ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เพศสมณะดีที่สุด (๒๕๔๓)

หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67

PDF
๑๓. เพศสมณะดีที่สุด วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ โอวาทหลวงพ่อธัมมชโยณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ *อานิสงส์กรานกฐิน* เราได้อยู่จำพรรษากันครบถ้วนไตรมาส และกล่าวคำมหาปวารณากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกพรรษามีเวลา ๑ เดือนในการหาผ้าใหม่มาเปลี่ยน วันนี้เราได้ประกอบพิธีเปลี่ยนผ้าใหม่แล้ว ที่เรียกว่า กรานกฐิน สำหรับผู้ที่มีผ้าเก่า หรือผู้ที่ภิกษุเห็นสมควรที่จะได้รับในการเปลี่ยนนี้ แล้วภิกษุทุกรูปที่ร่วมอนุโมทนาก็ได้อานิสงส์ของกฐินนี้ด้วย อานิสงส์ของการกรานกฐินมี ๕ ข้อ ดังนี้ ข้อที่ ๑ เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลา หมายถึง เที่ยวกัมมัฏฐาน ไม่ใช่เที่ยวเล่น ยกเว้นตามสิกขาบทที่ ๖ ตามอเจลกวรรค รายละเอียดไปศึกษาเพิ่มเติมนะ ข้อที่ ๒ ถือจีวรครองไม่ต้องครบสำรับ สำรับหนึ่งมี ๓ ผืน ถือ ๒ ผืนได้ ข้อที่ ๓ ฉันเป็นวงหรือเป็นทีมได้ แต่เดิมสมัยก่อนนั้นฉันเดี่ยว ข้อที่ ๔ เก็บอติเรกจีวรได้ ไม่ต้องวิกัป ข้อที่ ๕ จีวรลาภที่เกิดขึ้น ได้แก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐิน *ลาสิกขาให้ถูกหลักวิชชา* วันนี้ เราได้รับอานิสงส์กันแล้ว มีบางรูปที่ลางานมาบวช แล้วจำเป็นจะต้องลาสิกขาเพื่อไปทำงานต่อ ก็ทำให้ถูกหลักวิชชานะลูกนะ โดยก่อนลาสิกขา ให้นั่งสมาธิกันก่อน ให้ใจใส ๆ แล้วระลึกนึกถึงบุญที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญสมณธรรมตลอดระยะเวลา ๑ พรรษาที่ผ่านมา จะมีอานิสงส์มากน้อยเพียงไรก็ดี คราวนี้เรามีความจำเป็นจะต้องลาสิกขา ขอให้บุญนี้เป็นเครื่องสนับสนุนให้เรามีความเจริญรุ่งเรืองในเพศคฤหัสถ์ แล้วเราจะตั้งใจรักษาศีล ๕ ให้เป็นปกติ จะรักษาศีล ๘ ตามวาระอันควร หรือมีกุศลศรัทธาก็จะรักษาทุกวันพระ จะตั้งใจเป็นพุทธมามกะที่ดี ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ขอให้ชีวิตเรามีความเจริญรุ่งเรือง ขอผลบุญนี้ถึงแก่บิดามารดา หมู่ญาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อใจใส ๆ แล้วค่อยลาสิกขากันไป ให้เอาฤกษ์สว่าง ฤกษ์พระพุทธเจ้า คือ ฤกษ์สว่าง กายวาจาใจสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสตอนไหนก็เอาตอนนั้น โดยไม่ต้องไปดูเวลาตามโหราศาสตร์ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของวัดเราทำกันอย่างนี้ *เพศสมณะดีที่สุด* ส่วนผู้ที่ไม่มีความจำเป็นหรือไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องลาสิกขาไปครองเรือน หลวงพ่อมีความเห็นว่า ไม่มีเพศใดจะดีเท่ากับเพศสมณะที่จะทำให้ถูกวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง และการจะไปสู่เป้าหมาย คือ ที่สุดแห่งธรรม เพราะเพศนี้เป็นเพศที่ปลอดกังวล ไกลจากสิ่งที่เป็นบาปอกุศล เราจะมีโอกาสว่างที่จะฝึกใจให้หยุดให้นิ่งเข้าไปสู่ภายใน เพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายมากกว่าชีวิตของคฤหัสถ์ ซึ่งมีสิ่งแวดล้อมที่อาจจะทำให้เราพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศลกรรมได้ เราได้ศึกษาเรียนรู้มาแล้วว่า ทุกการกระทำที่เราพลาดพลั้งไปเมื่ออกุศลเข้าสิงจิตนั้นล้วนมีวิบากมีผลทั้งสิ้น แล้วผลนี้ก็เผ็ดร้อน คือ ทุกข์ทรมานมากอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยว่า ทำเพียงนิดเดียว แต่ผลนั้นจะต้องส่งกันไปยาวนานหลายภพหลายชาติ กระทั่งพาไปอบาย ซึ่งไม่คุ้มกันเลย และเราก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนั้น *เมื่อเป้าหมายชัด อะไรก็ไม่เป็นอุปสรรค* ชีวิตสมณะเป็นเพศอันสูงสุด การจะบวชได้ตลอดหรือไม่ตลอดนั้น ขึ้นอยู่กับว่า เรามีเป้าหมายของการบวชชัดเจนไหม ถ้ามีเป้าหมายชัดเจน มันไม่ยากเลยที่จะบวชให้ได้ตลอดรอดฝั่ง จะไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรค ไม่ต้องข่ม ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องอดทนอดกลั้นอะไรเลย เพราะเรามีความสุขในเพศสมณะ ในการบำเพ็ญสมณธรรม ฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง เหมือนอย่างหลวงพ่อทั้งสอง กับพระเถระทั้งหลายผู้บุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมา เดี๋ยววันเดี๋ยวคืนเวลาผ่านไป ๓๐ กว่าพรรษาแล้ว โดยเฉพาะตัวของหลวงพ่อเองมีความรู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน นึกไม่ถึงว่า ๓๖ พรรษาผ่านไปแล้ว ๖๐ ปีได้ล่วงเลยไปแล้ว แต่มีความรู้สึกลึก ๆ ว่า บุญบารมีของเรายังได้เพียงเล็กน้อย ยังไม่มากพอที่จะไปสู้รบปรบมือกับพญามาร และงานที่แท้จริงที่ตั้งใจจะทำคือการศึกษาวิชชาธรรมกาย ไปเชื่อมวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ยังไม่ได้ทำอย่างจริงจังเลย ความรู้สึกลึก ๆ นี้ติดอยู่ในใจตลอดเวลา เพราะว่าได้ใช้วันเวลาเพื่อผู้อื่น ควบคู่กับการแสวงหาความรู้ภายในมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัดจากท้องไร่ท้องนา แล้วก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นอารามอย่างที่เราเห็นอยู่นี้ เพราะมีญาติโยมศรัทธาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อพระพุทธศาสนา และเราก็ควรจะให้โอกาสผู้มีบุญเหล่านั้นได้มาสั่งสมบุญบารมี มาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันเวลาจึงถูกแบ่งปันไปเพื่อผู้อื่น ที่ได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ก่อนบวชนั้น ก่อนที่จะได้มาพบคุณยาย ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่แสวงหา กระทั่งได้มาพบคุณยายแล้วได้บวช ตั้งแต่เริ่มต้นมาไม่ได้ต้องการอะไรเลย อยากจะเจริญภาวนาอย่างเดียว แต่ว่าเมื่อบวชมาแล้วก็ยังไม่ได้ทำอย่างที่กล่าวเอาไว้ *ยังแข็งแรงให้เร่งปฏิบัติธรรม* วันเวลาผ่านไปเร็วนะลูกนะ เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เดี๋ยวเราก็จะหมดเวลากันแล้ว อย่างหลวงพ่อทัตตชีโว อายุท่าน ๖๔ ปี เผลอประเดี๋ยวเดียวจะย่างเข้า ๖๕ ปีในวันที่ ๒๑ ธันวาคมที่จะถึงนี้แล้ว แปลว่าอายุของท่านใกล้จะ ๗๐ ปีเข้าไปแล้ว วันเวลามันผ่านไปเร็ว ที่พูดอย่างนี้ก็เพื่อให้ลูก ๆ ทั้งหลายผู้มาในภายหลัง ที่ยังมีเรี่ยวมีแรง ยังหนุ่มยังแน่น มาในช่วงที่เราไม่ต้องบุกเบิกสร้างวัดสร้างอาราม จะมีโอกาสมากกว่าชุดบุกเบิก ซึ่งต้องเสียเวลาไปเพื่อการก่อสร้าง ลูกทุกรูปควรจะเอาความแข็งแรงนี้มาบำเพ็ญสมณธรรม มาศึกษาวิชชาธรรมกาย อย่าไปคิดลาสิกขาเลย เวลายังเหลืออยู่มากกว่ารุ่นหลวงพ่อ มากกว่ารุ่นพระเถระทั้งหลายที่บุกเบิกสร้างวัดเยอะ ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้ดี เราลองคิดดูก็แล้วกัน ตอนนี้เราครองผ้ากาสาวพัสตร์ อยู่ในเพศสมณะ ผลแห่งการปฏิบัติยังไปไม่ถึงไหนเลย เรารู้ตัวของเราดีอยู่ ยิ่งถ้าเราลาสิกขาแล้วไปครองเรือน มันจะขนาดไหน ในเมื่อช่วงที่ปลอดกังวลยังขนาดนี้ นี่เป็นอีกข้อหนึ่งที่เราควรจะนำไปคิดพิจารณา *เพศสมณะดีที่สุด* สำหรับบางรูปที่ลังเลอยู่ หรือเหมือนยืนอยู่บนทางสองแพร่งว่า จะไปทางไหนดี หลวงพ่อขอแนะนำว่า เพศสมณะดีที่สุด และขอยืนยันว่า เพศนี้เป็นเพศที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมี การศึกษาวิชชาธรรมกายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวิชชาธรรมกายเป็นวิชชาที่น่าศึกษาและต้องศึกษาด้วย เพราะเรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวข้องกับตัวเราโดยตรง นอกเหนือจากสรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้องก็คือ เรายังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารเขาอยู่ เขายังบังคับเราได้อยู่ ทางที่จะหลุดพ้นจากความเป็นเชลย เป็นบ่าว เป็นทาสของเขา มีเพียงประการเดียวเท่านั้น คือ การทำหยุดทำนิ่ง ส่วนเรื่องอื่นแค่เป็นเครื่องเสริม แต่การทำหยุดทำนิ่งเป็นเรื่องหลัก ถ้าหากเราไม่ทำหยุดทำนิ่งจะไม่มีวันเข้าถึงพระธรรมกายในตัวเลย เมื่อเข้าไม่ถึงพระธรรมกายแล้ว อย่าหวังว่าจะได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย เพราะวิชชาธรรมกายศึกษาได้เฉพาะพระธรรมกายเท่านั้น และเมื่อเราศึกษาแล้วเราจะมีความสุข จะมีปีติ มีกำลังใจที่จะสร้างความดีเพื่อที่จะไปสู่จุดหมายปลายทาง เราจะลืมวันลืมคืน ลืมเรื่องราวของคฤหัสถ์ เราจะลืมไปหมดเลย ยังมีสิ่งที่เราจะต้องศึกษากันอีกเยอะ แม้เรามีอายุยืนสักพันหรือหมื่นปี ก็ยังไม่อาจที่จะศึกษาได้หมด เหมือนที่เรามาเกิดในยุคที่ผ่าน ๆ มาตอนช่วงที่อายุมนุษย์ยุคนั้นยืนยาวเป็นหมื่นปี ก็ยังไปไม่สุดเลย