สามารถอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก เสี่ยงภัยขนาดเอาชีวิตเป็นเดิมพันก็อดทนกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อดทนได้ยาก คือ ไม่สามารถอดทนต่อคำแนะนำตักเตือนอบรมสั่งสอนกันได้ มันจะเกิดมีมานะทิฏฐิขึ้นมา กิเลสตระกูลนี้จะฟูขึ้นมา นี่เป็นเรื่องแปลกแต่จริง และก็เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้นการปวารณาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างที่ออกไปบำเพ็ญสมณธรรมตามป่าตามเขา คำว่า “อยู่ตามลำพังให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา” นี่เป็นเรื่องจริงแท้ทีเดียว บางทีเกิดกามวิตกกระสันที่จะสึก จะด้วยเหตุอันใดก็ตาม เมื่อเพื่อนภิกษุได้ข่าว ก็จะอาศัยความเอ็นดู ความรัก ความปรารถนาดี เดินทางไปเป็นกัลยาณมิตรให้ เตือนสติให้เห็นโทษภัยของกามวิตกนั้น จะได้หวนกลับคืนมาสู่มโนปณิธานดั้งเดิมของตน หรือเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันด้วยเหตุอันใดอันหนึ่งก็ตาม ก็จะได้มาพูดคุยให้เข้าใจกัน ให้อภัยกัน ให้รักและสามัคคีกันอย่างนี้ เป็นต้น จึงมีความจำเป็นจะต้องมีการปวารณากันในวันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษาร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปบำเพ็ญสมณธรรม
วันนี้ เราได้ปวารณากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าให้เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติ อยากให้เป็นสิ่งที่เป็นความตั้งใจจริง ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนสหธรรมิกที่แท้จริง เพราะเราอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะใหญ่ ปีนี้พระภิกษุจำพรรษาถึง ๙๖๒ รูป ก็ยังไม่ทราบว่ามีวัดอื่นมีพระภิกษุมากกว่านี้ไหม ก็ถือว่าเป็นจำนวนมากทีเดียว และมีสามเณรจำนวน ๒๗๑ รูป รวม ๑,๒๓๓ รูป
การอยู่ร่วมกันอย่างนี้ มันมีเหตุที่จะกระทบกระทั่งกันได้ง่าย จะด้วยเหตุอะไรก็ตาม จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม หรือมีข้อวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากหมู่คณะ หรือด้วยอำนาจอกุศลเข้าสิงจิต ทำให้มีความคิด คำพูด หรือการกระทำที่ออกนอกลู่นอกทาง ก็จำเป็นต้องแนะนำตักเตือนกัน ด้วยความรักและปรารถนาดีดังกล่าว เพราะฉะนั้นก็ขอให้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ปวารณาไปตามธรรมเนียมเท่านั้น
เพราะเราต้องอยู่ร่วมกันและต้องทำงานกันไปเป็นทีม มโนปณิธานของเราจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ซึ่งเป็นมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ มีแต่หมู่คณะของเราเท่านั้น ที่มีพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เป็นผู้นำที่มุ่งไปสู่ในเส้นทางนี้ ซึ่งแม้จะเป็นเส้นทางเอกสายเดียว แต่หนทางนั้นยาวไกลยังไม่มีใครไปถึงเลย และไม่ถึงก็ไม่ได้ ไม่ถึงก็ยังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารกันอยู่ อาจจะหลุดพ้นจากกรอบวิชชาของความเป็นบ่าวเป็นทาสในภพ ๓ ได้ในระดับหนึ่ง ไปสู่อายตนนิพพานถอดกาย
แต่ถ้าหากว่า มีความรู้ได้อย่างลึกซึ้งด้วยวิชชาธรรมกาย ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ก็ยังค้นพบว่า มันหลุดแค่ภพ ๓ แต่ยังติดอีกกรอบหนึ่ง ถึงแม้ว่าตรงนั้นจะเป็นเอกันตบรมสุข ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในภพ ๓ แต่กรอบนั้นก็ยังขยายใหญ่และกว้างออกไปละเอียดลึกซึ้งมาก มีผู้ที่อยู่ฉากหลังในนิพพานลับ ๆ นั้น บังคับปกครองกันอยู่ จนกระทั่งไปถึงนิพพานไม่ถอดกายโน่น ก็ยังอยู่ในกรอบวิชชา แต่ขยายกว้างขึ้น ละเอียดขึ้น แปลว่า ยังไม่ได้หลุดพ้นกันอย่างแท้จริงเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในบทเทศน์ของท่านว่า เรื่องการปราบมารนั้น ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกาย ไม่มีใครรู้เรื่องเลย นี่ท่านกล้ายืนยัน นี้ถือว่าเสี่ยงมากต่อการกล่าวอวดอุตริมนุสธรรม แต่ว่าเป็นสิ่งที่ท่านค้นพบขึ้นมา บอกให้เฉพาะผู้มีบารมีแก่ ๆ มีธาตุธรรมแก่ ๆ มีธาตุธรรมพิเศษได้รับทราบ ได้ฝากประโยคนี้ไว้ในบทเทศน์ สำหรับผู้ที่มีธาตุธรรมพิเศษซึ่งอยู่ในยุคนั้น หรือผู้ที่มาในภายหลังที่ตกขบวนมาไม่ทันท่าน
คนอื่นฟังอาจจะฟังผ่าน ๆ หรือคิดด้วยจิตที่เป็นอกุศล แต่ผู้ที่มีธาตุธรรมพิเศษจะมีความคิดแตกต่างจากบุคคลเหล่านั้น ฟังพิจารณาใคร่ครวญแล้วก็จะลงมือปฏิบัติเพื่อที่จะไปศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่ท่านกล่าวเอาไว้นั้นว่าเป็นจริงแค่ไหน และในที่สุดก็จะมีผู้ที่มีธาตุธรรมมีบารมีแก่ ๆ เป็นพิเศษรับทราบได้ว่า สิ่งที่ท่านกล่าวนั้นเป็นความจริง แปลว่า ไม่ไปถึงที่สุดแห่งธรรมนั้นไม่ได้ ถ้ายังไปไม่ถึงก็ยังต้องเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารทั้งสิ้น หมายถึงว่า ยังไม่บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ที่แท้จริง แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้ จะไปตามลำพังไม่ได้ ต้องไปกันเป็นทีม และทีมนั้นต้องมีความรู้ ความบริสุทธิ์ ความละเอียดเท่าเทียมทันกันทั้งทีม
ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นจะต้องมีความรักสามัคคีกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องแนะนำตักเตือนกันได้ เพื่อที่จะประคับประคองกันไปถึงจุดหมายปลายทางดังกล่าวนั้น การแนะนำตักเตือนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพี่อเราจะได้ไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจในการดำเนินชีวิต จะได้รีบขวนขวายในการสะสางธาตุธรรมของตัวเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ไปถึง ณ ตรงนั้นให้ได้ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเลย
วันนี้เรารู้ได้ในระดับหนึ่ง ยังไม่รู้ลึกซึ้ง เพราะมีผลการปฏิบัติที่แตกต่างกัน บางรูปก็ละเอียดมาก บางรูปก็ละเอียดปานกลาง บางรูปก็ละเอียดน้อย แต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านก็บอกหลักวิชชาเอาไว้ คือ การทำใจหยุดใจนิ่ง เมื่อใจหยุดใจนิ่งละเอียดบริสุทธิ์ก็ไปถึงธรรมกายในตัว ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย มีความรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดได้มากขึ้น ก็จะเข้าใจกันตอนนั้น และเมื่อทุกคนทำอย่างนี้ ความบริสุทธิ์ ความรู้แจ้งเห็นแจ้งก็จะเกิดขึ้นกับตน เมื่อเกิดขึ้นกับตนแล้วก็จะเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดฝากทิ้งเอาไว้
ทั้งหมดนี้ทำเพื่อตัวของเราเองและเพื่อภาพรวม ก็คือหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารทั้งหมด เพราะฉะนั้นความรักและสามัคคีกันเป็นทีม ทั้งรักตัวเองและรักหมู่คณะ รักที่จะศึกษาเรียนรู้
อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม ฝึกใจให้หยุดนิ่งให้เข้าไปถึง ณ จุดตรงนั้นให้ได้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
แต่ว่าในปัจจุบันนี้เรามีทั้งงานหยาบและงานละเอียด งานหยาบที่เราต้องทำก็มีอยู่ งานละเอียดเพื่อส่วนตัวของเราก็มีอยู่ จะไปถึงตรงนั้นได้อย่างง่าย ๆ นั้น เราจะต้องแบ่งเวลาเพื่อทำความละเอียดด้วยตัวของตัวเอง จนกระทั่งถึงจุดที่จะออกไปทำหน้าที่เป็นผู้ให้แสงสว่างต่อเพื่อนมนุษย์ ให้เพื่อนมนุษย์ทั่วโลกได้รับทราบว่า ในตัวนั้นมีธรรมกายอยู่ เมื่อรู้ว่านั่นคือวัตถุประสงค์ของชีวิต เข้าใจว่าคนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต และจะไปถึงเป้าหมายชีวิตนั้นได้อย่างไร ก็จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้อีกทีมหนึ่งที่มีภารกิจทำความละเอียดเพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอย่างเดียวทำงานได้สะดวกขึ้น เพราะไม่มีอุปสรรคในระดับหยาบ เนื่องจากมวลมนุษยชาติได้เข้าถึงธรรมกายในตัวแล้ว ก็จะเข้าใจเป้าหมายของชีวิต รู้วัตถุประสงค์ของชีวิต ก็จะไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานละเอียดของอีกทีมหนึ่ง นอกจากไม่เป็นอุปสรรคแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็ทำกันไปทั้งหมดพร้อม ๆ กัน
ดังนั้น ความรักและความสามัคคีกันในหมู่คณะจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การปวารณากันในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการนี้ ให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และทำงานทั้งหยาบทั้งละเอียดให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เป็นหนึ่งเดียวกันได้
*มหาปวารณา*
เมื่อเราปวารณากันแล้ว ก็ทำให้ถูกวัตถุประสงค์ของการปวารณา ไม่ใช่แค่กล่าวคำภาษาบาลี หรือทำไปตามธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้น กาลเวลาที่ผ่านมา ทุกปีก็มีวันมหาปวารณาแล้วก็ปวารณากันมาตลอด แต่ว่าในแง่การปฏิบัติจริง ๆ นั้น เรายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เวลาแนะนำตักเตือนกันก็มักจะขุ่นมัว กระทบกระทั่งกัน เพราะฉะนั้นงานที่ผ่านมาจึงล่าช้า แปลว่า เราสูญเวลาเปล่าสำหรับการมาเกิดเป็นมนุษย์ แก่ไปทุกวัน ใกล้ความตายไปทุก ๆ วัน แต่งานยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เพราะความรักและสามัคคีของเรายังไม่สมบูรณ์ ยังมีการกระทบกระทั่งกันอยู่ นี่คือวันวานที่ผ่านมา
นับจากวันนี้ไปก็ขอให้แตกต่างจากวันวานที่ผ่านมา ที่แม้ปวารณากันแล้ว แต่ในแง่การปฏิบัติแล้วตักเตือนกันไม่ได้ ก็ขอให้วันนี้เป็นต้นไปอย่าได้เป็นอย่างนั้น อย่าให้พรรษานี้ผ่านไปเปล่า ๆ จากวันนี้ถึงวันสุดท้ายของชีวิต เหลือเวลานิดเดียว เวลามันสั้นเหลือเกิน ความแข็งแรงของกายมนุษย์มีจำกัด แต่งานเรายังมีอีกมาก หากเราไม่รีบรักและสามัคคีกันแล้วจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร จะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกได้อย่างไร
เพราะฉะนั้น ก็ขอให้นับจากวันนี้เป็นต้นไป ให้เราสามารถทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกันให้ดีที่สุด คือเป็นกัลยาณมิตรให้กับตัวของเราเอง สอนตัวเราเองได้ จนกระทั่งมีข้อวัตรปฏิบัติเป็นที่น่าเลื่อมใสต่อตนเอง และในหมู่เพื่อนสหธรรมิกรวมทั้งญาติโยมทั้งหลาย เมื่อเรามีความเลื่อมใสในตัวเอง มีความปีติและภาคภูมิใจในตัวเองที่เรามีข้อวัตรปฏิบัติบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ ถ้าหากเราเป็นอย่างนี้ได้ เราแทบไม่ต้องพึ่งพาให้เพื่อนสหธรรมิกมาแนะนำตักเตือนเราเลย ทั้ง ๆ ที่ปวารณากันอยู่นี่แหละ เพราะถ้าต่างคนต่างเตือนตัวเองได้ การอยู่ร่วมกันก็จะผาสุก แม้มีโอกาสพลาดพลั้งก็น้อยมาก
เรายังไม่ชนะพญามารก็จะมีบางช่วงที่อกุศลเข้าสิงจิต จิตหยาบเกิดการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งมันก็มีโอกาสพลาดพลั้งได้ แต่ก็ต้องให้โอกาสเพื่อนสหธรรมิกแนะนำตักเตือนเราได้โดยธรรมด้วยความรักและปรารถนาดี แล้วหันมาพิจารณาตัวเรา ถ้าผิดจริงก็แก้ไขเสีย ขอบคุณเขา อย่าไปขุ่นมัว แต่ถ้าเป็นความเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูกในระดับหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์ก็ให้อภัย เรื่องก็จะจบง่าย ๆ แค่นั้นเอง
เพราะฉะนั้น ก็หวังว่าวันมหาปวารณานี้ เป็นวันที่ดีสำหรับลูก ๆ ทั้งหมดที่มาอยู่ร่วมกัน ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้แสงสว่างกับตัวเราเอง และต่อเพื่อนมนุษย์ ได้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีตรงนี้
*ไม่ได้ตายเถอะ*
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของพรรษา เราจะต้องรักษาอีก ๑ ราตรี อย่าเพิ่งไปค้างคืนที่ไหน อย่าเพิ่งไปทำกิจอะไร พรรษานี้เป็นพรรษาแห่งการทะลุเป้าเข้าถึงธรรม เราต้องทำภารกิจทั้งสองนี้ให้บรรลุให้ได้ โดยเฉพาะการบำเพ็ญสมณธรรม นี่เป็นทั้งเรื่องส่วนตัวและส่วนรวมด้วย ส่วนตัวก็คือ เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมให้ได้ ถ้าเราเข้าถึงได้คนอื่นก็จะเข้าถึงตามเราด้วย เมื่อเราสว่าง คนอื่นก็จะสว่างตาม
โดยเฉพาะราตรีนี้ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ควรจะเป็นวันสว่างของเรา เวลาก็มีเหลือเฟือ ถ้าเราได้ศึกษาประวัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เราจะพบว่า ท่านใช้เวลาแค่ ๑ ราตรีในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ในกลางพรรษา ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ได้ตายเถอะ และในที่สุดใจท่านก็หยุดนิ่งแล้วเข้าถึงธรรมกายในตัวได้ วันนี้ก็เป็นวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เช่นเดียวกัน ต่างแต่ว่าเป็นเดือน ๑๑ ห่างกัน ๑ เดือน วันนี้ควรจะเป็นวันสว่างสำหรับลูกทุกรูป ที่จะใช้วันนี้ให้เป็นประโยชน์และเป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงามแก่ตัวเรา ในการทำความเพียรกันอย่างเต็มที่ ให้ตั้งใจนั่งธรรมะกันให้ดี พรุ่งนี้เป็นวันออกพรรษาเราจะได้มีความปีติสุขที่เราได้บรรลุธรรมกาย และจะได้เป็นเนื้อนาบุญให้แก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
การเข้าถึงธรรมนั้นเราก็รู้หลักวิชชากันอยู่แล้ว เหลือแต่ทำความเพียรให้ถูกต้องและทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเราปล่อยวางทุกอย่างได้จริง ๆ ไม่ผูกพันในคนสัตว์สิ่งของใด ๆ เลย ทำใจให้ใส ๆ ให้หยุดนิ่งอย่างเบาสบาย อย่างถูกหลักวิชชาอย่างเดียวเท่านั้น ในที่สุดก็จะสามารถบรรลุธรรมได้ เพราะฉะนั้นคืนนี้ก็ขอให้เป็นคืนสว่างของลูกทุก ๆ รูป
วันนี้ หลวงพ่ออนุโมทนาสาธุการสำหรับผู้ที่สวดพระปาฏิโมกข์ได้ ได้สร้างมหาทานบารมี และได้ประกอบพิธีกรรมมหาปวารณาอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ก็ขออานุภาพแห่งบุญนี้เป็นเครื่องสนับสนุนให้ลูกทุกรูปสมปรารถนา มีใจหยุดใจนิ่ง ให้ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ ได้บรรลุธรรมกาย ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ได้ปราบมารด้วยกันนะลูกนะ