ประวัติวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 531010-บุคคลยุคต้นวิชชา3
โดย โฆสิโต ภิกฺขุ
วัดปากน้ำนี้มีบุคคลเป็นส่วนมากสนใจใคร่ทราบประวัติว่า ใครเป็นผู้สร้าง เพราะหลักฐานเดิมมิได้ปรากฏ ได้พยายามค้นหากันมานานแล้วเพื่อจะได้ให้ทราบกันไว้เป็นอนุสรณ์ แต่หาสมดังปรารถนาไม่ คงได้พบหลักฐานในคํา อธิบายตํานาน พระอารามหลวง ของสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ปรากฏว่า “วัดปากน้ำอยู่ริมคลองด่าน (ธนบุรี) เป็นวัดหลวงแต่โบราณ รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์” ดังนี้ข้อความเพียงนี้ ดูก็ยังหาเพียงพอกับความปรารถนาของผู้อ่านไม่ และใคร่ทราบละเอียดกว้างขวางไปกว่านี้อีก เป็นอันว่า ยังมิได้พบเห็นประวัติที่แสดงไว้ละเอียดและหลักฐานที่พิศดารมากกว่าที่กล่าวนี้มาแสดงได้
คําที่ว่า เป็นวัดหลวงแต่โบราณ ไม่ปรากฏว่า สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดได้ทรงปฏิสังขรณ์ หรือผู้ใดสร้างแล้วทูลเกล้าฯ ถวายไว้เป็นพระอารามหลวงในทําเนียบพระอารามหลวงแต่อย่างใด พิจารณาดูตามตํานานพระอารามหลวง คําที่เรียกว่า พระอารามหลวงนั้น หมายความว่า เป็นวัดของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทรงสถาปนาขึ้น ถ้าเป็นของผู้อื่นสร้าง เรียกว่าอารามราษฎร์ แต่คนทั้งหลายมักเรียกกันตามสะดวกปากว่า วัดหลวง, วัดราษฎร์ ดังนี้ พระอารามหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีนามปรากฏอยู่ในทําเนียบสมณศักดิ์ของเก่า สังเกตดูเป็นวัดซึ่งสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดพระองค์หนึ่งได้ทรงสร้าง หรือทรงบูรณปฏิสังขรณ์แทบทั้งนั้น แต่พระอารามหลวงในชั้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ในตํานานกล่าวว่าเป็นวัดของเจ้านายและขุนนางสร้าง แล้วถวายเป็นวัดหลวงก็หลายวัด ความข้อนี้มีเรื่องราวปรากฏมาว่า เมื่อสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีแล้ว ความมุ่งหมายจะทํานุบํารุงให้เหมือนครั้งกรุงศรีอยุธยาราชธานีเดิม ด้วยนับถือกันว่า ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเป็นสมัยที่รุ่งเรือง เรียกกันว่า “รั้วบ้านเมืองดี” รั้ววังวัดวาที่สร้างขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ก็มักถ่ายแบบมาจากกรุงศรีอยุธยาแต่พระอารามหลวงในชั้นรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ ยังมีน้อย ถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดําริว่า พระอารามหลวงในกรุงเทพฯ นี้ยังมีน้อยกว่าครั้งกรุงเก่ามากไม่พอแก่ตําแหน่งพระราชาคณะในทําเนียบจึงทรงสร้างพระอารามขึ้นใหม่บ้าง ทรงชักชวนอุดหนุนเจ้านายและขุนนางที่มีกําลังให้สร้างบ้าง ถ้าวัดของใครสร้างงดงามดี ก็ทรงรับเป็นพระอารามหลวงเพื่อให้เป็นเกียรติยศแก่ผู้สร้างหรือผู้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดนั้นๆ ความนิยมการสร้างวัดก็เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงรัชกาลที่ ๔และรัชกาลที่ ๕ ต่อมา ทรงพระราชดําริว่า วัดที่ได้สร้างขึ้นมีมากพออยู่แล้ว ก็มิใคร่จะได้ทรงรับวัดที่ผู้อื่นสร้างเป็นอารามหลวงดังแต่ก่อน ดังนี้
เฉพาะวัดปากน้ำนี้ ปรากฏในตํานานพระอารามหลวง ยกไว้ในอันดับพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ หาใช่เป็นพระอารามหลวงชั้นสูง เช่นชั้นราชวรวิหาร หรือวรวิหารไม่ อีกนัยหนึ่ง มีเสียงกล่าวกันว่า เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์ เรียกกันว่า “วัดสนุกสวนสวรรค์” แต่ค้นหาหลักฐานไม่พบ ครั้งต่อมารัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองด่านซึ่งอยู่ติดต่อกับวัดปากน้ำ เมื่อถึงรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประตูกั้นน้ำ แล้วพระราชทานนามประตูน้ำนั้นว่า “ประตูน้ำคลองด่านภาษีเจริญ” ราษฎรพากันเรียกวัดปากน้ำนี้เป็นชื่อวัดปากน้ำคลองด่าน แต่ส่วนใหญ่เรียกชื่อว่า วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และใช้ชื่อนี้มาจนทุกวันนี้
การเขียนเรื่องนี้ ย่อมมีความปรารถนาที่จักแสวงหาต้นฉบับอันเป็นหลักฐานให้มีข้อความละเอียดยิ่งกว่าที่กล่าวแล้วนั้น ว่าพระอารามหลวงนี้ได้ทรงสร้างโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลใด หรือผู้ใดเป็นผู้สร้างแล้วทูลเกล้าฯ ถวายทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง ดังปรากฏในตํานานพระอารามหลวง ค้นหาต้นฉบับอันเป็นหลักฐานพิศดารยังไม่พบ จึงขอยุติไว้เพียงเท่าที่กล่าวมานี้
อนึ่ง วัดปากน้ำ เป็นอารามหลวงชั้นสามัญ และเป็นอาวาสที่มีอาณาเขตไม่ใหญ่โต ในพรรษา พ.ศ.๒๔๙๗ มีพระภิกษุสงฆ์ ๒๒๕ รูป สามเณร ๒๐๒ รูป จําพรรษาอยู่ เมื่อจะอนุมานการเปรียบเทียบกับพระอารามหลวงในจังหวัดธนบุรีด้วยกัน ก็เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธาซึ่งเป็นวัดที่มีผู้นิยมมากพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย โดยทั่วไปเกิดปสาทะศรัทธาไปอุปสมบทและบรรพชาตลอดถึงการทําบุญบริจาคทานแก่พระสงฆ์สามเณรเป็นนิจนิรันดร์ วัดนี้มีภิกษุสามเณรรวมเป็นจํานวนถึง ๔๒๗ รูป ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในด้านความเจริญและความก้าวหน้าวัดหนึ่งในกํารพระพุทธศาสนาในประเทศไทย
การศึกษามีทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ มีโรงเรียนปริยัติธรรมอันสง่างาม เป็นตลาดวิชาสําหรับพระภิกษุสามเณรในวัดและนอกวัดปีหนึ่งๆ มิใช่น้อย มีที่พำนักสําหรับอุบาสิกาผู้ใคร่จะแสวงหาความสงบ ด้วยการถือบวชบําเพ็ญภาวนาเป็นเอกเทศ มีกุฏิที่พักสงฆ์มากมายจนแทบจะหาลานวัดไม่พบ มีโรงครัวใหญ่จัดอาหารบิณฑบาตตลอดเวลา โดยพระภิกษุสงฆ์ไม่ต้องออกบิณฑบาตในตอนเช้า
อนึ่ง วัดปากน้ำเป็นศูนย์การศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก สํานักเรียนตลอดมา เมื่อถึงสมัยสอบนักธรรมและธรรมศึกษา วัดปากน้ำจึงได้รับจัดเป็นสนามหลวงอันเป็นสถานที่สอบทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต
วัดปากน้ำโดยอาณาเขต เป็นพระอารามหลวงที่เล็กที่สุด แต่โดยกิจกรรมของวัดนับว่า เป็นวัดที่มีความเจริญทางด้านวิชาการเผยแพร่ธรรมะมากที่สุดวัดหนึ่ง
เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวฯ รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงเสด็จทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดปากน้ำ ธนบุรี
อันยังความปิติยินดีให้เกิดแก่บรรดาสาธุชนทั้งหลาย ที่ได้พระกรุณาโปรดเกล้า เสด็จทอดผ้าพระกฐินในครั้งนั้น นับเป็นครั้งแรกของวัดที่องค์ประมุขของประเทศทรงเสด็จด้วยพระองค์เอง
ปัจจุบันท่านผู้สนใจสามารถเดินทางไปวัดปากน้ำได้ ๒ ทาง คือ ทางรถ และทางเรือ ดังนี้
ทางรถ - รถเมล์โดยสารที่วิ่งถึง คือ สาย ๔,๙,๖๖,๘๘ เป็นต้น
ทางเรือ - เรือหางยาว ธงสีเขียว (ปากคลองตลาด - บางแวก)
ธงสีเหลือง (สะพานพุทธ - บางแวก)
ธงชาติ (สะพานพุทธ - วัดไทร)