ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ป้าทัศนา บัณฑิตพุทธ

หลวงปู่วัดปากน้ำ · 531010-บุคคลยุคต้นวิชชา3

PDF
เหตุการณ์ที่ทําให้ป้าได้มาอยู่ ใต้ร่มบุญของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น เริ่มจากพี่สาวของป้าที่ชื่อจริยาโชควิเชียรครั้งหนึ่งพี่สาวเคยป่วยหนักเป็นไทฟอยด์ผอม ผมร่วงหมดแทบไม่มี ทีนี้ก็เลยบนไว้ว่าถ้าหายป่วยจะบวชชี ต่อมาก็หายจริงๆ พี่สาวจึงบวชเป็นแม่ชีอยู่วัดปากน้ำ ตั้งแต่อายุ ๑๐ กว่าขวบ อยู่มาไม่นานก็ได้ทําวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ส่วนตัวของป้าเองนั้นอยู่กับแม่ ครั้นพอแม่เสียแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจและก็ไม่มีสมบัติอะไร ทางฝ่ายญาติพี่น้องเขาทําอะไรก็เป็นของเขา แต่เราไม่มีอะไร ป้าก็เลยตัดสินใจมาวัดปากน้ำ พอมาอยู่วัดปากน้ำบรรดาพี่ๆน้องๆ เขาก็รักใคร่เมตตาเราเป็นอย่างดี ทั้งพี่ญาณี พี่สงวนนี่นะเป็นครูสอนธรรมเขาก็สงสารเรา หลวงพ่อสดท่านก็บอกว่า เลี้ยงมันเป็นลูก สงสารมัน พ่อแม่ก็ไม่มีแล้ว ตอนนั้นป้าเพิ่งจะอายุ ๒๐ ส่วนตอนนี้ ๗๔ ปีแล้ว พี่สาวนั้น แต่เดิมเขาไม่ได้ชื่อจริยาหรอกนะ พอเขามาบวชชี หลวงพ่อสดก็เปลี่ยนชื่อให้ แต่เดิมชื่อพี่จันทร์ ทีนี้ไปพ้องกับชื่อของแม่ชีจันทร์(แม่ชีจันทร์ ขนนกยูง) ชื่อไปเหมือนกันเข้าหลวงพ่อเปลี่ยนให้ใหม่ว่า จริยา โชควิเชียร หลวงพ่อสดบอกว่าตระกูลโชควิเชียรเนี่ยะ เป็นญาติของหลวงพ่อด้วย ส่วนของป้า แต่เดิมชื่อ เจียม ท่านเปลี่ยนใหม่ให้ชื่อว่า ทัศนา ตอนอยู่วัดปากน้ำ ถือได้ว่าป้าเป็นศิษย์ของแม่ชีเธียร มีอะไรให้ป้าทําป้าก็ทํา ทําช่วยหลวงพ่อทุกอย่าง ทั้งมุ้งทั้งม่าน ป้าเป็นช่างเย็บผ้า เย็บใหม่ทําให้สวยงาม เป็นแม่บ้านนะสมัยนั้นบางทีอย่างเย็บผ้านี่หลวงพ่อท่านก็ซื้อจักรให้ป้าตัวหนึ่ง เย็บจีวรบ้าง เสื้อบ้าง งานราษฎร์ งานหลวง รับทําหมด บางทีงานข้างนอก มีรายได้ก็เป็นของเรา อยู่วัดก็จริง แต่ไม่เคยขอเงินหลวงพ่อเลย ช่วงที่เย็บปักถักร้อยอยู่วัดปากน้ำ บางทีก็จะต้องตัดจีวร พี่ตรีธาเป็นคนคุม จะตัดชิ้นไหนพี่ตรีธาจะเป็นคนวัดก่อน แล้วเราเป็นคนตัด เราเย็บบ้าง พี่เขาเย็บบ้าง พอเย็บเสร็จจนเนี๊ยบก็กลับตะเข็บเย็บให้พระมีสมณศักดิ์ไม่ใช่เฉพาะพระธรรมดานะอย่างพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) ตอนนั้นท่านเป็นพระธรรมวโรดม อย่างของหลวงพ่อนี่ป้าก็ทําทั้งตัดอังสะ ทั้งซัก ทําเรื่อยมาเลย ทําให้ทุกๆ องค์ทั้งเอามาซักเอามาซ่อมอะไรอย่างนี้ ในห้องทําวิชชาจะมีมุ้งกันยุงมุ้งใหญ่ เขาจะใช้ตอนนั่งกลางคืน ถ้ากลางวันจะตลบขึ้น ป้าไปดูพอเห็นตรงไหนเลอะๆ ดําๆ ก็ไปปัดกวาดเพราะป้าชอบสะอาด ทําชะเลี่ยมเลย อย่างมุ้งในโรงงานทําวิชชาป้าก็เคยเย็บทีแรกเอามาช่อมก่อน พอมีเงินก็ซื้อผ้ามาตัดให้ใหม่ เอามาวัดมาคํานวณว่ากี่เมตร ครั้งหลังๆ ก็ทําเรื่อยมาพอทําใหม่ก็สวยสะอาด ห้องน้ำสมัยนั้นใช้น้ำในคลองตักมาแล้วก็เอามาวางต่อๆ มาเทละตุ่มทางเดินก็โครงเครง ก็พากันไปเอาดินมาถม ถมเสร็จแล้วป้าก็ไปดูช่างเขาเทปูนไปเห็นเขาพอปรับดิน เสมอกันแล้ว ก็เอาหินเกร็ดมาลง ช่วยกันเหยียบแล้วเทปูน ป้าไปดูเขามาเอาปูนใส่ ทราย ๓ ปูน ๒ ผสมกันเข้าไปแล้วเทปาด หลวงพ่อสดท่านเห็น ท่านก็ถามว่า เอ๊ะ มันไปเป็นมาได้ยังไง ก็ตอบว่า ลูกก็ดูเขามาเจ้าค่ะ ท่านก็บอกว่า “เออ..ช่างจดช่างจํานะ” อยู่มาจนหลวงพ่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ท่านก็สร้างพระ ป้าก็เข้าไปช่วย ก็ไม่ทําอะไรมาก ว่างก็ไปนั่งเข้าที่กับหลวงพ่อ หลวงพ่อก็สอน แต่ป้านี่นะไม่ใช่ว่าจะได้ทําวิชชากับเขา ป้าจะทํางานโดยส่วนแม่บ้าน อย่างเช่นงานพิมพ์พระ งานทําจีวร อะไรอย่างนี้ ว่างๆ หลวงพ่อก็จะเรียกไปนั่งไปสอนเอง เพราะสงสาร “อื้อช่วยมันหน่อย” ป้าก็ปฏิบัติตาม คราวที่พิมพ์พระ ป้าพิมพ์เต็มที่เลย ทําไม่รู้เท่าใหร่เราไม่เคยนับ ยิ่งทําก็ยิ่งชํานาญ มีแรงเท่าไหร่ก็ทําไปเต็มที่ พอเหนื่อยก็พักหลวงพ่อท่านก็ให้บุญตลอด ส่วนผสมของพระก็จะมีดอกมะลิ ที่บูชาพระ บูชาดวงแก้ว มีเส้นเกศาที่หลวงพ่อปลงก็เอามาใส่ แล้วก็มีปูนพลาสเตอร์ เขาจะมีพิมพ์สวยๆ เท่ากับองค์พระ เราก็ปั้นผงแบบพอดี แล้วเอามาพิมพ์ลงไปในบล็อคพิมพ์ คนปั้นเขาจะปั้นพอดีเลย เราก็เอามาอัดใส่ลงบล็อคพิมพ์กดลงแล้วดันข้างล่างขึ้น พอดันข้างล่างขึ้น ก็ค่อยๆ เอาออกมาวางเรียงกันเต็มเลย จะมีที่วางคล้ายๆ กับกระถังแล้วเอามารองพื้นเขาจะเอาพระไปผึ่งอยู่ด้านในใกล้กับหลวงพ่อ หลวงพ่อจะคอยดูแลคอยคุม หลวงพ่อบอกว่าใครจะขโมยไม่ได้นะ บาปนะ ต้องไปขอท่านก่อน คนที่ช่วยทําก็มีเยอะทั้งคนเหนือ คนใต้ มีพี่ญานี เป็นหัวหน้า ส่วนแม่ชีจันทร์ก็มีหน้าที่ทําวิชชา หลวงพ่อท่านเอาพระของขวัญ เข้าทําวิชชาตลอดพรรษา พอออกพรรษาหลวงพ่อมาเล่ารายละเอียดบอกว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ยังไม่เคยมีของศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้เกิดขึ้นเลยตอนนั้นป้าได้ยินหลวงพ่อท่านบอกอย่างนี้ หลวงพ่อท่านจะสอนธรรมะวันพระ วันพฤหัส เข้าโบสถ์ลงเป็นประจําท่านจะสอนธรรมะสอนเรื่องวิชชา สอนตั้งแต่เริ่มแรกหญิงซ้าย ชายขวา พอหนักๆ เข้าท่านก็เล่าถึงความดีของพระที่ไปพระนิพพาน ท่านเอามาเล่าให้ฟังท่านบอกว่า สําคัญที่สุดคือให้นิ่ง ให้หยุด ให้เข้าศูนย์ หลวงพ่อท่านสอนย้ำเสมอว่า ให้ทําธรรมะให้ต่อเนื่อง แล้วท่านก็เคยบอกอีกว่า อีกหน่อยจะมีคนมาสอนต่อ จะทําวิชชาและขยายได้กว้างขวางอันนี้เป็นเรื่องจริงเลย หลวงพ่อท่านพูดในโรงงาน พี่สาวที่ทําวิชชาอยู่กับหลวงพ่อ ยังเคยบอกเลยว่า อีกหน่อยจะมีคนมาสอนต่อ พี่เคยบอกว่า วิชชานี้ถ้าทําสําเร็จแล้วจะไม่ตาย พี่บอกอย่างนี้ พี่เขามั่นใจ พี่สาวก็พูด หลวงพ่อก็พูดว่า อีกหน่อยจะมีคนมาทําแทนนะ กว้างไกลกว่ากันเยอะเลย เขานั่งเห็นหมดล่ะ รู้หมดว่าจะขยายยังไง กว้างยังไง จนทั่วโลก อย่างสมัยหลวงพ่อสด แม่ชีที่เป็นฝรั่ง ก็เข้ามาเยอะนะ เขาเข้าถึงธรรมะที่มาทําวิชชากับหลวงพ่อ ก็มีหลายรุ่น รุ่นที่ยังเป็นสาวก็มี ป้าอยู่วัดปากน้ำมาเรื่อยๆ หลวงพ่อท่านเลี้ยงเราเหมือนลูกอยู่มาจนประมาณปี ๒๔๙๕ ป้าก็ออกมามีครอบครัว พอดีเขามาขอแต่งงาน พอไปอยู่ทางโลกมีเงินเข้ามาก็ไปดูแลพี่สาวมาทําบุญตลอดจนใครๆ บอกว่าพี่คนเนี้ยะ เขาต้องไปทําบุญวัดปากน้ำ ที่อื่นเขาไม่ค่อยไป พอลูกโตก็เอามาบวชที่วัดปากน้ำ อย่างลูกชายคนโตนี่ก็ทันหลวงพ่อ จําได้ว่า หลวงพ่อถามว่ามันพูดได้หรือยัง แล้วท่านก็เอามือไปลูบหัว พี่สาวเขาเคยบอกกับป้าว่า เธอนี่นะจะมีลูกชาย ๕ คน และจะลําบาก ต้องเลี้ยงลูกเอง แต่ก็จะมีลูกสาวคนหนึ่ง คนนี้ดีเขาจะเลี้ยงแม่ อีกหน่อยเขาจะใจดี ใจบุญ คือลูกสาวคนเล็กเสร็จแล้วก็เป็นความจริง ตอนนั้นเราก็ดีใจที่ได้ลูกสาวใจบุญตลอด ทําอะไรเป็นบุญเป็นกุศล ไม่เคยแตะต้องกับบาปเลย ชื่อปาริชาต เกิด พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นลูกคนที่ ๖ คนสุดท้อง ส่วนลูกชาย พอแต่งงานมีครอบครัวเขาก็ห่างหมดไม่ค่อยมาให้เห็น นานๆ พอคิดถึงแม่ก็มาเยี่ยม แต่คนเล็กเขาจะดูแลแม่ ส่วนใหญ่แล้วคนที่ออกไปอยู่ทางโลกหลวงพ่อจะไม่สน ท่านไม่พูดเลยท่านบอกว่า ถ้าไปอย่างนั้นมันก็โกงตัวเอง คือว่าไม่ได้ทําอะไรให้ตัวเอง ทําแล้วเป็นของคนอื่นเขา ไม่ใช่ของเรา พี่สาวเขาดีมากเลย เขาบอกว่า แกก็บุญละเอียด บุญสะอาด แกไม่มีบาปอะไร ป้าก็คิดทบทวนดู พอมาแต่งงานมีลูกแล้วมาตกอับเพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวลําพัง พ่อบ้านเขาก็หนีไป ลําบากมากกว่าจะได้นอนตี ๑ ตี ๒ ก็นึกสงสารตัวเอง น้อยใจตัวเองนะ บางทีความรู้สึกมันวู๊บขึ้นมาเลย คิดว่าไม่น่ามีชีวิตอยู่เลยนะ ตัวเราเนี่ย ตอนนั้นป้าก็ประมาณ ๔๐ กว่าๆ หลวงพ่อท่านก็สิ้นไปแล้ว ป้าเคยลําบากและดูแลลูกคนเดียวถึงห้าคนสามีก็ไม่อยู่ วันหนึ่ง ไม่สบายเป็นลมก็ได้ยินเสียงหลวงพ่อสดเรียก พอมองขึ้นไปข้างบนนะ เป็นหลวงพ่อสดท่านงามมาก ไม่ใช่พระธรรมดา สูงใหญ่แสงก็มีสง่าราศีมากเชียว แม้ท่านสิ้นไปแล้วท่านก็ยังมาเรียก ป้าก็นึกถึงว่า ถ้าไม่มีหลวงพ่อ ป้าคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว หลวงพ่อสดท่านเป็นพระที่มหัศจรรย์ ท่านปาฏิหาริย์มาก สมัยยังมีชีวิตอยู่ พอช่วงที่หลวงพ่อท่านว่างๆ ท่านก็จะบอกให้มานั่งสมาธิ ท่านบอกว่า “เนี๊ยคอยดูนะ เดี๋ยวหลวงพ่อจะนั่งเรียกฝนให้แกดู”เพราะคุยกับเราสนิท พอสักครู่ใหญ่ๆ ฝนก็หล่นลงมา อย่างงานละเอียดที่หลวงพ่อท่านทําท่านบอกว่า มันจบไม่ง่าย ยังไม่รู้เลยว่าละเอียดมันไปแค่ไหน ส่วนพี่สาวของป้านั้นก็เสียตอนอายุ ๕๐ กว่าๆ ตอนนั้นหลวงพ่อสดท่านสิ้นแล้ว แกคงยังไม่หมดกรรม ก่อนเป็นไทฟอยด์ ผอม ผมร่วง พอบวชก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ อยู่ต่อมาก็เป็นไส้ติ่งต้องไปผ่าตัดที่วัดชนะก็หาย พออยู่มาประจําเดือนหมด หมอบอกว่าต้องไปขูดมดลูก ก็ไม่ยอมไปขูดจนกระทั่งเรื้อรังมาผ่าตัดที่เปาโล ทั้งฉายแสง ฝังเลเนียมก็ไม่หาย แล้ววันที่แกจะเสียนะ พูดถึงแล้วก็สงสารแกผอม แกก็บอกกับป้าว่า อย่าไปไหนนะ วันนี้จะตายแล้วจะไปแล้ว พูดแล้วก็ขนลุก ธรรมะแกดีมาก ธรรมะนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาทุกคนให้อยู่ได้นะ ถ้าเป็นกรรมจะตายก็ต้องตาย แต่ถ้าวิชชาสําเร็จนะจะไม่ตาย พี่บอกว่าจะเอาให้ได้ปราบมารให้ได้ พวกมารเขาบังคับให้แก่ ให้เจ็บ ให้ตาย หลวงพ่อท่านก็เคยบอกว่า ท่านจะรื้อผังมารออกให้ได้ แล้วท่านก็พูดว่าอีกหน่อยจะมีคนมาทําแทนและกว้างไกลกว่ากันเยอะเลย