ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

พระพุทธศาสนาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (๒๕๕๓)

หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67

PDF
๗. พระพุทธศาสนาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันอาทิตย์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ *อานิสงส์กรานกฐิน ๕ ประการ* เราได้อนุโมทนาสาธุการในพิธีกรานกฐินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้อานิสงส์กฐิน ๕ ประการ คือ ๑. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา หมายถึง เที่ยวธุดงค์ เที่ยวกรรมฐาน ปลีกวิเวกไป บำเพ็ญสมณธรรมอย่างนี้ไม่ต้องบอกลา ในสมัยพุทธกาลเป็นอย่างนั้น ๒. เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ ๓. ฉันคณโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้ ๔. เก็บอติเรกจีวรได้ตามใจปรารถนา ๕. จีวรลาภอันเกิดในที่นั้นเป็นของภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว ส่วนรายละเอียดไปทบทวนกันอีกทีนะ *การบวชฟื้นฟูพระพุทธศาสนา* เรื่องที่จะพูดในวันนี้มีเพียงสั้น ๆ ก็คือ พระศาสนาตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างความเฟื่องฟูกับฟุบแฟบ ขณะนี้มีสัญญาณอันตรายหลายอย่างเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา เช่น วัดร้างมีเป็นจำนวนมากและนับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ศาสนทายาทลดน้อยถอยลง มีวัดใกล้จะร้างที่มีหลวงปู่หลวงตาอยู่เฝ้าวัดแค่ไม่กี่รูป แล้วบางรูปท่านก็อาพาธด้วย มีการกล่าวจ้วงจาบพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะพระภิกษุ เป็นต้น นี้เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับพระพุทธศาสนา และเป็นอันตรายสำหรับตัวเราและชาวโลกด้วย ถ้าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันตรธานจากผืนแผ่นดินไทยไป คนจะยิ่งเสื่อมจากศีลธรรม จะดำเนินชีวิตที่ผิดพลาด อันตรายจะยิ่งเกิดขึ้น และจะขยายลุกลามไปยังนานาชาติ ไปยังทั่วโลก เมื่อมีสัญญาณมาอย่างนี้ เราต้องมาระลึกทบทวนดูว่า ที่เรามีบุญเกิดอยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนา เพราะว่าบรรพบุรุษของเราเลือกเอาพระพุทธศาสนามาเป็นศาสนาประจำชาติ เอาไว้สำหรับอบรมพร่ำสอนให้ลูกหลานของท่านดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ถูกตามหลักวิชชา ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรม ท่านเลือกสิ่งเหล่านี้มาสำหรับลูกหลานของท่าน และสืบทอดกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ เมื่อมาถึงยุคของเราจะให้มันฟุบแฟบไป ไม่สมควรอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อจึงชักชวนหมู่คณะว่า เราจะมัวมาท้อแท้ ท้อถอย หรือร่ำพิไรรำพันอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ ต้องรีบใช้ทุกสิ่งที่เรามีทุ่มเทชีวิตจิตใจในการฟื้นฟูพุทธศาสนาให้กลับมาเฟื่องฟูเหมือนย้อนยุคพุทธกาลให้ได้ หรืออย่างน้อยก็เหมือนยุคโบราณกาลให้ได้ จึงได้จัดบวชขึ้นมาอย่างถี่ยิบ ตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักแสนก็เป็นครั้งที่ ๒ แต่เป็นหลักแสนที่เข้าพรรษาทั่วไทย เพื่อให้โอกาสผู้มีบุญทั้งหลายได้เข้ามาบวช บวชช่วงที่ยาวเป็นปกติ คือ อย่างน้อย ๑ พรรษา อยู่รับกฐิน ออกเดินธุดงค์ ระหว่างบวชให้ตั้งใจฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ บวชกันให้ได้ ๒ ชั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีบุญที่เข้ามาบวช แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อโยมพ่อโยมแม่ เป็นต้น อีกทั้งเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ที่แม้ลาสิกขาไปแล้วก็ไม่อาจจะพูดได้ว่า บวชช่วงสั้น ๆ ๑ พรรษาแล้วไม่ได้อะไร คำนี้จะต้องสูญพันธุ์ไปเลย อย่างน้อยต้องให้รู้จักชีวิตของพระในระดับหนึ่ง การบวช ๑ พรรษาจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มากเท่าไร บวช ๕ พรรษายังถือว่าเป็นพระใหม่อยู่ เป็นผู้บวชใหม่ คือ ยังต้องศึกษาเรียนรู้กันอีกเยอะแยะ แต่ว่าในยุคปัจจุบันนี้ โอกาสอย่างนั้น เป็นไปได้ยาก แต่ไม่ได้ยากมาก ยากพอสู้ ถ้าสู้ก็ไม่ยาก ถ้ารู้ว่าบวชแล้วจะได้อะไรเกิดขึ้น ระหว่างบวชก็ได้ฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ บวชให้ได้ ๒ ชั้น ก็จะได้รับประโยชน์ตรงนี้ ผู้มาบวชเมื่อได้ฝึกตนในระดับหนึ่งแล้ว เมื่ออยู่รวมกันเป็นหมู่คณะก็ดูงดงาม แม้ยังไม่ได้เป็นพระอริยเจ้าก็ตาม แต่มีความตั้งใจจริง ใช้ทุกอนุวินาทีให้เป็นไปเพื่อการฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ บวชให้ได้ ๒ ชั้น ความตั้งใจจริงนี้ทำให้เกิดความงามในหมู่คณะ อย่างวันนี้ก็เป็นที่ปรากฏ หลวงพ่อรู้สึกปีติใจมากที่พระลูกชายมีความสงบเสงี่ยมสง่างาม เป็นหมู่เป็นคณะที่งดงาม แม้ฝึกตัวมาได้ในระดับหนึ่งก็ตาม อย่างน้อยก็ได้เห็นประโยชน์ของการมาบวชในครั้งนี้ ความงดงามอย่างนี้จะช่วยให้เกิดการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างอัศจรรย์ จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการที่มาบวช แล้วได้ฝึกตนในคราวนี้ *เดินธุดงค์ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา* ภารกิจต่อไปสำหรับลูกพระธรรมทายาท คือ การออกเดินธุดงค์เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ อีกทั้งไม่ได้ไปเดินในป่าในเขาก็ตาม แต่ในภาวะนี้ การเดินธุดงค์ไปตามวัดร้างต่าง ๆ หรือวัดใกล้จะร้างนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่องานฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ญาติโยมเห็นข้อวัตรปฏิบัติของพระธรรมทายาท ที่มีความสงบเสงี่ยมสง่างามระหว่างเดินจาริกไป กุศลศรัทธาก็จะเกิดขึ้น ดังที่ลูกพระธรรมทายาทได้เห็นในรุ่นที่ผ่าน ๆ มา เมื่อศรัทธาปสาทะเกิดขึ้นกับญาติโยมแล้ว นั่นคือสัญญาณที่ดีที่จะทำให้พระพุทธศาสนาหวนกลับมารุ่งเรืองขึ้นอีก เพราะฉะนั้นภารกิจตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ *บวชแล้วต้องเป็นพระแท้* นับจากวันนี้ไป ลูกพระธรรมทายาททุกรูปที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจตรงนี้ ให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสายโลหิตแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นตัวแทนของหมู่คณะ ของพระศาสนา จะต้องมีสติ สำรวมอย่างผ่อนคลาย ให้สอนตัวเองได้ ปกครองตัวเองให้อยู่ในพระธรรมวินัยได้ เป็นประดุจเนื้อนาบุญที่เคลื่อนที่ไปทุกหนทุกแห่ง และเป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยม ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ ญาติโยมจะตามไปวัดนั้น ไปฟังธรรม ไปปฏิบัติธรรม แล้วก็บำเพ็ญบุญ แม้เราจะบวชใหม่ก็ตาม ยังไม่มีอะไรจะแนะนำญาติโยมมาก ก็เอาเท่าที่เราฝึกตนได้ เพราะญาติโยมทราบดีว่า เราเป็นพระบวชใหม่ เพิ่งบวชไม่นาน เพิ่งฝึกตน เพิ่งศึกษาความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาในระดับหนึ่ง แต่เขาจะยอมรับในข้อวัตรปฏิบัติ ความงดงามของศีลของธรรมของลูกพระธรรมทายาท เขาจะตั้งใจฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และบำเพ็ญบุญ เพียงแค่นี้วัดร้างก็รุ่งเรืองขึ้นมาแล้ว อีกทั้งเด็ก ๆ จะเกิดกุศลศรัทธา จะเข้าใจในวัฒนธรรมชาวพุทธมากขึ้น เมื่อลูกพระธรรมทายาทได้อบรมพร่ำสอนเขา เท่าที่เรามีความรู้สอนเด็กได้ อย่างน้อยก็พาเด็กเข้าวัด ทำความสะอาดวัด ในลานบุญสถานที่ที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้นมาในแต่ละแห่ง ซึ่งภารกิจนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ให้ลูกพระธรรมทายาททุกรูปตั้งใจปฏิบัติศาสนกิจในคราวนี้ให้ดี ให้สมกับที่ได้มาบวชในคราวนี้ แล้วถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นจริง ๆ อยากให้อยู่ต่อ อย่างน้อยอยู่ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง ดูแลอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนที่จะมาบวช ๑ ล้านคน ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ อย่างน้อยต้องอย่างนี้ แล้วถ้าจะให้ดีกว่านี้ ก็คือ ฝึกตนไปอีกระดับหนึ่งจนกระทั่งไปเป็นพระพี่ชาย พระพี่เลี้ยง ให้กับพระน้องชายที่จะตามมาบวชในภายหลัง ในโครงการ ๔๙ วัน ในต้นปีหน้าที่จะถึงนี้ ถ้าทำได้อย่างนี้บุญบารมีก็จะเกิดขึ้นกับเรา พระศาสนาจะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา แล้วจะมีการสืบทอดต่อ ๆ กันไป เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วถ้าหากว่าดียิ่งกว่านี้ก็คือ มาศึกษาเพิ่มเติม บวชให้นานขึ้น เพื่อที่จะได้รับภารกิจของพระศาสนาต่อไปอีก ฝึกตนเข้าไปอีก ให้ได้ไปเป็นหลักของชีวิตของพุทธบริษัท ๔ ทั้งหลายในอนาคต นี้คือภารกิจของลูกพระธรรมทายาททุก ๆ รูป ยังแข็งแรงอยู่ ต้องรีบหาที่พึ่งให้เจอ ส่วนพระลูกชายทั้งหมดนี้ก็รู้อยู่ว่า เรามาบวชทำไม แล้วได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบวชแล้วหรือยัง ที่จะสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ ทำพระนิพพานให้แจ้ง อย่างน้อยได้เข้าถึงพระธรรมกายในตัว เรามาถึงตรงนี้หรือยัง มีที่พึ่งหรือเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายในแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่นี้ ตั้งใจประกอบความเพียรให้กลั่นกล้าอย่างถูกหลักวิชชา ให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ แล้วให้มาศึกษาวิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านค้นพบ และได้ทำอย่างนี้อย่างต่อเนื่องมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วนแล้ว ต้องตั้งใจที่จะแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกของเราให้เจอนะ ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ ถ้าเราจะไปแสวงหาตอนที่หมดเรี่ยวแรงแล้ว มันทำได้ยาก ตอนนี้ลูกยังแข็งแรงกันอยู่ ให้ประกอบความเพียรให้กลั่นกล้า ฝึกให้หนัก อย่างถูกหลักวิชชา ก็จะสมความปรารถนากัน *หลวงพ่ออำนวยพร* วันนี้ หลวงพ่อขออนุโมทนาสาธุการ และขออำนวยพรให้ลูกทุกรูป จงมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ให้อายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีกันไปนาน ๆ ให้ปลอดจากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและพรหมจรรย์ ให้ได้เข้าถึงพระธรรมกาย ให้แทงตลอดในวิชชาธรรมกาย อย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย อย่างถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริงทุกประการเทอญ