ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

หลวงปู่เครื่อง สุภทฺโท

หลวงปู่วัดปากน้ำ · 510914-บุคคลยุคต้นวิชชา2

PDF
วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่เครื่องสุภัทโท แห่งวัดสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ ท่านเป็นพระสงฆ์ซึ่งปฏิบัติดีปฏิ บัติชอบ เป็นที่ตั้งของศรัทธาของชาวจังหวัดศรีสะเกษและสาธุชนจากทั่วประเทศ วันที่เราไปสัมภาษณ์ หลวงปู่เครื่องนั้น ได้มีญาติโยมมากราบท่าน เอามะพร้าวมาถวายพร้อมปรึกษาเรื่องราวต่างๆ ท่านให้ความเมตตาเป็นกันเองกับญาติโยมเป็นอย่างมาก ท่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ ศูนย์รวมศรัทธาของสาธุชนจริงๆ และท่านก็เมตตาเล่าให้ฟังถึงการที่ได้ไปพบหลวงพ่อสดว่ามีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ตอนนั้นอาตมาอายุประมาณ ๔๒ ปี บังเอิญอาตมาได้เอาเณรเล็กๆ ไปฝากเพื่อศึกษาเล่าเรียนที่วัดปากน้ำ เพราะเป็นสำนักเรียนที่สอนได้เยอะและมีการปฏิบัติธรรมด้วย จึงได้ให้เขาปฏิบัติและศึกษาเล่าเรียนด้วยความคิดถึงเณรก็เลยไปเยี่ยม พอไปถึงวัดปากน้ำ ก็เจอมหาสม มหาสมบอกว่าต้องรอฉันเช้าเสร็จก่อนจึงจะเข้าไปนมัสการหลวงพ่อได้ พอเราฉันเช้าเสร็จก็ไปนมัสการท่าน พบท่านที่หน้ากุฏิ ตอนนั้นเราเองก็ไม่สำรวมเคยสูบบุหรี่ ก็เลยสูบให้ท่านเห็น ท่านก็ยิ้มๆ ไม่ได้ว่าอะไร ท่านก็ถามว่า "มาจากไหน" "มาจากวัดสระกำแพงใหญ่ครับ" ก็ตอบท่านไป "ไปยังไงมายังไงล่ะ" "เคยเอาเณรน้อยมาฝากไว้กับหลวงพ่อครับ" ท่านก็ว่า "เออดี" "แล้วบวชมากี่ปีแล้วละ" ท่านถามต่อ "บวชมา ๒๒ ปีแล้วครับ" "โอ้...๒๒ ปีแล้ว อย่างอื่นทำไมอดได้ล่ะแล้วบุหรี่นี่มันวิเศษวิโสเหรอ" ท่านก็ว่าแค่นี้แหละ เราก็บอกกับท่านว่า "กระผมอยากมาอบรมธรรมกายกับหลวงพ่อบ้างครับ" แล้วท่านก็ให้ไปอยู่เนกขัมมะ พอดีมีโยมแม่ชีที่เป็นหัวหน้าแม่ชี รู้สึกจะชื่อแม่ชีสอน เห็นเรานั่งธรรมะก็เลื่อมใส มอบกุฏิให้หลังหนึ่ง และปวารณาเรื่องอาหารการกิน แล้วก็ได้ฟังหลวงพ่อเทศน์ หลวงพ่อท่านต้องการจะเลี้ยงพระเณรทุกองค์ ก็นิมนต์มาฉันที่ศาลากันหมดทุกองค์ เราก็คิดว่าเอายังไงดี จึงตัดสินใจว่า เราต้องเคารพหลวงพ่อดีกว่าจึงลงมาฉันที่ศาลา พอโยมแม่ชีมา ไม่เห็นเราฉันที่กุฏิก็เลยบอกว่า "ไม่ได้ๆ ฉันปวารณาแล้ว อยากนิมนต์ให้ท่านฉันที่นี่จะได้ปฏิบัติธรรมสบายๆ" เราก็เลยปฏิบัติอยู่ที่กุฏิ นั่งสมาธิอยู่ที่กุฏิวันแรก เรายังสูบบุหรี่อยู่ วันที่สองเราก็เหนื่อย...เอ๊...คิดแล้วก็ขำๆ นะ เราจะต้องทิ้งดีกว่า บุหรี่ไม่วิเศษวิโสอะไรเลยอย่างอื่นวิเศษวิโสยังทนได้ตั้ง ๒๒ ปี เราก็เลยตัดสินใจทิ้ง มันหิวโหยก็นั่งสมาธิ ก็ทนไป วันที่ ๔ ก็หิวอีก ก็ไม่เอาตัดสินใจตายเป็นตาย ทิ้งบุหรี่ลงคลองเลย ปฏิบัติอยู่กับหลวงพ่อได้ ๑๕ วัน ก็ลาท่านออกมาเดินธุดงค์ไปอยู่บนเขา คราวหลังมาได้ยินคนเล่าว่า หลวงพ่อท่านพูดตอนท่านเทศน์บอกว่า "พระได้ธรรมกาย ไปอยู่เขาแล้ว" เพราะหลวงพ่อวัดปากน้ำทำให้เราเลิกบุหรี่ได้ ตั้งแต่นั้นมาไม่สูบอีกเลย หลวงพ่อท่านเทศน์เรื่องอาหาร ทางกาย ทางใจ อาหารทางใจก็คือ "ธรรมะ" วัตถุต่างๆนั้นคือ "อาหารทางกาย" ปัจจุบันก็ได้เอาหลักที่ท่านสอนมาเอามาใช้ เราฟังธรรมะกับท่านทุกๆ วัน ๑๕ วัน ตอนกลางคืนนั่งสมาธิ ตอนนั้นก็มีพระมหาเจียก ท่านเป็นคนพาไปนั่งตอนกลางคืน สมัยนั้นเรียกได้ว่าเรายังเมาอยู่ ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเท่าไหร่ กำลังเริ่มปฏิบัติ ถ้าสมัยนั้นไม่ได้หลวงพ่อสด โรคอาจจะเอาเราไปฝังแล้ว เพราะเราสูบบุหรี่จนคอเป็นแผล และไอ ตอนนี้ก็ค่อยดีขึ้น กินยามันก็ระงับไป ถ้าไม่เจอหลวงพ่อสดก็คงต้องไปแล้ว ก็นึกถึงพระเดชพระคุณอยู่ทุกๆ วัน ครูบาอาจารย์องค์แรกก็เจอหลวงปู่มั่น เจอท่านวันเดียวเท่านั่นแหละ พอดีจะกลับไปอยู่สกล ไปเจอท่าน เริ่มแรกท่านก็เทศน์เรื่องจิต จิตโตวิมุต การทำให้มาก ตื่นให้มาก นั่งให้มาก กินน้อย นอนน้อย นั่งให้มาก หลวงปู่มั่นท่านพูดเรื่องจิต หลวงพ่อสดท่านจะพูดเริ่มตั้งแต่สมถะ เริ่มตั้งแต่ชั้นพื้นฐานก่อนให้รักษาศีล สมาธิมันจะเกิด มีสติให้มั่นแล้วก็บริกรรมภาวนา และตรวจดูให้ศีลบริสุทธิ์ บริบูรณ์ซะก่อน ศีลเป็นพื้นฐาน เหมือนกับเราสร้างบ้าน ต้องวางแผนผังรากฐานให้มั่นคง สมาธิจึงจะเกิดขึ้นได้ ถ้าศีลด่างพร้อยไม่บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สมาธิก็จะไม่เกิด เหมือนเราปลูกต้นไม้ไม่มีน้ำ มันก็ขึ้นไม่ได้ สมาธิก็เหมือนกัน สำคัญต้องอาศัยศีลเป็นพื้นฐาน เราจะสามารถรู้ธรรมะได้เร็ว มันจะเกิดเป็นเห็นเอง รู้เอง จะเห็นกายเราเอง เห็นจิตเราเอง หลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อศีลบริบูรณ์ เมื่อศีลบริบูรณ์ สมาธิบริสุทธิ์ มันสงบเรียบร้อยไม่ดิ้นรนแล้วปัญญาจะเกิดขึ้น เหมือนกับต้นไม้ เมื่อเราให้น้ำกะปุยดีๆ เดี๋ยวก็จะออกดอกผลให้ใช้ได้ ปลุกเสกพระ อำนาจจิตถ้าคิดเห็นเป็นสมาธิ สร้างพระผงมันก็ขลัง ท่านบอกว่าปลุกเสกพระน่ะ ไม่ต้องนานหรอก ปลุกเสกพระนะ ปลุกเสกไปจิตไม่เป็นสมาธิมันก็ไม่ขลัง ถ้าจิตของเราเข้าสมาธิ เพียงแค่งูแลบลิ้นก็ขลังแล้ว วิเศษแล้ว