ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ชีวิต ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ (๒๕๓๐)

หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67

PDF
๒๒. ชีวิต ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ โอวาทหลวงพ่อธัมมชโยณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ *ตำแหน่งแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต* นั่งธรรมะกันก่อนนะ หลับตาเอาใจหยุดนิ่งไปที่ศูนย์กลางกายทุกรูปเลย เอาใจหยุดให้ถูกส่วนที่ศูนย์กลางกายของเรา อย่าลืมหลักศูนย์กลางกาย หลักนี้สำคัญ จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ เพราะศูนย์กลางกายเป็นตำแหน่งแห่ง ความสุขและความสำเร็จในชีวิต เราจะพบความสุขที่แท้จริงได้ ก็ต้องเข้าถึงจุดนี้เท่านั้น จึงจะรู้จักคำว่า “สุข” ว่ามันเป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร แตกต่างจากคำว่า ความสุขของชาวโลกอย่างไร หรือสิ่งที่เราได้เคยพบเจอ เราจะเห็นความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน จนกระทั่งเข้าใจได้ว่า สิ่งที่ชาวโลกเขาเรียกว่า ความสุข หรือที่เราเคยมีความรู้สึกว่า นั่นเป็นความสุข ที่แท้มันเป็นแค่ความเพลินเท่านั้น ทำอะไรให้มันเพลิน ๆ ไป แต่ความสุขที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ที่เดียวเท่านั้น ความสุขที่ศูนย์กลางนี้แปลก มันจะมีเพิ่มพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุดของปริมาณความสุข เป็นความสุขที่เป็นอิสระ กว้างขวาง ไม่มีขอบเขต ส่วนความเพลินหรือความสุขของชาวโลก ที่เรียกว่า โลกียสุข อารมณ์มันแค่ชั่วคราว แล้วก็ลดลงไปตามลำดับ แล้วเราก็ต้องแสวงหากันใหม่ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วเสื่อมสลายไป แต่ความสุขภายในมีแต่ยิ่งเพิ่มพูนทับทวีขึ้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งใจเราละเอียดเข้าไปสู่ภายใน ในเส้นทางสายกลางของกลางเข้าไปเรื่อย ๆ ความสุขยิ่งเพิ่มทับทวีมากเข้าไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ศูนย์กลางกายนี่สำคัญ เราจะแสวงหาความสุขต้องตรงนี้ที่เดียว เป็นสุขที่เที่ยงแท้ถาวร ที่พระอริยเจ้าสรรเสริญว่า เป็นสุขอันเยี่ยม สุขชนิดนี้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ยืนยันเหมือนกันหมดเลย จะมาตรัสรู้กี่พระองค์ก็ตามยืนยันเหมือนกันหมดว่า สุขชนิดนี้เยี่ยมที่สุด ท่านไม่ได้บอกว่าอย่างอื่นเยี่ยมเลย มีคำในตำรับตำรารับรองว่า นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี สุขตรงนี้ที่เกิดจากใจหยุดนิ่งตรงกลางของกลางนี้เป็นบรมสุข ไม่ใช่สุขธรรมดา เป็นบรมสุขทีเดียว นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม เพราะ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นบรมสุข เป็นสุขอย่างยิ่ง เป็นสุขที่เยี่ยมยอด คือ อยู่บนยอดของความสุขทั้งหลาย ได้ยืนยันเหมือนกันหมดเลยทุกพระองค์ ไม่ใช่พระองค์เดียวเท่านั้น จุดตรงกลางนี้จึงเป็นจุดสากลจริง ๆ ไม่ว่าใครก็ตามในโลกถ้าเข้าถึงตำแหน่งนี้แล้ว จะได้รู้จักคำว่า “บรมสุข” ว่ามันเป็นอย่างไร ยิ่งใหญ่ไพศาลอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นตำแหน่งแห่งความสำเร็จ เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกด้าน ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นอยู่ที่ตรงนี้ก่อน เมื่อเกิดขึ้นตรงนี้ก็จะกระตุ้นความนึกคิดของเราให้คิดอย่างมีประสิทธิภาพ ให้พูดอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กระทำอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ดึงเหตุการณ์ที่ดี ๆ เข้ามา เพื่อช่วยเสริมให้งานบรรลุเป้าหมาย จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญ เป็นแหล่งกระตุ้นความคิด คำพูด การกระทำ หรือสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระทั่งเหตุการณ์ดีต่าง ๆ ดึงดูดให้เข้ามาสู่จุดแห่งความสำเร็จ ดังนั้นการกระทำทุกอย่างจะมีประสิทธิภาพได้ ถ้าเอาใจของเรานั้นหยั่งลงมาในตำแหน่งตรงนี้ ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ยิ่งละเอียดลึกเข้าไปเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมีมาก ถ้าละเอียดเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด พลังก็เพิ่มเป็น ๒ เท่า ถ้าถึงกายทิพย์ก็ ๓ เท่า ถึงกายรูปพรหมก็ ๔ เท่า กายอรูปพรหมก็ ๕ เท่า เข้าถึงกายธรรมในกายธรรมก็ไม่มีที่สิ้นสุดเพิ่มพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ เลย ความสำเร็จในชีวิตก็ดี ความสุขก็ดี ไม่มีขอบเขต เพราะฉะนั้น ศูนย์กลางกายนี้จึงเป็นตำแหน่งสำคัญที่พวกเราทุกรูปจะต้องเอาใจใส่ คือ เอาใจของเรามาใส่ตรงนี้ มาหยุดตรงนี้ ถึงจะเข้าใจ แล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างที่หลวงพ่อได้กล่าวมาแล้ว ความสำเร็จของพระพุทธเจ้าหรือความเป็นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นก็เกิดขึ้นที่ตรงนี้เหมือนกัน ไม่ได้เกิดขึ้นที่ตรงไหนเลย ความสำเร็จที่จะเอาชนะกิเลสอาสวะ ชนะพญามาร ก็ตรงตำแหน่งนี้ที่เดียว ดังนั้น ทุกรูปต้องศึกษาให้เข้าใจ แม้บางรูปมีความจำเป็นต้องลาสิกขา ไปศึกษาต่อก็ดี ไปประกอบธุรกิจการงานก็ดี ก็ควรใช้ชีวิตในโลกทั้งสอง คือ โลกภายในกับโลกภายนอกนั้นให้สมบูรณ์ควบคู่กันไป โลกภายใน คือ เอาใจหยุดเข้ามาสู่จุดกลางตรงนี้ โลกภายนอก คือ การประกอบธุรกิจการงานหรือการศึกษาเล่าเรียน ต้องทำโลกทั้งสองนี้ให้สมบูรณ์ หรือมีชีวิต ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน กับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ภายนอก ถ้าหากเป็นได้อย่างนี้ การลาสิกขาเพื่อไปใช้ชีวิตในทางโลกนั้น ชีวิตก็สามารถที่จะดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทางได้ วันนี้ เป็นวันที่พวกเราจะได้ร่วมใจกันกรานกฐิน เราจะมีอานิสงส์ทั่วถึงกันทุกรูป ส่วนผู้ที่จำเป็นจะต้องลาสิกขา แม้อานิสงส์บางอย่างจะไม่ได้ แต่บุญกุศลนั้นได้เท่าเทียมกันตลอด และจะมีโอกาสศึกษาศาสนพิธีในด้านนี้ด้วย เมื่อลาสิกขาไปแล้ว ขอให้นึกถึงวันที่พวกเรามีโอกาสมาปฏิบัติธรรมร่วมกันกับหลวงพ่อ ตลอดระยะเวลา ๑ พรรษานี้ แม้จะไม่มีโอกาสได้พูดจา หรือไต่ถามข้อสงสัย แต่ก็ได้ปฏิบัติธรรมร่วมกันมาตลอดทุกอาทิตย์ ไม่ได้ขาดเลย ๑๒ อาทิตย์ในพรรษานี้ ซึ่งเป็นพื้นฐานทำให้พวกเราเข้าใจเรื่องการปฏิบัติธรรม เมื่อลาสิกขาไปแล้ว จะได้นำวิธีการเหล่านี้ไปปฏิบัติต่อไป ภาพที่พวกเราปฏิบัติธรรมร่วมกันนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงามของพวกเราทั้งหลาย ดังนั้นขอให้ระลึกนึกถึงผลบุญตั้งแต่เริ่มต้นบวชวันแรก จนกระทั่งถึงวันที่เราจะลาสิกขา สำหรับผู้ที่จะลาสิกขา ให้ระลึกนึกถึงผลบุญทุกวันทุกคืน จนกระทั่งถึงวันที่เราลาสิกขาว่า ตลอดระยะเวลา ๑ พรรษา เราปฏิบัติกิจวัตรไม่ได้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ร่วมทำสังฆกรรม ตลอดจนกระทั่งได้ศึกษาภาคทฤษฎี ภาคปริยัติ รวมทั้งปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอ