เทคนิคการบริหารเวลา (๒๕๔๑)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67
๑๘. เทคนิคการบริหารเวลา
วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโยณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑
*อานิสงส์กรานกฐิน*
เราได้กรานกฐินกันเรียบร้อยแล้ว ได้รับอานิสงส์ของกฐินโดยทั่วถึง หลวงพ่อจะไม่พูดถึงรายละเอียดทั้งหมด ให้ไปศึกษาตามตำรับตำราและจากพระอาจารย์ สงสัยข้อไหนให้กราบเรียนถามท่าน
มีอยู่ข้อหนึ่ง คือ เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลา ในสมัยพุทธกาลเมื่อออกพรรษา กรานกฐินกันแล้ว ได้รับอานิสงส์กฐินแล้ว ต่างแยกย้ายกันไปบำเพ็ญสมณธรรมตามป่า ตามเขา ห้วย หนอง คลอง บึง ตามถ้ำ หรือตามสถานที่รื่นรมย์ที่ถูกจริตอัธยาศัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เมื่อได้รับอานิสงส์กฐินแล้วไม่จำเป็นต้องบอกลากัน แยกย้ายกันไปบำเพ็ญสมณธรรมได้เลย ไม่มีห่วง ไม่มีกังวล ไม่มีอาลัยอาวรณ์
แต่ว่าในสมัยนี้ เราต้องมาอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ มีกฎระเบียบของการคณะสงฆ์ให้เจ้าอาวาสปกครองดูแลผู้อยู่ร่วมในสำนัก เพราะฉะนั้นในข้อนี้ นอกจากเราจะเอื้อตามพระธรรมวินัยแล้ว แม้ว่าเราจะได้รับการยกเว้น เพราะได้รับอานิสงส์กฐินแล้วก็ตาม แต่เราต้องเอื้อเฟื้อในกฎระเบียบของการอยู่ร่วมกัน จะไปไหนมาไหนก็ต้องบอกให้ทราบ
ในแง่ของการปฏิบัติจริง ๆ คงมาบอกให้หลวงพ่อทราบไม่ได้ ก็ควรจะบอกกับผู้ที่หลวงพ่อมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนหลวงพ่อ หรือหมู่คณะรับทราบ เหตุผลก็คือ ไปอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ยังไปติดตามดูแลประคับประคองเอากลับมาได้ หรือไปอยู่ที่ไหนเกิดจิตหยาบ อยากจะเปลี่ยนเพศภาวะขึ้นมา จะได้รับทราบ จะได้ส่งตัวแทนไปนิมนต์กลับมา พูดคุยให้กำลังใจกันไป
เพราะฉะนั้น มีข้อนี้ข้อเดียว จะไปไหนมาไหนก็ขอให้แจ้งให้ผู้ที่หลวงพ่อมอบหมายให้ดูแลไปตามลำดับชั้น แจ้งต่อ ๆ กันมา จะได้ไม่เป็นกังวล แม้ว่าการจะไปไหนมาไหนเป็นไปเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะก็ตาม ขอให้แจ้งด้วย
ยกตัวอย่าง หลวงพ่อทัตตะ ท่านเป็นรองเจ้าอาวาส ที่จริงแล้วโดยอายุทางโลกท่านมากกว่าหลวงพ่อ โดยฐานะตำแหน่งท่านก็เป็นพระเถระผู้ใหญ่ เป็นครูบาอาจารย์ของภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ท่านได้รับความเคารพนับถือทั้งภายในและต่างประเทศ แต่แม้กระนั้นเวลาท่านจะเดินทางไปไหน ท่านยังมาบอกหลวงพ่อให้รับทราบ เพื่อจะได้พูดคุยกันเรื่องงาน ส่วนมากจะไปด้วยเรื่องงานทั้งนั้น ไม่มีเรื่องอื่น ท่านทำอย่างนี้เพื่อให้หลวงพ่อได้รับทราบด้วย และเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตามสิ่งที่ดีงามที่ควรจะทำ
นี่เป็นแบบอย่างที่ดีงามที่เราควรจะยึดถือปฏิบัติเป็นแบบแผนต่อไป แม้ว่าจะหมดรุ่นหลวงพ่อไปแล้ว พวกเราจะต้องมารับช่วงงานต่อไป เพราะงานพระศาสนาไม่ควรจะอยู่เฉพาะในยุคของหลวงพ่อเท่านั้น ควรจะสืบทอดต่อกันไปเรื่อย ๆ ให้คุ้มกับที่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการสร้างวัดให้เป็นที่พึ่งแก่ชาวโลก เพราะฉะนั้นข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงามก็ควรจะยึดถือเป็นแบบแผนกันต่อไป
*ต้องเข้าถึงธรรมให้ได้*
วัดเราชื่อว่า “วัดพระธรรมกาย” กิตติศัพท์อันดีงามที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของหมู่คณะ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา กระจายไปทั้งภายในและต่างประเทศ ทำให้เขามีความปรารถนาอยากจะมาวัดพระธรรมกายกัน วัตถุประสงค์ที่เขามาหลัก ๆ เลยก็คือ อยากจะมาศึกษาวิชชาธรรมกาย
เพราะฉะนั้น เวลาที่เขามองมาที่พระ เณร อุบาสก อุบาสิกา โดยเฉพาะพระ เขามองในฐานะอันสูง ฐานะอันสูง คือ ฐานะของผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมจนกระทั่งมีประสบการณ์ภายใน เข้าถึงพระธรรมกาย เข้าถึงรัตนะทั้งสามภายใน เป็นอายุพระศาสนา เป็นเนื้อนาบุญของโลก
ชาวโลกเขาอยากมาวัดด้วยความรู้สึกนี้ เมื่อเขารู้สึกอย่างนั้น มันทำให้เขาไม่กลัวความยากลำบากในการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา หรือถ้าในประเทศไทยบางทีต้องขึ้นเขาลงห้วยกันมา โดยสารรถกันมา ต้องเสี่ยงภัย เสี่ยงชีวิต เพราะอยากจะพบพระผู้มีบุญที่มีพระรัตนตรัยภายใน เป็นพระเป็น เป็นพระทั้งภายนอกทั้งภายใน อยากจะมาเคารพกราบไหว้บูชา อยากเข้าใกล้ ฟังธรรม ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรมร่วมกัน และอยากจะเข้าถึงธรรมเช่นเดียวกัน
เมื่อเขามองมาอย่างนี้ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสอนตัวเองให้ได้ควบคู่กับการสอนผู้อื่น จะต้องปฏิบัติตัวให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ สอนตัวเราได้ด้วย สอนผู้อื่นได้ด้วย ถ้าได้ทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นยอดคน
เมื่อเรามีเป้าหมายอย่างนี้ ดังนั้นอย่าให้มีอะไรมาเป็นอุปสรรคมาขัดขวาง มาเป็นข้ออ้างเงื่อนไขให้เราชะล่าใจ ปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติธรรม
*อย่าคอยความพร้อม*
อายุพรรษาเรามากขึ้นทุกปีนะลูกนะ ที่จะรอให้งานหยาบบรรเทาเบาบางลงไป มันยาก ทั้ง ๆ ที่เราปรารถนาเช่นนั้น เมื่อชื่อเสียงวัดเรากระจายออกไปในทางที่ดี สาธุชนมามาก วัดก็ต้องขยาย ภารกิจหยาบก็ตามมา เพราะฉะนั้นถ้าจะคอยให้ว่าง หรือคอยให้พร้อมกันในทุกสิ่ง หลวงพ่อว่า เราอย่าไปคอยถึงวันนั้นเลย เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย ร่างกายของเราก็เสื่อมลงไปทุก ๆ วัน
คุณยายท่านเคยเตือนตอนที่หลวงพ่อยังแข็งแรงอยู่ หลวงพ่อไปอ่านบันทึกดู ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นอายุ ๓๕ ท่านเตือนว่า “ท่านรีบปฏิบัติธรรมนะ ก่อนที่สังขารจะไม่ไหว” เพราะการปฏิบัติธรรมต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง นั่งแล้วเดี๋ยวก็เมื่อย ง่วง หลับ มันจะเผลอ ๆ กันไปอยู่เรื่อย ๆ
เทคนิคการบริหารเวลา
อย่าคอยความพร้อมนะลูกนะ จงจัดสรรบริหารเวลาของเราทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ
ความคิด ลองประหยัดเวลาในการคิดฟุ้งซ่าน ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องพระธรรมวินัยหรือเรื่องภารกิจการงานที่ได้รับมอบหมาย อย่าไปเสียเวลาคิดเลย
คำพูด ประหยัดเวลาพูดที่นอกเหนือจากพระธรรมวินัย และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ประหยัดเวลาตรงนี้เอาไว้
การกระทำ อะไรที่ไม่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย ไม่เกี่ยวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ก็ควรประหยัดเวลาตรงนี้
ถ้าเราบริหารเวลาไม่เป็น เราก็ไม่มีเวลา เมื่อเรามีความรู้สึกเช่นนั้นบ่อย ๆ ก็จะติดเป็นนิสัย ติดนาน ๆ เข้าเป็นอุปนิสัย แล้วหยั่งรากลึกลงไปเป็นขันธสันดานติดตัวเราตลอด นั่นก็คือ เราก็จะได้ผังสำเร็จความไม่พร้อมตลอดทั้งในชาตินี้และชาติต่อ ๆ ไป ซึ่งจะยืดเวลาในการเข้าถึงธรรมออกไป สังขารก็เสื่อมกันเรื่อยไป
*สองประสานงานสำเร็จ*
หลวงพ่อว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายไปพร้อมกับปฏิบัติภารกิจหยาบ อย่าไปคอยวันเวลาให้พร้อมเลย หรือคอยว่าต้องปลีกตัวไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ ที่จริงหลวงพ่อเห็นด้วยนะ แต่โอกาสอย่างนั้นสำหรับหมู่คณะเราหายากเหลือเกิน เราต้องทำทุกสิ่งควบคู่กันไป
ทำอย่างคุณยายสิจ๊ะ ภารกิจหยาบท่านก็ทำ สร้างวัดวาอาราม รับแขก ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดวัด ไม่ใช่ทำเฉพาะเสนาสนะที่อยู่อาศัยหรือกุฏิของท่านเพียงอย่างเดียว สมัยแข็งแรงท่านก็ทำด้วยตัวเอง เมื่อแข็งแรงน้อยหน่อยก็ทำน้อยหน่อย แต่ว่าใช้ปากทำ คือ แนะนำอบรมสั่งสอนลูกหลานให้มาช่วยกันทำ ท่านก็ทำของท่านอย่างนี้ทั้งหยาบทั้งละเอียด หลวงพ่อเคยถามท่านว่า
“ยาย แล้วเวลาปฏิบัติธรรม มันไม่คั่งค้างอยู่ในใจหรือ”
ท่านบอก “ไม่เป็นนะ เวลายายมานั่ง ยายก็ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างหมด แล้วทำใจหยุดใจนิ่ง ยายฝึกของยายอย่างนี้ ท่านก็ควรจะเอาบ้างนะ”
ท่านก็สอนหลวงพ่อ หลวงพ่อก็นำมาถ่ายทอดกันต่อไป
แม้เรามีภารกิจต้องเรียนหนังสือ กับภารกิจหยาบที่จะต้องทำกิจวัตรกิจกรรมของส่วนรวมก็ตาม ควรจะเจียดเวลาสำหรับการปฏิบัติธรรม บางรูปไม่ได้เรียนหนังสือ แต่มีภารกิจหยาบโดยตรง ทำเต็มเวลา และมีกิจวัตรกิจกรรมด้วย ก็ควรจะเจียดเวลาให้ได้ บริหารเวลาให้เป็น
ถ้าหากเราทำได้อย่างนี้ หลวงพ่อเชื่อว่า ลูกทั้งหมดจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายอย่างแน่นอน เพราะเราเป็นผู้มีบุญที่ได้สั่งสมกันมาดีแล้วในกาลก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะมารวมกันที่ตรงนี้ไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะมาโดยตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เหลืออย่างเดียว คือ ความสม่ำเสมอและถูกวิธีการ ตรงนี้เรายังให้ความสำคัญกันไม่เต็มที่
*อานิสงส์การเข้าถึงธรรม*
วันนี้ เราได้กรานกฐิน ได้อานิสงส์ของกฐินกันแล้ว ต่อจากนี้ไปเราก็เป็นผู้ใหญ่กันเพิ่มขึ้น เขาจะเปลี่ยนจากเรียกหลวงพี่เป็นหลวงน้า หลวงอา หลวงลุง หลวงพ่อ หลวงปู่ สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่าให้เขาเรียกฟรี ให้เขาเรียกขานด้วยความรู้สึกปีติยินดี ภาคภูมิใจที่พรรษาที่ผ่านไป ไม่ได้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ว่าคุณธรรมภายในของเราเพิ่มพูนกันขึ้นไปเรื่อย ๆ
เราจะนั่งนอนยืนเดินตรงไหนก็มีความสุข มีปีติเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็น ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติธรรมควบคู่กับกิจวัตรกิจกรรม
ถ้าเราเข้าถึงธรรมได้ จะมีกำลังใจที่มหาศาล ไม่มีความรู้สึกว่าอะไรมาเป็นอุปสรรคสำหรับชีวิตของการสร้างบารมี จะดิน อากาศ ฟ้า คนจะโจมตีใส่ร้ายป้ายสี หรืออะไรที่นอกเหนือจากนี้ก็ตาม ไม่หวั่นไหว เพราะใจมีความสุข มีจนกระทั่งไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น เพราะคิดเรื่องอื่นไม่มีความสุข แค่หยุดกับนิ่งภายในองค์พระ มันมีความสุข มีกำลังใจมหาศาล
ความรู้สึกที่อยากจะศึกษาวิชชาธรรมกายจะเกิดขึ้นมาเอง คือ วันนี้รู้แค่นี้ พรุ่งนี้อยากจะรู้เพิ่มขึ้น มะรืนนี้อยากจะรู้ให้ดีกว่าเมื่อวานนี้ และความรู้สึกที่ว่า ไม่อยากให้วันเวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงวินาทีเดียว อยากจะใช้เวลาทุกวินาที เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ความรู้สึกอย่างนี้จะเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่พยายามที่จะให้เกิด หรือพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาแล้วทำให้เกิด เกิดเองเลย พอได้ธรรมกายแล้วจะคิดอย่างนี้เองเลย
แล้วความรู้สึกที่ดี ๆ จะคั่งค้างอยู่ในใจเราตลอด และมีเหลือเฟือจนกระทั่งเราสามารถแบ่งปันเป็นคำพูดแจกจ่ายกับเพื่อนสหธรรมิก หรือสาธุชนทั้งหลายที่เข้าใกล้เรา พอมีมากก็อยากแบ่งปัน และเป็นการให้ที่เป็นทางมาแห่งความสุข ให้อะไรจะมีความสุขเท่ากับการให้เขาเข้าถึงธรรมกายเป็นไม่มี
พอเรามีตรงนี้เหลือเฟือแล้ว เราก็อยากแจกจ่าย คำว่า จำหน่ายแจกจ่ายธรรม จะเกิดขึ้นเอง จะอยากพูด อยากคุย อยากแนะ อยากนำ อยากให้เขาเข้าถึงพระธรรมกาย อยากจำหน่ายจ่ายแจกธรรม คำนี้จะเกิดเองโดยไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องฝืน
แล้วเวลาที่ได้ให้ความบริสุทธิ์จะมีปีติเป็นรางวัล มีความสุขทุกครั้งที่ให้ และจะเข้าใจว่า การให้ธรรมทานเลิศกว่าการให้ทั้งปวง มีความสุขมาก เวลาเห็นใครเขาเข้าถึงสักคน โอ ชื่นใจกว่าให้รถ ให้เพชรนิลจินดา ให้สมบัติต่าง ๆ ซึ่งพอให้เขาไปแล้ว เราก็ไม่รู้ว่า เขาจะเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือเปล่า บางทีให้วัตถุความเสียดายยังตามมาภายหลัง แต่ให้ธรรมทาน แปลกนะ ถ้าให้เขาเข้าถึงธรรมกายได้ ไม่เสียดาย ปลื้มทุกครั้งทุกขณะจิตที่ให้ ที่ตามระลึกถึง
แล้วจะมีกระแสใจอย่างนี้ออกจากตัวไปเอง ซึ่งผู้ที่เข้าใกล้ไม่ว่าจะเป็นพระ เป็นเณร เป็นอุบาสก อุบาสิกา สาธุชน เขาสัมผัสได้ และความรู้สึกที่ดีก็เกิดขึ้นกับเรา บางทีเราไม่ต้องพูดอะไร เรานั่งนิ่ง ๆ สบาย ๆ เขามีความทุกข์มาเยอะแยะ อยากจะมาระบายให้เราฟัง อยากจะถ่ายเทความทุกข์ให้หมด แค่เจอหน้า บางทีไม่รู้จะพูดอะไร แต่เขารู้ว่าทุกข์ของเขาดับไปแล้ว เหมือนถือคบเพลิงทวนลม ลมจะพัดความร้อนจากคบเพลิงเข้าหน้าเข้าตัว ก็ร้อนอบอ้าว แต่พอมาเจอสายฝน ฝนฟ้าตกมาดับคบเพลิง ใจเขาก็ชุ่มเย็นหายเร่าร้อน ถ้าหากเขาเจอเราอยู่ในสภาวะอย่างนี้ ความเร่าร้อนในใจเขาก็ดับไป
หลวงพ่ออยากให้สมาชิกวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะนักบวช เป็นอย่างนี้ ถ้าได้อย่างนี้ หลวงพ่อว่าโลกมันเหลือใบนิดเดียว ไม่เพียงพอที่เราจะก้าวไป ก้าวไม่กี่ทีก็ทั่วแล้ว เพราะว่าเรามีกำลังใจ มีปีติ มีความสุขในการเดินทางไปทุกหนทุกแห่งทั่วโลก จนกระทั่งกำลังใจกล้าแกร่งในระดับที่อยากจะเฉลี่ยไปจักรวาลอื่น ซึ่งที่พูดมานี้ไม่ได้เกินความจริงเลย
ยกตัวอย่าง หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านคิดอย่างนี้ว่า
อยากจะให้สัตว์ในโลกันตร์พ้นจากสภาพนั้น มาอยู่ในสภาพที่เป็นมนุษย์ แล้วบรรลุธรรมกาย
อยากให้สัตว์นรกทั้งขุมใหญ่ ๘ ขุม ขุมเล็ก ๔๔๘ ขุม (อุสสทนรก ๑๒๘ ขุม ยมโลก ๓๒๐ ขุม) พ้นจากสภาพการเป็นสัตว์นรกมาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วบรรลุธรรม
อยากให้อสุรกายพ้นจากสภาพนั้น มาเกิดเป็นมนุษย์ มาบรรลุธรรม
อยากให้เปรตพ้นสภาพเปรตมาเป็นมนุษย์ ปฏิบัติธรรม เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
อยากให้สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายพ้นจากสภาพสัตว์เดรัจฉาน มาเกิดเป็นมนุษย์ เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
อยากให้มนุษย์ทุกคนได้เข้าถึงธรรม ถึงวิชชาธรรมกาย เข้าสู่สภาวะที่ละเอียด
อยากให้เทวดาต่าง ๆ ภุมมเทวา รุกขเทวา อากาสเทวา ชาวสวรรค์ ๖ ชั้น ทั้งหมดได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
อยากให้รูปพรหมทั้งรูปภพได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
อยากให้อรูปพรหมทั้งอรูปภพได้เข้าถึงธรรม
แม้นิพพานถอดกายก็เช่นกัน อยากเอากายเดิมแท้มาปรับปรุงธาตุธรรมใหม่ ให้เป็นธาตุธรรมดั้งเดิม
เพราะฉะนั้น เวลาท่านทำวิชชา ท่านควบไปหมดเลย นิพพาน ภพ ๓ โลกันตร์ ตรวจตราไปดูผังสำเร็จที่เขาบังคับให้เกิดกิเลส ให้สร้างกรรม ให้มีวิบาก แล้วก็มีภพเป็นที่รองรับ ท่านจะไปรื้อหมดเลย รื้อผังนี้ออกหมดว่า มันบังคับกันมาตั้งแต่ไหน ทำอย่างไรถึงจะไปเก็บวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ที่เขาไปบังคับตรงนี้ให้หมดสิ้นไปได้ ตลอดนิพพาน ภพ ๓ โลกันตร์ ให้สิ้นไปเลย นี่คือหัวใจท่านนะ
ยังไม่พอ ท่านยังอยากทำให้สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่โอกาสโลก ขันธโลก สัตวโลก อยู่ในสภาวะดั้งเดิม คือ เมื่อแก้ผังสำเร็จของมนุษย์ ทิพย์ ธรรม ได้หมดแล้ว อยู่ในสภาพเดียวกันเช่นเดียวกับอายตนนิพพาน เรื่องที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ก็หมดไป เช่น อาหาร เสื้อผ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้นุ่งผ้า เสื้อผ้าอย่างนี้ที่เปลี่ยนกันหลากหลาย เสนาสนะ ยารักษาโรค สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างนี้หมดสิ้นไปเลย เพราะอยู่ในสภาวะเดียวกับอายตนนิพพานไม่ถอดกาย
สัตวโลก ได้แก่ เห็น จำ คิด รู้
ขันธโลก ได้แก่ ขันธ์ ๕
โอกาสโลก ได้แก่ ดิน อากาศ ฟ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลต่าง ๆ ที่ไปมาไม่สะดวก ไม่ถึงกัน ให้ติดต่อถึงกันได้ ใจของท่านอย่างนี้นะ
เพราะฉะนั้น เวลาทำวิชชาควบหมดเลย นิพพาน ภพ ๓ โลกันตร์ แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล โอกาสโลก ขันธโลก สัตวโลก พระอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวหมดเลย แก้หมด ยังไม่พอนะ ยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก ทั่วธาตุทั่วธรรมที่เขาบังคับบัญชาแค่ไหนจะไปแก้ผังนั้นหมดเลย ท่านมีความรู้สึกอยากให้เป็นอย่างนี้ ยิ่งกว่าใคร ๆ ทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น การให้ธรรมทานเป็นสุดยอดแห่งการให้ เป็นทางมาแห่งบุญ ความบริสุทธิ์ ความสุข ความปีติใจ ถ้าลูกทุกรูปในที่นี้ได้เข้าถึงธรรมกาย เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ความรู้สึกชนิดนี้จะเกิดขึ้น และวันนั้นถึงเวลาของเราที่จะประชุมพร้อมกัน วางทุกสิ่ง และมาทำหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับที่หลวงปู่วัดปากน้ำได้ผ่านมาแล้วในระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่และแม้แต่ปัจจุบันนี้ท่านก็ยังทำอยู่ แม้ว่าไม่เร็วแรงเท่ากับตอนที่มีกายมนุษย์ก็ตาม หยุดในหยุดไปเรื่อย ๆ ไม่ยั้งเลย
*ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี*
อย่าให้วันเวลาผ่านไปเปล่า ๆ นะลูกนะ ให้ผ่านไปพร้อมกับการทำหยุดทำนิ่งควบคู่กันไปด้วย
สิ่งที่จะช่วยให้ลูกทุกรูปหยุดนิ่งได้สมบูรณ์ เราจะต้องมาช่วยกันสร้างบรรยากาศแห่งการประพฤติปฏิบัติธรรมกัน บรรยากาศอย่างนี้เราสามารถสร้างได้
เราไม่อาจจะเอาอากาศบนยอดดอยมาไว้ที่วัดได้ ไม่อาจที่จะเอาท้องทะเลมาไว้ใกล้วัด ไม่อาจจะเอาทะเลสาบมาไว้ได้ แต่เราสร้างบรรยากาศแห่งการประพฤติธรรมได้ โดยมีสิ่งแวดล้อมที่เหมือนเดิมอย่างนี้แหละ นั่นก็คือความรักและความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
ถ้าลูกทุกรูปมีความรัก มีความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน หลวงพ่อเชื่อว่าบรรยากาศแห่งการประพฤติธรรมจะเกิดขึ้น บรรยากาศแห่งการสร้างบารมีจะเกิดขึ้น แม้เราจะมีภารกิจหยาบที่หนักหนาแค่ไหนก็ตาม ไม่ถึงกับสาหัสหรอก แค่หนักหนาแต่มีความสุข เหนื่อยแต่มีความสุข ถ้าลูกทุกรูปมีความรัก มีความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี เมื่อพระสร้างบรรยากาศอย่างนี้ก็จะถ่ายทอดไปถึงสามเณร
เมื่อสามเณรช่วยกันสร้างบรรยากาศ ก็จะไปถึงอุบาสก อุบาสิกา
เมื่ออุบาสก อุบาสิกาในองค์กรของเราช่วยกันสร้างบรรยากาศ ก็จะถึงสาธุชน
จากสาธุชนก็ถึงบ้าน จากบ้านก็ถึงหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือทุกหนทุกแห่ง
ในโรงเรียน ในที่ทำงาน ตามถนนหนทาง ระหว่างทางในทุก ๆ ที่ก็จะเกิดขึ้นได้
เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะลูกนะ ให้ใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีสมกับที่ตั้งใจเข้ามาสู่เส้นทางธรรม ใกล้ชิดพระรัตนตรัยอย่างนี้ และให้สมกับที่ตั้งใจจะมาทำพระนิพพานให้แจ้ง จะได้หมดห่วง หมดกังวล
*หลวงพ่ออำนวยพร*
ในที่สุดนี้ หลวงพ่อขออำนวยพรให้ลูกทั้งหมดนี้ จงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็ขอให้หายเจ็บ หายป่วย หายไข้ ใครที่แข็งแรงก็ขอให้แข็งแรงยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้อายุยืนยาว ได้สร้างบารมีไปนาน ๆ ให้มีกำลังใจเข้มแข็งเอาชนะการบังคับบัญชาของพญามารได้ ไม่ให้ตกต่ำ ให้จิตใจสูงส่ง สร้างบารมีได้ตลอดรอดฝั่ง จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
ให้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกายอย่างถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริง หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และคุณยายอาจารย์ฯ ได้บรรลุธรรมใด ลูกทุกรูปพึงบรรลุธรรมนั้น
จะทำหน้าที่เป็นครูเขา เป็นอาจารย์เขา เป็นยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญ ก็ให้ชี้แจงแสดงธรรมไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง เบื้องปลาย บริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ ใครได้ยินได้ฟังก็ให้เกิดความอาจหาญ ร่าเริง เบิกบานในทางธรรม ได้บรรลุธรรมตามนั้น
จะเดินทางไกลไปที่ใด เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ก็ขอให้บุญหล่อเลี้ยงรักษาให้ปลอดภัย คิดอะไรในสิ่งที่ดี เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ขอความปรารถนานั้นจงเป็นผลสำเร็จ ๆ ๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ จงทุกประการเทอญฯ ๏