ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ไขความลับ..องค์ต้นแบบพระผู้ปราบมารองค์ที่ 7

หลวงปู่วัดปากน้ำ · อานุภาพหล่อทอง

PDF
องค์ที่ 7 เป็นองค์ที่มีความพิเศษมาก เพราะใช้เทคนิคที่ทำให้องค์หลวงปู่เหมือนจริง ราวกับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ วันนี้เราขอเป็นตัวแทนทุกท่านไปกราบ พระอาจารย์ประจวบ ปุญฺญกโร ซึ่งเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อธัมมชโยในการปั้นรูปเหมือนหลวงปู่ เพื่อไขความลับในสิ่งที่หลายคนอยากรู้ !!! "หลวงพี่...มีใจรักทางงานปั้นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะปั้นแล้วมีความสุข จึงปั้นไปเรื่อยตามประสาเด็ก ปั้นวัว ปั้นควาย ไปตามเรื่อง แต่ก็ไม่มีโอกาสเรียนในด้านนี้ เพราะหากเลือกเรียนด้านนี้ จบออกมาจนแน่ เพราะหางานยาก จึงต้องเบนเข็มตัวเองไปเรียนทางช่างเทคนิคไฟฟ้า พอจบมาไม่นานหลวงพี่ตัดสินใจมาบวช แล้วก็มีโอกาสมาฝึกงานที่กองพุทธศิลป์ ซึ่งหลวงพี่ไชยยศกับหลวงพี่ไพโรจน์ก็ได้พาหลวงพี่ไปกราบหลวงพ่อ ท่านถามหลวงพี่ว่า ทำงานปั้นเป็นหรือ ก็ตอบท่านกลับไปว่าไม่เป็นครับ แต่ใจรักงานด้านนี้มากครับ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า เอ้า..หลวงพ่อจะให้โอกาส หลวงพ่อจะฝึกให้ ถ้าไม่ทิ้งหลวงพ่อไปเสียก่อน หลวงพี่รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของท่านมาก ที่เมตตาให้โอกาส นับจากนั้นจึงได้ทำงานที่ตัวเองรักและมีความสุขมาตลอด 18 ปี จนปัจจุบันได้มาเป็นลูกมือท่านในการปั้นหลวงปู่ที่กำลังจะมีการหล่อเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ รูปหล่อหลวงปู่องค์นี้ มีจุดเริ่มต้นอย่างไร เริ่มจากวันที่หลวงพ่อท่านเดินเข้ามาในพุทธศิลป์แล้วก็พูดว่า "เดี๋ยวเราจะหล่อหลวงปู่ใหม่ขนาดเท่าครึ่งขององค์จริง" พอหลวงพี่ได้ยิน..ก็คิดในใจว่า เอ้า.. เราก็มีแล้ว..หลวงพ่อท่านจะปั้นใหม่ทำไม? จนตอนหลังหลวงพี่ถึงมารู้ว่า ท่านเตรียมการสำหรับปั้นองค์นี้มากว่า 10 ปีเต็ม คือท่านปั้นองค์เล็ก เป็นองค์ต้นแบบไว้ แล้วให้เอามาขยายปั้นเป็นองค์ใหญ่โดยใช้เวลามากถึง 10 เดือนกว่า แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ซึ่งองค์นี้ท่านจะปรับให้เหมือนจริงที่สุด ทั้งที่องค์เดิมหลวงพี่ก็ว่าเหมือนที่สุดแล้ว แต่องค์ใหญ่นี้จะเหมือนที่สุดยิ่งกว่า เหมือนราวกับหลวงปู่ท่านกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เพราะถ้าขยายขนาดเป็นองค์ใหญ่ จะทำให้เห็นรายละเอียดเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก เบื้องหลังการทำงาน..ของหลวงพ่อ พอหลวงพ่อสั่งงานเสร็จ อีกวันท่านก็รีบมาดูทันที ซึ่งทางทีมงานก็กำลังลุยช่วยกันขยายแบบอยู่ ท่านก็เข้ามาถามว่า ขึ้นโครงเสร็จรึยัง ตรงนี้..จะเห็นว่า ท่านจดจ่อที่จะมาปั้นมากๆ คือ ใจท่านล้ำไปข้างหน้า..ล้ำไปถึงความสำเร็จแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนนั้น วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โต๊ะปั้นก็ยังเตรียมไม่พร้อมเลย และพอเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมหลวงพ่อท่านก็ลงมือปั้นเลย อย่างชนิดที่ว่าอุปสรรคอะไรดูจะไม่มีความหมายสำหรับท่าน ช่วงนั้นหลวงพ่อท่านมาปั้นทุกวัน นับครั้งได้ที่ท่านจะขาด บ่อยครั้งที่ฝนตกอย่างหนัก หลวงพี่นึกว่าหลวงพ่อคงไม่มาแล้ว แต่ก็ยังมาปั้นเป็นปกติ ท่านมาต่อเนื่องอย่างนี้เป็นเวลา 10 เดือนแล้ว โดยที่ไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยหรืออย่างบางวันที่ท่านป่วย ท่านก็ยังมาปั้น จนอุปัฎฐากต้องคอยถวายยาให้ท่านฉันที่นี่ หลวงพี่เห็นแล้วรู้สึกซาบซึ้งในการเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมีของหลวงพ่อมากๆ แม้หลวงพ่อจะยืนเดินไม่ค่อยถนัด เพราะขาท่านเจ็บ แต่ก็ยังทนยืนปั้น บางทีนานถึง 1-2 ชั่วโมง ต่อเนื่องกัน หรืออย่างครั้งหนึ่ง หลวงพ่อท่านให้หลวงพี่ช่วยปรับตรงส่วนกล้ามเนื้อฝ่ามือของหลวงปู่ให้เหมือนที่สุด แต่หลวงพี่นึกภาพไม่ออก หลวงพ่อท่านก็เสียสละยืนประสานมือขวาทับซ้ายเป็นแบบนิ่งๆ เป็นชั่วโมงโดยไม่ยอมนั่ง ทั้งๆ ที่ท่านขาเจ็บ ซึ่งขนาดหลวงพี่เองยังหนุ่ม ขาไม่เป็นไร ยืนเป็นลูกมือท่านแค่ 20 นาทีก็เมื่อยแล้ว หรืออีกวันหนึ่ง..ท่านปั้นๆ อยู่ท่านมึนหัว ตาลาย หลวงพี่ก็นึกว่าท่านจะกลับแล้ว แต่ที่ไหนได้ ท่านเดินไปนั่งครู่หนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นมาปั้นต่ออีก โดยที่ไม่กลัวว่าตัวท่านเองจะป่วยลงไปมากกว่านี้อีก ซ้ำยังทำต่ออย่างทุ่มเทเพื่อให้องค์หลวงปู่สมบูรณ์ที่สุด จะเห็นว่าท่านกตัญญูต่อหลวงปู่มากๆ และมุ่งจะบูชาท่านด้วยสิ่งที่ดีที่สุด อย่างชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน วิชาการปั้นของหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านเก่งมาก มีความละเอียดประณีตสูง ท่านอัจฉริยะเกินอัจฉริยะ ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองก็คงไม่เชื่อ ท่านมีความสามารถในงานปั้นสูงมากๆ ขนาดหลวงพี่บางรูปที่เคยช่วยงานท่านก่อนหน้านี้ จบทางด้านนี้มาโดยตรงแท้ๆ ก็ยังปั้นสู้หลวงพ่อไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่หลวงพ่อท่านก็ไม่ได้เรียนมา ไม่ได้จบมาทางด้านนี้เลย อย่างตอนที่หลวงพ่อฝึกให้หลวงพี่ลองปั้นหลวงปู่องค์เล็ก หลวงพี่ก็ปั้นๆ ไป พอท่านเห็นท่านก็ถามว่า หลวงพี่ปั้นหลวงปู่อะไร วัดไหนหรือ หลวงพี่จึงเรียนถามหลวงพ่อว่า แล้วจะทำอย่างไรให้เหมือนครับ ท่านก็บอกว่า "ไม่เห็นยากเลย ก็นิมนต์หลวงปู่ลงมาซ้อนสิ ถ้าขาดเราก็เติม ถ้าเกินเราก็ขูดออก" หลวงพี่จึงได้แต่ง แล้วคิดในใจว่า ถ้าเราทำได้อย่างนั้นก็ดีสิ ธรรมะเรายังละเอียดไม่ได้ขนาดนั้นตรงนี้เลยทำให้หลวงพี่มารู้ถึงวิธีการปั้นของหลวงพ่อว่างานปั้นของหลวงพ่อออกมาจากธรรมะข้างในนี่เอง ท่านถึงปั้นได้เหมือนจนหาช่างปั้นที่ไหนในโลกทำอย่างท่านได้ยากมากๆ จนวันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อกำลังปั้นๆ อยู่ หลวงพี่ก็คอยเป็นลูกมือท่านตามปกติ คอยหยิบจับอุปกรณ์อะไรให้ท่าน อยู่ๆ ท่านรำพึงออกมาลอยๆ ว่า นิมนต์หลวงปู่..ช่วยลงมาซ้อนด้วยนะครับ..เดี๋ยวจะปั้นให้เหมือนเลยทีเดียว...แล้วท่านก็ปั้นต่อไปอย่างนิ่งๆ บุญนี้..ยิ่งใหญ่และมากจริงหรือ มากสิ.. มากที่สุดด้วย เพราะหากไม่มาก หลวงพ่อท่านไม่ลงมือปั้นด้วยตัวท่านเองหรอก ทั้งที่สุขภาพท่านก็ไม่ดี อีกทั้งขณะที่ท่านมาปั้น แม้ป่วยๆ อยู่ ท่านก็ปีติทุ่มเทจนลืมอาการป่วยไปเลย ท่านนิ่งๆ อยู่ในบุญตลอดเวลา ซึ่งท่านมักจะรำพึงว่า เดี๋ยวเราจะหล่อหลวงปู่องค์ใหม่ จะสนุกกันใหญ่แล้ว..เราจะได้บุญใหญ่กัน... บางวันท่านก็รำพึงว่า..ใจจริงอยากหล่อหลวงปู่ด้วยเพชร แต่วิธีการหล่อด้วยเพชรในปัจจุบันยังทำไม่ได้ เอาทองคำไปก่อนแล้วกัน... หรือบางทีท่านก็จะพูดว่า เรายังไม่ไปรู้ไปเห็นว่าหลวงปู่ท่านเป็นใคร ถ้าใครไปรู้ไปเห็นว่าหลวงปู่เป็นใคร มาจากไหน กำลังทำอะไรอยู่ จะทุ่มทั้งชีวิต ถวายให้ท่านทุกอย่าง โดยไม่หวังอะไรเลย... ท่านปีติไป รำพึงไปอยู่อย่างนี้ ละเอียดจนน่าทึ่ง หลวงพ่อท่านเป็นสุดยอดของความละเอียด ท่านลงรายละเอียดทุกอย่าง ทุกตารางเซ็นต์ของร่างกาย ตั้งแต่กล้ามเนื้อหน้าผาก มุมปาก ดวงตา ตาขาว ตาดำ ขนาดแววตาของหลวงปู่ คือ หลวงพ่อท่านละเอียดถึงขนาดที่ว่า ต้องปั้นให้เหมือนหลวงปู่เป๊ะทีเดียว แม้แต่ขนคิ้วของหลวงปู่ หลวงพ่อท่านก็ให้หลวงพี่นับว่ามีกี่เส้น หลวงพี่ก็ได้แต่คิดในใจว่ายากนะ ไม่ใช่ทำง่ายๆ พอคิดเพียงแค่นี้เท่านั้น อยู่ๆ หลวงพ่อตอบโพละขึ้นมาทันทีเลยว่า ต้องทำได้สิ ถ้าความพยายามยังมีอยู่ คือ เราคิดอะไรในใจ หลวงพ่อท่านรู้หมด อย่างวันหนึ่ง ท่านให้หลวงพี่ปรับรายละเอียดเกี่ยวกับหลวงปู่ หลวงพี่ก็ปรับแล้วปรับอีก วัดแล้ววัดอีกหลายรอบ จนรู้สึกมั่นใจมากๆ ว่าโอเคแล้ว เหมือนที่สุดแล้ว เป๊ะแล้ว แต่พอหลวงพ่อมาดู ท่านมองปราดเดียว ก็รีบเรียกหลวงพี่เข้ามาดูใกล้ๆ แล้วชี้บอกว่าให้วัดใหม่ ปรากฎว่าเคลื่อนไปแค่ไม่ถึงครึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น หลวงพี่รู้สึกที่งหลวงพ่อมากๆ ว่า ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่ได้ใช้เครื่องวัดมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าไม่ตรง หลวงพี่ว่าท่านต้องใช้ตาภายในที่เกินข้อจำกัดของตามนุษย์ปกติ เพราะขนาดสายตาคนหนุ่มๆ อย่างเรายังสู้ท่านไม่ได้เลย... ความพิเศษของรูปหล่อทองคำพระผู้ปราบมารองค์ที่ 7 หลังจากที่เราหล่อหลวงปู่ไปครบทั้ง 6 องค์แล้ว หลวงพ่อท่านก็ดำริให้ปั้นองค์ต้นแบบหลวงปูองค์ที่ 7 ให้เหมือนมากขึ้นไปอีก โดยหล่อหลวงปู่จากแม่พิมพ์ของหลวงปู่องค์ที่ 6 ขึ้นใหม่ จากนั้นก็นำมาลงสีให้เหมือนกับสีของกายเนื้อหลวงปู่ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งวิธีนี้..จะทำให้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยขององค์หลวงปู่ได้ชัดเจนขึ้น ว่าส่วนไหนยังขาด ยังเกิน หรือยังไม่สมบูรณ์ เพราะการดูภาพรวมจากองค์ที่เป็นสีของดินน้ำมัน หรือสีของโลหะทั้งองค์ สายตาเรามีความสามารถในการเก็บรายละเอียดได้ไม่พอ พอเราเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่ต้องปรับแก้จากองค์ที่ลงสีแล้ว เราก็กลับไปปรับแบบปั้นองค์ต้นแบบองค์ที่ 7ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ซึ่งหลวงพ่อให้ทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งโดยท่านจะคอยมาตรวจ มาคุมงานจนได้องค์ต้นแบบที่เหมือนหลวงปู่ราวกับมีชีวิตมากที่สุด แล้วก็นำไปถอดแบบทำแม่พิมพ์ เพื่อไว้หล่อหลวงปู่องค์ที่ 7 ต่อไป... หลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์มาก แม้ขณะที่ยังปั้นไม่เสร็จ มีหลวงพี่หลายรูปที่พุทธศิลป์ ท่านชอบเข้ามากราบขอพรหลวงปู่องค์ที่กำลังปั้นอยู่ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลวงปูองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์แม้ขณะที่ยังปั้นไม่เสร็จ ขออะไรก็สำเร็จหมดทุกอย่าง แถมสำเร็จอย่างเกินควรเกินคาดด้วย เช่น บางรูปมาขอให้สอบบาลีผ่าน..ก็ผ่าน หรือสมาชิกในวัดมาอธิษฐานขอให้มีปัจจัยทำบุญปิดกองได้ สำเร็จ ก็สำเร็จเป็นอัศจรรย์มากกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งอย่างหลวงพี่เองก็เจอ คือหลวงพี่ทำพระเหรียญหลวงปู่ที่หลวงพ่อท่านมอบให้กับมือหายไป หลวงพี่รู้สึกเสียใจและเสียดายอยากได้คืนมากๆ แต่หาจนพลิกแผ่นดินแล้ว หาอยู่ 2 สัปดาห์ หาเท่าไรก็ไม่เจอ จนกระทั่งมาขอบารมีหลวงปู่ว่า ด้วยบุญที่หลวงพี่ช่วยหลวงพ่อปั้นหลวงปู่ ขอให้หลวงปู่ช่วยให้หาเจอด้วยเถิด ซึ่งก็ปรากฏว่ามีหลวงพี่รูปหนึ่งท่านเจอ แล้วเอามาวางไว้ตรงอ่างล้างหน้า โดยที่ท่านเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ซึ่งหลวงพี่ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจมาก ๆ สิ่งที่อยากฝากไว้ จากการที่หลวงพี่เป็นลูกมือหลวงพ่อ หลวงพี่เห็นถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของหลวงพ่อมาโดยตลอด และซาบซึ้งถึงความกตัญญูที่หลวงพ่อมีต่อหลวงปู่มากๆ หลวงพี่คิดว่าหลวงพี่จะเอาบุญนี้ไปให้มากที่สุด โดยเอาบุญจากการเป็นผู้ช่วยท่าน และก็ทำบุญด้วยกำลังทรัพย์ที่ตัวเองพอจะมีอยู่อย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณหลวงปู่และหลวงพ่อ และหลวงพี่ก็อยากให้พวกเราทุกๆ คนเอาบุญนี้ไปมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่มาทีหลัง ไม่ทันหล่อองค์แรก หลวงพ่อท่านอยากให้ลูกๆ ทุกคนได้รับบุญใหญ่นี้ เพราะในอนาคตเมื่อใครมากราบไหว้หลวงปู่ แล้วน้อมนำหลวงปู่ไปเป็นนิมิต แล้วเข้าถึงธรรม เราก็จะได้บุญไปอย่างไม่มีประมาณ..."